ฟื้นเมือง ฟื้นใจ หลังน้ำท่วมใต้
ที่วัดโคกสมานคุณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวังของพี่น้องแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้
ภายในงานกิจกรรม “ซ่อม สร้าง สุข สร้างคนให้งาน” ของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 สงขลา มีการลงพื้นที่ดูแล ฟื้นฟู และเสริมทักษะให้แรงงานที่รายได้สะดุดจากน้ำท่วม
เป้าหมายใหญ่คือทำให้ทุกคนกลับมายืนได้ด้วยลำแข้งตัวเองอีกครั้ง มีงาน มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงครอบครัว และกลับมาใช้ชีวิตอย่างภาคภูมิใจ
จากโรงครัวช่วยชีวิต สู่การสร้างอาชีพระยะยาว
อุทกภัยใหญ่ในภาคใต้ไม่ใช่แค่ทำให้บ้านพัง แต่ยังพาเอาเครื่องมือทำมาหากินของแรงงานอิสระหายไปในชั่วข้ามคืน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ซ่อม เครื่องมือช่าง หรือแม้แต่อุปกรณ์ทำอาหาร
ในช่วงวิกฤต มีการจัดตั้ง “โรงครัวกระทรวงแรงงาน” เพื่อเร่งส่งข้าวกล่องและอาหารปรุงสุกให้ผู้ประสบภัย ช่วยให้ทุกคนประคองชีวิตผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้ก่อน
แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย งานสำคัญถัดมาคือ เปลี่ยนจากการ “ประคองให้รอด” เป็นการ “พยุงให้ลุก” ด้วยการฟื้นฟูอาชีพและทักษะใหม่ ๆ
จึงเกิดเป็นศูนย์ “ซ่อม สร้าง สุข” ในพื้นที่ภาคใต้ ที่ไม่เพียงซ่อมของ แต่ยังซ่อมใจ และต่อยอดไปสู่กิจกรรม “ซ่อม สร้าง สุข สร้างคนให้งาน” เพื่อให้แรงงานกลับไปทำมาหากินได้เร็วที่สุด
ไฮไลต์กิจกรรม 7 วัน ที่หาดใหญ่
กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–17 ธันวาคม 2568 ณ วัดโคกสมานคุณ พื้นที่เดียวที่รวมทั้งการซ่อมของ ซ่อมอาชีพ และเสริมทักษะไว้ครบในที่เดียว แบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ ที่ช่วยแรงงานแบบจับต้องได้
1. ซ่อมของ = คืนเครื่องมือทำมาหากิน
มีการรับซ่อม
รถจักรยานยนต์
เครื่องยนต์ขนาดเล็ก
เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ
รวมแล้วมากกว่า 2,000 ชิ้น
งานซ่อมทั้งหมดขับเคลื่อนโดยทีมช่างอาสาและช่างในสังกัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากช่วยชาวบ้านแล้ว ช่างทุกคนที่มาร่วมภารกิจยังได้รับค่าจ้างวันละ 600 บาท
เรียกว่าเป็นการ ช่วยคนอื่นและสร้างรายได้ให้ตัวเองในเวลาเดียวกัน
2. อบรมทักษะใหม่ โดยเฉพาะสายสตรีทฟู้ด
อีกหัวใจสำคัญของงานคือการยกระดับทักษะแรงงานอิสระ ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมที่เน้นเอาไปทำมาหากินได้จริง เช่น
ช่างจักรยานยนต์มืออาชีพ
ช่างซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน
การประกอบอาหาร สตรีทฟู้ด
การอบรม ไม่เสียค่าใช้จ่าย แถมยังมีเบี้ยเลี้ยงให้คนละ 760 บาทตลอดหลักสูตร
สำหรับสายสตรีทฟู้ด นี่คือโอกาสทองของคนที่อยากเปลี่ยนสูตรลับในครัวให้กลายเป็นรายได้ประจำ ไม่ว่าจะเป็น
รถเข็นหน้าบ้าน
ร้านห้องแถวเล็ก ๆ
หรือบูธขายอาหารตามตลาดนัด
