รับแอปรับแอป

เคลียร์ทุกขั้นตอน Visit Japan Web 2025: คู่มือกรอกให้ผ่านรัวๆ ตั้งแต่เครื่องลงจนถึงออกด่านศุลกากร

ธนพล ศรีสวัสดิ์01-31

เตรียมตัวเข้าแดนอาทิตย์อุทัยให้ลื่น ด้วย Visit Japan Web

การจะบินไปญี่ปุ่นสมัยนี้ ไม่ได้มีแค่วีซ่าและตั๋วเครื่องบินเท่านั้นที่ต้องจัดการ แต่ยังมีด่านสำคัญในสนามบินญี่ปุ่นอีก 3 ด่าน คือ

  • ด่านกักกันโรค (Quarantine)

  • ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Immigration)

  • ด่านศุลกากร (Customs)

ข่าวดีคือ เราสามารถกรอกข้อมูลทุกอย่างล่วงหน้าทางออนไลน์ผ่านระบบ Visit Japan Web แล้วเอา QR Code ไปสแกนที่สนามบินได้เลย ช่วยลดเวลา ไม่ต้องมายืนเขียนกระดาษหน้าเคาน์เตอร์ให้ลน

บทความนี้คือ คู่มืออัปเดตปี 2025 พาไล่ทุกขั้นตอนแบบละเอียด ตั้งแต่สร้างแอคเคาต์ไปจนถึงใช้ QR Code ที่สนามบิน และปิดท้ายด้วยการทำ Tax-free QR Code สำหรับสายช้อป

Visit Japan Web คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

Visit Japan Web คือระบบออนไลน์ของรัฐบาลญี่ปุ่น สำหรับลงทะเบียนข้อมูลผู้เดินทางล่วงหน้า ครอบคลุมทั้ง

  • ข้อมูลสำหรับ Immigration (ด่านตรวจคนเข้าเมือง)

  • ข้อมูลสำหรับ Customs (ด่านศุลกากร)

รองรับทั้ง

  • นักท่องเที่ยวและผู้เดินทางจากต่างประเทศ

  • คนญี่ปุ่นที่เดินทางกลับประเทศ

นอกจากใช้ผ่านด่านสนามบินแล้ว ยังสามารถใช้ลงทะเบียนเพื่อขอ Tax-Free และรับเป็น QR Code สำหรับใช้สแกนที่ร้านค้าปลอดภาษีได้อีกด้วย

เมื่อกรอกข้อมูลใน Visit Japan Web ครบ ระบบจะออก QR Code ให้เราใช้สแกนที่เครื่องอ่านในสนามบินหรือที่ร้านค้า ทำให้ขั้นตอนต่างๆ เร็วและง่ายขึ้นมาก

ของที่ต้องเตรียมก่อนลงทะเบียน Visit Japan Web

ก่อนจะเริ่มลงทะเบียน แนะนำให้เตรียมข้อมูลเหล่านี้ให้พร้อม

  • อีเมล: ใช้สำหรับสมัครแอคเคาต์และล็อกอินเข้าระบบ

  • หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต): ใช้กรอกข้อมูลส่วนตัวและเลขที่พาสปอร์ต

  • กำหนดการเดินทาง: วันที่เดินทางถึงญี่ปุ่น และระยะเวลาที่พำนัก

  • ตั๋วเครื่องบิน: ชื่อสายการบิน และหมายเลขเที่ยวบิน

  • ที่พักในญี่ปุ่น: ชื่อที่พัก / โรงแรม ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อ

หมายเหตุสำคัญ

  • ไม่ลงทะเบียน Visit Japan Web ก็ยังเข้าญี่ปุ่นได้ โดยกรอก ใบสีเหลือง 2 ใบ แบบเดิมที่สนามบิน แต่บางสายการบินไม่แจกบนเครื่องแล้ว ทำให้ต้องมานั่งกรอกหน้า ตม. ซึ่งกินเวลาอยู่เหมือนกัน

  • แนะนำให้ลงทะเบียนผ่าน สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เพราะสามารถใช้กล้องสแกนหน้าพาสปอร์ตแล้วดึงข้อมูลอัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งพิมพ์เองทุกช่อง

ขั้นตอน 0: สร้างแอคเคาต์และล็อกอินเข้า Visit Japan Web

ก่อนอื่นต้องมีแอคเคาต์ในระบบ Visit Japan Web ก่อน จึงจะเริ่มกรอกข้อมูลได้

0.1 สมัครแอคเคาต์ใหม่

  • เข้าเว็บไซต์ Visit Japan Web ผ่านเบราว์เซอร์ (เฉพาะเว็บเท่านั้น หลีกเลี่ยงแอปฯ ปลอมทุกชนิด)

