ภาพรวมสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 และบทบาทของแอป “ทางรัฐ”
โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เป็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ทั้งค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าเดินทาง ค่าแก๊สหุงต้ม ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา โดยรัฐใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลักในการคัดกรองคุณสมบัติ และเชื่อมสิทธิเข้ากับบัตรประชาชน Smart Card
รอบปี 2569 เปิดรับลงทะเบียนระหว่างวันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น. ครอบคลุมทั้งผู้มีบัตรเดิมและผู้มีสิทธิรายใหม่ (กลุ่มตกหล่น / กลุ่มชายขอบ) โดยแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เป็นหนึ่งในช่องทางหลักสำหรับทั้ง
การลงทะเบียนและยืนยันสิทธิ
การตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน
การยื่นอุทธรณ์ผลกรณีไม่ผ่านคุณสมบัติ
นอกจากแอปทางรัฐ ยังมีช่องทางอื่นร่วมด้วย เช่น เว็บไซต์ welfare.mof.go.th, แอป เป๋าตัง, ตู้ ATM กรุงไทย และธนาคารรัฐ 5 แห่ง แต่บทความนี้จะโฟกัสขั้นตอนและการใช้งานผ่านแอปทางรัฐเป็นหลัก พร้อมเชื่อมโยงกับระบบ ThaiD และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องในส่วนที่จำเป็น
คุณสมบัติและเงื่อนไขผู้มีสิทธิลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ 2569
ก่อนกดสมัครผ่านแอปทางรัฐ จำเป็นต้องเช็กคุณสมบัติให้ครบตามเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง ซึ่งสรุปจากข้อมูลที่อัปเดตมีดังนี้
คุณสมบัติทั่วไป
ต้องมี สัญชาติไทย
อายุ 18 ปีขึ้นไป
รายได้บุคคลไม่เกิน 100,000 บาท/ปี
ทรัพย์สินทางการเงิน (เงินฝาก, สลากออมทรัพย์ ฯลฯ) รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท/ปี
หนี้สินรวมทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท (ตามข้อมูลชุดหนึ่งที่ใช้คัดกรอง)
ไม่มีบัตรเครดิต
เงื่อนไขทรัพย์สินอื่น (ที่ดินและยานพาหนะ)
จากข้อมูลที่ใช้อธิบายเกณฑ์ในรอบนี้ มีเงื่อนไขเกี่ยวกับทรัพย์สินที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เช่น
- ที่อยู่อาศัย
คอนโด: พื้นที่ไม่เกิน 35 ตร.ม.
บ้านเดี่ยว / ทาวน์เฮาส์: ที่ดินไม่เกิน 25 ตร.ว.
- ที่ดินทำกิน
เกษตรกร: มีได้ไม่เกิน 10 ไร่
บุคคลทั่วไป: มีได้ไม่เกิน 1 ไร่
รถยนต์: ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์รถยนต์
ยกเว้น: รถมอเตอร์ไซค์ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี หรือรถเกษตรกรรม อย่างละไม่เกิน 1 คัน
กลุ่มที่ไม่มีสิทธิ์ลงทะเบียน
จากข้อมูลที่สรุปไว้ กลุ่มที่ไม่เข้าเกณฑ์และไม่สามารถลงทะเบียนได้ ได้แก่
พระภิกษุ สามเณร นักบวช
ผู้ต้องขัง บุคคลที่ถูกกักกัน หรืออยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ
ข้าราชการ พนักงานราชการ และนักการเมือง
ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากรัฐ
ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
ผู้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญ ที่มีเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาท/ปีขึ้นไป
ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือตราสารหนี้
ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษีในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
กลุ่มเป้าหมายตามฐานข้อมูลรัฐ
ในโครงการปี 2569 ยังมีการระบุกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ใช้ฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐ ได้แก่
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม
ประชาชนกลุ่มชายขอบ/กลุ่มตกหล่นตามฐานข้อมูล จปฐ. ของกรมการพัฒนาชุมชน
กลุ่มที่อยู่ในระบบ MSO-LOGBOOK (สมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
จากจุดนี้ ผู้สมัครควรตรวจสอบตัวเองทั้งด้านรายได้ ทรัพย์สิน และสถานะตามกฎหมายก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการลงทะเบียนผิดกลุ่มหรือถูกตัดสิทธิในภายหลัง
เอกสารและข้อมูลสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนใช้แอป “ทางรัฐ”
ถึงแม้การลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐจะใช้ข้อมูลจากบัตรประชาชนเป็นหลัก แต่การเตรียมข้อมูลให้พร้อมจะช่วยลดปัญหาขณะลงทะเบียน โดยสรุปสิ่งที่ต้องเตรียมได้ดังนี้
บัตรประชาชนตัวจริง (Smart Card) ที่ยังไม่หมดอายุ
เลขบัตรประชาชน 13 หลัก
วัน เดือน ปีเกิด ตามหน้าบัตร
หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ ที่ใช้งานได้จริง (ใช้สำหรับรับ SMS และติดต่อในกรณีจำเป็น)
สำหรับผู้ที่ต้องลงทะเบียนในฐานะหัวหน้าครัวเรือนหรือมีคู่สมรส/บุตรตามเกณฑ์ ควรเตรียมข้อมูลสมาชิกครัวเรือนให้ครบ (เลขบัตรประชาชน และความสัมพันธ์ตามทะเบียนบ้าน)
ส่วนการยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaiD จะใช้ในขั้นตอนบางส่วน เช่น การเข้าสู่เว็บไซต์ หรือการขอรับสิทธิด้วยตนเองผ่านระบบของกรมการปกครอง ผู้ลงทะเบียนจึงควรติดตั้งและเตรียมแอป ThaiD ให้พร้อม หากต้องใช้ในขั้นตอนเสริม
การเตรียมความพร้อมแอป “ทางรัฐ” ก่อนลงทะเบียน
ในข้อมูลที่เผยแพร่โดย DGA (ผู้พัฒนาแอปทางรัฐ) มีการอธิบายภาพรวมการใช้งานไว้ว่า
ผู้ที่ ไม่เคยมีแอปทางรัฐ ต้องสมัครสมาชิกก่อนใช้งาน
ผู้ที่ มีแอปทางรัฐอยู่แล้ว ไม่ต้องสมัครใหม่ เพียงเข้าสู่ระบบเพื่อใช้งานบริการต่าง ๆ
แม้ข้อมูลไม่ได้แจกแจงทุกหน้าจอของการติดตั้งอย่างละเอียด แต่สามารถสรุปขั้นตอนเตรียมความพร้อมได้ดังนี้
ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปทางรัฐ
ผ่านช่องทางปกติบนสมาร์ทโฟน (App Store หรือ Google Play ตามคำอธิบายจาก ThaiD ในส่วนที่เกี่ยวข้อง)
สมัครสมาชิก / เข้าสู่ระบบ
สำหรับผู้ใช้ใหม่: ลงทะเบียนสร้างบัญชีตามขั้นตอนที่แอปกำหนด
สำหรับผู้ใช้เดิม: ใช้บัญชีเดิมเข้าสู่ระบบได้ทันที
ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวในแอป
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน และวันเกิดตรงกับบัตรประชาชน
เตรียมหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการใช้ติดต่อในระบบ
เมื่อแอปพร้อมใช้งานแล้ว จึงค่อยเข้าสู่ขั้นตอนการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐผ่านบริการที่เกี่ยวข้องในแอป
วิธีลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ผ่านแอป “ทางรัฐ”
การลงทะเบียนหรือยืนยันสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐผ่านแอปทางรัฐ สามารถแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลักตามข้อมูลที่ปรากฏ คือ
การยืนยันสิทธิสำหรับ ผู้ถือบัตรเดิม (รายปี 2569)
การใช้แอปทางรัฐในกระบวนการ ตรวจสอบสิทธิ / ยื่นอุทธรณ์ สำหรับรายใหม่หรือกลุ่มตกหล่น
1) ขั้นตอนยืนยันการลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐ (กรณีผู้มีบัตรเดิม)
ข้อมูลจากคู่มือการลงทะเบียนระบุขั้นตอนใช้งานแอปทางรัฐเพื่อยืนยันสิทธิไว้ดังนี้
เข้าสู่ระบบแอปทางรัฐ ให้เรียบร้อย
เลือกเมนู บริการ และค้นหา “ระบบลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ”
ระบบจะแสดง ข้อมูลตามบัตรประชาชน
