เปิดกล้อง “เลี้ยงรุ่น” หนังไทยไอเดียจัดจ้าน
ผู้กำกับ ป้าโน๊ต กฤษ อินสมพันธ์ เล่าแบบชัด ๆ ว่า ภาพยนตร์เรื่อง “เลี้ยงรุ่น” ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเล่าเรื่องของแตงโม ภัทรธิดา โดยตรงแต่อย่างใด
แต่ยอมรับว่าบางฉากอาจทำให้หลายคนรู้สึกคุ้น ๆ เช่น ฉากที่นางเอกพลัดตกน้ำเสียชีวิต แล้วกลุ่มเพื่อน ๆ กลับหนีหายไปจากเหตุการณ์นั้น
หยิบดราม่าจากข่าวจริง มาเล่าในฟอร์มหนังสนุก
ทีมงานนำหลายเหตุการณ์ที่เคยเป็นข่าวจริงในสังคมมาใช้เป็นวัตถุดิบในบทภาพยนตร์
การดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาด
ประเด็นสารไซยาไนด์
บรรยากาศปาร์ตี้สุดเหวี่ยง
เคสจมน้ำเสียชีวิต
ทั้งหมดถูกเอามาเรียบเรียงใหม่ให้กลายเป็นเรื่องแต่งที่ดูสนุกแต่แฝงสาระ สะท้อนให้เห็นว่า โลกภายนอกไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด และผู้สร้างย้ำชัดว่าไม่มีเจตนาพาดพิงบุคคลใดโดยเฉพาะ
หนังเดียวแต่ได้ฟีลเหมือนดู 3 เรื่อง
“เลี้ยงรุ่น” ถูกเล่าออกมาในฟอร์ม หนัง 3 ตอน 3 รส ภายในเรื่องเดียว ใครซื้อตั๋วเท่ากับได้ดูหนังเหมือน 3 เรื่องในราคาเดียว
ช่วงนี้แทบไม่มีหนังไทยแนว 3 ตอนให้ดู ผู้กำกับเลยมั่นใจว่าใครได้เข้าไปชมจะรู้สึกคุ้มสุด ๆ เพราะแต่ละตอนให้รสชาติที่แตกต่างกันชัดเจน
ทรายสก๊อตไม่ใช่แค่รับเชิญ โผล่ทุกตอน!
ระหว่างถ่ายทำ หลายคนสงสัยว่าทรายสก๊อตมาแค่รับเชิญหรือเปล่า แต่ความจริงคือ เธอคือคีย์หลักของเรื่อง
ทรายสก๊อตโผล่ในทุกตอน เป็นตัวเชื่อมทั้ง 3 พาร์ตให้กลายเป็นหนังเรื่องเดียวกัน แถมยังมีซีนเยอะจนเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของเรื่องนี้
ยกทัพอินฟลูเอนเซอร์และนักแสดงสายวาย
ในหนังยังขนทัพ influencer และคนดังจากหลากหลายสายมาร่วมแจม
ฮาเล่ย์โฮสตัวท็อป
ลิลลี่เหงียน
ทรายสก๊อต
นัท นิสามณี สดเส้นด้าย
อาย วราไพรินทร์
คอปเตอร์–คิมม่อน พระเอกจากสายซีรี่ส์วาย
แค่รายชื่อก็ชวนยิ้มแล้ว ทุกคนเล่นปล่อยของกันเต็มที่ ทำให้โทนหนังดูสนุก คึกคัก และมีสีสันมากขึ้น
อาถรรพ์-ความกลัว-และการทำบุญแก้เครียด
ส่วนเรื่องความลี้ลับก็มีให้ชวนขนลุกบ้าง โดยเฉพาะบทของ กัสจัง ณัฐภัสสร จรัญพุฒิพัฒน์ ที่ต้องเล่นเป็นดาราสาวตกน้ำตาย
กัสจังยอมรับว่ากังวลมาก เพราะบทมันชวนให้นึกถึงคดีดัง และตัวเธอเองก็เป็นคนกลัวผี เธอถึงขั้นมาถามผู้กำกับตรง ๆ ว่า
บทนี้มันคล้ายคดีดังเลย หนูกลัว
ผู้กำกับก็อธิบายว่า บทนี้ไม่ได้คือแตงโม แต่เป็นเหตุการณ์สมมติที่ตั้งใจ สะท้อนปัญหาสังคมและความไม่ปลอดภัย ทั้งเรื่องการดื่มหนัก การถูกวางยา หรือความเสี่ยงเวลาไปปาร์ตี้ ที่ทุกคนควรระวังตัวให้มาก
แม้จะได้รับคำอธิบายแล้ว แต่กัสจังก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ทีมงานเลยพาไปทำบุญหลายแห่ง เพื่อให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและเล่นได้เต็มที่
คะแนนพรีเทสต์พุ่ง 8.7 แต่ละตอนคนละอารมณ์
หลังจากเปิดรอบทดลองฉาย (pretest) กระแสตอบรับออกมาดีเกินคาด คะแนนรวมพุ่งไปถึง 8.7
เพราะหนังมี 3 ตอน ทำให้คนดูแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน บางคนอินตอนที่ 1 บางคนชอบตอนที่ 2 ส่วนบางคนหลงรักตอนที่ 3 แบบสุดตัว
โทนอารมณ์ของแต่ละตอนก็แตกต่างกันชัดเจน
ตอนที่ 1 : หลอน ๆ ชวนเสียวสันหลัง
ตอนที่ 2 : อึมครึม ดาร์ก ๆ อารมณ์โรคจิตหน่อย ๆ
ตอนที่ 3 : ปล่อยของสายฮา เป็นตลกล้วน ๆ
ความหลากหลายของอารมณ์นี่แหละ ที่ทำให้คนดูรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ไม่จำเจ และคุ้มกับเวลาในโรง
ชวนดูหนังไทย “เลี้ยงรุ่น” บนจอใหญ่
ทีมผู้สร้างฝากบอกว่า อยากให้ทุกคนลองให้โอกาสหนังไทยอีกครั้ง เชื่อว่าคนดูจะไม่ผิดหวังกับ “เลี้ยงรุ่น” ทั้งในแง่ความบันเทิงและมุมสะท้อนสังคม
ใครอยากลองสัมผัสความหลอน ปนดาร์ก ปนฮา ในหนังเรื่องเดียวกัน ก็เตรียมตัวไปหัวเราะและลุ้นไปพร้อมกันกับ “เลี้ยงรุ่น” ในโรงภาพยนตร์ได้เลย

