รับแอปรับแอป

ขับรถกินลมชมใต้ 5 จังหวัด 5 ฟีล เช็กอินรับปีใหม่แบบสายกินสายเที่ยว

ก้องภพ ชัยเจริญ01-30

เปิดทริปปลายปี ขับลงใต้ไล่เก็บโมเมนต์สวย ๆ

ช่วงปลายปีแบบนี้ ถ้ายังไม่มีแพลน บอกเลยว่าถึงเวลาเก็บกระเป๋าแล้วขับรถลงใต้กันได้แล้ว เส้นทางเดียวเที่ยวได้ตั้งแต่ ชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ไปจนถึง สงขลา แวะเมืองเล็กเมืองน้อย สัมผัสธรรมชาติ วิถีชุมชน และร้านพื้นบ้านที่ชวนให้แวะชิมไปตลอดทาง

นี่ไม่ใช่แค่ทริปเที่ยวชมวิวธรรมดา แต่คือการเติมพลังให้ทั้งใจและเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมเก็บโมเมนต์ดี ๆ ไว้ฉลองคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 แบบมีสไตล์ในแบบของตัวเอง

จุดที่ 1 ชุมพร–ระนอง เปิดประตูสู่ใต้แบบเนิบ ๆ แต่โคตรมีเสน่ห์

ขับลงใต้หลายคนคุ้นกับการมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง ชุมพร แต่ถ้าอยากลองเปลี่ยนฟีล ลองหักพวงมาลัยไปทางตะวันตกมุ่งหน้า ระนอง เมืองเงียบ ๆ ที่เหมือนถูกซ่อนอยู่กลางภูเขาและสายหมอก

ระนองเป็นเหมือนประตูบานแรกของภาคใต้ที่ยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้ครบ ทั้ง

  • ภูเขาเขียว ๆ ให้ขับรถชมวิว

  • ลำธารเย็น ๆ ข้างทาง

  • น้ำตกที่แวะพักขาและถ่ายรูปได้ตลอดปี

หนึ่งในจุดที่ควรจอดคือ น้ำตกปุญญบาล น้ำใสไหลริมถนนสายเพชรเกษม เป็นมุมให้ร่างกายได้พัก ใจได้ชิล และกล้องได้ทำงาน

เส้นทางที่ลัดเลาะผ่านภูเขาโค้งไปโค้งมา ยิ่งขับยิ่งรู้สึกได้ถึงความสบายของรถที่นั่งกว้าง นุ่ม เงียบ แถมมีกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าให้เร่งขึ้นเนินได้ลื่น ๆ ไม่ต้องเครียดเรื่องหาที่ชาร์จระหว่างเมือง

ระหว่างทางยังเต็มไปด้วยร้านอาหารพื้นบ้านและร้านค้าชุมชนที่ต้องแวะ

  • เมนูท้องถิ่นรสจัดจ้าน

  • อาหารทะเลสด ๆ แบบยกขึ้นจากเรือแล้วขึ้นโต๊ะ

ทำให้ ระนอง ไม่ได้เป็นแค่ทางผ่าน แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงใต้

จุดที่ 2 ตะกั่วป่า พังงา เมืองเก่ากลางหุบเขาที่ใครก็ต้องหลงรัก

พูดถึง พังงา ส่วนใหญ่จะคิดถึงทะเล แต่คนสายรักเมืองเก่า บรรยากาศนิ่ง ๆ ช้า ๆ ต้องมาที่ ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า เมืองเล็กกลางหุบเขา ที่เดินแค่ไม่กี่นาที มุมถ่ายรูปก็ผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ

ย่านนี้รายล้อมด้วย

  • อาคารสไตล์ชิโน–โปรตุกีสสุดคลาสสิก

  • ร้านค้าเล็ก ๆ ของคนในชุมชน

  • ศาลเจ้าจีนอย่างศาลเจ้าซินใช่ตึ๋งที่สะท้อนรากวัฒนธรรม

เดินเล่นชิล ๆ จะได้เจอทั้ง Street Art, โรงเรียนเต้าหมิง, สะพานเหล็กบุญสูง ที่เห็นวิวภูเขาแบบเต็มเฟรม เมืองเก่านี้เลยกลายเป็นมุมพิเศษของตะกั่วป่าที่แม้อยู่ในเมือง ก็ยังรู้สึกว่าภูเขาอยู่ใกล้มือสุด ๆ

