Adobe Audition คืออะไร ทำไมสายตัดต่อวิดีโอต้องรู้จัก
ถ้าคุณตัดต่อวิดีโอแต่ยังไม่เคยลองเล่นกับ Adobe Audition บอกได้เลยว่าพลาดของดีไปเยอะมาก เพราะนี่คือโปรแกรมแต่งเสียงระดับมืออาชีพในชุด Adobe Creative Cloud ที่เกิดมาเพื่อสายออดิโอโดยเฉพาะ
ไม่ว่าจะเป็นการ อัดเสียง ตัดต่อเสียง แก้ไขเสียง ปรับเสียงหนัก–เบา ใส่เอฟเฟกต์ หรือมิกซ์เสียงซับซ้อนแค่ไหน Audition ก็เอาอยู่ แถมยังสามารถเอาไฟล์รูปหรือไฟล์วิดีโอมาใช้ประกอบในโปรเจกต์เสียงได้แบบสบาย ๆ
สำหรับใครที่ทำงานตัดต่อวิดีโอเป็นหลัก โปรแกรมนี้จะช่วยให้คุณเก็บรายละเอียดเสียงได้เนียนกว่าที่โปรแกรมตัดต่อวิดีโอทั่วไปจะทำได้ เรียกได้ว่าเป็น หัวใจของงานซาวด์ดีไซน์ เลยก็ว่าได้
สิทธิ์การใช้งานโปรแกรม: 1 ปี
ราคาหน้าเว็บยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
เวิร์กสเตชันเสียงระดับโปรในแบบที่จับต้องได้
Adobe Audition ถูกออกแบบมาเป็นเวิร์กสเตชันผลิตงานเสียงระดับมืออาชีพ ที่ตอบโจทย์ทั้งงานเดี่ยวและงานร่วมกับโปรแกรมตัดต่อวิดีโออื่น ๆ
คุณสามารถ สร้าง มิกซ์ และออกแบบเอฟเฟกต์เสียง ได้จากในโปรแกรมเดียว โดยใช้เครื่องมือแก้ไขเสียงดิจิทัลที่ถือว่าทรงพลังที่สุดตัวหนึ่งในวงการตอนนี้
Audition มาพร้อมกับการทำงานหลายรูปแบบ เช่น
การแสดงผลแบบหลายแทร็ก (Multitrack)
การแก้ไขคลื่นเสียง (Waveform)
การดูและจัดการเสียงแบบสเปกตรัม (Spectral Display)
ทั้งหมดนี้ช่วยให้คุณจัดการ การสร้าง มิกซ์ แก้ไข และคืนค่าเสียงได้อย่างละเอียดและแม่นยำ เหมาะมากสำหรับ
งานตัดต่อวิดีโอที่ต้องการเสียงเป๊ะทุกวินาที
งานแต่งเสียงให้คอนเทนต์ออนไลน์
งานออกแบบเสียงประกอบ (Sound Design)
จุดเด่นสำคัญ คือช่วยเร่งขั้นตอนการทำงานด้านเสียงให้เร็วขึ้น แต่คุณภาพมิกซ์ที่ได้ยังคงคมชัดและสะอาดแบบที่คนฟังต้องรู้สึกได้เลยว่ามืออาชีพจัดให้
ทำไมสายวิดีโอ พ็อดแคสต์ และเอฟเฟกต์เสียงต้องมี Audition
ลองมอง Audition เป็น “มีดพกประจำกาย” ของคนทำคอนเทนต์เสียง เพราะมันรวมเครื่องมือที่แม่นยำสำหรับ
การล้างเสียงรบกวน (Cleaning)
การคืนค่าเสียงที่มีปัญหา (Restoration)
การแก้ไขเสียงให้ตรงตามต้องการ
เหมาะกับงานอย่างเช่น
วิดีโอทุกรูปแบบ ตั้งแต่คลิปสั้นไปจนถึงงานโปรดักชันจริงจัง
พ็อดแคสต์ ที่ต้องการเสียงใส ฟังง่าย ไม่หนวกหู
การออกแบบเอฟเฟกต์เสียง (Sound FX) สำหรับใช้ในวิดีโอหรือสื่ออื่น ๆ
พูดง่าย ๆ ถ้างานของคุณ “มีเสียง” อยู่ในนั้น Audition แทบจะเป็นโปรแกรมที่ควรอยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ
ฟีเจอร์เด่นที่ทำให้ชีวิตสายตัดต่อเสียงง่ายขึ้น
1. เวิร์กโฟลว์ลื่น ๆ คู่กับ Adobe Premiere Pro