ผู้ลงทะเบียนต้องตรวจสอบความถูกต้อง
ระบุ หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ
กดขั้นตอนถัดไปและบันทึกข้อมูล
ระบบจะแสดง เงื่อนไขและข้อตกลงในการลงทะเบียน
อ่านและทำความเข้าใจเงื่อนไขให้ครบ
คลิก “ยืนยัน” ที่ท้ายแบบฟอร์ม
หากสำเร็จ ระบบจะแสดงข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”
เมื่อได้ข้อความดังกล่าว ถือว่าการยืนยันสิทธิสำหรับปี 2569 สมบูรณ์แล้ว และไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ซ้ำ
2) การใช้งานแอปทางรัฐในขั้นตอนอื่น
สำหรับรายใหม่หรือกลุ่มตกหล่น การลงทะเบียนหลักจะทำผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ และแอป ThaiD แต่ในส่วนของแอปทางรัฐมีบทบาทเสริม เช่น
ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน (รายละเอียดอยู่ในหัวข้อถัดไป)
ยื่นอุทธรณ์ผลกรณีไม่ผ่านคุณสมบัติ (อธิบายเพิ่มเติมในหัวข้อเรื่องอุทธรณ์)
แม้เอกสารไม่ได้แสดง “ตัวอย่างหน้าจอ” โดยละเอียด แต่ข้อความแสดงสถานะที่ปรากฏในแอปทางรัฐถูกอธิบายไว้ ทำให้ผู้ใช้สามารถตีความและดำเนินการต่อได้อย่างถูกต้อง
วิธีตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนผ่านแอป “ทางรัฐ” และเว็บไซต์
หลังลงทะเบียนหรือยืนยันสิทธิแล้ว ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสถานะได้ด้วยตนเอง ผ่านทั้งแอปทางรัฐและเว็บไซต์ของโครงการ
ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์โครงการ
เข้าเว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th/
เลือกเมนู “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน”
- พิสูจน์ตัวตนด้วยหนึ่งในสองวิธี
ผ่านแอป ThaiD
หรือกรอก เลขประจำตัวประชาชน และ วัน เดือน ปีเกิด
- ระบบจะแสดงสถานะการลงทะเบียน เช่น
ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย
ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง
อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชน
ตรวจสอบผ่านแอปทางรัฐ (ตามที่ DGA ระบุ)
สำหรับผู้ที่มีแอปทางรัฐอยู่แล้ว สามารถเช็กสถานะได้ตามขั้นตอนที่สรุปจากข้อมูล DGA ดังนี้
เปิดแอปทางรัฐและเข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย
กดที่แบนเนอร์ “ตรวจสอบผลการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569”
กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน จากนั้นกดปุ่ม “ตรวจสอบข้อมูล”
ระบบจะแสดงผลตามสถานะของผู้ลงทะเบียน โดยมีตัวอย่างสถานะและความหมายที่สำคัญดังนี้
“ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”
หมายถึงการลงทะเบียนสมบูรณ์ สามารถรอประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
“ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง”
หมายถึงข้อมูลในระบบไม่ตรงกับบัตรประชาชน
ในข้อมูลหนึ่งระบุว่า หากเป็นความผิดเล็กน้อย ให้ถือว่าการลงทะเบียนสมบูรณ์และรัฐจะเร่งแก้ไข
แต่ในกรณีที่ระบบแจ้งไม่ถูกต้องอย่างชัดเจน สามารถลงทะเบียนใหม่อีกครั้งได้
“อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชนของผู้ลงทะเบียน”
หมายถึงข้อมูลกำลังถูกตรวจสอบ ให้กลับมาดูสถานะอีกครั้งในวันถัดไป
กรณีไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระบบจะแสดงข้อความว่า “ท่านไม่ได้เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงไม่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิได้” ซึ่งเป็นการแจ้งว่าตนเองไม่อยู่ในกลุ่มผู้ถือบัตรเดิม
แนวทางแก้ไขกรณีกรอกข้อมูลผิดหรือไม่พบสิทธิ
จากเอกสารที่เกี่ยวข้อง พบความแตกต่างเล็กน้อยในการจัดการกรณีข้อมูลผิด แต่สามารถสรุปแนวทางได้ดังนี้