จุดหนึ่งที่ทำให้การเดินเมืองเก่ารู้สึกเบาสบาย คือการมีรถที่ขับไม่เหนื่อยตั้งแต่ต้นทาง ฟังก์ชันเล็ก ๆ อย่าง

  • ปุ่มเกียร์แบบไฟเรืองแสง

  • เบรกมือไฟฟ้าและ Auto Brake Hold

  • โหมดช่วยหยุด–เคลื่อนในตรอกแคบ ๆ

ช่วยให้การจอด การเข็น หรือการขยับรถในซอยเล็ก ๆ ง่ายกว่าที่คิด พอวิ่งทางไกลก่อนเข้าตัวเมืองก็มีระบบช่วยควบคุมความเร็วและระยะห่างรถคันหน้า ทำให้คนขับไม่หมดแรงก่อนถึงจุดเที่ยวสำคัญ

สายกินก็ไม่แพ้ใคร เพราะตะกั่วป่ามีเมนูให้ลิสต์ยาว ๆ

  • ขนมจีนหน้าศาล น้ำแกงเข้มข้นจัดเต็ม

  • ไส้กรอกตะกั่วป่าเจ้าดัง

  • สะเต๊ะสูตรเก่าในตำนาน ที่ยังรักษารสเดิมไว้

เดินไป แวะกินไป แทบทุกมุมเต็มไปด้วยรสชาติและเรื่องเล่าของเมืองเก่า ทำให้พังงามีอีกมิติที่เนิบ นุ่ม และโคตรอบอุ่น

จุดที่ 3 สุราษฎร์ธานี ธรรมชาติเต็มตา ฟีลเยียวยาเต็มใจ

ถึงคิวสายเขียว สายรักป่า ชอบภูเขาและหมอกต้องปักหมุดที่ สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะ อุทยานแห่งชาติเขาสก ผืนป่าฝนอายุนับร้อยล้านปีที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในป่าที่สมบูรณ์ที่สุดของไทย

ที่นี่โดดเด่นด้วย

  • ภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา

  • ป่าเขียวชอุ่มรอบทิศ

  • บรรยากาศเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ

เหมาะมากกับการหนีเมืองมานั่งพักใจ ใช้เวลาเดินช้า ๆ ซึมซับอากาศดี ๆ

ระหว่างขับรถเลียบแนวภูเขาและผืนป่า การมีห้องโดยสารที่นั่งสบาย โปร่ง โล่ง ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังพักผ่อนตั้งแต่ยังไม่ถึงจุดหมาย กระจกบานใหญ่เปิดมุมมองให้เห็นวิวเขาสกเต็มตา แถมมีม่านบังแดดช่วยกรองแสงแรง ๆ เวลาแล่นผ่านพื้นที่โล่งอีกด้วย

กิจกรรมรอบเขาสกก็มีให้เลือกเพียบ ทั้ง

  • ขับรถชมวิวเข้าไปยังจุดเดินป่าต่าง ๆ

  • ล่องแพชม เขื่อนเชี่ยวหลาน ทะเลสาบสีมรกตล้อมด้วยเขาหินปูนสุดอลัง

โซนอำเภอบ้านตาขุนและพื้นที่ใกล้เคียงยังมีคาเฟ่บ้านไม้ ร้านอาหารพื้นบ้าน และโฮมสเตย์ท้องถิ่นให้ไปนั่งชิล พูดคุยกับคนในพื้นที่แบบเป็นกันเอง

สุราษฎร์ธานี เลยเป็นจุดหมายที่เหมาะทั้งกับทริปกลุ่มเพื่อนและทริปครอบครัว จะมาพักนิ่ง ๆ หรือจัดกิจกรรมแน่น ๆ ก็ลงตัวสำหรับทุกสไตล์ของคนรักธรรมชาติ