สำหรับคนตัดต่อวิดีโอใน Premiere Pro อยู่แล้ว Audition จะกลายเป็นคู่หูที่เข้าขากันสุด ๆ เพราะมีเวิร์กโฟลว์ที่เชื่อมต่อกันอย่างราบรื่น
คุณสามารถส่งไทม์ไลน์จาก Premiere ไปแต่งเสียงต่อใน Audition แล้วดึงกลับไปใช้งานต่อได้อย่างเป็นระบบ ไม่ต้องเสียเวลาวุ่นวายกับไฟล์ไปมา
2. ปรับเสียงให้ดูแพงด้วย Essential Sound
ถึงจะไม่ใช่มืออาชีพด้านเสียงก็ไม่เป็นปัญหา เพราะ Audition มี แผง Essential Sound ที่ช่วยให้คุณจัดการเสียงได้ง่ายขึ้นแบบกึ่งอัตโนมัติ
คุณสามารถเลือกประเภทเสียง เช่น
เสียงพูด (Dialogue)
เสียงเพลง (Music)
เสียงเอฟเฟกต์ (SFX)
เสียงบรรยากาศ (Ambience)
จากนั้นปรับให้ได้โทนเสียงระดับโปรด้วยไม่กี่คลิก เหมาะมากสำหรับยูทูบเบอร์ ครีเอเตอร์ และคนทำคอนเทนต์ที่อยากให้เสียงดูมืออาชีพแต่ไม่อยากลงดีเทลเยอะ
3. สร้างพ็อดแคสต์แบบมีมาตรฐาน
สายพ็อดแคสต์จะรัก Audition เพราะมันช่วยจัดการทุกขั้นตอนตั้งแต่
การบันทึกเสียงพูด
การมิกซ์เสียงแขกรับเชิญและเสียงประกอบ
การตัดต่อลดส่วนเกิน เสียงหายใจ เสียงรบกวน
การส่งออกไฟล์เสียงพร้อมเผยแพร่
คุณสามารถวางโครงรายการ อัดหลายแทร็ก และปรับบาลานซ์เสียงให้ฟังสบายหูได้ในที่เดียว
4. รีมิกซ์เพลงให้ตรงเวลาแบบอัตโนมัติ
ฟีเจอร์ Remix ใน Audition ช่วยให้คุณจัดเรียงเพลงใหม่ให้พอดีกับความยาวที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย
แทนที่จะมานั่งตัดเพลงเองทีละท่อน โปรแกรมจะช่วยวิเคราะห์เพลงให้ แล้วจัดจังหวะต่อท่อนใหม่ให้ฟังลื่นเหมือนต้นฉบับ เหมาะมากเวลาอยากให้เพลงประกอบวิดีโอจบลงพอดีกับภาพ
5. ซ่อมแซมเสียงพัง ๆ ให้กลับมาฟังได้
เสียงที่มีปัญหาไม่ได้แปลว่าต้องทิ้งเสมอไป Audition มีเครื่องมือสำหรับการซ่อมแซมและคืนค่าเสียงที่ครบครัน เช่น
การแสดงความถี่แบบสเปกตรัม เพื่อเห็นปัญหาเสียงชัด ๆ
แผงการวินิจฉัย (Diagnostics) ช่วยตรวจจับจุดที่ควรแก้
เอฟเฟกต์สำหรับลด Noise, Clip, Hum และอื่น ๆ
การใช้ชุดเครื่องมือเหล่านี้อย่างถูกวิธี จะช่วยให้ไฟล์เสียงที่ดูสิ้นหวังกลับมาใช้งานได้ในระดับที่น่าพอใจเลยทีเดียว
สรุป: ถ้าจริงจังกับงานตัดต่อวิดีโอ เสียงต้องไม่ใช่แค่ตัวประกอบ
ในยุคที่คนดูให้ความสำคัญกับคุณภาพทั้งภาพและเสียง Adobe Audition คืออาวุธลับที่ช่วยให้โปรเจกต์ของคุณดู (และฟัง) มืออาชีพขึ้นแบบสัมผัสได้
ไม่ว่าคุณจะ
เป็นสายตัดต่อวิดีโอที่อยากอัปเกรดเรื่องเสียง
เป็นครีเอเตอร์ที่อยากให้คอนเทนต์ฟังสบายหู
หรือเป็นคนทำพ็อดแคสต์ที่อยากยกระดับรายการ
การมี Audition อยู่ใน Workflow คือการลงทุนกับคุณภาพเสียงที่คุ้มค่ามากในระยะยาว
ภาพสวย แต่เสียงพัง คนก็ปิดคลิปหนีอยู่ดี ลองให้ Adobe Audition เข้ามาดูแลมิติด้านเสียง แล้วจะรู้ว่าคอนเทนต์ของคุณยังไปได้ไกลกว่านี้อีกเยอะ

