Oslo Opera House ภูเขาน้ำแข็งกลางฟยอร์ดที่สายเที่ยวต้องปักหมุด
กลางเมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์ มีอาคารหนึ่งที่ใครเดินผ่านมาแล้วมักเงยหน้ามองแล้วเผลอหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปแบบอัตโนมัติ ด้วยดีไซน์ที่ดูเหมือนภูเขาน้ำแข็งโผล่ขึ้นมาจากฟยอร์ด
ที่แห่งนั้นคือ โอเปร่าเฮาส์แห่งนอร์เวย์ (Oslo Opera House) ไอคอนสุดล้ำที่ผสมผสานศิลปะ สถาปัตยกรรม และธรรมชาติออกมาได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นแลนด์มาร์กที่คนรักการดูโชว์ การดูคอนเสิร์ต และสายถ่ายรูปจากทั่วโลกต้องแวะมาเยือนให้ได้สักครั้ง
สถาปัตยกรรมที่คุณ “เดินขึ้นไป” ได้จริง
สิ่งที่ทำให้ Oslo Opera House ไม่เหมือนฮอลล์แสดงคอนเสิร์ตที่ไหนในโลก คือแนวคิดการออกแบบให้ตัวอาคารกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองและทะเล ไม่ใช่แค่อาคารที่เอาไว้เดินเข้าไปดูโชว์แล้วก็เดินออก
ผลงานจากบริษัทสถาปนิกชื่อดังระดับโลก Snøhetta ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่คุณเดินเล่นบนตัวมันเองได้ เพราะหลังคาถูกออกแบบให้ลาดเอียงเหมือนเนินเขา เปิดให้คนทั่วไป เดินขึ้นไปบนหลังคา เพื่อชมวิวอ่าวออสโลแบบพาโนรามา 360 องศา
พื้นด้านนอกปูด้วยหินอ่อนสีขาวจากอิตาลี ที่เวลาแดดออกหรือหิมะตกจะแสงระยิบระยับสวยจนแทบไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์ ทำให้อาคารดูโดดเด่นทั้งกลางวันและกลางคืน


ถ้าใครชอบฟีลเดินเล่นชิลๆ พร้อมวิวสวยทุกก้าว ที่นี่คือสวรรค์ของสายเดินชมเมืองตัวจริง
หัวใจของศิลปะการแสดงนอร์เวย์
นอกจากภายนอกที่อลังการเกินต้าน ภายใน Oslo Opera House ยังเป็นบ้านของคณะโอเปร่าและบัลเลต์ระดับชาติของนอร์เวย์อย่าง Norwegian National Opera and Ballet อีกด้วย
ที่นี่มีการแสดงสลับหมุนเวียนตลอดทั้งปี ทั้งโอเปร่าคลาสสิก บัลเลต์ร่วมสมัย ไปจนถึงคอนเสิร์ตจากศิลปินระดับโลก เรียกได้ว่าเป็น ศูนย์กลางศิลปะการแสดงระดับชาติ ที่สายดูโชว์และสายคอนเสิร์ตห้ามพลาด
โรงละครหลักโดดเด่นด้วยระบบเสียงชั้นยอดที่ออกแบบมาเพื่อดึงรายละเอียดของดนตรีและเสียงร้องให้ชัดที่สุด ทุกโน้ต ทุกจังหวะถูกส่งผ่านไปยังคนดูอย่างเต็มอารมณ์
การตกแต่งภายในใช้ไม้โอ๊คธรรมชาติให้โทนอบอุ่น เรียบหรู และสง่างาม กลายเป็นคอนทราสต์ที่ลงตัวกับความขาวสะอาดของภายนอกอาคาร ทำให้แค่เดินเข้าไปนั่งเฉยๆ ก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศของศิลปะในทุกอณู


สำหรับคนที่หลงรักการดูคอนเสิร์ตหรือโชว์ดีๆ การได้มานั่งฟังเพลงในฮอลล์ที่ทั้งสวยและเสียงดีระดับโลกแบบนี้ คือประสบการณ์ที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต
มุมถ่ายรูปปังทุกองศา
ใครสายคอนเสิร์ตที่รักการเก็บโมเมนต์ลงโซเชียล บอกเลยว่า Oslo Opera House คือโลเคชั่นที่ถ่ายยังไงก็รอด
ดีไซน์เน้นเส้นสายคม สะอาดตา พื้นหินอ่อนสีขาวสะท้อนแสง ผนังกระจกใสบานใหญ่ ทำให้คุณได้ทั้งภาพโทนมินิมอลและโมเดิร์นในที่เดียว
ช่วงกลางวัน แสงธรรมชาติจะช่วยดึงเส้นสายสถาปัตยกรรมออกมาอย่างชัดเจน
ช่วงโกเดนไทม์ ใกล้พระอาทิตย์ตกคือเวลาที่บรรยากาศโรแมนติกที่สุด แสงส้มอุ่นๆ กระทบกับพื้นหินอ่อนและผิวน้ำ
ตอนเย็นไฟเริ่มเปิด อาคารจะดูมีมิติขึ้นแบบอบอุ่นและนุ่มนวล
ไม่ว่าคุณจะยืน โพส นั่ง หรือเดินเล่นอยู่บนหลังคา แทบทุกจุดคือมุมถ่ายรูประดับโปสการ์ด



เดินเล่น จิบกาแฟ แล้วค่อยไปดูโชว์ต่อ
รอบๆ ตัวอาคารไม่ได้มีแค่สถาปัตยกรรมสวยๆ ให้เดินดู แต่ยังมีบรรยากาศริมทะเล คาเฟ่ชิคๆ และมุมให้นั่งพักแบบสบายๆ ให้คุณใช้เวลาทั้งช่วงบ่ายไปจนถึงหัวค่ำได้แบบไม่รีบไม่ร้อน
อยากเดินเล่นสูดลมเย็นๆ ก่อนเข้าไปดูการแสดงก็ได้ หรือจะออกมาจิบกาแฟหลังจบคอนเสิร์ตก็ชิลสุดๆ

ไม่ว่าคุณจะมาเช้า สาย บ่าย หรือเย็น บรรยากาศก็ให้ฟีลต่างกันไป แต่มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ ไม่มีคำว่าเบื่อ
ทำไมสายเที่ยวดูคอนเสิร์ตต้องมาให้ได้สักครั้ง
ถ้าคุณกำลังหาโลเคชั่นที่รวมทั้งศิลปะ ดนตรี ธรรมชาติ และดีไซน์สุดว้าวไว้ในที่เดียว โอเปร่าเฮาส์แห่งนอร์เวย์คือคำตอบแบบไม่ต้องคิดเยอะ
สายคอนเสิร์ต: ได้สัมผัสระบบเสียงระดับท็อปในฮอลล์แสดงที่สวยไม่เหมือนใคร
สายสถาปัตย์และศิลปะ: ได้ดูงานออกแบบระดับโลกตั้งแต่ภายนอกจนถึงภายใน
สายถ่ายรูป: ได้ภาพสวยลงโซเชียลได้ทั้งวันทั้งคืนแบบไม่มีซ้ำมุม
สายชิล: เดินเล่นริมฟยอร์ด นั่งคาเฟ่ มองวิวเมืองและทะเลแบบเพลินๆ
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายไหน ที่นี่มีมุมให้ตกหลุมรักแน่นอน และถ้าได้มีโอกาสจองตั๋วดูโชว์สักรอบในทริป รับรองว่า Oslo Opera House จะกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำการดูคอนเสิร์ตที่คุณไม่มีวันลืม

