รับแอปรับแอป

สรุป macOS Tahoe 26 แบบเข้าใจง่าย: Liquid Glass สวยจัด, Live Activity มาแล้ว และ Spotlight ฉลาดขึ้นโหดมาก

กัญญารัตน์ อินทร์01-31

macOS Tahoe 26 คืออะไร ทำไมทุกคนถึงพูดถึง

macOS Tahoe 26 คือการอัปเดตครั้งใหญ่ของ Mac ที่ไม่ได้มาแค่เปลี่ยนหน้าตา แต่เปลี่ยนบรรยากาศการใช้งานทั้งเครื่องให้ดูไฮเทคขึ้นแบบรู้สึกได้ทันที

Apple หยิบดีไซน์ใหม่ที่เรียกว่า Liquid Glass มาใช้ทั่วทั้งระบบ ใส่ฟีเจอร์ Live Activity แบบที่เราเคยชินบน iPhone มาลงบน Mac และดัน Spotlight ให้กลายเป็นศูนย์บัญชาการที่ทำได้มากกว่าการค้นหาไฟล์หลายเท่า

ทั้งหมดนี้ยังผูกเข้ากับ Apple Intelligence ที่ฉลาดขึ้น และเน้นความเป็นส่วนตัวเหมือนเดิม

ไฮไลท์สำคัญของ macOS Tahoe 26

  • ชื่อเวอร์ชัน: macOS Tahoe 26

  • แถบเมนูด้านบนเปลี่ยนเป็น โปร่งแสง ดูโล่งตา และไม่มีขอบแถบแบบเดิม

  • ศูนย์ควบคุม (Control Center) ดีไซน์ใหม่ ปรับแต่งได้มากขึ้น

  • เพิ่ม Live Activity บน Mac ตามติดสถานะต่าง ๆ แบบเรียลไทม์

  • โฟลเดอร์เปลี่ยนสีได้ ใส่ อิโมจิ บนโฟลเดอร์ ช่วยแยกหมวดหมู่ได้ง่ายและสนุกขึ้น

  • Wallpaper ปรับโทนสีได้ให้เข้ากับธีมของระบบ

  • ฟีเจอร์ Call Screening ช่วยรับสายจากเบอร์แปลกแทนเรา ถามข้อมูลก่อน แล้วค่อยให้เราตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่

  • ฟีเจอร์ Hold Assist อยู่คิวรอสายแทน ทำให้เรากลับมาคุยต่อได้เมื่อถึงคิว โดยไม่ต้องนั่งรอฟังเสียงระบบไปเรื่อย ๆ

  • รองรับ Live Translation แปลภาษาแบบสด ทั้งในแอปข้อความ, FaceTime และแอปโทรศัพท์

  • แอป Shortcuts ฉลาดขึ้นด้วย Apple Intelligence ทำงานอัตโนมัติได้เนียนกว่าเดิม

  • Spotlight Search ผสาน Apple Intelligence ค้นหาแล้วเอาผลไปใช้ทำงานอื่นต่อได้ทันที

  • มี Quick Key ให้พิมพ์คีย์สั้น ๆ เพื่อเรียกคำสั่งใน Spotlight ได้เร็วขึ้น

  • สร้าง Prompt ใน Spotlight เพื่อสั่งงานแบบเรียลไทม์กับแอปต่าง ๆ ผ่าน Shortcuts

  • แอป Apple Games รวบรวมเกมทั้งหมดของผู้ใช้ เล่นกับเพื่อน และมี Game Overlay สำหรับปรับแต่งค่าเกมระหว่างเล่น

  • เปิดตัว Metal 4 ยกระดับกราฟิก รองรับเกมสเปกสูงบน Mac ได้จริงจังขึ้น

  • แอป Journal (บันทึก) ขยายมาบน Mac พิมพ์ยาว ๆ ได้ถนัดกว่าเดิม

ดีไซน์ใหม่ด้วย Liquid Glass: สวยแต่ไม่หลงทาง

Apple ปรับหน้าตา macOS ใหม่แบบยกชุด แต่ยังรักษา DNA ของ Mac ที่คุ้นมือเอาไว้เหมือนเดิม

