รับแอปรับแอป

ไม่จองก็ข้ามฮอกไกโดได้! เปิดเคล็ดลับซื้อตั๋วเฟอร์รี่ Aomori–Hakodate หน้างานแบบมือโปร

ธนพล ศรีสวัสดิ์01-31

ซื้อตั๋วหน้างานดีไหม? ทำไมสายชิลควรรู้วิธีนี้

การซื้อตั๋วเรือเฟอร์รี่แบบ Walk-up หน้างาน เป็นตัวเลือกโคตรยืดหยุ่นสำหรับสายเที่ยวที่ชอบเปลี่ยนแพลนกันวินาทีสุดท้าย อยากข้ามไปฮอกไกโดวันนี้ พรุ่งนี้ หรือเปลี่ยนเวลาเรือกะทันหัน ก็ยังมีทางลุ้นตั๋วได้

แต่ต้องไม่ลืมว่า ความยืดหยุ่นมาพร้อมความเสี่ยง โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวหรือฤดูกาลท่องเที่ยว ที่นั่งอาจเต็มเร็วมาก โดยเฉพาะชั้นประหยัดยอดฮิตอย่าง Nobi Nobi ดังนั้นถ้าอยากซื้อตั๋วหน้างานให้รอดแบบไม่ต้องลุ้นหนัก ต้องวางแผนตาม 4 ขั้นตอนนี้ให้ดี

นี่คือภาพรวมคู่มือ 4 สเต็ป สำหรับการซื้อตั๋วหน้าเคาน์เตอร์ ทั้งขาไป (อาโอโมริ → ฮาโกดาเตะ) และขากลับ (ฮาโกดาเตะ → อาโอโมริ) ที่สายเที่ยวต่างประเทศควรเซฟเก็บไว้

ไม่ต้องเครียดเรื่องจองออนไลน์ แค่เข้าใจระบบและจัดการเวลาให้ดี คุณก็ซื้อตั๋วขึ้นเรือได้หน้างานแบบสบายๆ

ขั้นตอนที่ 1: วางแผนเวลา – ไปท่าเรือช้ากว่าคือเสี่ยงกว่า

หัวใจของการซื้อตั๋วหน้างานไม่ใช่ดวง แต่มันคือ เวลา ไปถึงเร็วเท่าไหร่ โอกาสได้รอบที่อยากนั่งก็ยิ่งสูง โดยเฉพาะที่นั่งชั้นประหยัดอย่าง Nobi Nobi ที่มักเต็มก่อนใคร

สิ่งที่ควรทำล่วงหน้า:

  • เช็กตารางเดินเรือและราคา ก่อนออกเดินทาง เพื่อรู้ว่ามีรอบไหนบ้างในวันที่คุณจะไป

  • กะเวลาเดินทางไปท่าเรือ ให้ดี เพราะทั้งท่าเรืออาโอโมริและฮาโกดาเตะไม่ได้อยู่ติดสถานีรถไฟกลางเมือง

การเดินทางคร่าวๆ ที่ควรรู้:

  • ท่าเรืออาโอโมริ: อยู่ห่างจากโซนสถานี JR ค่อนข้างมาก เหมาะกับการนั่ง รถบัสหรือแท็กซี่ จะสะดวกกว่าแบกกระเป๋าเดินทางไปเอง

  • ท่าเรือฮาโกดาเตะ: ก็ห่างจากสถานี JR Hakodate เช่นกัน แนะนำให้ใช้ รถบัสหรือแท็กซี่ เช่นกัน เพื่อเซฟแรงและเวลา

เวลาแนะนำ:

  • ถึงเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเรือออก เพื่อมีเวลาซื้อตั๋ว จ่ายเงิน และจัดการขั้นตอนเช็กอินให้เรียบร้อย

ถ้าไปถึงท่าเรือแบบเฉียดเวลา ต่อให้ยังมีรอบเรือ แต่ตั๋วที่นั่งแบบที่คุณอยากได้อาจหายวับไปต่อหน้าต่อตาได้เหมือนกัน

ขั้นตอนที่ 2: วิธีบอกพนักงานให้ได้ตั๋ว Nobi Nobi แบบตรงเป้า

พอเข้ามาถึงอาคารผู้โดยสารของเรือเฟอร์รี่แล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ เดินตรงไปเคาน์เตอร์ตั๋ว (Ticket Counter) ไม่ต้องแวะถ่ายรูปนาน เดี๋ยวรอบดีๆ หลุดมือ

ลำดับการจัดการที่เคาน์เตอร์มีประมาณนี้:

  • ไปที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว แล้วเข้าแถวตามปกติ

  • แจ้งความต้องการให้เคลียร์ เช่น

    • ภาษาอังกฤษ: “Hakodate, next departure, Nobi Nobi class, 1 adult”

    • หรือภาษาไทยสำหรับกันลืม: “ตั๋วไปฮาโกดาเตะ รอบถัดไป ชั้นโนบิโนบิ 1 ท่าน”

  • ชำระเงิน ราคาสำหรับชั้นประหยัดเริ่มต้นราวๆ 2,660 เยน (ราคาอาจมีเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา/โปรโมชั่น)

  • รับตั๋วและเอกสารเช็กอิน เก็บให้ดี เพราะใช้สำหรับผ่านขั้นตอนขึ้นเรือ

เคล็ดลับที่ควรรู้:

  • ในช่วง พีคซีซั่น เช่น Golden Week ปีใหม่ ฤดูร้อน หรือรอบเช้าตรู่ของวันแรกๆ ที่คนชอบเดินทาง ที่นั่ง Nobi Nobi อาจเต็มเร็ว