  • คลิกปุ่ม “Sign up for a new account”

  • ติ๊กยอมรับ “I agree to the Terms of Use” และ “I agree to the Privacy Policy” แล้วกด “Next”

  • กรอก Email และ Password แล้วติ๊ก “I am human” จากนั้นกด “Create account”

0.2 ยืนยันอีเมลและเข้าสู่ระบบ

  • ใส่โค้ดยืนยันที่ได้รับในอีเมล แล้วคลิก “Check” เพื่อยืนยันการสมัคร
    หากใส่อีเมลผิด ให้เริ่มใหม่โดยกด “Sign up for a new account”

  • คลิก “Go To Login Screen” ไปยังหน้าเข้าสู่ระบบ

  • ใส่ Email และ Password จากนั้นคลิก “Login” เพื่อเข้าสู่หน้า Home ของ Visit Japan Web

ขั้นตอน 1: ลงทะเบียนข้อมูลผู้เดินทาง (Your Details)

การกรอกข้อมูลผู้เดินทางคือการบันทึกโปรไฟล์ของเราไว้ในระบบ ให้ใช้ข้อมูลจริงตามพาสปอร์ตทุกอย่าง

1.1 เริ่มลงทะเบียนข้อมูลส่วนตัว

  • คลิกเมนู “Your Details” เพื่อเริ่มกรอกข้อมูลของตัวเอง
    หากเดินทางพร้อมครอบครัว สามารถใช้ “Details of family members traveling with you” สำหรับสมาชิกที่ลงทะเบียนเองไม่ได้ เช่น เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ

  • ตอบคำถามในหัวข้อ Entry/return procedure category ตามประเภทการเข้าประเทศ
    สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยทั่วไป สามารถตอบ No ใน 2 ข้อแรกได้

  • ในหัวข้อ “Tax-free QR Code” จะเลือก Yes หรือ No ก็ได้ หากเลือก Yes คือเตรียมตัวสร้าง QR Code สำหรับใช้ที่ร้าน Tax-free ในภายหลัง แต่หากไม่ลงทะเบียน ก็ยังใช้พาสปอร์ตตัวจริงสำหรับ Tax-free ได้ตามปกติ

จากนั้นเลือกวิธีการลงทะเบียนข้อมูลพาสปอร์ต แนะนำให้ใช้

  • “Scan with camera” แล้วใช้กล้องสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตสแกนหน้าพาสปอร์ต ระบบจะดึงข้อมูลมาให้โดยอัตโนมัติ

1.2 ตรวจสอบข้อมูลจากพาสปอร์ต

หลังจากสแกนพาสปอร์ต ระบบจะแสดงข้อมูลอัตโนมัติ ให้เช็กให้ครบ

  • หมายเลขหนังสือเดินทาง

  • นามสกุล

  • ชื่อจริง

  • สัญชาติ

  • วันเดือนปีเกิด

  • วันหมดอายุพาสปอร์ต

หากถูกต้องแล้ว กด “Next”

1.3 กรอกข้อมูลพื้นฐาน (Basic Information)

กรอกข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับตัวเรา แล้วกด “Next”

  • อาชีพ (เช่น Company Employee เป็นต้น)

  • ที่อยู่: ประเทศ — ใส่ THAILAND

  • ที่อยู่: เมือง — ใส่ชื่อจังหวัดเป็นภาษาอังกฤษ เช่น BANGKOK

1.4 ที่พักในญี่ปุ่น (กรอกหรือข้ามได้)

ส่วนนี้เป็นข้อมูลที่อยู่ประจำในญี่ปุ่น ใครยังไม่มีที่พักแน่นอน หรือไม่ได้พักที่เดิมทุกครั้ง สามารถเว้นว่างได้ แต่ถ้ามีข้อมูลพร้อม ให้กรอกแล้วกด “Next”

  • รหัสไปรษณีย์ (กรอกแล้วกด “Enter automatically using postal code” ระบบจะเติมจังหวัดและเมืองให้เอง)

  • จังหวัด

  • เมือง

  • ที่อยู่

  • ชื่อโรงแรม/ที่พัก

  • เบอร์โทรศัพท์

1.5 ตรวจสอบและบันทึก

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ให้ตรวจสอบข้อมูลรอบสุดท้าย แล้วกด “Register”

