เปิดทริปปลายปี ขับลงใต้ไล่เก็บโมเมนต์สวย ๆ
ช่วงปลายปีแบบนี้ ถ้ายังไม่มีแพลน บอกเลยว่าถึงเวลาเก็บกระเป๋าแล้วขับรถลงใต้กันได้แล้ว เส้นทางเดียวเที่ยวได้ตั้งแต่ ชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ไปจนถึง สงขลา แวะเมืองเล็กเมืองน้อย สัมผัสธรรมชาติ วิถีชุมชน และร้านพื้นบ้านที่ชวนให้แวะชิมไปตลอดทาง
นี่ไม่ใช่แค่ทริปเที่ยวชมวิวธรรมดา แต่คือการเติมพลังให้ทั้งใจและเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมเก็บโมเมนต์ดี ๆ ไว้ฉลองคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 แบบมีสไตล์ในแบบของตัวเอง
จุดที่ 1 ชุมพร–ระนอง เปิดประตูสู่ใต้แบบเนิบ ๆ แต่โคตรมีเสน่ห์

ขับลงใต้หลายคนคุ้นกับการมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง ชุมพร แต่ถ้าอยากลองเปลี่ยนฟีล ลองหักพวงมาลัยไปทางตะวันตกมุ่งหน้า ระนอง เมืองเงียบ ๆ ที่เหมือนถูกซ่อนอยู่กลางภูเขาและสายหมอก
ระนองเป็นเหมือนประตูบานแรกของภาคใต้ที่ยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้ครบ ทั้ง
ภูเขาเขียว ๆ ให้ขับรถชมวิว
ลำธารเย็น ๆ ข้างทาง
น้ำตกที่แวะพักขาและถ่ายรูปได้ตลอดปี
หนึ่งในจุดที่ควรจอดคือ น้ำตกปุญญบาล น้ำใสไหลริมถนนสายเพชรเกษม เป็นมุมให้ร่างกายได้พัก ใจได้ชิล และกล้องได้ทำงาน

เส้นทางที่ลัดเลาะผ่านภูเขาโค้งไปโค้งมา ยิ่งขับยิ่งรู้สึกได้ถึงความสบายของรถที่นั่งกว้าง นุ่ม เงียบ แถมมีกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าให้เร่งขึ้นเนินได้ลื่น ๆ ไม่ต้องเครียดเรื่องหาที่ชาร์จระหว่างเมือง
ระหว่างทางยังเต็มไปด้วยร้านอาหารพื้นบ้านและร้านค้าชุมชนที่ต้องแวะ
เมนูท้องถิ่นรสจัดจ้าน
อาหารทะเลสด ๆ แบบยกขึ้นจากเรือแล้วขึ้นโต๊ะ
ทำให้ ระนอง ไม่ได้เป็นแค่ทางผ่าน แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงใต้

จุดที่ 2 ตะกั่วป่า พังงา เมืองเก่ากลางหุบเขาที่ใครก็ต้องหลงรัก
พูดถึง พังงา ส่วนใหญ่จะคิดถึงทะเล แต่คนสายรักเมืองเก่า บรรยากาศนิ่ง ๆ ช้า ๆ ต้องมาที่ ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า เมืองเล็กกลางหุบเขา ที่เดินแค่ไม่กี่นาที มุมถ่ายรูปก็ผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ
ย่านนี้รายล้อมด้วย
อาคารสไตล์ชิโน–โปรตุกีสสุดคลาสสิก
ร้านค้าเล็ก ๆ ของคนในชุมชน
ศาลเจ้าจีนอย่างศาลเจ้าซินใช่ตึ๋งที่สะท้อนรากวัฒนธรรม