จุดที่ 4 นครศรีธรรมราช เมืองวิวดีที่ควรใช้เวลาให้คุ้ม

มาถึง นครศรีธรรมราช เมืองที่เหมาะกับการปล่อยสปีดชีวิตให้ช้าลงหน่อย โดยเฉพาะที่ หมู่บ้านคีรีวง หมู่บ้านเล็กกลางภูเขาที่ได้ฉายาเรื่องอากาศดีและโอโซนล้นปอด แถมยังมีลำธารใสไหลผ่านกลางหมู่บ้าน

กิจกรรมที่ห้ามพลาดคือ

  • ปูเสื่อปิกนิกริมลำธาร จุ่มเท้าในน้ำเย็น ๆ

  • จิบกาแฟจากคาเฟ่ในหมู่บ้าน

  • เดินชมงานหัตถกรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะผ้าย้อมสีธรรมชาติ

บรรยากาศเรียบง่ายแต่โคตรผ่อนคลาย เหมาะมากกับการใช้เวลาในช่วงเทศกาลแบบไม่ต้องเร่งรีบ

จากลำธารคีรีวง ถ้าขับลงฝั่งชายทะเลจะได้เจออีกมุมที่สวยไม่แพ้กันคือ จุดชมวิวอ่าวท้องยาง มุมเงียบ ๆ ที่มองเห็นทั้งภูเขาและทะเลในภาพเดียว

  • มาตอนเช้าเห็นพระอาทิตย์ขึ้นแบบฟีลดีสุด

  • หรือจะแวะระหว่างวันก็นั่งชมวิวชิล ๆ ได้แบบไม่วุ่นวาย

ระหว่างแวะตามจุดต่าง ๆ ยิ่งสะดวกขึ้นไปอีกถ้ารถมี ประตูท้ายแบบ Dual Door เปิดครึ่งบานได้ แม้ที่จอดจะแคบก็ยังหยิบของปิกนิก กระเป๋ากล้อง หรือกระเป๋าเดินทางออกง่าย ๆ ช่องเก็บของและที่วางขวดน้ำทั่วทั้งคันช่วยให้ไม่ต้องวุ่นวายหาของเล็ก ๆ น้อย ๆ กลางทริป

รอบอ่าวยังเต็มไปด้วยร้านอาหารทะเลฟีลบ้าน ๆ ที่

  • เน้นวัตถุดิบสดใหม่

  • มีเมนูปลาย่าง ต้มส้ม ผักพื้นบ้าน และซีฟู้ดนึ่งรสมือเรียบง่ายแต่เด่นที่ความสด

คาเฟ่ริมทะเลก็มีให้แวะถ่ายรูป นั่งชิล มองคลื่นได้ทั้งวัน บอกเลยว่าใครชอบวิวดี อาหารดี เมืองนี้ไม่ควรข้าม

จุดที่ 5 สงขลา เมืองเล็กฟีลใหญ่ ครบรสทั้งกิน เล่น และวัฒนธรรม

ใครขับจากนครศรีฯ ลงมาสงขลา ช่วงผ่านจังหวัดพัทลุงอย่าลืมแวะที่ สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (สะพานเอกชัย) แลนด์มาร์กไฮไลต์ประจำเส้นทาง

สะพานยาวกว่า 5 กิโลเมตรทอดผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบ เชื่อมระหว่างพัทลุงกับสงขลา เป็นจุด

  • แวะถ่ายรูปวิวกว้าง ๆ

  • พักสายตาก่อนเข้าเมือง

จากพื้นที่โปร่งโล่ง พอเข้าใกล้ตัวเมืองถนนเริ่มแคบ การขับในซอยเล็ก ๆ จะง่ายขึ้นถ้ารถเลี้ยวคล่องและมีกล้องช่วยมองรอบคัน โดยเฉพาะเวลาจอดริมสะพานหรือถอยเข้าซองท่ามกลางแสงย้อนจากทะเลสาบ

