รับแอปรับแอป

Oslo Opera House แลนด์มาร์กสุดชิคของสายคอนเสิร์ตที่ต้องไปเหยียบสักครั้ง

นพดล แก้วคำ01-30

Oslo Opera House ภูเขาน้ำแข็งกลางฟยอร์ดที่สายเที่ยวต้องปักหมุด

กลางเมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์ มีอาคารหนึ่งที่ใครเดินผ่านมาแล้วมักเงยหน้ามองแล้วเผลอหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปแบบอัตโนมัติ ด้วยดีไซน์ที่ดูเหมือนภูเขาน้ำแข็งโผล่ขึ้นมาจากฟยอร์ด

ที่แห่งนั้นคือ โอเปร่าเฮาส์แห่งนอร์เวย์ (Oslo Opera House) ไอคอนสุดล้ำที่ผสมผสานศิลปะ สถาปัตยกรรม และธรรมชาติออกมาได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นแลนด์มาร์กที่คนรักการดูโชว์ การดูคอนเสิร์ต และสายถ่ายรูปจากทั่วโลกต้องแวะมาเยือนให้ได้สักครั้ง

สถาปัตยกรรมที่คุณ “เดินขึ้นไป” ได้จริง

สิ่งที่ทำให้ Oslo Opera House ไม่เหมือนฮอลล์แสดงคอนเสิร์ตที่ไหนในโลก คือแนวคิดการออกแบบให้ตัวอาคารกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองและทะเล ไม่ใช่แค่อาคารที่เอาไว้เดินเข้าไปดูโชว์แล้วก็เดินออก

ผลงานจากบริษัทสถาปนิกชื่อดังระดับโลก Snøhetta ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่คุณเดินเล่นบนตัวมันเองได้ เพราะหลังคาถูกออกแบบให้ลาดเอียงเหมือนเนินเขา เปิดให้คนทั่วไป เดินขึ้นไปบนหลังคา เพื่อชมวิวอ่าวออสโลแบบพาโนรามา 360 องศา

พื้นด้านนอกปูด้วยหินอ่อนสีขาวจากอิตาลี ที่เวลาแดดออกหรือหิมะตกจะแสงระยิบระยับสวยจนแทบไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์ ทำให้อาคารดูโดดเด่นทั้งกลางวันและกลางคืน

ถ้าใครชอบฟีลเดินเล่นชิลๆ พร้อมวิวสวยทุกก้าว ที่นี่คือสวรรค์ของสายเดินชมเมืองตัวจริง

หัวใจของศิลปะการแสดงนอร์เวย์

นอกจากภายนอกที่อลังการเกินต้าน ภายใน Oslo Opera House ยังเป็นบ้านของคณะโอเปร่าและบัลเลต์ระดับชาติของนอร์เวย์อย่าง Norwegian National Opera and Ballet อีกด้วย

ที่นี่มีการแสดงสลับหมุนเวียนตลอดทั้งปี ทั้งโอเปร่าคลาสสิก บัลเลต์ร่วมสมัย ไปจนถึงคอนเสิร์ตจากศิลปินระดับโลก เรียกได้ว่าเป็น ศูนย์กลางศิลปะการแสดงระดับชาติ ที่สายดูโชว์และสายคอนเสิร์ตห้ามพลาด

โรงละครหลักโดดเด่นด้วยระบบเสียงชั้นยอดที่ออกแบบมาเพื่อดึงรายละเอียดของดนตรีและเสียงร้องให้ชัดที่สุด ทุกโน้ต ทุกจังหวะถูกส่งผ่านไปยังคนดูอย่างเต็มอารมณ์

การตกแต่งภายในใช้ไม้โอ๊คธรรมชาติให้โทนอบอุ่น เรียบหรู และสง่างาม กลายเป็นคอนทราสต์ที่ลงตัวกับความขาวสะอาดของภายนอกอาคาร ทำให้แค่เดินเข้าไปนั่งเฉยๆ ก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศของศิลปะในทุกอณู

สำหรับคนที่หลงรักการดูคอนเสิร์ตหรือโชว์ดีๆ การได้มานั่งฟังเพลงในฮอลล์ที่ทั้งสวยและเสียงดีระดับโลกแบบนี้ คือประสบการณ์ที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต

มุมถ่ายรูปปังทุกองศา

ใครสายคอนเสิร์ตที่รักการเก็บโมเมนต์ลงโซเชียล บอกเลยว่า Oslo Opera House คือโลเคชั่นที่ถ่ายยังไงก็รอด

ดีไซน์เน้นเส้นสายคม สะอาดตา พื้นหินอ่อนสีขาวสะท้อนแสง ผนังกระจกใสบานใหญ่ ทำให้คุณได้ทั้งภาพโทนมินิมอลและโมเดิร์นในที่เดียว

  • ช่วงกลางวัน แสงธรรมชาติจะช่วยดึงเส้นสายสถาปัตยกรรมออกมาอย่างชัดเจน

  • ช่วงโกเดนไทม์ ใกล้พระอาทิตย์ตกคือเวลาที่บรรยากาศโรแมนติกที่สุด แสงส้มอุ่นๆ กระทบกับพื้นหินอ่อนและผิวน้ำ

  • ตอนเย็นไฟเริ่มเปิด อาคารจะดูมีมิติขึ้นแบบอบอุ่นและนุ่มนวล

ไม่ว่าคุณจะยืน โพส นั่ง หรือเดินเล่นอยู่บนหลังคา แทบทุกจุดคือมุมถ่ายรูประดับโปสการ์ด

เดินเล่น จิบกาแฟ แล้วค่อยไปดูโชว์ต่อ

รอบๆ ตัวอาคารไม่ได้มีแค่สถาปัตยกรรมสวยๆ ให้เดินดู แต่ยังมีบรรยากาศริมทะเล คาเฟ่ชิคๆ และมุมให้นั่งพักแบบสบายๆ ให้คุณใช้เวลาทั้งช่วงบ่ายไปจนถึงหัวค่ำได้แบบไม่รีบไม่ร้อน

อยากเดินเล่นสูดลมเย็นๆ ก่อนเข้าไปดูการแสดงก็ได้ หรือจะออกมาจิบกาแฟหลังจบคอนเสิร์ตก็ชิลสุดๆ

ไม่ว่าคุณจะมาเช้า สาย บ่าย หรือเย็น บรรยากาศก็ให้ฟีลต่างกันไป แต่มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ ไม่มีคำว่าเบื่อ

ทำไมสายเที่ยวดูคอนเสิร์ตต้องมาให้ได้สักครั้ง

ถ้าคุณกำลังหาโลเคชั่นที่รวมทั้งศิลปะ ดนตรี ธรรมชาติ และดีไซน์สุดว้าวไว้ในที่เดียว โอเปร่าเฮาส์แห่งนอร์เวย์คือคำตอบแบบไม่ต้องคิดเยอะ

  • สายคอนเสิร์ต: ได้สัมผัสระบบเสียงระดับท็อปในฮอลล์แสดงที่สวยไม่เหมือนใคร

  • สายสถาปัตย์และศิลปะ: ได้ดูงานออกแบบระดับโลกตั้งแต่ภายนอกจนถึงภายใน

  • สายถ่ายรูป: ได้ภาพสวยลงโซเชียลได้ทั้งวันทั้งคืนแบบไม่มีซ้ำมุม

  • สายชิล: เดินเล่นริมฟยอร์ด นั่งคาเฟ่ มองวิวเมืองและทะเลแบบเพลินๆ

ไม่ว่าคุณจะเป็นสายไหน ที่นี่มีมุมให้ตกหลุมรักแน่นอน และถ้าได้มีโอกาสจองตั๋วดูโชว์สักรอบในทริป รับรองว่า Oslo Opera House จะกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำการดูคอนเสิร์ตที่คุณไม่มีวันลืม