เดินเล่นชิล ๆ จะได้เจอทั้ง Street Art, โรงเรียนเต้าหมิง, สะพานเหล็กบุญสูง ที่เห็นวิวภูเขาแบบเต็มเฟรม เมืองเก่านี้เลยกลายเป็นมุมพิเศษของตะกั่วป่าที่แม้อยู่ในเมือง ก็ยังรู้สึกว่าภูเขาอยู่ใกล้มือสุด ๆ

จุดหนึ่งที่ทำให้การเดินเมืองเก่ารู้สึกเบาสบาย คือการมีรถที่ขับไม่เหนื่อยตั้งแต่ต้นทาง ฟังก์ชันเล็ก ๆ อย่าง
ปุ่มเกียร์แบบไฟเรืองแสง
เบรกมือไฟฟ้าและ Auto Brake Hold
โหมดช่วยหยุด–เคลื่อนในตรอกแคบ ๆ
ช่วยให้การจอด การเข็น หรือการขยับรถในซอยเล็ก ๆ ง่ายกว่าที่คิด พอวิ่งทางไกลก่อนเข้าตัวเมืองก็มีระบบช่วยควบคุมความเร็วและระยะห่างรถคันหน้า ทำให้คนขับไม่หมดแรงก่อนถึงจุดเที่ยวสำคัญ

สายกินก็ไม่แพ้ใคร เพราะตะกั่วป่ามีเมนูให้ลิสต์ยาว ๆ
ขนมจีนหน้าศาล น้ำแกงเข้มข้นจัดเต็ม
ไส้กรอกตะกั่วป่าเจ้าดัง
สะเต๊ะสูตรเก่าในตำนาน ที่ยังรักษารสเดิมไว้
เดินไป แวะกินไป แทบทุกมุมเต็มไปด้วยรสชาติและเรื่องเล่าของเมืองเก่า ทำให้พังงามีอีกมิติที่เนิบ นุ่ม และโคตรอบอุ่น
จุดที่ 3 สุราษฎร์ธานี ธรรมชาติเต็มตา ฟีลเยียวยาเต็มใจ
ถึงคิวสายเขียว สายรักป่า ชอบภูเขาและหมอกต้องปักหมุดที่ สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะ อุทยานแห่งชาติเขาสก ผืนป่าฝนอายุนับร้อยล้านปีที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในป่าที่สมบูรณ์ที่สุดของไทย
ที่นี่โดดเด่นด้วย
ภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา
ป่าเขียวชอุ่มรอบทิศ
บรรยากาศเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ
เหมาะมากกับการหนีเมืองมานั่งพักใจ ใช้เวลาเดินช้า ๆ ซึมซับอากาศดี ๆ

ระหว่างขับรถเลียบแนวภูเขาและผืนป่า การมีห้องโดยสารที่นั่งสบาย โปร่ง โล่ง ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังพักผ่อนตั้งแต่ยังไม่ถึงจุดหมาย กระจกบานใหญ่เปิดมุมมองให้เห็นวิวเขาสกเต็มตา แถมมีม่านบังแดดช่วยกรองแสงแรง ๆ เวลาแล่นผ่านพื้นที่โล่งอีกด้วย
กิจกรรมรอบเขาสกก็มีให้เลือกเพียบ ทั้ง
ขับรถชมวิวเข้าไปยังจุดเดินป่าต่าง ๆ
ล่องแพชม เขื่อนเชี่ยวหลาน ทะเลสาบสีมรกตล้อมด้วยเขาหินปูนสุดอลัง
โซนอำเภอบ้านตาขุนและพื้นที่ใกล้เคียงยังมีคาเฟ่บ้านไม้ ร้านอาหารพื้นบ้าน และโฮมสเตย์ท้องถิ่นให้ไปนั่งชิล พูดคุยกับคนในพื้นที่แบบเป็นกันเอง
สุราษฎร์ธานี เลยเป็นจุดหมายที่เหมาะทั้งกับทริปกลุ่มเพื่อนและทริปครอบครัว จะมาพักนิ่ง ๆ หรือจัดกิจกรรมแน่น ๆ ก็ลงตัวสำหรับทุกสไตล์ของคนรักธรรมชาติ