กรณี “ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง”
- หากเป็นการกรอกข้อมูลผิดเล็กน้อย
มีข้อมูลหนึ่งระบุว่า ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ถือว่าการลงทะเบียนสมบูรณ์ และรัฐบาลจะเร่งตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลต่อไป
- หากระบบแจ้งว่า “ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง” และไม่สามารถไปต่อได้
มีข้อมูลอีกชุดระบุว่า สามารถเริ่มลงทะเบียนใหม่ได้ทันที
เนื่องจากเอกสารมีมุมมองที่ต่างกัน ผู้ลงทะเบียนควรอ่านข้อความในระบบอย่างละเอียด และหากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือธนาคารรัฐเพื่อสอบถามเพิ่มเติม
กรณี “ไม่พบสิทธิการใช้งาน” (ในระบบ web-app.bora.dopa.go.th)
สำหรับผู้ที่เป็นกลุ่มตกหล่นและใช้เว็บไซต์ของกรมการปกครองเพื่อ “ขอรับสิทธิด้วยตนเอง” หากระบบขึ้นข้อความว่า
“ไม่พบสิทธิการใช้งาน (ท่านไม่ใช่เจ้าหน้าที่ และไม่ได้อยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่ต้องลงทะเบียนรับสิทธิ) หากประสงค์ลงทะเบียนรับสิทธิเพิ่มเติม โปรดติดต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เทศบาล อำเภอ เขต เมืองพัทยา ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน”
ให้ดำเนินการดังนี้
ติดต่อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เทศบาล อำเภอ เขต หรือเมืองพัทยา ตามภูมิลำเนาในทะเบียนบ้าน
แจ้งความประสงค์ให้เจ้าหน้าที่จัดเก็บข้อมูลลงระบบเพื่อส่งตรวจสอบคุณสมบัติ
กรณีไม่มีรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิลงทะเบียน
หากตรวจสอบผ่านเว็บไซต์หลักของโครงการแล้วพบว่า ไม่มีรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิลงทะเบียน
สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือจากสวัสดิการอื่นของรัฐผ่านทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน พม. 1300 ตามข้อมูลที่ระบุ
ปัญหายอดฮิตขณะลงทะเบียนผ่านแอป “ทางรัฐ” และช่องทางติดต่อ
จากข้อมูลที่รวบรวม พบปัญหาที่ผู้ลงทะเบียนมักเจอ และแนวทางจัดการเบื้องต้นดังนี้
1) ลงทะเบียนแล้ว แต่สถานะยัง “อยู่ระหว่างตรวจสอบ”
ความหมาย: ระบบกำลังตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชน
แนวทาง: กลับมาตรวจสอบสถานะในวันถัดไป หากยังคงสถานะเดิมติดต่อหน่วยรับลงทะเบียนหรือธนาคารรัฐเพื่อสอบถาม
2) สถานะ “ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง”
อาจเกิดจากการกรอกข้อมูลไม่ตรงกับบัตรประชาชน หรือข้อมูลในฐานข้อมูลรัฐไม่ตรง
- แนวทาง
หากระบบอนุญาตให้ลงทะเบียนใหม่ ให้ทำใหม่โดยตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด
หากระบบแจ้งให้รอการแก้ไข ให้ติดตามสถานะผ่านเว็บไซต์หรือแอปทางรัฐ
3) ไม่มีสมาร์ทโฟน / ใช้แอปไม่ได้
แม้แอปทางรัฐเป็นช่องทางสะดวก แต่ข้อมูลระบุว่ามีทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกออนไลน์
สามารถรอเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย กทม. หรือเมืองพัทยา ลงพื้นที่ช่วยลงทะเบียนถึงบ้าน ในช่วงเปิดรับลงทะเบียน
หรือไปขอความช่วยเหลือที่ สำนักงานอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร
ช่องทางติดต่อ/หน่วยงานสำคัญ
จากข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สามารถสรุปช่องทางติดต่อหลักได้ดังนี้
- หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร
ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารออมสิน
ธ.ก.ส.
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว./ธอท.)
