รับแอปรับแอป

จาก ‘dream.’ ถึง ‘eyes off u.’: เมื่อ will hyde ใช้เพลงเยียวยาหัวใจคนทั้งโลก

ณรงค์ฤทธิ์ แก้วทอง01-30

will hyde ศิลปินตัวเล็กที่ใช้ตัวอักษรเล็ก แต่ส่งพลังใหญ่

ชื่อของ will hyde อาจดูสะดุดตาตั้งแต่วิธีสะกดที่ตั้งใจไม่ใช้ตัวใหญ่ ทั้งชื่อและนามสกุล แต่เบื้องหลังตัวอักษรเล็กๆ นี้คือศิลปินชาวออสเตรเลียที่สร้างเพลงปลอบประโลมผู้คนมานับไม่ถ้วน

แฟนเพลงชาวไทยหลายคนน่าจะรู้จักเขาผ่านซิงเกิ้ล ‘dream.’ ที่ร่วมงานกับ YENTED วงป็อปนิสัยกวนจากจังหวัดพะเยา และ MRCH ศิลปินสาวชาวเกาหลีเจ้าของเสียงละมุน

นอกจากเพลงดังที่คนไทยคุ้นหู เขายังมีเพลงที่ช่วยเยียวยาใจอีกหลายเพลง อย่างที่หลายคนหลงรักเป็นพิเศษคือ ‘misfit.’ และ ‘6am in amsterdam.’ ที่ถ่ายทอดทั้งความเหงา ความเปราะบาง และความหวังได้อย่างงดงาม

แม้ตอนนี้จะยังไม่มีประกาศคอนเสิร์ตอย่างเป็นทางการ แต่จากพลังของเพลงและความตั้งใจของเขา เชื่อได้เลยว่า การเจอกันแบบตัวเป็นๆ ไม่นานเกินรอแน่นอน

เบื้องหลัง ‘dream.’ เพลงเศร้าที่อยากให้คุณเชื่อว่า “เดี๋ยวมันจะดีขึ้น”

ทุกอย่างเริ่มต้นที่เกาหลีใต้ ตอนที่ will hyde นั่งกินข้าวกับโปรดิวเซอร์ที่ชื่อ LAS ซึ่งได้รู้จักกันผ่านเพื่อนสนิทอย่าง DK จากมื้ออาหารธรรมดาๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการนัดกันไปลองทำเพลงในสตูดิโอ

ช่วงนั้นเขาเพิ่งขึ้นแสดงในมิวสิกเฟสติวัล และได้สัมผัสกับพลังของดนตรีอย่างชัดเจน แม้จะพูดคนละภาษา แต่แฟนๆ ก็เล่าให้ฟังว่าเพลงของเขาเคยช่วยพยุงใจพวกเขาในช่วงชีวิตที่ยากลำบากแค่ไหน ซึ่งสำหรับเขาแล้ว นั่นคือความรู้สึกที่พิเศษสุดๆ

จากประสบการณ์นั้น เขามองย้อนกลับมาว่า ตัวเองมีเพลงเศร้าเยอะมากที่ปลอบประโลมคนได้อยู่แล้ว เลยอยากลองสร้างเพลงที่ ยังมีความหม่น แต่ใส่ความสนุกเข้าไป เพื่อคอยเตือนทุกคนว่า ต่อให้ตอนนี้มันจะหนักหนาแค่ไหน สักวันทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น

การดึง DNA ของ YENTED ใส่ลงไปในเพลง

เขารู้จักและพูดคุยกับ YENTED มาพักใหญ่แล้ว พอเริ่มทำดนตรีสำหรับ ‘dream.’ เขาก็พยายามหาวิธีนำ ไลน์กลอง และ เสียงซินธ์ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ YENTED มาใส่ในเพลง เพื่อให้กลิ่นอายของวงนี้ชัดเจนอยู่ในงานของเขาด้วย