จุดที่ 4 นครศรีธรรมราช เมืองวิวดีที่ควรใช้เวลาให้คุ้ม
มาถึง นครศรีธรรมราช เมืองที่เหมาะกับการปล่อยสปีดชีวิตให้ช้าลงหน่อย โดยเฉพาะที่ หมู่บ้านคีรีวง หมู่บ้านเล็กกลางภูเขาที่ได้ฉายาเรื่องอากาศดีและโอโซนล้นปอด แถมยังมีลำธารใสไหลผ่านกลางหมู่บ้าน
กิจกรรมที่ห้ามพลาดคือ
ปูเสื่อปิกนิกริมลำธาร จุ่มเท้าในน้ำเย็น ๆ
จิบกาแฟจากคาเฟ่ในหมู่บ้าน
เดินชมงานหัตถกรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะผ้าย้อมสีธรรมชาติ
บรรยากาศเรียบง่ายแต่โคตรผ่อนคลาย เหมาะมากกับการใช้เวลาในช่วงเทศกาลแบบไม่ต้องเร่งรีบ
จากลำธารคีรีวง ถ้าขับลงฝั่งชายทะเลจะได้เจออีกมุมที่สวยไม่แพ้กันคือ จุดชมวิวอ่าวท้องยาง มุมเงียบ ๆ ที่มองเห็นทั้งภูเขาและทะเลในภาพเดียว
มาตอนเช้าเห็นพระอาทิตย์ขึ้นแบบฟีลดีสุด
หรือจะแวะระหว่างวันก็นั่งชมวิวชิล ๆ ได้แบบไม่วุ่นวาย
ระหว่างแวะตามจุดต่าง ๆ ยิ่งสะดวกขึ้นไปอีกถ้ารถมี ประตูท้ายแบบ Dual Door เปิดครึ่งบานได้ แม้ที่จอดจะแคบก็ยังหยิบของปิกนิก กระเป๋ากล้อง หรือกระเป๋าเดินทางออกง่าย ๆ ช่องเก็บของและที่วางขวดน้ำทั่วทั้งคันช่วยให้ไม่ต้องวุ่นวายหาของเล็ก ๆ น้อย ๆ กลางทริป
รอบอ่าวยังเต็มไปด้วยร้านอาหารทะเลฟีลบ้าน ๆ ที่
เน้นวัตถุดิบสดใหม่
มีเมนูปลาย่าง ต้มส้ม ผักพื้นบ้าน และซีฟู้ดนึ่งรสมือเรียบง่ายแต่เด่นที่ความสด
คาเฟ่ริมทะเลก็มีให้แวะถ่ายรูป นั่งชิล มองคลื่นได้ทั้งวัน บอกเลยว่าใครชอบวิวดี อาหารดี เมืองนี้ไม่ควรข้าม
จุดที่ 5 สงขลา เมืองเล็กฟีลใหญ่ ครบรสทั้งกิน เล่น และวัฒนธรรม
ใครขับจากนครศรีฯ ลงมาสงขลา ช่วงผ่านจังหวัดพัทลุงอย่าลืมแวะที่ สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (สะพานเอกชัย) แลนด์มาร์กไฮไลต์ประจำเส้นทาง
สะพานยาวกว่า 5 กิโลเมตรทอดผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบ เชื่อมระหว่างพัทลุงกับสงขลา เป็นจุด
แวะถ่ายรูปวิวกว้าง ๆ
พักสายตาก่อนเข้าเมือง
จากพื้นที่โปร่งโล่ง พอเข้าใกล้ตัวเมืองถนนเริ่มแคบ การขับในซอยเล็ก ๆ จะง่ายขึ้นถ้ารถเลี้ยวคล่องและมีกล้องช่วยมองรอบคัน โดยเฉพาะเวลาจอดริมสะพานหรือถอยเข้าซองท่ามกลางแสงย้อนจากทะเลสาบ
พอเข้าสู่ เมืองเก่าสงขลา จะสัมผัสได้ทันทีถึงความผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมชิโน–โปรตุกีสกับวัฒนธรรมจีน อาคารเก่าหลายสิบ–ร้อยปีเรียงรายสองฝั่งถนน ทำให้การเดินเล่นกลายเป็นกิจกรรมที่เพลินกว่าที่คิด