- หน่วยงานท้องถิ่น
กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน
สำนักงานเขต/อำเภอ
กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา
- สายด่วนสวัสดิการอื่น ๆ
สายด่วน พม. 1300 (สำหรับสวัสดิการอื่นกรณีไม่มีสิทธิในโครงการนี้)
การยืนยันตัวตน (e-KYC) และการใช้สิทธิหลังผ่านเกณฑ์
หลังประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผู้ที่ได้รับสิทธิในรอบใหม่ต้องดำเนินการ ยืนยันตัวตน (e-KYC) ก่อนจึงจะเริ่มใช้สิทธิได้ โดยข้อมูลระบุช่วงเวลาและช่องทางดังนี้
ช่วงเวลายืนยันตัวตน
ระยะเวลา: 17 กรกฎาคม 2569 – 12 มกราคม 2570 (สำหรับรายใหม่ในบางช่องทาง)
ธนาคารบางแห่งให้บริการถึง 14 ตุลาคม 2569 ตามช่วงเวลาที่ระบุในเอกสาร
ช่องทางยืนยันตัวตน
ผ่านแอปเป๋าตัง
ทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) และเปิดใช้งาน G-Wallet
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิผ่านแอปเป๋าตัง
ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร
ธนาคารกรุงไทย: 17 ก.ค. 2569 – 12 ม.ค. 2570
ธนาคารออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส., ธพว./ธอท.: 17 ก.ค. – 14 ต.ค. 2569
กรณี มอบอำนาจใช้สิทธิ ทั้งรายเดิมและรายใหม่ ต้องไปยืนยันตัวตนที่ธนาคารเท่านั้น
ผู้ที่ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ที่ไม่ได้อยู่ในกรณีมอบอำนาจ สามารถใช้สิทธิต่อเนื่องได้เลย ไม่ต้องทำ e-KYC ใหม่
วันเริ่มใช้สิทธิ
ผู้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนเรียบร้อยจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิภายหลังจากการอุทธรณ์ จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ตามเงื่อนไขรัฐ
การอุทธรณ์ผลกรณีไม่ผ่านคุณสมบัติ
หากตรวจสอบแล้วพบสถานะ “ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ” ผู้ลงทะเบียนมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ภายในกรอบเวลาที่กำหนด
ระยะเวลาอุทธรณ์และประกาศผล
ยื่นอุทธรณ์ได้ระหว่าง 17 – 31 กรกฎาคม 2569
สามารถแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมได้ถึง 16 สิงหาคม 2569
ประกาศผลอุทธรณ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กันยายน 2569
ช่องทางยื่นอุทธรณ์
เว็บไซต์โครงการ
เข้า https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th
ล็อกอินตรวจสอบสิทธิ
คลิกปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” เพื่อส่งเรื่องให้ตรวจสอบใหม่
แอปพลิเคชันทางรัฐ
เข้าแอปทางรัฐไปยังเมนูตรวจสอบสถานะสวัสดิการแห่งรัฐ
กดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากในระบบ
แอปพลิเคชันเป๋าตัง
เข้าเมนูตรวจสอบสถานะสวัสดิการในแอป
กดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” เช่นกัน
หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร
ธนาคารกรุงไทย
ธ.ก.ส.
ธนาคารออมสิน
ธอส.
ธพว./ธอท.
แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า “ต้องการยื่นความประสงค์อุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เจ้าหน้าที่จะดำเนินการกดปุ่มยื่นอุทธรณ์ในระบบให้
หลังจากยื่นอุทธรณ์ แนะนำให้เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติที่ไม่ผ่าน เช่น เอกสารรายได้ หรือ เอกสารกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน เผื่อใช้ในขั้นตอนตรวจสอบเชิงลึกของหน่วยงาน
สิทธิประโยชน์และวงเงินช่วยเหลือในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569
แม้บทความนี้เน้นการลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐ แต่การเข้าใจสิทธิที่จะได้รับก็สำคัญในการตัดสินใจสมัคร โดยวงเงินหลักจากข้อมูลรอบปี 2569 สรุปได้ดังนี้
วงเงินรายเดือนหลัก
ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค จากร้านธงฟ้าฯ และร้านที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด
300 บาท/คน/เดือน (บางช่วงมีการเพิ่มวงเงินพิเศษตามมาตรการที่ประกาศแยก)
ค่าแก๊สหุงต้ม
80 บาท/คน/3 เดือน
ค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ
750 บาท/คน/เดือน
ใช้กับบริการที่ร่วมโครงการ เช่น รถเมล์ ขสมก., รถ บขส., รถไฟ, รถไฟฟ้า BTS/MRT ฯลฯ ตามที่ระบุในรายละเอียดโครงการ
ส่วนลดค่าไฟฟ้า
อุดหนุนค่าไฟฟ้าสูงสุด 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
หากใช้ไฟฟ้าเกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีสิทธิต้องรับภาระส่วนเกินเอง
ส่วนลดค่าน้ำประปา
อุดหนุน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน
หากใช้น้ำเกิน 100 บาทแต่ไม่เกิน 315 บาท ยังคงได้รับสนับสนุน 100 บาท และต้องจ่ายส่วนเกินเอง
หากใช้น้ำเกิน 315 บาท จะต้องรับภาระค่าน้ำทั้งหมด
สิทธิช่วยเหลือเพิ่มเติมที่ปรากฏในข้อมูล
เงินช่วยเหลือเพิ่ม 200 – 300 บาท/เดือน (ตามสัดส่วนรายได้ในข้อมูลชุดหนึ่ง)
เงินเพิ่มสำหรับผู้พิการ 200 บาท/เดือน (สำหรับผู้ถือบัตรที่เป็นผู้พิการ)
เงินสำหรับผู้สูงอายุในบางโครงการ (เช่น 100 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 8 เดือน ตามข้อมูลที่อ้างถึง)
หมายเหตุ: เอกสารบางส่วนระบุว่าวงเงินอาจมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งในรอบใหม่ ผู้ถือบัตรควรติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐโดยตรงเพื่อข้อมูลล่าสุด
เช็กลิสต์ก่อนกดสมัครผ่านแอป “ทางรัฐ”
เพื่อเพิ่มโอกาสลงทะเบียนผ่านรอบนี้และลดปัญหาระหว่างดำเนินการ สามารถใช้เช็กลิสต์สั้น ๆ ดังต่อไปนี้
ตรวจคุณสมบัติ
สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป
รายได้/ทรัพย์สินทางการเงิน/หนี้สินไม่เกินเกณฑ์
ไม่มีสถานะเป็นข้าราชการ นักบวช ผู้ต้องขัง หรือผู้รับบำเหน็จรายเดือนจากรัฐ
ตรวจสอบสิทธิในระบบก่อนลงทะเบียน
เข้า welfare.mof.go.th เลือก “ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิลงทะเบียน” กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก
เตรียมข้อมูลและอุปกรณ์
บัตรประชาชนตัวจริง
หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้งานได้
สมาร์ทโฟนที่ติดตั้งแอป ทางรัฐ, และหากจำเป็น แอป ThaiD และ เป๋าตัง
ลงทะเบียน/ยืนยันสิทธิให้ครบในช่วงเวลา 4 – 21 มิ.ย. 2569
เลือกช่องทางที่สะดวก: แอปทางรัฐ, เว็บไซต์, เป๋าตัง, ATM กรุงไทย หรือธนาคารรัฐ
หลังลงทะเบียน ตรวจสอบสถานะอย่างสม่ำเสมอ
ใช้แอปทางรัฐหรือเว็บไซต์เพื่อติดตามสถานะ
หากพบข้อความผิดปกติ (เช่น ข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่พบสิทธิ) ให้ดำเนินการตามแนวทางแก้ไขที่กล่าวไว้
หลังประกาศผล 17 ก.ค. 2569
หากผ่านคุณสมบัติ: ดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ตามช่องทางที่เลือก
หากไม่ผ่าน: ยื่นอุทธรณ์ภายใน 17 – 31 ก.ค. 2569
ด้วยการเตรียมตัวตามเช็กลิสต์นี้ และใช้แอป “ทางรัฐ” เป็นศูนย์กลางในการลงทะเบียน ตรวจสอบ และอุทธรณ์ ผู้มีสิทธิจะสามารถเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ได้อย่างเป็นระบบและลดโอกาสตกหล่นจากความผิดพลาดของข้อมูลหรือขั้นตอน


ความคิดเห็น