เปิดเพลงแล้วขับ…ชีวิตบนถนนก็สนุกขึ้น
ยุคนี้จะฟังเพลงบนรถไม่จำเป็นต้องเสียบสาย หรือคอยเปิดเพลงจากมือถืออีกต่อไปแล้ว แค่รถของคุณรองรับ Apple CarPlay หรือ Android Auto ก็สามารถควบคุมแอปฟังเพลงผ่านหน้าจอรถได้เลย
บนรถยนต์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัส การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทำให้การฟังเพลงระหว่างขับรถทั้งปลอดภัยและสะดวกกว่าเดิมมาก ไม่ต้องเอื้อมไปกดมือถือให้วุ่นวาย
และแน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกแอปฟังเพลงจะรองรับ CarPlay / Android Auto วันนี้เลยขอรวม 7 แอปฟังเพลงและวิทยุยอดนิยม ที่ใช้กับ CarPlay ได้แบบสบาย ๆ ในปี 2025
1. Spotify – สายเพลงสากลต้องยกให้
Spotify คือแอปสตรีมเพลงระดับโลกที่แทบทุกคนต้องรู้จัก และแน่นอนว่า รองรับทั้ง CarPlay และ Android Auto แบบใช้ง่ายสุด ๆ
มีคลังเพลงมากกว่า 100 ล้านเพลง จากทั่วโลก
เหมาะกับคนชอบเพลงสากล เพลย์ลิสต์แน่นทุกแนว
คุณภาพเสียงไว้ใจได้ เอาอยู่ทุกชุดลำโพงบนรถ
หลายคนเลือกสมัคร Spotify Premium เพื่อฟังเพลงแบบไม่มีโฆษณา กดข้ามเพลงได้ไม่อั้น และดึงคุณภาพเสียงออกมาจากลำโพงรถได้เต็มที่
2. YouTube Music – ใครใช้ YouTube Premium ห้ามพลาด
ถ้าคุณเป็นสายดู YouTube และสมัคร YouTube Premium อยู่แล้ว คุณสามารถใช้ YouTube Music ได้แบบไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
ในแอปเดียวคุณจะได้
ค้นหาเพลงดังจากทั่วโลก รวมถึงเพลงแปลก เพลงหายากที่คนอัปโหลดไว้บน YouTube
ฟังเพลงจากศิลปินหลัก ๆ ไปจนถึงศิลปินอินดี้
ใช้งานร่วมกับ CarPlay และ Android Auto ได้สบาย ๆ
หมายเหตุ: ตัวแอป YouTube ปกติจะไม่รองรับบน CarPlay แต่ YouTube Music ใช้ได้
3. JOOX – แหล่งรวมเพลงไทยที่คนไทยคุ้นเคย
ถ้าชีวิตนี้ขาดเพลงไทยไม่ได้ JOOX คือหนึ่งในแอปที่ควรมีติดรถมาก ๆ โดยเฉพาะคนที่ชอบเพลงจากค่ายใหญ่และค่ายอินดี้ในไทย
จุดเด่นของ JOOX คือ
รวมเพลงจากค่ายดังอย่าง GMM Grammy, RS และอีกหลายค่ายในไทย
ฟังฟรีได้แบบไม่ต้องสมัคร VIP (แต่จะมีโฆษณาคั่นบ้าง)
ฟีเจอร์ครบ ทั้งเพลย์ลิสต์ แนะนำเพลง และโหมดต่าง ๆ
บนรถก็ใช้ง่าย แค่แตะเปิด JOOX ผ่านหน้าจอที่เชื่อมกับ CarPlay ก็พร้อมฟังเพลงไทยเพลิน ๆ ระหว่างขับ
4. Tidal Max – สายออดิโอไฟล์ต้องลอง
ใครที่จริงจังเรื่องคุณภาพเสียง แบบต้องได้ฟีล เสียงต้นฉบับ (lossless) ต้องรู้จัก Tidal Max
Tidal เป็นบริการสตรีมเพลงที่เน้นคุณภาพเสียงระดับสูงมาก เหมาะกับคนที่มี