จุดเช็กอินสำคัญที่ไม่ควรข้าม เช่น
ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ ริมทะเลสาบ จุดถ่ายรูปยอดนิยมก่อนเข้าย่านเมืองเก่า
พิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ (บ้านตระกูลติณสูลานนท์) ที่เล่าเรื่องราวของชุมชนชาวจีนและบทบาทของสงขลาในฐานะเมืองท่าเก่า
ซอยในเมืองเก่าส่วนใหญ่ค่อนข้างแคบ การมีระบบช่วยเตือนมุมอับหรือเตือนรถตัดหลังช่วยให้ขับสบายขึ้นเยอะ โดยเฉพาะเวลาจะออกจากซองหรือมีคนเดินตัดหน้าแบบไม่ทันตั้งตัว แถมประตูสไลด์ไฟฟ้าที่เตะเปิดได้ยังโคตรตอบโจทย์ตอนถือของฝากและของกินเต็มสองมือ
เดินไปไม่นาน กลิ่นของกินก็ลอยมาเรียกเสมอ สงขลาคือสวรรค์ของสายกินแบบแท้จริง
โรตีร้อน ๆ แป้งกรอบนุ่มไส้แน่น
ไอติมโอ่งสไตล์โบราณฟีลย้อนวันเก่า
ขนมจีบ–ซาลาเปาร้านเก่าแก่
คาเฟ่และของกินเล่นอีกเพียบในแทบทุกซอย
ทุกการแวะคืออีกหนึ่งเรื่องราวที่ทำให้การเดินชมเมืองสนุกขึ้นหลายเท่า
ก่อนจบทริปอย่าลืมแวะ
บ้านนครใน และโซน Street Art เมืองเก่า เดินถ่ายรูปเก็บงานศิลปะบนกำแพงแบบช้า ๆ
โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น อาคารสีแดงอายุกว่าศตวรรษที่เคยเป็นโรงสีข้าวสำคัญของภาคใต้ ปัจจุบันถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์และพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน
ย่านนี้ขับเข้า–ออกวนหลายรอบก็ไม่รู้สึกลำบาก เพราะมีผู้ช่วยคอยส่องรอบคัน ให้การหาที่จอดในซอยแคบหรือการถอยหน้าโรงสีแดงง่ายขึ้นแบบรู้สึกได้ ทั้งวันเลยกลายเป็นการขับเที่ยวสบาย ๆ ไม่ต้องเครียดกับความแออัดหรือที่จอดจำกัด
ปิดทริปโร้ดทริปใต้แบบสายกินสายชิล
สิ่งที่ทำให้โร้ดทริปสนุกขึ้นแบบจับต้องได้คือ การมีรถที่เข้ากับเส้นทางและสไตล์การเที่ยวของเรา ไม่ว่าจะเป็นโค้งเขาคดเคี้ยว หรือทางเลียบทะเลใต้ลมแรง แค่รถขับสบาย มั่นใจ และดูแลง่าย ทุกกิโลเมตรก็กลายเป็นช่วงเวลาที่อยากจำมากกว่าจะอยากจบ
ไม่ว่าปีหน้าแพลนจะเป็นทริปล่องเหนือ ลงใต้ หรือมุ่งหน้าไปอีสาน ถ้าจัดทริปดี ๆ เลือกรถให้เหมาะ เตรียมใจให้พร้อม ทริปต่อไปของคุณอาจกลายเป็นทริปที่อยากย้อนกลับมาอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ภาคใต้ 5 จังหวัด 5 ฟีลในทริปเดียว ทั้งกินอร่อย เที่ยวเพลิน วิวดี และวัฒนธรรมแน่น ใครยังไม่เคย ขับลงไปสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าทริปปลายปีของตัวเอง “อัปเลเวล” ได้อีกเยอะกว่าเดิมแค่ไหน