ดีไซน์ใหม่นี้ใช้วัสดุแบบ Liquid Glass เป็นพื้นฐาน ซึ่งมีความโปร่งแสง สะท้อนและหักเหสิ่งรอบตัว ทำให้ทั้ง Dock แถบด้านข้าง และแถบเครื่องมือ ดูมีมิติและสบายตา แต่ยังโฟกัสคอนเทนต์ได้ดี

การเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ ได้แก่

  • แถบเมนูโปร่งใส ช่วยให้จอ Mac ดูกว้างขึ้น

  • ปรับแต่งคำสั่งบนแถบเมนูและศูนย์ควบคุมได้ละเอียดขึ้น ทั้งรูปแบบการจัดเรียงและตำแหน่ง

  • ไอคอนแอปมีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งโหมดสว่างและโหมดมืด พร้อมโทนสีแบบย้อมสวย ๆ หรือเลือกใช้ลุคโปร่งใสเรียบแต่แพง

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถ

  • เปลี่ยนสีโฟลเดอร์ให้เข้าธีม

  • ใส่สัญลักษณ์หรืออิโมจิบนโฟลเดอร์ให้โดดเด่น

  • ปรับภาพพื้นหลังและธีมสีให้เข้ากับสไตล์ของตัวเอง

เรียกได้ว่า การทำให้ Mac “เป็นตัวเราเอง” ง่ายกว่าทุกเวอร์ชันที่ผ่านมา

ความต่อเนื่องใหม่: โทรศัพท์ + Live Activity บน Mac

หนึ่งในของเด็ดของ Tahoe คือการเอา แอปโทรศัพท์ และ กิจกรรมสด (Live Activity) จาก iPhone มาปักไว้บน Mac แบบเนียน ๆ

แอปโทรศัพท์บน Mac

แอปโทรศัพท์บน Mac ทำงานผ่านระบบความต่อเนื่องจาก iPhone ที่อยู่ใกล้ ๆ โดยมีฟีเจอร์แบบเดียวกับบน iPhone แทบทั้งหมด เช่น

  • สายล่าสุด

  • รายการโปรด

  • วอยซ์เมล

  • ฟีเจอร์ใหม่อย่าง Call Screening และ Hold Assist

Call Screening รับสายจากหมายเลขไม่รู้จักแทนเรา ถามข้อมูลผู้โทรก่อน แล้วค่อยให้เราตัดสินใจจะรับหรือไม่

ส่วน Hold Assist จะช่วยอยู่สายรอให้ระหว่างเราทำงานอย่างอื่นบน Mac ไปด้วย พอถึงคิวคุยกับเจ้าหน้าที่จริง ระบบจะเรียกเรากลับมา เป็นฟีเจอร์ที่สายทำงานราชการหรือคอลเซ็นเตอร์ต้องรัก

Live Activity จาก iPhone โผล่บนเมนูบาร์

ตอนนี้ Live Activity จาก iPhone ใกล้ตัวเราจะถูกดึงมาแสดงบน Mac ผ่านแถบเมนู เช่น

  • สถานะรถรับส่ง

  • เที่ยวบินที่กำลังจะออก

  • ผลการแข่งขันกีฬาแบบสด

เมื่อคลิกที่ Live Activity แอปจะเปิดขึ้นพร้อมหน้าจอ iPhone Mirroring เพื่อดูรายละเอียดเพิ่ม และสามารถจัดการต่อจากบน Mac ได้ทันที

Spotlight โฉมใหม่: จากเครื่องค้นหา สู่ศูนย์สั่งงาน

Spotlight ใน Tahoe ไม่ได้เป็นแค่ตัวค้นหาไฟล์อีกต่อไป แต่กลายเป็น ฮับกลางสำหรับสั่งงานทุกอย่างบน Mac

