เมื่อ AI เดินเข้าฟาร์ม ไทยไม่ได้แค่เลี้ยงสัตว์ แต่เลี้ยง “เทคโนโลยี” ไปพร้อมกัน
อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยกำลังขยับครั้งใหญ่ เมื่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ผนึกกำลังกับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน (บพค.) และบริษัท เกษตรภัณฑ์อุตสาหกรรม จำกัด เปิดตัวความสำเร็จโครงการ Power AI Innovation for Agro & Food Business ที่ไม่ใช่แค่พูดเรื่องอนาคต แต่ทำให้เห็นเป็นรูปธรรม
ในงานนี้ มีการโชว์ผลงาน ปั้นบุคลากรสาย AI ระดับทักษะสูงกว่า 565 คน พร้อมนำเสนอ 8 โครงการนวัตกรรมต้นแบบ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในสายงานอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารทันที ทั้งหมดเกิดขึ้นจากโจทย์จริงในโรงงาน ไม่ใช่แค่โปรเจกต์สวยหรูในกระดาษ
พลัง 3 ประสาน: รัฐ–มหาวิทยาลัย–เอกชน ยกมาตรฐานอุตสาหกรรมทั้งระบบ
ไฮไลต์สำคัญของโครงการนี้ ไม่ได้มีแค่จำนวนผลงาน AI กว่า 30 โครงการ หรือ 8 นวัตกรรมที่พร้อมใช้งาน แต่คือการแสดงให้เห็นว่าการทำงานแบบ “3 ประสาน” ระหว่างภาครัฐ–สถาบันการศึกษา–ภาคเอกชน สามารถยกระดับทั้งคน ทั้งระบบ และทั้งอุตสาหกรรมได้จริง
เป้าหมายไม่ใช่แค่แก้ปัญหาในโรงงานหนึ่งแห่ง แต่คือการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทยทั้งโครงสร้าง ผ่านเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทยเอง ทำให้ภาคธุรกิจมั่นใจมากขึ้น แข่งขันได้มากขึ้น และเดินหน้าสู่เวทีสากลอย่างไม่เกรงใจใคร
ในมุมของภาคเอกชน ความร่วมมือนี้ไม่ใช่แค่การสนับสนุนโครงการ แต่คือการเปิดโรงงาน เปิด Pain Point และเปิดโอกาสให้เทคโนโลยี AI เข้าไปเป็น “สมองเสริม” ของกระบวนการผลิต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม
Work-based Learning: ห้องเรียนจริงอยู่ในโรงงาน
หัวใจที่ทำให้โครงการนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี คือรูปแบบการเรียนรู้แบบ Work-based Learning ที่ใช้โจทย์จริงจากโรงงานของเกษตรภัณฑ์เป็นฐานให้ผู้เข้าอบรมได้ลงมือทำจริง แก้ปัญหาจริง และรับแรงปะทะจริงจากภาคการผลิต
ผลลัพธ์คือ
ผู้เรียนไม่ได้แค่รู้จัก AI แต่ รู้ว่าต้องใช้ AI ที่ตรงจุดกับปัญหาแบบไหน
ได้สัมผัสข้อมูลจริง สภาพแวดล้อมจริง ข้อจำกัดจริง และความคาดหวังจริงจากภาคธุรกิจ
ผลงานที่ออกมาไม่ใช่แค่ต้นแบบในห้องทดลอง แต่เป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้งานจริงได้ทันที
การที่มีผลงานถึง 8 โครงการพร้อมใช้งานจริง คือหลักฐานชัดเจนว่า ถ้ารัฐ–เอกชน–มหาวิทยาลัย วางแผนและเดินไปด้วยกัน เราสามารถสร้างนักพัฒนา AI ที่ลงสนามอุตสาหกรรมได้จริงในเวลาไม่นาน
8 นวัตกรรม AI ที่พร้อมเปลี่ยนเกมอุตสาหกรรมเกษตร–อาหาร
หนึ่งในกลุ่มนวัตกรรมที่ถูกจับตามอง คือโครงการ AI ที่ออกแบบมาตอบโจทย์อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารโดยตรง โดยเฉพาะฟาร์มและสายการผลิตที่ต้องการความแม่นยำสูง ปลอดภัย และคุ้มค่าต้นทุนมากขึ้น
ตัวอย่างโครงการเด่น เช่น
The Sixth Sense: AI ฟาร์มไก่อัจฉริยะ