หากหน้าจอขึ้น “Register complete” แปลว่าลงทะเบียนโปรไฟล์เสร็จแล้ว จากนั้น

  • คลิก “Check whether or not you need to apply for a VISA” เพื่อเช็กว่าต้องขอวีซ่าหรือไม่ (จะขึ้นเฉพาะคนที่ตอบ No ในหัวข้อ Re-entry permit confirmation)

  • ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวไทยที่อยู่ไม่เกิน 15 วัน ให้ตอบ No ในส่วนวีซ่า แล้วกด “Back to Home” กลับสู่หน้าแรก

ขั้นตอน 2: ลงทะเบียนกำหนดการเดินทาง (Trip Plan)

เมื่อข้อมูลตัวเราเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการลงรายละเอียดของทริปในครั้งนี้

2.1 สร้างแผนการเดินทางใหม่

  • คลิก “Register new planned entry/return” เพื่อเริ่มกรอกข้อมูลทริป

2.2 กรอกข้อมูลทริป

กรอกข้อมูลตามตั๋วเครื่องบินและแผนเดินทาง แล้วกด “Next”

  • ชื่อทริป (ตั้งอะไรก็ได้ เช่น OSAKA 2025)

  • วันที่เดินทางถึงญี่ปุ่น

  • ชื่อสายการบิน (เลือกจากตัวเลือก เช่น XJ: THAI AIRASIA X(TAX))

  • หมายเลขเที่ยวบิน (ใส่เฉพาะตัวเลข เช่น 612)

  • เมืองต้นทางที่ออกเดินทาง (เช่น BANGKOK)

2.3 ข้อมูลที่พักในญี่ปุ่น

หากทริปนี้พักหลายที่ แนะนำให้ใช้ที่พักคืนแรกหรือที่พักหลักเป็นข้อมูลอ้างอิง กรอกเสร็จแล้วกด “Next”

  • รหัสไปรษณีย์ (กรอกแล้วกด “Enter automatically using postal code” เพื่อให้ระบบเติมจังหวัดและเมือง)

  • จังหวัด

  • เมือง

  • ที่อยู่

  • ชื่อโรงแรมหรือที่พัก

  • เบอร์โทรศัพท์

หากได้กรอกข้อมูลที่พักไว้แล้วในขั้นตอน Your Details ระบบอาจดึงมาให้โดยอัตโนมัติ ช่วยประหยัดเวลาไปอีกขั้น

2.4 บันทึกแผนการเดินทาง

ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด แล้วกด “Register plan”
จากนั้นคลิกไปต่อที่ “Japan entry/return procedure” เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนกรอกข้อมูลสำหรับใช้ผ่านด่านสนามบินจริง

ขั้นตอน 3: ลงทะเบียนข้อมูลสำหรับเข้าประเทศญี่ปุ่น

ขั้นตอนนี้คือหัวใจของ Visit Japan Web เพราะเป็นข้อมูลที่ใช้กับทั้ง ด่านกักกันโรค, Immigration และ Customs

3.1 กรอกข้อมูลด้านสุขภาพ (Quarantine)

  • คลิก “Quarantine (Confirmation of Health Condition)” เพื่อไปหน้าคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ

  • ตอบคำถามตามความเป็นจริง
    ถ้าไม่มีอาการป่วยหรือปัญหาสุขภาพตามที่ระบุสามารถตอบ No ได้ทั้งหมด

ปัจจุบัน ไม่ต้องลงทะเบียนข้อมูลวัคซีนโควิด-19 สำหรับด่าน Quarantine แล้ว

3.2 กรอกข้อมูลสำหรับ Immigration และ Customs

  • คลิก “Immigration clearance and Customs declaration” เพื่อไปยังแบบฟอร์มสำแดงข้อมูล

  • อ่านรายละเอียดเงื่อนไขให้ครบ แล้วคลิก “Next” เพื่อไปหน้ากรอกข้อมูล

3.3 ข้อมูลทั่วไปและการเดินทางเข้าญี่ปุ่น

กรอกข้อมูลส่วนตัวหลักๆ อีกครั้ง พร้อมข้อมูลเที่ยวบิน แล้วกด “Next”

  • อาชีพ

  • ประเทศและเมืองที่พำนัก (เช่น THAILAND / BANGKOK)

  • วันที่เดินทางถึงญี่ปุ่น

  • รหัสเที่ยวบิน (เช่น XJ612)

  • เมืองต้นทาง (เช่น BANGKOK)

3.4 ข้อมูลที่พักในญี่ปุ่น (ที่ใช้กับ Immigration & Customs)

กรอกข้อมูลที่พัก แล้วกด “Next”