หลังส่งเดโม่ไปให้ ต้องรอคำตอบอยู่นานจนเริ่มแอบนอยด์ กลัวว่าพวกเขาอาจไม่ชอบ แต่สุดท้าย YENTED ก็ตอบกลับมาพร้อมบอกว่าชอบเวอร์ชั่นนี้มาก และจัดการอัดโวคอลส่งกลับมาให้แบบจัดเต็ม

เมื่อสามภาษาอยู่ในเพลงเดียวกันได้อย่างสวยงาม

หลังจากนั้น เขาได้เจอกับ MRCH ที่เกาหลีผ่านการแนะนำของเพื่อนชื่อ อึนชา ซึ่งบอกว่าเธอเป็นศิลปินที่มีพรสวรรค์มาก ทั้งสองได้นั่งกินข้าว พูดคุย และเล่นมุกกันกับคำว่า “좋은분위기” ที่มีความหมายประมาณว่า ไวบ์ดีๆ

เขาตัดสินใจใส่คำนี้ลงในท่อนคอรัส และ MRCH ก็ยอมร้องคำนี้ออกมาด้วยความเต็มใจ กลายเป็นความสนุกแบบเล็กๆ ที่เติมความพิเศษให้ทั้งเพลง

สำหรับ will hyde การที่เพลงหนึ่งเพลงมี สามภาษา อยู่ร่วมกันได้ คือสิ่งที่เขามองว่าสวยงามมาก เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่า ดนตรีคือภาษาสากลจริงๆ

เขาเชื่อว่า เพลงหนึ่งเพลงสามารถช่วยชีวิตคนได้ และการใส่หลายภาษาลงไปในเพลง อาจช่วยให้บทเพลงนั้นเข้าถึงหัวใจผู้คนได้มากยิ่งขึ้นไปอีก

จากความสำเร็จที่ทำให้ว่างเปล่า สู่ศิลปินที่อยากเยียวยาคนอื่น

ก่อนจะมาเป็นศิลปินเดี่ยวอย่างทุกวันนี้ will hyde เคยตั้งวงดนตรีตั้งแต่ยังเด็ก วงของเขาประสบความสำเร็จในออสเตรเลียแบบจริงจัง ทั้ง

  • เพลงติดชาร์ตวิทยุ

  • ได้รับรางวัลการันตีหลายเวที

  • ได้ร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Visa

ทุกอย่างฟังดูเหมือนความฝันของเด็กที่อยากเป็นศิลปิน แต่ในความเป็นจริง เขากลับรู้สึก ว่างเปล่า และ ไม่มีอะไรเติมเต็มตัวเองได้เลย

เขาได้เห็นสิ่งต่างๆ ที่หลายคนเชื่อว่าจะทำให้มีความสุข ทั้งเงิน ชื่อเสียง และความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่สำหรับเขา สิ่งเหล่านั้นกลับทำให้รู้สึก โหวงเหวงกว่าเดิม

ช่วงที่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จที่สุด กลับกลายเป็นช่วงที่เขา ดีเพรสและอยู่ไม่สุขที่สุดในชีวิต

เมื่อดนตรีไม่ทำให้มีความสุข เขาเคยคิดจะเลิกเล่นจริงๆ

ด้วยความรู้สึกสับสนและว่างเปล่า เขาตัดสินใจถอยห่างจากดนตรีจริงจัง และเคยคิดจะเลิกเล่นไปเลย เพราะถ้าสิ่งนี้ไม่ทำให้เขามีความสุข แล้วเขาจะฝืนทำต่อไปเพื่ออะไร

แต่ระหว่างที่มองย้อนกลับมาหาตัวเอง เขากลับค้นพบว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงของการทำเพลงสำหรับเขา คือ การช่วยเหลือคนอื่นที่กำลังรู้สึกแบบเดียวกับเขา ทั้งความเคว้งคว้าง สูญเสีย และความไม่เป็นสุขที่อธิบายออกมาทั้งหมดไม่ได้

