ZestBuy

คู่มือลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ผ่านมือถือ

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI06-10
ความสนใจแอปมือถือ

ทำความเข้าใจโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 และภาพรวมสำคัญ

โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เป็นโครงการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยรัฐโอนสิทธิสวัสดิการเข้ากับบัตรประชาชนสมาร์ตการ์ด หรือใช้ผ่านแอปพลิเคชันที่กำหนด ไม่สามารถกดเป็นเงินสด และใช้ได้เฉพาะร้านค้า/บริการที่ร่วมโครงการเท่านั้น

ปี 2569 รัฐบาลกำหนดให้ ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมทุกคนต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิใหม่ ระหว่างวันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น. ผ่าน 5 ช่องทางที่กำหนด หากไม่ดำเนินการภายในกำหนด อาจพลาดสิทธิในรอบใหม่นี้

สิทธิประโยชน์หลักของบัตรยังคงเดิม เน้นช่วยค่าครองชีพ เช่น

  • วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรมจากร้านธงฟ้าฯ 300 บาทต่อคนต่อเดือน

  • ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน

  • ค่าเดินทางขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน ใช้ได้กับรถเมล์ ขสมก. รถ บขส. รถไฟฟ้า BTS/MRT ฯลฯ รวม 8 ประเภทขนส่ง

  • ช่วยค่าไฟฟ้า 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน (ใช้เกินวงเงิน ผู้มีสิทธิต้องจ่ายเองทั้งหมด)

  • ช่วยค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน (หากใช้เกิน 100 แต่ไม่เกิน 315 บาท ยังได้ช่วย 100 บาท ส่วนที่เกินจ่ายเอง หากเกิน 315 บาท ต้องจ่ายเองทั้งหมด)

นอกจากนี้ โครงการปี 2569 ยังมีการปรับเกณฑ์และฐานข้อมูลใหม่ เพื่อให้สิทธิไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้น้อยจริง และแก้ปัญหากลุ่มตกหล่นที่ไม่เคยได้รับสิทธิในรอบก่อน


เช็กคุณสมบัติพื้นฐานก่อนลงทะเบียน 2569

ก่อนกดลงทะเบียนหรือยืนยันสิทธิ ควรตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองตามเกณฑ์ที่โครงการกำหนด เพื่อลดโอกาสถูกตัดสิทธิ์ภายหลัง โดยสรุปคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่

  1. สัญชาติและอายุ

    • ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย

    • อายุอย่างน้อย 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน

  2. กลุ่มที่ไม่มีสิทธิลงทะเบียน (ตัวอย่างกลุ่มสำคัญ)

    • ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

    • ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง

    • บุคคลในสถานสงเคราะห์ของรัฐ

    • นักเรียน นักศึกษา

    • ข้าราชการ พนักงาน/ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ ผู้รับบำเหน็จรายเดือน ผู้รับบำนาญ หรือข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา (ยกเว้นบางกรณีรายได้ต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท ตามเกณฑ์ที่กำหนด)

    • หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น/กรรมการในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

    • ผู้มีชื่อในบัญชีหลักทรัพย์หรือบัญชีตราสารหนี้

    • ผู้เอาประกันชีวิตแบบสามัญที่ชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป

    • บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้มีเงินได้ ที่ถูกใช้ชื่อไปหักลดหย่อนภาษี

  3. รายได้ รายจ่ายให้ผู้อื่น และทรัพย์สินทางการเงิน

    • รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี

    • รายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี

    • ทรัพย์สินทางการเงินรวมทุกประเภท (เงินฝาก สลากออมทรัพย์ ฯลฯ) ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน

  4. หนี้สินและสินเชื่อ

    • วงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทและทุกบัญชี ไม่เกิน 100,000 บาท ตามข้อมูลบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ

  5. อสังหาริมทรัพย์และที่ดิน

    • ห้องชุด: พื้นที่รวมทุกแห่งไม่เกิน 35 ตร.ม.