  • รหัสไปรษณีย์

  • จังหวัด

  • เมือง

  • ที่อยู่

  • ชื่อโรงแรมหรือที่พัก

  • เบอร์โทรศัพท์

หากเคยกรอกในขั้นตอนที่ 2 ระบบมักจะเติมข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ ทำให้ขั้นตอนนี้เหลือแค่ตรวจสอบความถูกต้อง

3.5 วัตถุประสงค์และระยะเวลาพำนัก

กรอกข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทาง แล้วกด “Next”

  • วัตถุประสงค์ในการเดินทาง (เช่น tourism)

  • ระยะเวลาที่จะอยู่ในญี่ปุ่น (แยกเป็น ปี / เดือน / วัน เช่น 0 ปี 0 เดือน 7 วัน)

3.6 แบบฟอร์ม Disembarkation Card For Foreigner

ระบบจะให้ตอบคำถามในหัวข้อ Disembarkation Card For Foreigner ซึ่งก็คือแบบฟอร์มลงจากเครื่องสำหรับชาวต่างชาตินั่นเอง

  • หากไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเข้าประเทศ ไม่เคยทำผิดกฎหมาย หรือไม่ได้พกของต้องห้ามมา สามารถตอบ No ได้ทุกข้อ

เช็กข้อมูลทุกอย่างให้เรียบร้อย แล้วติ๊กช่องยืนยัน

  • ทำเครื่องหมายที่ “The above entry is true and correct”

  • กด “Register plan”

หากหน้าจอขึ้น “Registration complete” แสดงว่าลงทะเบียนขั้นตอนการเข้าประเทศเสร็จแล้ว รอใช้ QR Code ที่สนามบินได้เลย

ขั้นตอน 4: ใช้ QR Code ที่สนามบินญี่ปุ่น

เมื่อกรอก Immigration clearance และ Customs Declaration ครบ ระบบจะสร้าง QR Code ให้ใช้งานได้ทันที

  • ใช้ที่ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) แทนการกรอก Disembarkation Card แบบกระดาษ

  • ใช้ที่ ด่านศุลกากร (Customs) แทนใบสีเหลือง Customs Declaration

ปัจจุบัน ไม่ต้องใช้ QR Code สำหรับด่านกักกันโรค (Quarantine) แล้ว

4.1 วิธีเปิด QR Code ใน Visit Japan Web

  • เข้าเมนู “Japan entry/return procedure” แล้วกด “Display QR Code”

  • อ่านข้อควรระวังให้ครบ แล้วคลิก “Agree and display the QR code”

  • หน้าจอจะแสดง QR Code สำหรับใช้สแกนที่ด่านต่างๆ
    หากต้องการกลับไปหน้าเดิมโดยไม่แสดง QR Code ให้กด “Back to Entry/Return Procedure”

เคล็ดลับหน้างาน

  • สามารถ แคปหน้าจอ QR Code เก็บไว้เผื่ออินเทอร์เน็ตรวนหรือโหลดหน้าเว็บไม่ขึ้น

  • ที่ด่านศุลกากรจะมีแยกแถวระหว่างผู้ใช้ QR Code และผู้ใช้ ใบสีเหลือง Customs Declaration เลือกเข้าคิวตามแบบที่เราจะใช้ยื่นเอกสาร

ขั้นตอน 5: ลงทะเบียน Tax-free QR Code (ไม่บังคับ แต่สายช้อปควรมี)

หลังจากผ่านด่านต่างๆ เข้าญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถลงทะเบียนเพื่อสร้าง Tax-free QR Code สำหรับใช้ที่ร้าน Tax-free แทนการยื่นพาสปอร์ตตัวจริงในทุกครั้งที่จ่ายเงิน

การลงทะเบียนส่วนนี้เป็น ตัวเลือกเสริม ไม่ทำก็ยังช้อปแบบ Tax-free ได้ตามปกติด้วยพาสปอร์ตเหมือนเดิม

วิธีลงทะเบียน Tax-free QR Code

ขั้นตอนหลักมีดังนี้

  • จากหน้า Home ให้คลิก “Preparation for tax-free procedures”

  • คลิก “Create a Tax-free QR Code” เพื่อเริ่มสร้าง QR
    ถ้ายังไม่เคยลงทะเบียนรูปถ่ายใบหน้าจากพาสปอร์ต ให้คลิก “register the photo of your face in your passport” ก่อน

  • ตรวจสอบข้อมูล แล้วคลิก “Next” เพื่อสแกน QR Code จากตราประทับอนุญาตเข้าประเทศ (Landing Permission Seal) ที่ติดในพาสปอร์ต