เขาเริ่มตั้งใจใหม่ว่า อยากทำเพลงที่ทำให้คนฟัง รู้สึกโอเคกับความบอบบางของตัวเอง เพราะในมุมมองของเขา ความเปราะบางเหล่านี้แหละคือสิ่งที่เชื่อมโยงมนุษย์เข้าหากัน ถ้าเราเลือกที่จะโอบรับมัน

นี่คือเหตุผลที่เขาไม่เลิกทำเพลง และยังคงเขียนและร้องออกมาจากความรู้สึกลึกๆ ในใจของตัวเองจนถึงทุกวันนี้

ความฝันในฐานะศิลปิน: จากสุขภาพจิตสู่สเตเดี้ยมโชว์

เป้าหมายของ will hyde ไม่ได้หยุดอยู่แค่การมีเพลงฮิต เขาอยากสร้าง แรงกระเพื่อมทางอารมณ์ ให้คนฟังรู้สึกดีกับความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น และอยากให้บทสนทนาเรื่อง สุขภาพจิต เกิดขึ้นอย่างเปิดเผยกว่านี้

เพื่อทำแบบนั้นให้ได้ เขารู้ดีว่าต้องไปให้ไกลพอที่จะมีอิทธิพลมากพอจะสร้างแรงสั่นสะเทือนระดับนั้น ซึ่งในเชิงรูปธรรม หมายถึง

  • การมี สเตเดี้ยมโชว์ เป็นของตัวเอง

  • การมีเพลงฮิตที่ถูกเปิดอย่างต่อเนื่องทั้งในคลื่นวิทยุและแพลตฟอร์มสตรีมมิง

  • การทำงานอย่างต่อเนื่องกับศิลปินที่สร้างแรงบันดาลใจให้เขา

  • การออกไปเล่นตาม มิวสิกเฟสติวัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลีใต้ ให้มากขึ้น

เขาอยากไม่เพียงแค่เห็นแฟนๆ จากบนเวที แต่ยังอยาก ฟังเรื่องราวของพวกเขาแบบตัวต่อตัว ด้วย เพราะสำหรับเขา ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินกับคนฟังคือของจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขสตรีมมิง

อินดี้ป็อปที่เล่าเรื่องจากใจแบบไม่กรอง

ถ้าให้เขานิยามสไตล์ของตัวเอง เขาเรียกดนตรีของตัวเองว่า อินดี้ป็อปที่เล่าเรื่องอย่างจริงใจเพื่อสะท้อนความคิดภายในใจ

ไม่ใช่แค่เมโลดี้ติดหู หรือโปรดักชันที่ฟังแล้วสบาย แต่คือเพลงที่เหมือนการเปิดสมุดบันทึกของตัวเองให้คนอื่นได้อ่านอย่างไม่ปิดบังความเปราะบาง

แฟนๆ ที่ไม่ใช่แค่ผู้ฟัง แต่คือคนที่เขาผูกพันจริงๆ

ความสัมพันธ์ระหว่าง will hyde กับแฟนๆ คืออีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เขามีพลังจะเดินต่อ เขาบอกชัดเจนว่ารักและซาบซึ้งกับทุกข้อความที่ได้รับจากแฟนเพลง ไม่ว่าจะส่งมาที่แพลตฟอร์มไหนก็ตาม

สิ่งที่เขาประทับใจเป็นพิเศษคือปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัว อย่างเช่น

  • แฟนๆ มอบสร้อยข้อมือที่มีเนื้อเพลงของเขาอยู่บนเส้นเชือกเล็กๆ

  • การได้เห็นรูปของตัวเองที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่ แต่มีแฟนหยิบมาให้ดูด้วยรอยยิ้ม

สำหรับเขา โมเมนต์เล็กๆ พวกนี้บอกชัดเจนว่า แฟนเพลงใส่ใจเขามากแค่ไหน และในขณะเดียวกัน เขาก็อยากให้ทุกคนรู้ว่า เขาเองก็แคร์แฟนๆ ไม่แพ้กัน

