รับแอปรับแอป

มือใหม่ตัดต่อห้ามพลาด! แผนที่โปรแกรม Adobe ใช้อะไรกับงานแบบไหน จบในโพสต์เดียว

ภูริเดช คำทอง01-29

รวมตระกูล Adobe แบบเข้าใจง่ายในโพสต์เดียว

ถ้าเคยงงว่าโปรแกรม Adobe แต่ละตัวเอาไว้ทำอะไร ใช้อันไหนกับงานแบบไหน โพสต์นี้คือสรุปแบบสั้น กระชับ เหมาะมากสำหรับสายตัดต่อวิดีโอ ครีเอเตอร์ และคนทำคอนเทนต์ที่อยากจัดระบบความเข้าใจให้ชัด ๆ

อ่านจบ คุณจะรู้ทันทีว่าควรโฟกัสโปรแกรมไหนก่อน ตามสายงานของตัวเอง

📰 สายงานสิ่งพิมพ์ / จัดหน้า

กลุ่มนี้เหมาะกับคนทำหนังสือ นิตยสาร แคตตาล็อก ไปจนถึงเอกสารรายงานที่ต้องการงานพิมพ์เนี๊ยบ ๆ

  • InDesign – เอาไว้จัดหน้าหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ หรือเอกสารหลายหน้า เน้นงานพิมพ์คุณภาพสูง ตัวจริงด้านจัดเลย์เอาต์

  • InCopy – ตัวช่วยสำหรับสายเขียน เอาไว้พิมพ์และแก้ไขข้อความ ทำงานคู่กับ InDesign ให้คนเขียนและคนจัดหน้าทำงานไปพร้อมกันได้

  • PageMaker – รุ่นคุณปู่ของโปรแกรมจัดหน้า เคยฮิตมาก แต่ตอนนี้ถูก InDesign เข้ามาแทนที่เรียบร้อย

🎨 งานกราฟิก / รูปภาพ

สายดีไซน์ โลโก้ ภาพประกอบ งานเว็บ หรือแต่งภาพให้สวยปัง ต้องรู้จักกลุ่มนี้ให้ดี

  • Photoshop – พระเอกสายแต่งภาพ 2D ใช้รีทัชภาพ ปรับสี ทำกราฟิกหลากรูปแบบ เป็นโปรแกรมพื้นฐานที่แทบทุกสายต้องเคยจับ

  • Photoshop Extended – เหมือน Photoshop ปกติ แต่เพิ่มความสามารถด้าน 3D และสามารถแต่งภาพที่อยู่ในไฟล์วิดีโอได้ด้วย

  • Lightroom – สายภาพถ่ายต้องรัก เน้นจัดการและแต่งภาพจำนวนมาก เช่น งานถ่ายพรีเวดดิ้ง งานอีเวนต์ ปรับโทนสี ลบ noise ให้ภาพดูโปรเร็ว ๆ

  • Illustrator – เอาไว้สร้างงานเวกเตอร์ เช่น โลโก้ ไอคอน อินโฟกราฟิก หรืองานสิ่งพิมพ์ที่ต้องการไฟล์คมชัด ขยายใหญ่แค่ไหนก็ไม่แตก

  • Freehand – เคยเป็นคู่แข่งของ Illustrator แนวคิดคล้ายกัน แต่ปัจจุบันแทบไม่ค่อยถูกใช้แล้ว

  • Fireworks – ตัวช่วยดีไซน์กราฟิกสำหรับเว็บ เช่น ปุ่ม เมนู UI ต่าง ๆ เน้นทำภาพที่โหลดไวและเหมาะกับงานออนไลน์

📄 เอกสาร / ไฟล์ PDF

กลุ่มนี้เหมาะกับคนที่ต้องเจอกับเอกสารจำนวนมาก ต้องแชร์ไฟล์ข้ามเครื่อง ข้ามระบบ โดยไม่เพี้ยน

  • Acrobat – ใช้สร้างและจัดการไฟล์ PDF จะรวมหน้า แยกหน้า ใส่ฟอร์ม ลายเซ็น หรือปรับแต่งเอกสาร ก็จัดการได้ครบ

  • Reader – ตัวอ่าน PDF ล้วน ๆ ใช้เปิดอ่านได้อย่างเดียว แก้ไขหรือจัดการอะไรในไฟล์ไม่ได้

  • Distiller – เอาไว้แปลงไฟล์จาก EPS ให้กลายเป็น PDF เหมาะกับสายงานพิมพ์และกราฟิกที่ต้องแปลงไฟล์ส่งโรงพิมพ์

🌐 เว็บไซต์ / มัลติมีเดีย

สายเว็บ สื่อโต้ตอบ และคอนเทนต์ออนไลน์ยุคก่อนเบราว์เซอร์รองรับฟีเจอร์เยอะ ๆ กลุ่มนี้เคยเป็นตัวท็อป

  • Flash – ใช้สร้างอนิเมชัน เกม หรือเว็บแบบ interactive เคยฮิตมากในยุคเว็บแอนิเมชัน แต่ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ แล้ว

  • Dreamweaver – สร้างเว็บไซต์แบบ WYSIWYG เห็นหน้าตาเว็บไปพร้อมกับการทำงาน ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดเยอะก็พอรอดได้

  • Authorware – เครื่องมือทำงานนำเสนอมัลติมีเดีย ใช้แทนการเขียนโค้ดด้วยไอคอน เหมาะกับคนที่ชอบวาง Flow การทำงานแบบภาพ