รถที่ติดตั้งชุดลำโพงดี ๆ
ชอบฟังรายละเอียดเสียงร้อง เสียงดนตรีแบบชัดทุกเม็ด
แม้ค่าบริการอาจจะสูงกว่าแอปทั่วไปเล็กน้อย แต่สำหรับคนที่รักเสียงเพลงแบบจริงจัง บอกเลยว่า คุ้มค่ากับคุณภาพที่ได้มาก
5. Simple Radio – คิดถึงเสียงดีเจและบรรยากาศคลื่นวิทยุ
ถ้าคุณเบื่อการเลือกเพลงเอง อยากเปลี่ยนบรรยากาศมาฟัง ดีเจคุย เล่นเพลง อัปเดตข่าว แบบวิทยุยุคใหม่ ต้องลอง Simple Radio
ข้อดีของ Simple Radio คือ
รวมคลื่นวิทยุจากหลายพื้นที่ไว้ในแอปเดียว
ไม่ต้องลุ้นสัญญาณหลุดเหมือนวิทยุรถแบบเดิม
ฟังคลื่นต่างจังหวัด หรือคลื่นที่ไม่มีในวิทยุรถปกติได้
แค่เชื่อมต่อเข้ากับ CarPlay หรือ Android Auto ก็เลือกคลื่นที่อยากฟังแล้วขับยาว ๆ ได้เลย
6. Radio วิทยุไทยแลนด์ – รวมคลื่น FM ทั่วไทยในมือคุณ
สำหรับคนที่รักการฟัง วิทยุไทยแบบบ้าน ๆ แต่สะดวกสไตล์ดิจิทัล แอป Radio วิทยุไทยแลนด์: วิทยุออนไลน์ FM คือคำตอบ
รวมคลื่นวิทยุในประเทศไทยให้เลือกฟังเพียบ
ฟังฟรีได้เลยแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย
ถ้าอยากได้คุณภาพเสียงดีกว่าเดิม หรือฟีเจอร์เพิ่ม สามารถอัปเป็น Go Premium ได้
ตัวแอปถูกออกแบบมาให้รองรับ CarPlay และ Android Auto โดยเฉพาะ สั่งงานผ่านหน้าจอรถได้แบบไม่งง
7. TuneIn Radio – วิทยุจากทั่วโลกในแอปเดียว
อยากเปิดโลกการฟังออกไปไกลกว่าแค่ในประเทศ ลองโหลด TuneIn Radio ติดรถไว้
จุดเด่นของ TuneIn คือ
รวมสถานีวิทยุมากกว่า 120,000 สถานี จากทั่วโลก
ฟังได้ทั้งรายการสด และรายการย้อนหลัง
แค่มีอินเทอร์เน็ตก็เชื่อมโลกทั้งใบเข้ามาในรถคุณได้
นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกให้ฟัง ข่าวสดตลอด 24 ชั่วโมง จากสถานีดัง รวมถึงฟังการถ่ายทอดสดกีฬาได้ด้วย เหมาะมากสำหรับสายกีฬาและคนชอบอัปเดตข่าวสารบนถนน
รองรับทั้ง CarPlay และ Android Auto ใช้งานไม่ยากเลย
สรุป: เลือกแอปให้ตรงสไตล์ ขับรถไกลแค่ไหนก็ไม่เบื่อ
ทั้งหมดนี้คือ 7 แอปฟังเพลงและวิทยุยอดนิยมที่ใช้งานบน CarPlay และ Android Auto ได้ แต่จริง ๆ แล้วยังมีแอปอื่น ๆ อีกมากมายที่รองรับเช่นกัน
ภาพรวมแล้ว
ส่วนใหญ่สามารถใช้งานแบบฟรีได้ แต่จะมีข้อจำกัดบางอย่าง
ถ้าอยากปลดล็อกคุณภาพเสียง ฟีเจอร์ และตัดโฆษณาออก คนส่วนใหญ่จะเลือกแบบเสียค่าบริการรายเดือน
ถ้ารถของคุณเป็นรุ่นท็อปที่มาพร้อมลำโพงคุณภาพดี การลงทุนกับแอปฟังเพลงดี ๆ สักตัวจะทำให้ ทุกการเดินทางกลายเป็นช่วงเวลาฟังเพลงที่ดีที่สุด บนถนนของคุณเลยทีเดียว

