รับแอปรับแอป

AI ถอดรหัสอนาคตฟาร์มไทย: 8 นวัตกรรมปั้นคน–ปั้นธุรกิจเกษตรและอาหารให้ฉลาดขึ้น

อนุพงษ์ บุญมี01-29

เมื่อ AI เดินเข้าฟาร์ม ไทยไม่ได้แค่เลี้ยงสัตว์ แต่เลี้ยง “เทคโนโลยี” ไปพร้อมกัน

อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยกำลังขยับครั้งใหญ่ เมื่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ผนึกกำลังกับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน (บพค.) และบริษัท เกษตรภัณฑ์อุตสาหกรรม จำกัด เปิดตัวความสำเร็จโครงการ Power AI Innovation for Agro & Food Business ที่ไม่ใช่แค่พูดเรื่องอนาคต แต่ทำให้เห็นเป็นรูปธรรม

ในงานนี้ มีการโชว์ผลงาน ปั้นบุคลากรสาย AI ระดับทักษะสูงกว่า 565 คน พร้อมนำเสนอ 8 โครงการนวัตกรรมต้นแบบ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในสายงานอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารทันที ทั้งหมดเกิดขึ้นจากโจทย์จริงในโรงงาน ไม่ใช่แค่โปรเจกต์สวยหรูในกระดาษ

พลัง 3 ประสาน: รัฐ–มหาวิทยาลัย–เอกชน ยกมาตรฐานอุตสาหกรรมทั้งระบบ

ไฮไลต์สำคัญของโครงการนี้ ไม่ได้มีแค่จำนวนผลงาน AI กว่า 30 โครงการ หรือ 8 นวัตกรรมที่พร้อมใช้งาน แต่คือการแสดงให้เห็นว่าการทำงานแบบ “3 ประสาน” ระหว่างภาครัฐ–สถาบันการศึกษา–ภาคเอกชน สามารถยกระดับทั้งคน ทั้งระบบ และทั้งอุตสาหกรรมได้จริง

เป้าหมายไม่ใช่แค่แก้ปัญหาในโรงงานหนึ่งแห่ง แต่คือการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทยทั้งโครงสร้าง ผ่านเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทยเอง ทำให้ภาคธุรกิจมั่นใจมากขึ้น แข่งขันได้มากขึ้น และเดินหน้าสู่เวทีสากลอย่างไม่เกรงใจใคร

ในมุมของภาคเอกชน ความร่วมมือนี้ไม่ใช่แค่การสนับสนุนโครงการ แต่คือการเปิดโรงงาน เปิด Pain Point และเปิดโอกาสให้เทคโนโลยี AI เข้าไปเป็น “สมองเสริม” ของกระบวนการผลิต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม

Work-based Learning: ห้องเรียนจริงอยู่ในโรงงาน

หัวใจที่ทำให้โครงการนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี คือรูปแบบการเรียนรู้แบบ Work-based Learning ที่ใช้โจทย์จริงจากโรงงานของเกษตรภัณฑ์เป็นฐานให้ผู้เข้าอบรมได้ลงมือทำจริง แก้ปัญหาจริง และรับแรงปะทะจริงจากภาคการผลิต

ผลลัพธ์คือ

  • ผู้เรียนไม่ได้แค่รู้จัก AI แต่ รู้ว่าต้องใช้ AI ที่ตรงจุดกับปัญหาแบบไหน

  • ได้สัมผัสข้อมูลจริง สภาพแวดล้อมจริง ข้อจำกัดจริง และความคาดหวังจริงจากภาคธุรกิจ

  • ผลงานที่ออกมาไม่ใช่แค่ต้นแบบในห้องทดลอง แต่เป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้งานจริงได้ทันที

การที่มีผลงานถึง 8 โครงการพร้อมใช้งานจริง คือหลักฐานชัดเจนว่า ถ้ารัฐ–เอกชน–มหาวิทยาลัย วางแผนและเดินไปด้วยกัน เราสามารถสร้างนักพัฒนา AI ที่ลงสนามอุตสาหกรรมได้จริงในเวลาไม่นาน

8 นวัตกรรม AI ที่พร้อมเปลี่ยนเกมอุตสาหกรรมเกษตร–อาหาร

หนึ่งในกลุ่มนวัตกรรมที่ถูกจับตามอง คือโครงการ AI ที่ออกแบบมาตอบโจทย์อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารโดยตรง โดยเฉพาะฟาร์มและสายการผลิตที่ต้องการความแม่นยำสูง ปลอดภัย และคุ้มค่าต้นทุนมากขึ้น