ค้นหาแบบรวมทุกอย่างในที่เดียว

ผลลัพธ์การค้นหาใน Spotlight จะถูกดึงมาจากหลายแหล่งและแสดงรวมกัน เช่น

  • ไฟล์

  • โฟลเดอร์

  • กิจกรรมในปฏิทิน

  • แอป

  • ข้อความ

  • และอื่น ๆ อีกมาก

ระบบจะจัดอันดับตามความเกี่ยวข้องกับผู้ใช้แบบอัตโนมัติ ทำให้เจอสิ่งที่ต้องการได้เร็วขึ้น ไม่ต้องนั่งไล่ที่ละหมวดเหมือนก่อน

ตัวกรองใหม่ (Filter) ช่วยจำกัดการค้นหา เช่น

  • เจาะเฉพาะ PDF

  • หรือข้อความในอีเมล

  • รวมถึงไฟล์ที่เก็บอยู่บนคลาวด์ของผู้ให้บริการรายอื่น

ถ้าไม่แน่ใจว่ากำลังหาอะไรอยู่ ยังมีมุมมองแบบเลือกดู ที่ให้เรากวาดตาไปตามแอป ไฟล์ และประวัติคลิปบอร์ดได้อย่างง่าย ๆ

สั่งงานเป็นร้อยอย่างจาก Spotlight โดยไม่ต้องย้ายแอป

สิ่งที่เปลี่ยนเกมคือ ผู้ใช้สามารถทำงานได้เป็นร้อยอย่างจาก Spotlight โดยตรง เช่น

  • ส่งอีเมล

  • สร้างโน้ต

  • เล่นพ็อดคาสต์

ทั้งหมดนี้ทำได้โดยไม่ต้องสลับไปเปิดแอปเอง แถมรองรับทั้งแอปของ Apple และแอปจากนักพัฒนา ผ่าน App Intents API ที่ให้แอปต่าง ๆ ส่ง “การดำเนินการ” มาให้ Spotlight ใช้งานได้

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ Shortcuts และเรียกคำสั่งจากแถบเมนูในแอปที่กำลังใช้งานอยู่โดยตรงได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้ทำได้โดยที่มือยังวางอยู่บนคีย์บอร์ด Spotlight จะเรียนรู้จากพฤติกรรมของเรา และเสนอคำสั่งแบบเฉพาะบุคคล เช่น

  • ส่งข้อความให้เพื่อนร่วมงานที่คุยบ่อย

  • เปิดงานเดิมที่ทำทุกเช้า

ยังมี Quick Key เป็นสตริงตัวอักษรสั้น ๆ เพื่อใช้เป็นคีย์ลัดเรียกคำสั่งที่ต้องการได้ทันที

Apple Intelligence: ฉลาดขึ้น เน้นส่วนตัวเหมือนเดิม

Apple Intelligence ใน Tahoe ถูกอัปเกรดให้ฉลาดและใช้งานได้จริงมากขึ้น โดยยังยึดหลักสำคัญคือ ทำงานแบบเน้นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้เป็นหลัก

Live Translation: คุยข้ามภาษาแบบเรียลไทม์

ฟีเจอร์ Live Translation ช่วยให้การสื่อสารข้ามภาษาเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย โดยการแปลทั้งข้อความและเสียงในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น

  • คุยในแอปข้อความกับเพื่อนต่างชาติ ข้อความจะถูกแปลเป็นภาษาที่อีกฝ่ายต้องการขณะพิมพ์

  • เมื่อเราได้รับข้อความตอบกลับ ระบบก็จะแปลให้ทันทีเช่นกัน

  • ระหว่างคุยผ่าน FaceTime เราสามารถอ่านซับไตเติลสดในขณะที่ฟังเสียงอยู่

  • ระหว่างคุยโทรศัพท์ผ่านแอปโทรศัพท์ คำพูดของเราจะถูกแปลและส่งให้คู่สนทนาแบบเรียลไทม์

ทั้งหมดนี้ใช้โมเดลที่ Apple พัฒนาขึ้นและทำงานบนอุปกรณ์ ทำให้บทสนทนายังคงความเป็นส่วนตัวได้อย่างเต็มที่

Shortcuts ฉลาดขึ้นด้วยโมเดล AI ของ Apple

แอป Shortcuts ใน Tahoe ถูกยกระดับให้เป็นเครื่องมือออโตเมชันที่ทรงพลังยิ่งขึ้น โดยใช้ Apple Intelligence ช่วย:

  • สรุปข้อความผ่านเครื่องมือเขียน

  • สร้างรูปภาพผ่าน Image Playground

  • เรียกใช้โมเดลของ Apple Intelligence ทั้งบนอุปกรณ์และผ่านประมวลผลแบบ Private Cloud เพื่อหา “คำตอบ” แล้วเอาไปต่อในขั้นตอนที่เหลือของ Shortcuts

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • นักเรียนสร้าง Shortcuts เพื่อให้ระบบเปรียบเทียบบันทึกการถอดเสียงการสอนกับโน้ตที่ตัวเองจด แล้วสรุปประเด็นที่อาจพลาดไป

  • ตั้งให้ Shortcuts ทำงานอัตโนมัติ ตามเวลา หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์ เช่น เซฟไฟล์ไปยังโฟลเดอร์หนึ่ง หรือเชื่อมต่อจอภายนอก

ผู้ใช้ยังสามารถเลือกใช้ความรู้เพิ่มเติมจาก ChatGPT มาผสานกับการทำงานของ Shortcuts ได้ด้วย เมื่อยินยอม

Genmoji และ Image Playground เวอร์ชันอัปเกรด

ใน macOS Tahoe ผู้ใช้สามารถสนุกกับการสร้างสรรค์ภาพและอิโมจิแบบใหม่ ๆ ได้มากขึ้น

  • สร้าง Genmoji จากอิโมจิที่มีอยู่แล้ว ผสมกับคำอธิบาย ปรับลักษณะเฉพาะตัว เช่น ทรงผม เครื่องประดับ การแสดงอารมณ์

  • ใน Image Playground ผู้ใช้ควบคุมคาแรกเตอร์และอารมณ์ของภาพได้ละเอียดขึ้น

  • มีสไตล์ใหม่ ๆ ให้เลือก เช่น ภาพสีน้ำมัน หรือศิลปะเวกเตอร์ และสามารถอธิบายสไตล์เองผ่าน Any Style

เตือนความจำที่เข้าใจชีวิตเรามากขึ้น

แอปเตือนความจำถูกผูกกับ Apple Intelligence เพื่อช่วยจัดการงานในชีวิตจริงได้ดีขึ้น:

  • ตรวจดูอีเมล เว็บไซต์ โน้ต และคอนเทนต์อื่น ๆ เพื่อดึงสิ่งที่ดูเหมือน “สิ่งที่ต้องทำ” ออกมา

  • ช่วยจัดหมวดหมู่รายการเตือนความจำให้เป็นกลุ่ม ๆ ทำให้จัดลำดับความสำคัญได้ง่ายขึ้น

Apple Games, Game Overlay และโลกเกมบน Mac ที่จริงจังขึ้น

สำหรับสายเกม macOS Tahoe ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะไม่ได้แค่เล่นเกมได้ แต่มีระบบรองรับเกมแบบจริงจังมากขึ้น

แอป Apple Games

macOS Tahoe เปิดตัว Apple Games แอปศูนย์รวมเกมทั้งหมดของผู้เล่นบน Mac จุดเด่นคือ

  • รวมทุกเกมของเรามาไว้ที่เดียว

  • กลับเข้าไปเล่นเกมเดิมได้ง่ายขึ้น

  • ค้นพบเกมใหม่ที่เหมาะกับเรา

  • เล่นกับเพื่อน ๆ ได้ในรูปแบบใหม่

Game Overlay: ปรับแต่งระหว่างเล่น ไม่ต้องออกเกม

Game Overlay คือเลเยอร์ที่ลอยทับบนเกม ให้เราปรับหลายอย่างได้ทันที เช่น

  • ตั้งค่าระบบในขณะเล่นเกม

  • แชทกับเพื่อน

  • ชวนเพื่อนเข้ามาเล่นเพิ่ม

ทั้งหมดนี้โดยไม่ต้องออกจากเกมเลย แถมยังมีโหมด ประหยัดพลังงาน สำหรับคนเล่นบนแบตเตอรี่ ช่วยยืดเวลาเล่นให้ยาวขึ้น

