รับแอปรับแอป

ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นหลังเล็ก เปลี่ยนเป็นสวรรค์ของทาสหมาทาสแมวยังไงให้ทั้งบ้านแฮปปี้

ศิวกร จันทร์งาม01-29

เปลี่ยนทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นให้เป็นบ้านสาย Pet Friendly แบบจริงจัง

ถ้าคุณกำลังจะย้ายเข้า บ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น หรือเพิ่งคิดจะรับน้องหมาน้องแมวตัวแรกเข้าบ้าน คำถามยอดฮิตในหัวก็คือ

“บ้านทาวน์เฮ้าส์แบบนี้ เลี้ยงหมาแมวโอเคไหม?”

พื้นที่อาจไม่กว้างเท่าบ้านเดี่ยว แต่ถ้าออกแบบดี จัดสรรถูกจุด ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นก็กลายเป็นบ้านที่ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้แบบแฮปปี้สุด ๆ

1. แบ่งโซนให้ชัด เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจ

เริ่มจากการจัด โซนเฉพาะสำหรับน้องหมาน้องแมว ให้เขามีพื้นที่ของตัวเองจริง ๆ

  • ใช้แผงกั้นหรือประตูนิรภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อจำกัดพื้นที่เวลาเราไม่อยู่บ้าน

  • ถ้าบางช่วงเราอยากพักผ่อนชั้นบนแบบสงบ ๆ ก็ใช้แผงกั้นช่วยป้องกันไม่ให้น้องขึ้นตามไปได้

ลองจัด

  • มุมนอนเงียบ ๆ ในห้องนั่งเล่น

  • พื้นที่ขับถ่ายที่แยกเป็นสัดส่วนชัดเจน

โซนชัด = น้องรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น และยังช่วย ลดความเครียดและความวุ่นวาย ในบ้านได้เยอะมาก

อย่าลืมเรื่อง ความปลอดภัยในจุดเสี่ยง

  • ติดตาข่ายหรือรั้วกั้นบริเวณราวบันได

  • พื้นที่ระเบียงหรือช่องโปร่งต่าง ๆ

เพื่อกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด โดยเฉพาะบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงตัวเล็กหรือซนเป็นพิเศษ

2. บันไดในทาวน์เฮ้าส์ จุดเล็ก ๆ แต่สำคัญมาก

บันไดในบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เป็นโซนที่หลายคนมองข้าม แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงแล้ว ขึ้น-ลงถี่ ๆ ส่งผลต่อข้อและกระดูกได้จริง โดยเฉพาะ

  • สุนัขพันธุ์ใหญ่

  • สัตว์เลี้ยงที่อายุมากแล้ว

ไอเดียที่ช่วยให้ปลอดภัยขึ้น เช่น

  • ติดแผ่นกันลื่นบนขั้นบันได เพื่อลดโอกาสลื่นไถล

  • ทำทางลาดในบางช่วง สำหรับน้องที่เริ่มเดินไม่ค่อยคล่อง

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทริกเล็ก ๆ อย่าง

  • วางของเล่นหรือขนมไว้บริเวณชั้นล่างเป็นครั้งคราว

เพื่อดึงความสนใจไม่ให้น้องอยากวิ่งขึ้นลงบันไดเล่นบ่อยเกินไป ช่วยพักเข่าและข้อของเขาไปในตัว

3. อากาศดี แสงดี = สุขภาพดีของทั้งบ้าน

ทาวน์เฮ้าส์มักมี ข้อจำกัดเรื่องการระบายอากาศ เพราะมีผนังติดบ้านข้าง ๆ ทำให้อากาศอาจไหลเวียนไม่ดีเท่าบ้านเดี่ยว

การปรับบ้านให้หายใจโล่งขึ้นทำได้ เช่น

  • เพิ่มหน้าต่างหรือช่องลมในมุมที่อากาศผ่านได้ดี

  • เปิดทางให้ลมเดินสะดวก ลดกลิ่นอับในบ้าน

และอย่าลืมเรื่อง แสงธรรมชาติ

  • ติดมุ้งลวดนิรภัยบนหน้าต่างและประตู

  • เปิดรับลมและแสงแดดอ่อน ๆ ตอนเช้าได้แบบไม่ต้องกลัวน้องหลุดออกไป

แสงแดดอ่อนช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้รับ วิตามินดี ตามธรรมชาติ และยังช่วยให้บรรยากาศในบ้านไม่อับชื้นเกินไปด้วย

4. เลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ให้ถูกกับชีวิตคนมีสัตว์เลี้ยง

ถ้าเลือกวัสดุกับเฟอร์นิเจอร์ดี ๆ ตั้งแต่แรก การอยู่ทาวน์เฮ้าส์กับสัตว์เลี้ยงจะสบายขึ้นเยอะ

พื้นบ้าน

  • เลือกวัสดุที่ทนรอยขีดข่วน ทำความสะอาดง่าย

  • เช่น กระเบื้องเซรามิก หรือพื้นลามิเนตที่ทนทาน

โซฟาและเบาะ

  • ใช้ผ้าที่ไม่ขาดง่าย ไม่ดูดกลิ่น

  • ตัวเลือกดี ๆ เช่น ผ้าแคนวาส หรือไมโครไฟเบอร์

ส่วนเรื่อง มุมอาหารของน้อง ก็สำคัญ

  • จัดตำแหน่งชามอาหารและน้ำให้เป็นที่แน่นอน

  • เลือกจุดที่ไม่เกะกะทางเดิน ทำความสะอาดง่าย

บ้านจะดูเป็นระเบียบมากขึ้น และช่วยให้การดูแลทุกวันไม่ยุ่งยาก

อยู่ร่วมกันอย่างแฮปปี้ ในบ้านหลังเดียวกัน

การทำให้ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นเป็นบ้านแบบ Pet Friendly ไม่ได้มีแค่เรื่องจัดเฟอร์นิเจอร์ให้ลงตัว แต่คือการตั้งใจสร้าง สมดุลระหว่างความต้องการของคนกับสัตว์เลี้ยง

ถ้าเราให้ความสำคัญกับ

  • ความปลอดภัยในทุกมุม

  • ความสะอาดที่ดูแลได้จริงในระยะยาว

  • การออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับนิสัยและพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง

บ้านหลังเดิมก็พร้อมจะกลายเป็น พื้นที่ที่ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข และอยู่ยาวได้แบบยั่งยืนจริง ๆ