ตัวอย่างโครงการเด่น เช่น

  • The Sixth Sense: AI ฟาร์มไก่อัจฉริยะ
    ระบบมอนิเตอร์สภาพฟาร์มแบบเรียลไทม์ ช่วยดูแลปัจจัยสำคัญในโรงเรือน เช่น สภาพแวดล้อม ความสบายของสัตว์ และความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น ช่วยให้การเลี้ยงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากปัจจัยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

  • AI Tracking for Feed Truck Manufacturing
    ระบบติดตามสถานะการผลิตรถบรรทุกอาหารสัตว์ ที่ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของไลน์ผลิตอย่างชัดเจน ลดความผิดพลาดในกระบวนการ เพิ่มความแม่นยำ และจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น

นอกจากนั้น ยังมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับ

  • ความปลอดภัยในโรงงานและหน้างาน

  • ระบบวิศวกรรมที่ซับซ้อนในสายการผลิต

  • ระบบบริการที่ใช้ AI ช่วยตัดสินใจ

ทั้งหมดนี้ช่วยให้กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ก้าวกระโดดจากการใช้แรงและประสบการณ์ล้วน ๆ มาสู่การใช้ข้อมูลและ AI เป็นตัวช่วยหลัก

เวทีความรู้: จากงานวิจัย สู่ AI ในภาคอุตสาหกรรมจริง

ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน ที่มาเติมมุมมองเชิงกลยุทธ์ให้กับทั้งนักพัฒนา และผู้ประกอบการที่อยากนำ AI ไปใช้ในธุรกิจของตัวเอง

สาระสำคัญที่ถูกย้ำตลอดเวทีคือ

  • งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ต้องถูกแปลงร่างให้กลายเป็นโซลูชันด้าน AI ที่ใช้ได้จริง ไม่จบอยู่บนชั้นหนังสือ

  • การผลักดันเทคโนโลยี AI ในภาคอุตสาหกรรม จำเป็นต้องมีทั้งมาตรการส่งเสริม ทิศทางที่ชัดเจน และตัวอย่างความสำเร็จให้ธุรกิจเห็นภาพ

  • หน่วยงานด้านทุนและการพัฒนากำลังคน มีบทบาทสำคัญในการสร้างบุคลากรทักษะสูง เพื่อให้ประเทศไม่ใช่แค่ “ผู้นำเข้าเทคโนโลยี” แต่เป็น “ผู้สร้างและออกแบบเทคโนโลยี” เองได้

ทุกภาคส่วนต่างเห็นตรงกันว่า ถ้าไทยอยากใช้ AI ขับเคลื่อนประเทศอย่างจริงจัง เราต้องเริ่มจากการลงทุนกับคน และเปิดพื้นที่ให้เกิดการลงมือทำจริงในภาคอุตสาหกรรม

จากฟาร์มสู่อนาคต: AI ไม่ได้มาแทนคน แต่มาช่วยให้ “คนเลี้ยง–คนผลิต” เก่งขึ้น

ความร่วมมือระหว่าง มทร.ธัญบุรี บพค. และเกษตรภัณฑ์ สะท้อนชัดว่า การยกระดับอุตสาหกรรมเกษตร–อาหารไทยสู่ยุค AI ต้องเริ่มจากการลงทุนกับคน ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

ในมุมของคนทำงานสายเกษตรและอาหาร ไม่ว่าจะอยู่ในฟาร์ม โรงงาน หรือธุรกิจเกี่ยวเนื่อง สิ่งที่โครงการนี้กำลังบอกคือ

  • AI ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแย่งงาน แต่เพื่อ ช่วยให้การตัดสินใจในฟาร์มและโรงงานแม่นยำขึ้น

  • การเลี้ยงสัตว์และบริหารฟาร์มยุคใหม่ ต้องมองทั้ง “สุขภาพสัตว์–คุณภาพอาหาร–ประสิทธิภาพการผลิต” ไปพร้อมกับ “ข้อมูลและเทคโนโลยี”

  • การอัปสกิลสู่โลก AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนสายเกษตรอีกต่อไป แต่เป็น ทักษะจำเป็นของยุคใหม่

เมื่อทุกภาคส่วนเดินไปทิศเดียวกัน อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยไม่ได้แค่ตามโลกให้ทัน แต่มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการใช้ AI อย่างมีวิสัยทัศน์ และที่สำคัญที่สุดคือ โดยคนไทย เพื่ออุตสาหกรรมไทย และอนาคตของฟาร์มไทยเอง