Metal 4 และเกมใหญ่ ๆ ที่กำลังจะมาลง

นักพัฒนาจะได้ใช้ Metal 4 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีกราฟิกยุคใหม่ เช่น

  • MetalFX Frame Interpolation

  • MetalFX Denoising

ทำให้ภาพลื่นขึ้น เฟรมเรตสูงขึ้น และรองรับการเรนเดอร์กราฟิกหนัก ๆ ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับชิปตระกูล M3 และ M4 ที่รองรับ ray tracing เต็มตัว

เกมใหญ่ที่ถูกพูดถึงว่ากำลังจะมาลง Mac เช่น

  • Crimson Desert

  • InZOI

  • Cyberpunk 2077

  • Cronos: The New Dawn

  • Architect: Land of Exiles

  • Lies of P: Overture

  • HITMAN World of Assassination

  • EVE Frontier

  • Where Winds Meet

ทั้งหมดนี้ทำให้ภาพรวมของ Mac ในโลกเกม จริงจังขึ้นแบบจับต้องได้ ไม่ใช่แค่คำโฆษณาอีกต่อไป

ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจใน macOS Tahoe

นอกจากสิ่งใหญ่ ๆ ที่พูดถึงด้านบน ยังมีฟีเจอร์เสริมที่ช่วยอัปเกรดประสบการณ์การใช้งานอีกเพียบ

Safari เร็วขึ้น ประหยัดแบต และกันตามรอยเก่งขึ้น

  • Safari มาพร้อมแถบเว็บไซต์ทรงกลมแบบลอยอยู่ในแถบเครื่องมือ

  • แถบด้านข้างดีไซน์ใหม่ มีหมวดอย่าง iCloud และ Saved ให้กลับไปหาเนื้อหาที่เคยเก็บไว้ได้ง่ายขึ้น

  • โดยรวม Safari โหลดเว็บยอดนิยมได้เร็วกว่า Chrome ถึงระดับหนึ่ง และสตรีมวิดีโอได้นานกว่าหลายชั่วโมงเมื่อใช้บนแบตเตอรี่

  • เพิ่มการป้องกันการสะกดรอยแบบใหม่ ครอบคลุมการท่องเว็บตั้งแต่ต้น เพื่อกันตัวติดตามออนไลน์ได้ดีขึ้น

