รับแอปรับแอป

เมื่อการเข้าสังคมไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ Silent Socializing ที่คนยุคใหม่กำลังเลือก

ธนดล ศรีงาม01-27

ในยุคที่การแจ้งเตือนดังไม่หยุด หน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูล และชีวิตประจำวันถูกเร่งด้วยความคาดหวังจากรอบด้าน ผู้คนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามกับคำว่า “การเข้าสังคม” ว่าจำเป็นต้องเสียงดัง วุ่นวาย หรือใช้พลังงานทางอารมณ์มากมายเสมอไปหรือไม่

จากคำถามนั้นเอง เทรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า ‘Silent Socializing’ หรือการเข้าสังคมแบบเงียบ กำลังค่อยๆ เติบโตและได้รับความนิยมในหลายประเทศทั่วโลก การรวมตัวที่ไม่เน้นบทสนทนา ไม่บังคับการมีปฏิสัมพันธ์ แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้คน “อยู่ร่วมกันอย่างเงียบๆ” ได้กลายเป็นทางเลือกใหม่ของการใช้ชีวิตในสังคมยุคดิจิทัล 🌙

ในอดีต ความเงียบมักถูกมองว่าเป็นความอึดอัด เป็นสัญญาณของความไม่สนิท หรือเป็นช่วงเวลาที่ควรถูกเติมเต็มด้วยบทสนทนา แต่ในปัจจุบัน มุมมองต่อความเงียบเริ่มเปลี่ยนไป

สำหรับหลายคน ความเงียบคือพื้นที่ปลอดภัย เป็นช่วงเวลาที่ไม่ต้องแสดงออก ไม่ต้องตอบสนอง ไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ใครเห็น ความเงียบจึงกลายเป็นทรัพยากรที่หายากและมีค่า ในโลกที่ทุกอย่างเรียกร้องความสนใจจากเราอยู่ตลอดเวลา

Silent Socializing จึงเกิดขึ้นบนแนวคิดที่ว่า
“การอยู่ร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องพูดเสมอไป”


Adult Parallel Play การเล่นคู่ขนานของผู้ใหญ่

นักจิตวิทยาใช้นิยามคำว่า Adult Parallel Play เพื่ออธิบายพฤติกรรมนี้ ซึ่งมีรากฐานมาจากพฤติกรรมของเด็กเล็ก ที่สามารถเล่นของตัวเองอยู่ใกล้กันโดยไม่จำเป็นต้องโต้ตอบกันตลอดเวลา

เมื่อแนวคิดนี้ถูกนำมาใช้กับผู้ใหญ่ มันหมายถึงการที่แต่ละคนทำกิจกรรมของตัวเองในพื้นที่เดียวกัน อาจเป็นการอ่านหนังสือ เขียนงาน วาดรูป หรือเพียงนั่งอยู่เงียบๆ แต่รับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของคนอื่นรอบตัว

สิ่งที่เชื่อมโยงทุกคนเข้าด้วยกัน ไม่ใช่บทสนทนา แต่คือบรรยากาศ ความเงียบ และการรับรู้ร่วมกันว่า “เราไม่ได้อยู่คนเดียว” 🤍

Silent Socializing กับการไม่ต้องใช้พลังทางสังคม

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Silent Socializing ได้รับความนิยม คือมันไม่ต้องใช้ “พลังงานทางสังคม” มากเท่าการเข้าสังคมแบบเดิม

การพูดคุย การทำความรู้จักคนใหม่ การ Small Talk หรือการรักษาบทสนทนา ล้วนต้องใช้พลังงานทางจิตใจ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เป็น Introvert หรือคนที่ทำงานกับผู้คนตลอดวัน

Silent Socializing เปิดโอกาสให้ผู้คน
ได้ออกจากบ้าน
ได้อยู่ในพื้นที่สังคม
แต่ไม่ต้องฝืนตัวเอง

นี่คือการเข้าสังคมในแบบที่อ่อนโยนต่อใจมากขึ้น 🌱


Silent Book Club ตัวอย่างของการรวมตัวที่เติบโตทั่วโลก

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ Silent Socializing คือ Silent Book Club ชมรมอ่านหนังสือที่ไม่มีการบังคับพูดคุย สมาชิกเพียงมารวมตัวกัน นั่งอ่านหนังสือของตัวเองในความเงียบสงบ