    • กรณีเกษตรกร: ที่ดินเพื่ออยู่อาศัยและที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน รวมทุกแห่งไม่เกิน 10 ไร่ (บ้านเดี่ยว/ทาวน์เฮาส์/ห้องแถว/ตึกแถว รวมกันไม่เกิน 25 ตร.วา)

    • กรณีไม่ใช่เกษตรกร: ที่ดินเพื่ออยู่อาศัยรวมกันทุกแห่งไม่เกิน 1 ไร่ (และบ้านเดี่ยว/ทาวน์เฮาส์/ห้องแถว/ตึกแถว รวมกันไม่เกิน 25 ตร.วา)

  6. บัตรเครดิตและรถยนต์

    • ต้องไม่มีบัตรเครดิต

    • ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือรถอื่น ๆ ยกเว้นเฉพาะ
      • รถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี

      • รถสามล้อ

      • รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง

      • รถใช้งานเกษตรกรรม
        โดยแต่ละประเภทถือครองได้ไม่เกิน 1 คัน

ผู้ถือบัตรเดิมควรตรวจสอบให้ครบทุกข้อ เพราะกระทรวงการคลังจะตรวจสอบข้อมูลจากหลายฐานข้อมูล หากไม่เข้าเกณฑ์ สิทธิ์อาจถูกตัดแม้ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว


เตรียมเอกสารและข้อมูลสำคัญให้พร้อมล่วงหน้า

การลงทะเบียนส่วนใหญ่ใช้ข้อมูลจากบัตรประชาชนและเบอร์โทรศัพท์ แต่เพื่อให้ขั้นตอนราบรื่น ควรเตรียมสิ่งเหล่านี้ให้พร้อมก่อนเริ่ม

  • บัตรประชาชนตัวจริงแบบสมาร์ตการ์ด

    • ใช้ทั้งหน้าบัตรและด้านหลัง

    • ต้องอ่าน “รหัส Laser ID” ด้านหลังบัตรให้ชัดเจน (ใช้เมื่อลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์)

  • หมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานได้จริง

    • ใช้รับข้อมูลและติดต่อหากมีปัญหา

    • หากไม่มีเบอร์เป็นของตนเอง สามารถใช้เบอร์ที่ซ้ำกับผู้อื่นได้ ขอเพียงเป็นเบอร์ที่ติดต่อได้จริง

  • ข้อมูลสมาชิกครัวเรือน (กรณีเกี่ยวข้อง)

    • ชื่อ-สกุล เลขประจำตัวประชาชนของคู่สมรส หรือบุตรตามกฎหมาย (ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขลดหย่อนภาษี หรือเกณฑ์ครัวเรือนในเอกสารอื่น)

  • แอปพลิเคชันที่จำเป็น

    • แอป ThaID สำหรับพิสูจน์ตัวตนหากเลือกลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หรือระบบที่ต้องสแกน Digital ID

    • แอป เป๋าตัง และ/หรือ ทางรัฐ หากต้องการยืนยันสิทธิผ่านมือถือ

การเตรียมข้อมูลให้ครบก่อนลงทะเบียน จะช่วยลดโอกาสกรอกผิด หรือกลับมาแก้ไขซ้ำ


คู่มือใช้แอป “รัฐจ่าย” แบบทีละขั้นตอน

(ในข้อมูลอ้างอิงไม่ได้ระบุขั้นตอนใช้งานแอปชื่อ “รัฐจ่าย” โดยตรง จึงไม่สามารถลงรายละเอียดได้ในส่วนนี้)


วิธีใช้แอป “ทางรัฐ” ตรวจสอบสิทธิ์และติดตามสถานะ

แอป “ทางรัฐ” เป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญทั้งสำหรับการยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 และตรวจสอบสถานะภายหลัง โดยมีหลักการใช้งานจากข้อมูลดังนี้

1. การยืนยันสิทธิผ่านแอป “ทางรัฐ”

  • Log in เข้าใช้งานแอป “ทางรัฐ”

  • เลือกเมนูบริการ และค้นหา “ระบบลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ”

  • ระบบจะแสดงข้อมูลตามบัตรประชาชน ให้ผู้ลงทะเบียนตรวจสอบความถูกต้อง

  • ระบุ หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ และกดไปขั้นตอนถัดไป

  • อ่านเงื่อนไขและข้อตกลงให้ครบ จากนั้นกด “ยืนยัน”

  • เมื่อหน้าจอขึ้นข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” ถือว่าเสร็จสิ้นขั้นตอน

2. การตรวจสอบผลและสถานะผ่านแอป “ทางรัฐ”

หลังจากถึงวันที่ประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) ผู้ลงทะเบียนสามารถใช้แอป “ทางรัฐ” เพื่อตรวจสอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติ และหากไม่ผ่าน สามารถยื่นอุทธรณ์ผลผ่านแอปได้ โดยกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” ในระบบภายใน 15 วันนับจากวันประกาศผล


วิธีใช้ระบบออนไลน์ตรวจสอบสิทธิ์และผลอนุมัติ

นอกจากแอปแล้ว เว็บไซต์หลักของโครงการก็เป็นอีกช่องทางสำคัญในการตรวจสอบสิทธิ์และติดตามสถานะ

1. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิลงทะเบียน

  • เข้าเว็บไซต์
  • กดปุ่ม “ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิลงทะเบียน” ที่หน้าจอหลัก

  • ระบุเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก แล้วกด “ตรวจสอบ”

  • หากเข้าเกณฑ์ ระบบจะแสดงผลเป็น “กลุ่มเป้าหมาย” พร้อมบอกช่องทางที่สามารถลงทะเบียนได้ (เลือกใช้ได้เพียง 1 ช่องทาง)

2. ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน

  • เข้าเว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th

  • เลือกเมนู “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน”

  • เลือกวิธีตรวจสอบ
    • ด้วย Digital ID (ผ่าน ThaID)

    • หรือด้วยเลขบัตรประชาชน

  • กรอกรายละเอียดและกด “ตรวจสอบข้อมูล”

ระบบจะแสดงสถานะ เช่น

  • “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”: ให้รอผลตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป

  • “ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง”: ต้องลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง

  • “อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชนของผู้ลงทะเบียน”: ให้กลับมาตรวจสอบสถานะอีกครั้งในวันถัดไป


เคล็ดลับลงทะเบียนให้ผ่านง่าย ลดโอกาสข้อมูลผิดพลาด

เพื่อไม่ให้เสียเวลา และลดโอกาสต้องลงทะเบียนซ้ำ ควรให้ความสำคัญกับรายละเอียดต่อไปนี้

  1. ตรวจข้อมูลบัตรประชาชนอย่างละเอียด

    • ชื่อ-นามสกุล ต้องตรงตามบัตรทุกตัวอักษร

    • เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ต้องไม่พิมพ์ผิด

    • วัน เดือน ปีเกิด ต้องตรงตามบัตร

    • รหัส Laser ID หลังบัตร ต้องกรอกให้ครบและถูกต้อง

  2. ใช้เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้จริง

    • แม้ระบบอนุญาตให้ใช้เบอร์ซ้ำกันได้ แต่ควรเป็นเบอร์ที่มีผู้รับสายได้หากหน่วยงานต้องการติดต่อ

    • หากกรอกเบอร์ผิด แต่สถานะขึ้นว่า “ยืนยันลงทะเบียนเรียบร้อย” ไม่จำเป็นต้องลงใหม่อีก

  3. เลือกช่องทางลงทะเบียนที่ถนัดที่สุดเพียงช่องทางเดียว

    • หากใช้สมาร์ตโฟนคล่อง การยืนยันผ่านแอป “เป๋าตัง” หรือ “ทางรัฐ” จะสะดวกและรวดเร็ว

    • หากไม่ถนัดระบบออนไลน์ สามารถไปที่ธนาคารรัฐทั้ง 5 แห่ง ให้เจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการ

  4. ตรวจคุณสมบัติตนเองก่อนลงทะเบียน

    • หากรู้ตัวว่าเข้าเกณฑ์กลุ่มต้องห้าม หรือรายได้/ทรัพย์สินไม่เข้าเกณฑ์ ควรพิจารณาให้รอบคอบ เพราะกระทรวงการคลังจะตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังและอาจตัดสิทธิ์ภายหลัง


รวมปัญหายอดฮิตระหว่างลงทะเบียนและวิธีแก้

ระหว่างการลงทะเบียนหรือยืนยันสิทธิ มักพบปัญหาบางอย่างซ้ำ ๆ จากข้อมูลโครงการ มีแนวทางจัดการดังนี้

1. ระบบขึ้นสถานะ “ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง”

  • ความหมาย: ข้อมูลที่กรอกไม่ตรงกับฐานข้อมูลบัตรประชาชน เช่น ชื่อสะกดผิด เลขบัตรผิด รหัส Laser ผิด

  • วิธีแก้: ต้องเริ่มลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง โดยสามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 5 ช่องทาง คือ
    • แอป “เป๋าตัง”

    • แอป “ทางรัฐ”

    • เว็บไซต์โครงการ

    • ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย

    • หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร (กรุงไทย, ธ.ก.ส., ออมสิน, ธอส., ธนาคารอิสลามฯ)

2. กรอกเบอร์โทรศัพท์ผิด

  • หากตรวจสถานะแล้วขึ้นว่า “ยืนยันลงทะเบียนเรียบร้อย” ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่

  • ในการยืนยันสิทธิครั้งต่อไป หรือการใช้งานช่องทางอื่น สามารถระบุเบอร์ที่ถูกต้องใหม่ได้

3. สถานะ “อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชนของผู้ลงทะเบียน”