สตรีทฟู้ดไม่ได้เป็นแค่ของกินริมทาง แต่คืออาชีพที่ตั้งหลักชีวิตให้ทั้งครอบครัวได้
3. จบคอร์สแล้วไม่ปล่อยลอยแพ
สำหรับแรงงานอิสระที่ผ่านการฝึกอบรม จะได้รับการสนับสนุนแบบจัดเต็ม
ได้รับวุฒิบัตรรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
ได้รับ “ชุดเครื่องมือทำมาหากิน” มูลค่า 2,000 บาทต่อคน
ตรงนี้สำคัญมาก เพราะหลายคนแม้มีทักษะ แต่ติดตรงไม่มีทุนเริ่มต้น ชุดอุปกรณ์นี้จึงเปรียบเหมือน ทุนก้อนแรก ที่ช่วยผลักให้ก้าวต่อได้อย่างมั่นคง
4. เติมท้องให้อิ่ม ก่อนลุยต่อ
ในพื้นที่จัดกิจกรรมยังมีการมอบข้าวสารให้ผู้มาใช้บริการ รวมจำนวน 600 กิโลกรัม ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนไปได้อีกทาง
สตรีทฟู้ด: อาชีพริมทางที่เปลี่ยนชีวิตได้จริง
ในบรรดาหลักสูตรทั้งหมด หนึ่งในสายอาชีพที่ถูกจับตามองที่สุดคือ การประกอบอาหารสตรีทฟู้ด
เพราะข้อดีของสตรีทฟู้ดคือ
ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นสูงเท่าร้านใหญ่
ปรับตัวเร็ว ขายได้ทั้งเช้า–กลางวัน–ค่ำ ตามทำเล
เริ่มจากเล็ก ๆ แล้วค่อยขยับขยายได้
พอรวมกับการสนับสนุนจากโครงการ ทั้งการอบรมสูตรและเทคนิค การบริหารจัดการต้นทุน ไปจนถึงการได้รับอุปกรณ์ตั้งต้น ทำให้หลายคนมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ แม้เพิ่งผ่านวิกฤตน้ำท่วมมาไม่นาน
ใครจะคิดว่าแผงสตรีทฟู้ดเล็ก ๆ ข้างถนน จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตหลังภัยพิบัติได้
แรงหนุนจากทุกภาคส่วน
เบื้องหลังความสำเร็จของกิจกรรมนี้ มาจากการร่วมแรงร่วมใจหลายฝ่าย ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มจิตอาสา
มีการบูรณาการความร่วมมือเพื่อให้บริการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างจริงจัง ทั้งงบประมาณ ทีมช่าง และทรัพยากรในรูปแบบต่าง ๆ
ทีมช่างจิตอาสา ช่างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ต้องขังในพื้นที่ที่เข้ามาร่วมซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องยนต์เล็ก และรถจักรยานยนต์ ล้วนมีส่วนทำให้เครื่องมือประกอบอาชีพของชาวบ้านกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
เมื่อเครื่องมือกลับมาอยู่ในมือคนทำมาหากิน ทักษะใหม่ถูกเติมเข้าไป และมีอาหารตั้งต้นให้ทำขายต่อได้ ความหวังก็กลับมาอยู่ในมือของพวกเขาเช่นกัน
บทสรุป: จากน้ำท่วม สู่โอกาสเริ่มใหม่
เมื่อมองภาพรวมของกิจกรรมนี้ จะเห็นชัดว่าไม่ใช่เพียงโครงการช่วยเหลือชั่วคราว แต่เป็นการออกแบบให้คนที่ “ล้มเพราะวิกฤต” มีทางลุกขึ้นอย่างยั่งยืน
ซ่อมของ = คืนเครื่องมือทำมาหากิน
สร้างทักษะ = เพิ่มโอกาสแข่งขัน
สนับสนุนเครื่องมือ = ต่อท่อให้เริ่มอาชีพได้เลย
เปิดทางสตรีทฟู้ด = ให้คนตัวเล็กลุกมาจับตะหลิวสร้างชีวิตใหม่
วิกฤตน้ำท่วมอาจพังทุกอย่างในบ้าน แต่ไม่อาจพังความพยายามของคนที่อยากเริ่มต้นใหม่ได้
สำหรับใครที่หลงใหลสตรีทฟู้ด ลองมองให้ไกลกว่าจานที่อยู่ตรงหน้า เพราะหลังเตา หลังหม้อ และหลังเขียงของทุกแผงริมทาง อาจมีเรื่องราวการลุกขึ้นสู้ไม่แพ้ใครบนโลกนี้เลย