  • ถ้าชั้นที่คุณอยากนั่งเต็มแล้ว
    • ลองถามที่นั่งใน ชั้นที่สูงกว่า ว่ายังมีไหม

    • หรือขยับไป เรือรอบถัดไป ถ้ายังไม่รีบมาก

สรุปสั้นๆ: ไปให้เร็ว บอกให้ชัด และเตรียมใจว่าบางรอบอาจต้องยืดหยุ่นเรื่องชั้นที่นั่ง

ขั้นตอนที่ 3: เช็กอินและเตรียมตัวขึ้นเรือแบบไม่พลาดเรียก

หลังจากได้ตั๋วมาอยู่ในมือแล้ว ภารกิจต่อไปคือ จัดการขั้นตอนก่อนขึ้นเรือให้เรียบร้อย เพื่อไม่พลาดตอนเรียกบอร์ดดิ้ง

ลำดับที่ควรทำ:

  • เช็กอิน
    ถ้ามีขั้นตอนเช็กอินแยกต่างหาก ให้ทำให้เสร็จตั้งแต่เนิ่นๆ และดูให้ชัดว่าคุณต้องขึ้นเรือที่ ประตูไหน (Gate ไหน)

  • หาพื้นที่นั่งรอ
    ภายในอาคารผู้โดยสารมักจะมีโซนให้นั่งพัก, มุมเครื่องดื่ม หรือร้านเล็กๆ ให้ซื้อของกินแก้หิวก่อนขึ้นเรือ

  • ฟังประกาศขึ้นเรือให้ดี
    ปกติจะเริ่ม บอร์ดดิ้งประมาณ 30 นาทีก่อนเรือออก อย่ามัวแต่เดินเล่นจนไม่ได้ยินประกาศ

  • ขึ้นเรืออย่างเป็นระเบียบ
    ตามไลน์พนักงานและป้ายบอกทางไปยังชั้นหรือพื้นที่ที่คุณจอง เช่น พื้นที่ Nobi Nobi หรือห้องพักประเภทอื่นๆ

บนเรือ การเดินทางใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที คุณสามารถ:

  • นอนเล่น พักผ่อนบนพื้นที่ที่จองไว้

  • ออกไปเดินรับลม ชมวิว ช่องแคบสึงารุ บนดาดฟ้าเรือ

ทริกเล็กๆ: เตรียมเสื้อกันหนาวบางๆ หรือผ้าคลุมไปด้วย เพราะลมทะเลอาจเย็นกว่าที่คิด

ขั้นตอนที่ 4: ถึงท่าเรือแล้ว ไปต่อยังไงให้ไม่หลง

เมื่อเรือใกล้ถึงฝั่งปลายทาง ทั้งฝั่งฮาโกดาเตะหรืออาโอโมริ จะมีประกาศแจ้งให้ผู้โดยสารเตรียมตัวลงเรือ

สิ่งที่ต้องทำต่อมีดังนี้:

  • เก็บสัมภาระ
    เมื่อได้ยินประกาศแล้ว อย่าชิลเกินไป รีบเก็บของให้ครบ ทั้งกระเป๋า เสื้อกันหนาว ของกิน และเอกสารต่างๆ

  • ลงจากเรือ
    เดินตามพนักงานและป้ายบอกทางไปยังอาคารผู้โดยสารบนฝั่ง ทุกอย่างจะค่อนข้างไหลลื่นและเป็นระเบียบ

  • เดินทางต่อเข้าเมือง

    • จากฝั่ง ฮาโกดาเตะ: มีรถบัสสาธารณะจากท่าเรือเข้าสู่สถานี JR Hakodate และโซนตัวเมือง

    • จากฝั่ง อาโอโมริ: มีบริการรถบัสหรือแท็กซี่ให้เลือก เพื่อเดินทางเข้าสู่สถานี JR Aomori

หลังจากถึงสถานีแล้ว คุณสามารถ:

  • ต่อรถไฟไปเมืองอื่นต่อ

  • นั่งบัสไปจุดเที่ยว

  • หรือเริ่มเดินเที่ยวในเมืองปลายทางได้ทันที

กล่าวคือ ตั๋วเรือหมดหน้าที่แค่พาคุณข้ามทะเล แต่การวางแผน “ต่อรถต่อราง” หลังจากนั้นต่างหาก ที่จะทำให้ทริปญี่ปุ่นครั้งนี้ไหลลื่นไม่สะดุด

สรุป: ซื้อตั๋วหน้างานได้จริง แต่ต้องเล่นให้เป็น

สำหรับสายเที่ยวต่างประเทศที่อยากลองนั่งเฟอร์รี่ข้าม Aomori–Hakodate แบบไม่ต้องจองออนไลน์ล่วงหน้า การซื้อ Walk-up Ticket ที่ท่าเรือ ทำได้จริง และยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ทริปสุดๆ

แต่เพื่อให้รอดและคุ้ม ให้จำ 4 เรื่องนี้ไว้ให้ดี:

  • เช็กตารางเรือล่วงหน้า แล้วค่อยวางแพลน

  • ไปถึงท่าเรือก่อนเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

  • บอกพนักงานให้ชัดเจนว่าต้องการรอบไหน ชั้นอะไร (เช่น Nobi Nobi)

  • ฟังประกาศและบริหารเวลาเช็กอิน–ขึ้นเรือ–ลงเรือให้ดี

ทำครบตามนี้ คุณก็พร้อมข้ามทะเลไปลุยฮอกไกโด หรือย้อนกลับฝั่งอาโอโมริได้แบบ ชิลแต่ไม่ชุ่ย ยืดหยุ่นแต่ไม่เสี่ยงเกินเหตุ แล้วเก็บพลังไว้ใช้เที่ยวต่อในเมืองให้เต็มที่ดีกว่า!