  • Coldfusion – เอาไว้จัดการงานฝั่งเว็บแอปพลิเคชัน ทำงานกับฐานข้อมูล เชื่อมต่อระบบหลังบ้าน และใช้คู่กับโปรแกรมด้านเว็บอื่น ๆ ได้ดี

  • Contribute – ตัวช่วยแก้ไขและอัปเดตเนื้อหาบนเว็บไซต์หรือบล็อก เหมาะกับคนทำคอนเทนต์ที่อยากปรับข้อมูลหน้าเว็บเองแบบไม่ยุ่งกับโค้ด

🎬 วิดีโอ / มูฟวี่

มาถึงหมวดที่สาย ตัดต่อวิดีโอ และสาย Motion ต้องโฟกัสเป็นพิเศษ ใครทำคอนเทนต์วิดีโอบน YouTube, TikTok, Reels หรือทำงานโปรดักชันจริงจัง กลุ่มนี้คือหัวใจเลย

  • After Effects – ใช้ทำ Motion Graphic และ Visual Effect ใส่เอฟเฟกต์ ลูกเล่นตัวหนังสือ อินโทร/เอาต์โทร แอนิเมชันสวย ๆ ให้วิดีโอมีชีวิต

  • Premiere Pro – ตัวหลักสายตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพ ตัดต่อหนังสั้น โฆษณา คอนเทนต์ออนไลน์ หรือแม้แต่งานระดับภาพยนตร์ก็เอาอยู่

  • Premiere Elements – เวอร์ชันเบา ใช้ง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้นตัดต่อ หรือคนที่อยากได้เครื่องมือไม่ซับซ้อนมาก

  • Encore – ผู้ช่วยทำเมนูและลูกเล่นสำหรับแผ่น DVD เหมาะกับยุคที่ต้องออกแบบเมนูแผ่นภาพยนตร์หรือคลิปนำเสนอ

  • OnLocation – ใช้บันทึกวิดีโอตรงลงดิสก์ขณะถ่าย ช่วยให้ดูภาพจากกล้องแบบ Real-time และทำงานคู่กับ Premiere ได้ดีมาก

  • Captivate – สายสอน สายอีเลิร์นนิงต้องดู ใช้ทำสื่อการเรียนการสอน บันทึกหน้าจอ (Screen capture) พร้อมทำแบบทดสอบหรือควิซได้ในตัว

  • Director – เครื่องมือทำงานมัลติมีเดียและ Interactive Presentation ใช้สร้างสื่อที่ผู้ใช้คลิกโต้ตอบได้หลากหลายรูปแบบ

  • FrameMaker – เหมาะกับเอกสารเทคนิคหรือคู่มือยาว ๆ ที่ต้องจัดหน้าซับซ้อน แม้จะเริ่มถูกลดบทบาทลงแล้ว แต่ยังพอเจอในงานเฉพาะทางบางสาย

🎵 เสียง / ออดิโอ

งานวิดีโอจะดีได้ เสียงต้องดีด้วย กลุ่มนี้เอาไว้จัดการเรื่องเสียงโดยเฉพาะ

  • Audition – สตูดิโอเสียงแบบครบเครื่อง เอาไว้บันทึกเสียง ตัดต่อ มิกซ์เพลง ทำเสียงพากย์ ลบ noise ปรับแต่งเสียงในระดับมืออาชีพ

  • Soundbooth – เคยเป็นตัวเลือกเบา ๆ สำหรับตัดต่อและปรับเสียง เน้นใช้งานกับวิดีโอและเว็บ ใช้ง่ายกว่า Audition แต่ตอนนี้เลิกพัฒนาแล้ว

📘 เอกสารช่วยเหลือ / คู่มือ

สำหรับคนที่ต้องทำคู่มือการใช้งาน โปรแกรมสอน หรือระบบ Help ในซอฟต์แวร์

  • RoboHelp – ใช้สร้างคู่มือ เอกสารประกอบการใช้งาน หรือระบบช่วยเหลือออนไลน์ให้ซอฟต์แวร์และเว็บไซต์

สรุปภาพรวมสายงานของ Adobe

เพื่อไม่ให้สับสน ลองมองว่า Adobe แบ่งโปรแกรมตามสายงานใหญ่ ๆ ได้แบบนี้

  • สายสิ่งพิมพ์ – InDesign, InCopy, PageMaker

  • สายกราฟิก / รูปภาพ – Photoshop, Lightroom, Illustrator, Fireworks และเพื่อน ๆ

  • สายเว็บไซต์ / มัลติมีเดีย – Flash, Dreamweaver, Contribute, Authorware, Coldfusion ฯลฯ

  • สายวิดีโอ / เสียง – Premiere Pro, Premiere Elements, After Effects, Audition, Encore, Captivate, Director, OnLocation, FrameMaker

  • สายเอกสาร / PDF และคู่มือ – Acrobat, Reader, Distiller, RoboHelp

ถ้าคุณเป็นสาย ตัดต่อวิดีโอ หรือทำคอนเทนต์ครบวงจร แนะนำให้เริ่มจาก Premiere Pro + After Effects + Audition ก่อน แล้วค่อยขยับไปจับตัวอื่นตามงานที่ต้องใช้

รู้หน้าที่แต่ละโปรแกรมชัด ๆ แล้ว ชีวิตการทำงานกับ Adobe จะง่ายและเป็นระบบขึ้นเยอะ