รับแอปรับแอป

Singha Estate ดันพอร์ตโรงแรมสู่ Wellness Hub จับเทรนด์ Holistic Travel ปี 2569

สุพจน์ วัฒนชัย01-31

Holistic Travel กำลังพลิกเกมท่องเที่ยวโลก

ทิศทางการท่องเที่ยวโลกปี 2569 กำลังเปลี่ยนจากการไล่ตัวเลขนักเดินทาง มาสู่การโฟกัสที่ คุณค่าของประสบการณ์ แบบเต็มใบ นักเดินทางไม่ต้องการแค่เช็กอิน แต่ต้องการเชื่อมโยงกับตัวเอง ธรรมชาติ และวัฒนธรรมในแบบลึกซึ้งกว่าเดิม

Singha Estate จึงเดินเกมล่วงหน้า ปรับพอร์ตธุรกิจโรงแรมในเครือ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ที่มีโรงแรมและรีสอร์ตทั้งในไทยและต่างประเทศ ให้สอดรับไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพมากกว่าปริมาณ

นักท่องเที่ยว 2569: อยากสงบ ลึก และมีคุณภาพ

แนวโน้มการท่องเที่ยวในปี 2569 สะท้อนชัดว่า นักเดินทางเริ่มมองหาการพักผ่อนที่

  • เงียบสงบและเป็นส่วนตัว

  • พักผ่อนเชิงลึก ฟื้นทั้งร่างกายและจิตใจ

  • สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ผ่านๆ

เทรนด์ Holistic Travel จึงกลายเป็นหัวใจของการออกแบบโรงแรมยุคใหม่ ทั้งกิจกรรม บริการ และบรรยากาศที่ช่วยให้แขกได้อยู่กับตัวเองและโลคัลคัลเจอร์อย่างลงตัว

ขณะเดียวกัน แผนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็สอดรับไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยแนวคิด Amazing Thailand และเป้าหมายการปั้นไทยให้เป็น ศูนย์กลาง Wellness & Medical Tourism ระดับโลก พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 36.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อนหน้า

SAii Hotels & Resorts: เมื่อความสบายใจคือที่สุดของความหรูหรา

Singha Estate มองว่า ธุรกิจโรงแรมคือแกนหลัก ในการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 การพัฒนาโรงแรมให้ตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป จึงไม่ใช่แค่การอัปเกรดดีไซน์ แต่คือการปรับทั้งแนวคิดและประสบการณ์แบบครบวงจร

แบรนด์ SAii Hotels & Resorts จึงถูกผลักดันภายใต้คอนเซ็ปต์ “Peace of Mind is the Ultimate Luxury” ที่ยกระดับนิยามของ Luxury จากความหรูหราเชิงวัตถุ ไปสู่ความสบายใจและสมดุลชีวิต

โดยเน้นประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสาน

  • ธรรมชาติในโลเคชั่นนั้นๆ

  • วัฒนธรรมและชุมชนท้องถิ่น

  • จังหวะการพักผ่อนที่ไม่เร่งรีบ

สอดคล้องกับนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ เดินทางน้อยลง แต่ใช้เวลาอย่างมีคุณค่า มากขึ้น

ประสบการณ์เฉพาะตัวในแต่ละโลเคชั่น

ในเชิงปฏิบัติ โรงแรมในเครือ Hotels & Resorts ของกลุ่ม จะเน้นสร้าง เอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่คัดลอกกันทั้งเครือ แต่ให้แต่ละที่เล่าเรื่องของตัวเองผ่านประสบการณ์จริง

ตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น

  • SAii Phi Phi Island Village
    เชื่อมแขกเข้ากับธรรมชาติด้วยกิจกรรมเชิงประสบการณ์อย่าง Astro Moments การดูดาวริมชายหาด ท่ามกลางเสียงคลื่นและท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ไม่มีแสงเมืองมารบกวน

  • SANTIBURI เกาะสมุย
    นำเสนอแนวคิด Slow & Immersive Travel ที่ให้แขกค่อยๆ ซึมซับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชุมชน เช่น โครงการ 100 Miles Dining ที่ครีเอตเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นในรัศมีไม่ไกล ช่วยทั้งลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์และอุดหนุนเกษตรกรโลคัล

  • SAii Laguna Phuket
    โฟกัสการดูแลสุขภาพแบบเบาๆ แต่ต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมภายในรีสอร์ต เช่น การวิ่งยามเช้า โยคะช่วงพระอาทิตย์ตก และเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่คัดสรรอย่างหลากหลาย ให้แขกได้บาลานซ์ทั้งกายและใจในทริปเดียว

Maldives: Thoughtful Luxury ที่หรูหราแบบมีสติและรับผิดชอบ

สำหรับพอร์ตโรงแรมในมัลดีฟส์ กลุ่มบริษัทเลือกเดินด้วยแนวคิด Thoughtful Luxury หรือความหรูหราที่ไม่หลุดจากความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

หัวใจสำคัญอยู่ที่ Marine and Maldives Discovery Centres ณ CROSSROADS Maldives ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้ง

  • ศูนย์เรียนรู้ระบบนิเวศทางทะเล

  • แหล่งให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์

  • พื้นที่กิจกรรมเชิงการศึกษาผ่านประสบการณ์จริง

นักท่องเที่ยวไม่ได้แค่มานอนรีสอร์ตกลางทะเลสวยๆ แต่ยังได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม และเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นไปพร้อมกัน เป็นการท่องเที่ยวแบบ สนุก มีสาระ และไม่ทำร้ายโลก

ทำไม Wellness & Quality Travel คือเกมยาวของอุตสาหกรรม

จากมุมมองอุตสาหกรรม การที่ผู้ประกอบการโรงแรม ปรับตัวตามเทรนด์คุณภาพและสุขภาวะ จะเป็นตัวแยกให้เห็นชัดว่าใครจะยืนระยะได้ในระยะยาว

เพราะการท่องเที่ยวกำลังก้าวจากการเป็น

  • แค่ “จุดหมายยอดนิยม”
    ไปสู่การเป็น

  • “จุดหมายที่สร้างคุณค่าอย่างแท้จริง” ให้ทั้งผู้เดินทาง ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างธุรกิจและความยั่งยืนในระดับประเทศ

พอร์ตโรงแรม: เครื่องยนต์หลักสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ด้วยพอร์ตโรงแรมที่แข็งแรง ผสานกับกลยุทธ์ที่ตั้งอยู่บน ความเข้าใจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวแบบลึกซึ้ง มีการประเมินว่า โรงแรมในเครือจะยังคงทำหน้าที่เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพในปี 2569

เป้าหมายไม่ใช่แค่การเติบโตแบบระยะสั้น แต่คือการเดินหน้า สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของเทรนด์โลก และความต้องการของนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งสุขภาพ ประสบการณ์ และความหมายของทุกทริปที่ออกเดินทาง