ระบบมอนิเตอร์สภาพฟาร์มแบบเรียลไทม์ ช่วยดูแลปัจจัยสำคัญในโรงเรือน เช่น สภาพแวดล้อม ความสบายของสัตว์ และความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น ช่วยให้การเลี้ยงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากปัจจัยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าAI Tracking for Feed Truck Manufacturing
ระบบติดตามสถานะการผลิตรถบรรทุกอาหารสัตว์ ที่ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของไลน์ผลิตอย่างชัดเจน ลดความผิดพลาดในกระบวนการ เพิ่มความแม่นยำ และจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น
นอกจากนั้น ยังมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับ
ความปลอดภัยในโรงงานและหน้างาน
ระบบวิศวกรรมที่ซับซ้อนในสายการผลิต
ระบบบริการที่ใช้ AI ช่วยตัดสินใจ
ทั้งหมดนี้ช่วยให้กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ก้าวกระโดดจากการใช้แรงและประสบการณ์ล้วน ๆ มาสู่การใช้ข้อมูลและ AI เป็นตัวช่วยหลัก

เวทีความรู้: จากงานวิจัย สู่ AI ในภาคอุตสาหกรรมจริง
ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน ที่มาเติมมุมมองเชิงกลยุทธ์ให้กับทั้งนักพัฒนา และผู้ประกอบการที่อยากนำ AI ไปใช้ในธุรกิจของตัวเอง
สาระสำคัญที่ถูกย้ำตลอดเวทีคือ
งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ต้องถูกแปลงร่างให้กลายเป็นโซลูชันด้าน AI ที่ใช้ได้จริง ไม่จบอยู่บนชั้นหนังสือ
การผลักดันเทคโนโลยี AI ในภาคอุตสาหกรรม จำเป็นต้องมีทั้งมาตรการส่งเสริม ทิศทางที่ชัดเจน และตัวอย่างความสำเร็จให้ธุรกิจเห็นภาพ
หน่วยงานด้านทุนและการพัฒนากำลังคน มีบทบาทสำคัญในการสร้างบุคลากรทักษะสูง เพื่อให้ประเทศไม่ใช่แค่ “ผู้นำเข้าเทคโนโลยี” แต่เป็น “ผู้สร้างและออกแบบเทคโนโลยี” เองได้
ทุกภาคส่วนต่างเห็นตรงกันว่า ถ้าไทยอยากใช้ AI ขับเคลื่อนประเทศอย่างจริงจัง เราต้องเริ่มจากการลงทุนกับคน และเปิดพื้นที่ให้เกิดการลงมือทำจริงในภาคอุตสาหกรรม





จากฟาร์มสู่อนาคต: AI ไม่ได้มาแทนคน แต่มาช่วยให้ “คนเลี้ยง–คนผลิต” เก่งขึ้น
ความร่วมมือระหว่าง มทร.ธัญบุรี บพค. และเกษตรภัณฑ์ สะท้อนชัดว่า การยกระดับอุตสาหกรรมเกษตร–อาหารไทยสู่ยุค AI ต้องเริ่มจากการลงทุนกับคน ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
ในมุมของคนทำงานสายเกษตรและอาหาร ไม่ว่าจะอยู่ในฟาร์ม โรงงาน หรือธุรกิจเกี่ยวเนื่อง สิ่งที่โครงการนี้กำลังบอกคือ
AI ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแย่งงาน แต่เพื่อ ช่วยให้การตัดสินใจในฟาร์มและโรงงานแม่นยำขึ้น
การเลี้ยงสัตว์และบริหารฟาร์มยุคใหม่ ต้องมองทั้ง “สุขภาพสัตว์–คุณภาพอาหาร–ประสิทธิภาพการผลิต” ไปพร้อมกับ “ข้อมูลและเทคโนโลยี”
การอัปสกิลสู่โลก AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนสายเกษตรอีกต่อไป แต่เป็น ทักษะจำเป็นของยุคใหม่
เมื่อทุกภาคส่วนเดินไปทิศเดียวกัน อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยไม่ได้แค่ตามโลกให้ทัน แต่มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการใช้ AI อย่างมีวิสัยทัศน์ และที่สำคัญที่สุดคือ โดยคนไทย เพื่ออุตสาหกรรมไทย และอนาคตของฟาร์มไทยเอง