เมื่อเกลียดชังถาโถม เขาเลือกตอบกลับด้วยการให้อภัย

โลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ที่สวยงามตลอดเวลา will hyde เองก็ต้องเจอกับคอมเมนต์แย่ๆ เหมือนกัน เขายอมรับว่าบางข้อความ รุนแรงจนช็อก โดยเฉพาะคอมเมนต์จากคอมมิวนิตี้ส่วนตัว ที่ถึงขั้นบอกให้เขาไปตา-ย

แต่แทนที่เขาจะตอบโต้แบบใช้อารมณ์ เขาเลือกที่จะ

  • สวดภาวนาให้คนที่ส่งความเกลียดชังมา

  • ให้อภัย และไม่เก็บคำนั้นมาทำร้ายตัวเองซ้ำ

ในมุมของเขา คนที่พูดอะไรออกมารุนแรง มักสะท้อนภาวะภายในจิตใจของตัวเองมากกว่าจะสะท้อนความเป็นจริงของเขา ถ้าเพลงของเขาไม่ได้เกิดมาเพื่อคนกลุ่มนั้น เขาก็แค่สงสารที่พวกเขาเลือกจะโปรยความเกลียดชังออกไป

เขาเชื่อว่า ความรักมีพลังเยียวยาความเกลียดชังได้ และย้ำเสมอว่าเขาซาบซึ้งกับคอมมิวนิตี้ของตัวเองมากที่ส่วนใหญ่คอยสนับสนุนและยืนอยู่ข้างๆ อย่างอบอุ่นตลอดมา

สารจากหัวใจถึงแฟนเพลงชาวไทย

สำหรับแฟนๆ ในประเทศไทย will hyde ฝากความรู้สึกมาด้วยความตื่นเต้นเต็มเปี่ยม เขาบอกว่า

  • ดีใจมากกับทุกการสนับสนุนที่ทุกคนมอบให้กับเพลง ‘dream.’ ที่เขาทำร่วมกับ YENTED และ MRCH

  • ตื้นตันใจจริงๆ กับการตอบรับจากแฟนๆ ชาวไทย

  • ตื่นเต้นสุดๆ ที่จะได้มาเยือนเมืองไทยเป็นครั้งแรก

เขาตั้งใจรอวันที่จะได้ขึ้นเวทีต่อหน้าทุกคน และอยากพบแฟนๆ แบบเห็นหน้ากันชัดๆ พร้อมย้ำว่า “อย่าลืมนะครับว่าคุณเป็นที่รักเสมอ”

‘eyes off u.’ เพลงใหม่ที่อยากให้ฟังในทุกอารมณ์ของชีวิต

นอกจาก ‘dream.’ เขายังมีข่าวดีมาฝากอีกอย่าง คือเพลงใหม่ชื่อ ‘eyes off u.’ ที่ทำร่วมกับ Patrick Brasca และ Dress ซึ่งถูกปล่อยออกมาให้ฟังกันแล้ว

เขาหวังว่าไม่ว่าคุณกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน หรือกำลังทำอะไรอยู่ในชีวิต เพลงนี้จะช่วยเติมความสุขเล็กๆ ให้กับวันของคุณ และเชื่อว่าต้องมีสักช่วงเวลาในชีวิตที่คุณ รู้สึกแบบเดียวกับเพลง ‘eyes off u.’ อย่างแน่นอน

ท้ายที่สุด เขาฝากความหวังว่าจะได้เจอทุกคนที่คอนเสิร์ตในประเทศไทยในเร็วๆ นี้ และปิดท้ายด้วยความรักที่ส่งตรงถึงทุกคนที่กำลังฟังเพลงของเขาอยู่ในตอนนี้

สำหรับใครที่กำลังรู้สึกเปราะบาง เหนื่อย หรือโหวงในแบบอธิบายไม่ได้ บางทีเพลงของ will hyde อาจไม่ใช่แค่เพลง แต่มันอาจเป็นเพื่อนที่เข้าใจคุณมากกว่าที่คิดก็ได้