  • เมื่อตรวจสอบข้อมูลครบแล้ว ให้คลิก “Register” จากนั้นหน้าจอจะขึ้น “Registration complete” แปลว่าพร้อมใช้ Tax-free QR Code ได้แล้ว

วิธีใช้ Tax-free QR Code ที่ร้านค้า

  • เข้าเมนู “Preparation for tax-free procedures” แล้วกด “Display QR Code”

  • ตรวจสอบข้อมูล แล้วกด “Next” เพื่อแสดง Tax-free QR Code

  • บอกร้านค้าว่าจะใช้ Tax-free QR Code แล้วให้พนักงานสแกนจากหน้าจอ
    หากไม่ต้องการแสดงแล้ว สามารถกด “Back to Preparation for tax-free procedures” เพื่อกลับ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ Tax-free QR Code

  • เป็นบริการใหม่ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2023 จะลงทะเบียนหรือไม่ก็ได้ ไม่ได้บังคับ

  • ตอนลงทะเบียนต้องใช้ พาสปอร์ตตัวจริง และต้อง สแกน QR Code บนตราประทับเข้าประเทศ หลังผ่าน ตม. แล้ว

  • ใช้ได้เฉพาะร้านค้าที่ รองรับการอ่าน QR Code สำหรับ Tax-free เท่านั้น

  • ต้องเปิด QR จากหน้าเว็บเพื่อให้สแกน ห้ามใช้รูปแคปหน้าจอแทน

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นมีแผนปรับระบบจาก Tax Free เป็น Tax Refund ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 โดยต้องไปทำเรื่องคืนภาษีที่สนามบินก่อนเดินทางกลับ ดังนั้นขั้นตอนการลงทะเบียนหรือใช้ Tax-free QR Code อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

FAQ: รวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ Visit Japan Web

Visit Japan Web ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

สามารถใช้ Visit Japan Web เพื่อ

  • ลงทะเบียนข้อมูลสำหรับ Immigration ล่วงหน้า

  • กรอกข้อมูล ศุลกากร (Customs) ผ่านระบบออนไลน์

  • ลงทะเบียน Tax-Free เพื่อสร้าง QR Code สำหรับใช้ที่ร้านค้าปลอดภาษี

ควรลงทะเบียน Visit Japan Web ล่วงหน้ากี่วัน?

ระบบเปิดให้ลงทะเบียนได้ตลอดเวลา แต่แนะนำให้ทำ หลังจากจองตั๋วเครื่องบินและที่พักแล้ว เพราะต้องใช้ข้อมูลเหล่านั้นในการกรอก

Visit Japan Web มีภาษาไทยไหม?

ไม่มี เว็บไซต์รองรับเพียง

  • ภาษาอังกฤษ

  • ภาษาจีน

  • ภาษาเกาหลี

  • ภาษาเวียดนาม

ดังนั้นควรเตรียมข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษให้พร้อมก่อนลงทะเบียน

ต้องใช้สมาร์ทโฟนในการใช้งาน Visit Japan Web หรือไม่?

  • สามารถลงทะเบียนผ่านคอมพิวเตอร์ได้

  • แต่ตอนถึงสนามบินญี่ปุ่น ต้องใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เพื่อแสดง QR Code ให้เจ้าหน้าที่หรือเครื่องอ่านสแกน

ทุกคนจำเป็นต้องลงทะเบียน Visit Japan Web ไหม?

ไม่บังคับ แต่ แนะนำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่ไม่อยากเสียเวลานั่งกรอกเอกสารที่สนามบิน เพราะระบบออนไลน์ช่วยลดขั้นตอนและทำให้การผ่านด่านต่างๆ ลื่นไหลขึ้นมาก

ต้องลงทะเบียน Visit Japan Web ใหม่ทุกครั้งที่บินไปญี่ปุ่นหรือไม่?

ใช่

  • แอคเคาต์สามารถใช้ซ้ำได้

  • แต่ กำหนดการเดินทาง (Trip) และข้อมูลสำหรับการเข้าประเทศต้องลงทะเบียนใหม่ทุกครั้งที่บินเข้าญี่ปุ่น

สรุป: ถ้าอยากให้ทริปญี่ปุ่นปี 2025 ของคุณเริ่มต้นแบบไม่สะดุด แนะนำให้เคลียร์ Visit Japan Web ให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง เตรียมข้อมูลให้ครบ เปิดเน็ตให้พร้อม แล้ว QR Code ใบเดียวจะช่วยให้คุณผ่านด่านต่างๆ ได้แบบสบายๆ ตั้งแต่ลงเครื่องยันเข็นกระเป๋าออกจากสนามบินเลย