พอเข้าสู่ เมืองเก่าสงขลา จะสัมผัสได้ทันทีถึงความผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมชิโน–โปรตุกีสกับวัฒนธรรมจีน อาคารเก่าหลายสิบ–ร้อยปีเรียงรายสองฝั่งถนน ทำให้การเดินเล่นกลายเป็นกิจกรรมที่เพลินกว่าที่คิด

จุดเช็กอินสำคัญที่ไม่ควรข้าม เช่น

  • ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ ริมทะเลสาบ จุดถ่ายรูปยอดนิยมก่อนเข้าย่านเมืองเก่า

  • พิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ (บ้านตระกูลติณสูลานนท์) ที่เล่าเรื่องราวของชุมชนชาวจีนและบทบาทของสงขลาในฐานะเมืองท่าเก่า

ซอยในเมืองเก่าส่วนใหญ่ค่อนข้างแคบ การมีระบบช่วยเตือนมุมอับหรือเตือนรถตัดหลังช่วยให้ขับสบายขึ้นเยอะ โดยเฉพาะเวลาจะออกจากซองหรือมีคนเดินตัดหน้าแบบไม่ทันตั้งตัว แถมประตูสไลด์ไฟฟ้าที่เตะเปิดได้ยังโคตรตอบโจทย์ตอนถือของฝากและของกินเต็มสองมือ

เดินไปไม่นาน กลิ่นของกินก็ลอยมาเรียกเสมอ สงขลาคือสวรรค์ของสายกินแบบแท้จริง

  • โรตีร้อน ๆ แป้งกรอบนุ่มไส้แน่น

  • ไอติมโอ่งสไตล์โบราณฟีลย้อนวันเก่า

  • ขนมจีบ–ซาลาเปาร้านเก่าแก่

  • คาเฟ่และของกินเล่นอีกเพียบในแทบทุกซอย

ทุกการแวะคืออีกหนึ่งเรื่องราวที่ทำให้การเดินชมเมืองสนุกขึ้นหลายเท่า

ก่อนจบทริปอย่าลืมแวะ

  • บ้านนครใน และโซน Street Art เมืองเก่า เดินถ่ายรูปเก็บงานศิลปะบนกำแพงแบบช้า ๆ

  • โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น อาคารสีแดงอายุกว่าศตวรรษที่เคยเป็นโรงสีข้าวสำคัญของภาคใต้ ปัจจุบันถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์และพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน

ย่านนี้ขับเข้า–ออกวนหลายรอบก็ไม่รู้สึกลำบาก เพราะมีผู้ช่วยคอยส่องรอบคัน ให้การหาที่จอดในซอยแคบหรือการถอยหน้าโรงสีแดงง่ายขึ้นแบบรู้สึกได้ ทั้งวันเลยกลายเป็นการขับเที่ยวสบาย ๆ ไม่ต้องเครียดกับความแออัดหรือที่จอดจำกัด

ปิดทริปโร้ดทริปใต้แบบสายกินสายชิล

สิ่งที่ทำให้โร้ดทริปสนุกขึ้นแบบจับต้องได้คือ การมีรถที่เข้ากับเส้นทางและสไตล์การเที่ยวของเรา ไม่ว่าจะเป็นโค้งเขาคดเคี้ยว หรือทางเลียบทะเลใต้ลมแรง แค่รถขับสบาย มั่นใจ และดูแลง่าย ทุกกิโลเมตรก็กลายเป็นช่วงเวลาที่อยากจำมากกว่าจะอยากจบ

ไม่ว่าปีหน้าแพลนจะเป็นทริปล่องเหนือ ลงใต้ หรือมุ่งหน้าไปอีสาน ถ้าจัดทริปดี ๆ เลือกรถให้เหมาะ เตรียมใจให้พร้อม ทริปต่อไปของคุณอาจกลายเป็นทริปที่อยากย้อนกลับมาอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ภาคใต้ 5 จังหวัด 5 ฟีลในทริปเดียว ทั้งกินอร่อย เที่ยวเพลิน วิวดี และวัฒนธรรมแน่น ใครยังไม่เคย ขับลงไปสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าทริปปลายปีของตัวเอง “อัปเลเวล” ได้อีกเยอะกว่าเดิมแค่ไหน