รับแอปรับแอป

อยากตัดต่อเสียงแบบมือโปร? ทำความรู้จัก Adobe Audition ให้ลึกกว่าที่เคย

วรวิทย์ ทองดี01-30

Adobe Audition คืออะไร ทำไมสายตัดต่อวิดีโอต้องรู้จัก

ถ้าคุณตัดต่อวิดีโอแต่ยังไม่เคยลองเล่นกับ Adobe Audition บอกได้เลยว่าพลาดของดีไปเยอะมาก เพราะนี่คือโปรแกรมแต่งเสียงระดับมืออาชีพในชุด Adobe Creative Cloud ที่เกิดมาเพื่อสายออดิโอโดยเฉพาะ

ไม่ว่าจะเป็นการ อัดเสียง ตัดต่อเสียง แก้ไขเสียง ปรับเสียงหนัก–เบา ใส่เอฟเฟกต์ หรือมิกซ์เสียงซับซ้อนแค่ไหน Audition ก็เอาอยู่ แถมยังสามารถเอาไฟล์รูปหรือไฟล์วิดีโอมาใช้ประกอบในโปรเจกต์เสียงได้แบบสบาย ๆ

สำหรับใครที่ทำงานตัดต่อวิดีโอเป็นหลัก โปรแกรมนี้จะช่วยให้คุณเก็บรายละเอียดเสียงได้เนียนกว่าที่โปรแกรมตัดต่อวิดีโอทั่วไปจะทำได้ เรียกได้ว่าเป็น หัวใจของงานซาวด์ดีไซน์ เลยก็ว่าได้

  • สิทธิ์การใช้งานโปรแกรม: 1 ปี

  • ราคาหน้าเว็บยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

เวิร์กสเตชันเสียงระดับโปรในแบบที่จับต้องได้

Adobe Audition ถูกออกแบบมาเป็นเวิร์กสเตชันผลิตงานเสียงระดับมืออาชีพ ที่ตอบโจทย์ทั้งงานเดี่ยวและงานร่วมกับโปรแกรมตัดต่อวิดีโออื่น ๆ

คุณสามารถ สร้าง มิกซ์ และออกแบบเอฟเฟกต์เสียง ได้จากในโปรแกรมเดียว โดยใช้เครื่องมือแก้ไขเสียงดิจิทัลที่ถือว่าทรงพลังที่สุดตัวหนึ่งในวงการตอนนี้

Audition มาพร้อมกับการทำงานหลายรูปแบบ เช่น

  • การแสดงผลแบบหลายแทร็ก (Multitrack)

  • การแก้ไขคลื่นเสียง (Waveform)

  • การดูและจัดการเสียงแบบสเปกตรัม (Spectral Display)

ทั้งหมดนี้ช่วยให้คุณจัดการ การสร้าง มิกซ์ แก้ไข และคืนค่าเสียงได้อย่างละเอียดและแม่นยำ เหมาะมากสำหรับ

  • งานตัดต่อวิดีโอที่ต้องการเสียงเป๊ะทุกวินาที

  • งานแต่งเสียงให้คอนเทนต์ออนไลน์

  • งานออกแบบเสียงประกอบ (Sound Design)

จุดเด่นสำคัญ คือช่วยเร่งขั้นตอนการทำงานด้านเสียงให้เร็วขึ้น แต่คุณภาพมิกซ์ที่ได้ยังคงคมชัดและสะอาดแบบที่คนฟังต้องรู้สึกได้เลยว่ามืออาชีพจัดให้

ทำไมสายวิดีโอ พ็อดแคสต์ และเอฟเฟกต์เสียงต้องมี Audition

ลองมอง Audition เป็น “มีดพกประจำกาย” ของคนทำคอนเทนต์เสียง เพราะมันรวมเครื่องมือที่แม่นยำสำหรับ

  • การล้างเสียงรบกวน (Cleaning)

  • การคืนค่าเสียงที่มีปัญหา (Restoration)

  • การแก้ไขเสียงให้ตรงตามต้องการ

เหมาะกับงานอย่างเช่น

  • วิดีโอทุกรูปแบบ ตั้งแต่คลิปสั้นไปจนถึงงานโปรดักชันจริงจัง

  • พ็อดแคสต์ ที่ต้องการเสียงใส ฟังง่าย ไม่หนวกหู

  • การออกแบบเอฟเฟกต์เสียง (Sound FX) สำหรับใช้ในวิดีโอหรือสื่ออื่น ๆ

พูดง่าย ๆ ถ้างานของคุณ “มีเสียง” อยู่ในนั้น Audition แทบจะเป็นโปรแกรมที่ควรอยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ

ฟีเจอร์เด่นที่ทำให้ชีวิตสายตัดต่อเสียงง่ายขึ้น

1. เวิร์กโฟลว์ลื่น ๆ คู่กับ Adobe Premiere Pro

สำหรับคนตัดต่อวิดีโอใน Premiere Pro อยู่แล้ว Audition จะกลายเป็นคู่หูที่เข้าขากันสุด ๆ เพราะมีเวิร์กโฟลว์ที่เชื่อมต่อกันอย่างราบรื่น

คุณสามารถส่งไทม์ไลน์จาก Premiere ไปแต่งเสียงต่อใน Audition แล้วดึงกลับไปใช้งานต่อได้อย่างเป็นระบบ ไม่ต้องเสียเวลาวุ่นวายกับไฟล์ไปมา

2. ปรับเสียงให้ดูแพงด้วย Essential Sound

ถึงจะไม่ใช่มืออาชีพด้านเสียงก็ไม่เป็นปัญหา เพราะ Audition มี แผง Essential Sound ที่ช่วยให้คุณจัดการเสียงได้ง่ายขึ้นแบบกึ่งอัตโนมัติ

คุณสามารถเลือกประเภทเสียง เช่น

  • เสียงพูด (Dialogue)

  • เสียงเพลง (Music)

  • เสียงเอฟเฟกต์ (SFX)

  • เสียงบรรยากาศ (Ambience)

จากนั้นปรับให้ได้โทนเสียงระดับโปรด้วยไม่กี่คลิก เหมาะมากสำหรับยูทูบเบอร์ ครีเอเตอร์ และคนทำคอนเทนต์ที่อยากให้เสียงดูมืออาชีพแต่ไม่อยากลงดีเทลเยอะ

3. สร้างพ็อดแคสต์แบบมีมาตรฐาน

สายพ็อดแคสต์จะรัก Audition เพราะมันช่วยจัดการทุกขั้นตอนตั้งแต่

  • การบันทึกเสียงพูด

  • การมิกซ์เสียงแขกรับเชิญและเสียงประกอบ

  • การตัดต่อลดส่วนเกิน เสียงหายใจ เสียงรบกวน

  • การส่งออกไฟล์เสียงพร้อมเผยแพร่

คุณสามารถวางโครงรายการ อัดหลายแทร็ก และปรับบาลานซ์เสียงให้ฟังสบายหูได้ในที่เดียว

4. รีมิกซ์เพลงให้ตรงเวลาแบบอัตโนมัติ

ฟีเจอร์ Remix ใน Audition ช่วยให้คุณจัดเรียงเพลงใหม่ให้พอดีกับความยาวที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย

แทนที่จะมานั่งตัดเพลงเองทีละท่อน โปรแกรมจะช่วยวิเคราะห์เพลงให้ แล้วจัดจังหวะต่อท่อนใหม่ให้ฟังลื่นเหมือนต้นฉบับ เหมาะมากเวลาอยากให้เพลงประกอบวิดีโอจบลงพอดีกับภาพ

5. ซ่อมแซมเสียงพัง ๆ ให้กลับมาฟังได้

เสียงที่มีปัญหาไม่ได้แปลว่าต้องทิ้งเสมอไป Audition มีเครื่องมือสำหรับการซ่อมแซมและคืนค่าเสียงที่ครบครัน เช่น

  • การแสดงความถี่แบบสเปกตรัม เพื่อเห็นปัญหาเสียงชัด ๆ

  • แผงการวินิจฉัย (Diagnostics) ช่วยตรวจจับจุดที่ควรแก้

  • เอฟเฟกต์สำหรับลด Noise, Clip, Hum และอื่น ๆ

การใช้ชุดเครื่องมือเหล่านี้อย่างถูกวิธี จะช่วยให้ไฟล์เสียงที่ดูสิ้นหวังกลับมาใช้งานได้ในระดับที่น่าพอใจเลยทีเดียว

สรุป: ถ้าจริงจังกับงานตัดต่อวิดีโอ เสียงต้องไม่ใช่แค่ตัวประกอบ

ในยุคที่คนดูให้ความสำคัญกับคุณภาพทั้งภาพและเสียง Adobe Audition คืออาวุธลับที่ช่วยให้โปรเจกต์ของคุณดู (และฟัง) มืออาชีพขึ้นแบบสัมผัสได้

ไม่ว่าคุณจะ

  • เป็นสายตัดต่อวิดีโอที่อยากอัปเกรดเรื่องเสียง

  • เป็นครีเอเตอร์ที่อยากให้คอนเทนต์ฟังสบายหู

  • หรือเป็นคนทำพ็อดแคสต์ที่อยากยกระดับรายการ

การมี Audition อยู่ใน Workflow คือการลงทุนกับคุณภาพเสียงที่คุ้มค่ามากในระยะยาว

ภาพสวย แต่เสียงพัง คนก็ปิดคลิปหนีอยู่ดี ลองให้ Adobe Audition เข้ามาดูแลมิติด้านเสียง แล้วจะรู้ว่าคอนเทนต์ของคุณยังไปได้ไกลกว่านี้อีกเยอะ