ปัจจุบัน Silent Book Club มีสมาชิกมากกว่าหนึ่งล้านคนทั่วโลก และจัดกิจกรรมในหลายประเทศ ตั้งแต่ร้านกาแฟ สวนสาธารณะ ไปจนถึงพื้นที่ศิลปะ

สิ่งที่ทำให้กิจกรรมนี้ได้รับความนิยม ไม่ใช่แค่ความรักในการอ่าน แต่คือความรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ร่วมกับผู้อื่นโดยไม่ต้องอธิบายตัวเองให้ใครฟัง 📚✨

Silent Reading Parties เมื่อความเงียบเข้าไปอยู่ในพื้นที่สังคม

ในบางเมือง เช่น ลอนดอน มีการจัด Silent Reading Parties ในผับหรือบาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปกติเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและดนตรี แต่ในกิจกรรมเหล่านี้ ผู้เข้าร่วมจะมานั่งอ่านหนังสือในความเงียบ

ผลลัพธ์คือบัตรเข้างานขายหมดล่วงหน้าหลายสัปดาห์ และกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้คนรอคอยมากที่สุด

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้คนไม่ได้ปฏิเสธการออกไปข้างนอก แต่กำลังมองหารูปแบบใหม่ของการออกไป ที่ไม่ทำให้เหนื่อยล้าเหมือนเดิม 🍷📖


การเปลี่ยนความหมายของคำว่าออกไปข้างนอก

เดิมที การออกไปข้างนอกมักถูกเชื่อมโยงกับการพบปะ พูดคุย ปาร์ตี้ หรือกิจกรรมที่มีเสียงดัง แต่ Silent Socializing กำลังเปลี่ยนความหมายของการออกไปข้างนอก

การออกไปอาจหมายถึง
การไปนั่งอ่านหนังสือในร้านเดียวกับคนแปลกหน้า
การไปทำงานเงียบๆ ในพื้นที่ร่วม
หรือการไปใช้เวลาอยู่ท่ามกลางผู้คนโดยไม่ต้องมีบทสนทนาใดๆ

นี่คือการออกไปข้างนอกในรูปแบบที่ไม่ขัดกับความต้องการของใจ 🕯️

สังคมที่ไม่ต้องเสียงดัง อาจยั่งยืนกว่า

ในระยะยาว Silent Socializing อาจไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นหนึ่งในรูปแบบของสังคมที่ยั่งยืนกว่า สังคมที่ให้คุณค่ากับการเคารพพื้นที่ส่วนตัว การอยู่ร่วมกันโดยไม่กดดัน และการเชื่อมโยงอย่างอ่อนโยน

เมื่อผู้คนไม่ต้องฝืนใจเข้าสังคม ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจึงมีโอกาสลึกและจริงมากขึ้น แม้จะเริ่มต้นจากความเงียบก็ตาม

Silent Socializing ความเงียบที่เชื่อมโยงผู้คนในยุคใหม่

Silent Socializing ไม่ได้เป็นการปฏิเสธสังคม แต่เป็นการนิยามสังคมใหม่ในแบบที่อ่อนโยนและเคารพใจมนุษย์มากขึ้น ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ เสียงดัง และต้องการความสนใจ ความเงียบจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนโหยหา

จากแนวคิด Adult Parallel Play
สู่กิจกรรมอย่าง Silent Book Club
และ Silent Reading Parties ทั่วโลก

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ผู้คนยังต้องการการเชื่อมโยง เพียงแต่ไม่อยากแลกมันกับความเหนื่อยล้าทางอารมณ์อีกต่อไป

Silent Socializing คือการบอกว่า
เราไม่จำเป็นต้องพูดเพื่อจะเป็นส่วนหนึ่ง
ไม่จำเป็นต้องแสดงออกเพื่อจะมีตัวตน
และไม่จำเป็นต้องเสียงดัง เพื่อจะไม่เหงา

ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียง ความเงียบอาจไม่ใช่การหนี แต่คือการกลับมาอยู่กับตัวเอง และกับผู้อื่น ในแบบที่เบาและจริงที่สุด 🤍✨