แอปข้อความ: สนุกขึ้น ใช้งานกลุ่มง่ายขึ้น

  • เพิ่มพื้นหลังในแชท

  • สร้างโพลในห้องแชทได้

  • มุมมองรายละเอียดถูกออกแบบใหม่ ให้ค้นหาสิ่งที่แชร์กันในแชทได้ง่าย

  • มีตัวบอกกำลังพิมพ์ในแชทกลุ่ม บอกชัดว่าตอนนี้ใครกำลังตอบอยู่

  • เพิ่มรายชื่อใหม่เข้ากลุ่มได้สะดวกจากในแชท

  • รองรับการค้นหาด้วยภาษาที่ใกล้เคียงภาษาพูดมากขึ้น

Journal มาบน Mac แล้ว

แอป Journal ขยายขึ้นมาบน Mac ทำให้

  • พิมพ์บันทึกยาว ๆ ได้สบายขึ้น

  • เขียนรายละเอียดเหตุการณ์สำคัญในแต่ละวัน หรือจดไอเดียแบบจริงจัง

  • แยกสมุดบันทึกเป็นหลายเล่มตามด้านต่าง ๆ ของชีวิต

  • ทุกอย่างซิงค์ตรงกันบนอุปกรณ์ Apple ทั้งหมด

รูปภาพ: ใช้งานง่ายขึ้นด้วย Liquid Glass

แอปรูปภาพถูกออกแบบใหม่โดยใช้องค์ประกอบ Liquid Glass ให้หน้าตาเนียนไปกับระบบ

  • เวิร์กโฟลว์ดูสะอาดและเข้าใจง่ายขึ้น

  • แถบด้านข้างดีไซน์ให้เหมือนบน iPadOS มากขึ้น

  • คอลเลกชันที่ปักหมุดไว้จะอยู่ใน Mac ให้เข้าถึงได้เร็วจากแถบด้านข้าง

  • สามารถปรับดูตัวเลือกการกรองและจัดเรียงได้เร็วขึ้นในทุกมุมมอง

  • ปรับขนาดไทล์ของคอลเลกชันให้ตรงกับแนวทางการดูรูปของตัวเองได้

FaceTime หน้าแรกใหม่ ใช้ง่ายกว่าเดิม

  • หน้าแรกของ FaceTime โฉมใหม่ แสดงโปสเตอร์รายชื่อล่าสุด

  • ตัวควบคุมแบบ Liquid Glass ลอยอยู่ที่มุมล่างขวา และถอยไปอยู่เบื้องหลังเพื่อให้มีพื้นที่วิดีโอเยอะขึ้น

  • ปุ่มเพิ่มเติมใหม่เข้าถึงฟีเจอร์อย่าง SharePlay และ Live Translation ได้รวดเร็ว

แอปโน้ต: เพื่อนรักสายจดและสาย Dev

  • รองรับการนำเข้าและส่งออกโน้ตเป็นไฟล์ Markdown

  • รองรับการเก็บบันทึกการสนทนาในแอปโทรศัพท์เป็นทั้งเสียงและข้อความถอดเสียง

ฟีเจอร์ช่วยการเข้าถึงที่ละเอียดขึ้น

macOS Tahoe เพิ่มฟีเจอร์ช่วยการเข้าถึงแบบลงรายละเอียด เช่น

  • แว่นขยายบน Mac ใช้กล้องต่อเนื่องจาก iPhone หรือกล้อง USB เพื่อซูมดูสิ่งรอบตัว ปรับฟิลเตอร์ภาพช่วยในการอ่าน

  • ปรับมุมมองการดูงานนำเสนอหรืออ่านหนังสือแม้มองจากด้านข้าง

  • Accessibility Reader โหมดอ่านแบบครอบคลุมทั้งระบบ ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ใช้กลุ่มช่วยการเข้าถึง

  • Braille Access ออกแบบประสบการณ์การใช้งานสำหรับผู้ใช้เครื่องแสดงผลอักษรเบรลล์

  • ฟีเจอร์ช่วยลดอาการเมารถ เมาเครื่องเมื่อใช้งานอุปกรณ์ในยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนที่

แอปรหัสผ่าน: คุมบัญชีได้อยู่หมัด

แอปรหัสผ่านช่วยให้

  • ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับบัญชีได้ง่าย

  • ดูเวอร์ชันเก่าของรหัสผ่านที่เคยบันทึกไว้

  • ดูรายละเอียดเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรหัสผ่าน

สรุป: macOS Tahoe 26 คือการอัปเกรดที่ “รู้สึกได้” จริง ๆ

ถ้ามองภาพรวม macOS Tahoe 26 ไม่ได้แค่อัปเดตฟีเจอร์เพิ่ม แต่รีเซ็ตประสบการณ์การใช้งาน Mac ในหลายมิติ

  • ดีไซน์ Liquid Glass ทำให้ทั้งระบบดูทันสมัยและเป็นหนึ่งเดียว

  • Live Activity และแอปโทรศัพท์บน Mac ทำให้ Mac กับ iPhone กลายเป็นคู่หูที่ลื่นขึ้นอีกระดับ

  • Spotlight ถูกยกระดับให้เป็นศูนย์สั่งงานกลาง ไม่ใช่แค่ช่องค้นหา

  • Apple Intelligence ช่วยให้หลายอย่างที่เคยยุ่งยาก กลายเป็นเรื่องอัตโนมัติ โดยไม่ทิ้งเรื่องความเป็นส่วนตัว

  • โลกเกมบน Mac ดูมีอนาคตชัดขึ้นด้วย Apple Games, Game Overlay และ Metal 4

ใครที่ใช้ Mac อยู่แล้ว Tahoe 26 คือเวอร์ชันที่น่าจับตาแบบจริงจัง เพราะมันไม่ได้เปลี่ยนแค่ “หน้าตา” แต่เปลี่ยนวิธีที่เราใช้ Mac ในชีวิตประจำวันไปเลยมากกว่าเดิมหลายก้าว