  • ความหมาย: ข้อมูลที่ส่งเข้าระบบยังไม่ผ่านการตรวจสอบสมบูรณ์

  • วิธีแก้: กลับเข้าระบบเว็บไซต์เพื่อตรวจสอบสถานะอีกครั้งในวันถัดไป

4. ไม่พบสิทธิการใช้งานในระบบกลุ่มตกหล่น

กรณีลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://web-app.bora.dopa.go.th/welfare/login สำหรับกลุ่มตกหล่น แล้วขึ้นข้อความว่า

  • “ไม่พบสิทธิการใช้งาน (ท่านไม่ใช่เจ้าหน้าที่ และไม่ได้อยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่ต้องลงทะเบียนรับสิทธิ)”

หมายความว่า ท่านไม่ได้อยู่ในรายชื่อกลุ่มตกหล่นตามฐานข้อมูล จปฐ. หรือ MSO-LOGBOOK หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถติดต่อหน่วยงานท้องถิ่น หรือใช้สวัสดิการอื่นผ่านกระทรวง พม. (ตามช่องทางที่ระบุในข้อมูลอ้างอิง)


สรุปขั้นตอนลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 แบบย่อ ทำได้ในมือถือ

ส่วนนี้รวบรวมขั้นตอนสำคัญให้สามารถทำจบได้ภายในเวลาไม่นาน โดยเน้นกรณีผู้มีบัตรเดิมที่ต้องยืนยันสิทธิใหม่ และใช้มือถือเป็นหลัก

ขั้นที่ 1: เช็กก่อนว่าตนเองมีสิทธิลงทะเบียนหรือไม่

  • เข้าเว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th

  • กด “ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิลงทะเบียน”

  • กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก

  • หากขึ้นว่า “กลุ่มเป้าหมาย” แสดงว่ามีสิทธิลงทะเบียนตามช่องทางที่กำหนด

ขั้นที่ 2: เลือก 1 ช่องทางเพื่อยืนยันสิทธิ (ทำได้ถึง 21 มิ.ย. 2569)

ให้เลือกเพียงช่องทางเดียวที่สะดวกที่สุด เช่น

  1. ผ่านแอปเป๋าตัง

    • เปิดแอป → กด Banner “โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569” → ยอมรับเงื่อนไข → กด “ลงทะเบียน”

  2. ผ่านแอปทางรัฐ

    • Log in → เลือกบริการ “ระบบลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ” → ตรวจสอบข้อมูล → กรอกเบอร์โทร → กด “บันทึกข้อมูล” → อ่านเงื่อนไข → กด “ยืนยัน”

  3. ผ่านเว็บไซต์โครงการ

  4. ผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย

    • ไปที่ตู้ ATM ช่วงเวลา 06.00–23.00 น.

    • เลือกเมนู “ยืนยันตัวตน/สิทธิสวัสดิการ” → “ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569”

    • เสียบบัตรประชาชนในช่องยืนยันตัวตน → ตรวจสอบข้อมูล → ระบุหมายเลขโทรศัพท์ → กด “ถัดไป” หรือ “ตกลง”

  5. ที่สาขา 5 ธนาคารรัฐ (กรุงไทย, ธ.ก.ส., ออมสิน, ธอส., ธนาคารอิสลามฯ)

    • ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่อ่านผ่านเครื่อง Smart Card Reader

    • ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด

    • แจ้งเบอร์โทรศัพท์ → เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล

    • อ่านเงื่อนไข → กด/ลงชื่อ “ยืนยัน” ผ่านระบบ

ทุกช่องทาง เมื่อเห็นข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” ถือว่าขั้นตอนยืนยันสิทธิสำเร็จ

ขั้นที่ 3: ตรวจสอบสถานะและรอผลคุณสมบัติ

  • ภายหลังลงทะเบียน ให้เข้าเว็บไซต์หรือแอปเพื่อตรวจสอบสถานะตามขั้นตอนที่กล่าวไป

  • วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จะประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ

  • ผู้ที่ผ่านเกณฑ์และยืนยันตัวตนเรียบร้อย จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป


ด้วยขั้นตอนและเงื่อนไขที่ชัดเจน ผู้มีสิทธิสามารถจัดการทุกอย่างได้เกือบทั้งหมดผ่านมือถือเครื่องเดียว ตั้งแต่ตรวจสอบสิทธิ ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ ไปจนถึงเช็กสถานะผลอนุมัติ เพียงเตรียมบัตรประชาชน รหัสด้านหลังบัตร เบอร์โทรศัพท์ และตรวจคุณสมบัติของตนเองให้ครบ ก็สามารถใช้สิทธิในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ได้อย่างไม่ตกหล่น

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น