รับแอปรับแอป

พกชิ้นเดียวเอาอยู่! 6 คีย์บอร์ดไร้สายพับได้ ต่อได้หลายเครื่อง ใช้งานโคตรคล่อง

นราธิป ศรีจันทร์01-30

คีย์บอร์ดไร้สายพับได้ ทำไมสายโน๊ตบุ๊ค–มือถือควรมีติดกระเป๋า?

ทุกวันนี้จะทำงานให้ลื่นจริง แค่พิมพ์บนคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คอย่างเดียวอาจไม่พอแล้ว โดยเฉพาะคนที่สลับใช้ทั้งโน๊ตบุ๊ค สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตไปพร้อมกัน คีย์บอร์ดไร้สายแบบพับได้ เลยกลายเป็นอาวุธลับที่ช่วยให้ทำงาน เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์มาอยู่ในชิ้นเดียวแบบพกง่ายสุดๆ

หัวใจของคีย์บอร์ดไร้สายปัจจุบันจะมีการเชื่อมต่อหลักๆ อยู่ 2 แบบ คือ

  • USB RF Dongle (หัว USB-A)

  • Bluetooth

แบบ USB RF จะเด่นเรื่องความหน่วงต่ำ ใกล้เคียงคีย์บอร์ดมีสาย เล่นเกมได้สบาย แต่ต้องมีพอร์ต USB-A ให้เสียบ ใช้แบตเยอะกว่า และจำกัดกับอุปกรณ์ที่มีพอร์ตนี้เท่านั้น

ส่วน Bluetooth แม้จะตอบสนองช้ากว่าตอนเล่นเกม แต่ชนะเรื่อง

  • ประหยัดแบตมากกว่า

  • ไม่ต้องพึ่งพอร์ต USB

  • ต่อได้ทั้งแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน

ใครเคยเห็นโมดูล Bluetooth จะรู้ว่าชิ้นเล็กและบางมาก จนผู้ผลิตสามารถฝังลงในคีย์บอร์ดพกพาได้แทบทุกดีไซน์ ตั้งแต่ขนาดมาตรฐานไปจนถึงแบบเล็กเท่ากระเป๋าสตางค์ พกใส่กระเป๋าถือหรือกระเป๋ากางเกงได้แบบชิลๆ สาย iPad และแท็บเล็ต Android ยิ่งถูกใจ เพราะต่อแล้วใช้งานได้ทันที ไม่ต้องลงแอปเพิ่มให้ยุ่งยาก

เรื่องน่ารู้ ก่อนเลือกคีย์บอร์ดไร้สายพับได้

  • คีย์บอร์ดแบบพับได้ส่วนใหญ่ ขนาดและจำนวนปุ่มจะใกล้เคียงคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊ค 14 นิ้ว

  • คีย์บอร์ด Bluetooth หลายรุ่นรองรับ เชื่อมต่อพร้อมกัน 3 อุปกรณ์ และกดสลับไปมาได้ทันที

  • Bluetooth ในคีย์บอร์ดปัจจุบันมีเวอร์ชั่นตั้งแต่ 4.0 ถึง 5.4 ให้เห็นในสเปค

  • ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่พิมพ์ราว 10 นาที ส่วนมากจะเข้าสู่โหมด Sleep เพื่อประหยัดแบตโดยอัตโนมัติ

  • เวลาเชื่อมต่อกับแต่ละระบบปฏิบัติการ ปุ่มเปลี่ยนภาษาจะต่างกันตาม OS

รวม 6 คีย์บอร์ดไร้สายพับได้ น่าใช้ พกง่าย ดีไซน์ดูดีไม่อายใคร

มาดูตัวเลือกน่าโดน ทั้งสำหรับสายทำงาน สายเรียน และสายตอบแชทข้ามเครื่องกันบ้าง

1. MOFii Z1 (ประมาณ 377 บาท)

รุ่นเล็กแต่สเปคไม่เล็ก MOFii Z1 เป็นคีย์บอร์ดพกพาราคาสบายกระเป๋า เน้นพกง่ายและดีไซน์กะทัดรัด พับแล้วมีขนาดราวกระเป๋าสตางค์ แต่พอกางออกจะเทียบเท่าคีย์บอร์ด 65% มี 67 ปุ่ม แยกชุดตัวอักษร ปุ่ม Command และตัวเลขออกมาให้ใช้งานครบ

จุดที่ต้องทำความคุ้นเคยคือ ขนาดปุ่มเล็กกว่าปกติ และบรรทัดตัวเลขรวมทั้ง F1–F12 กับ Hotkeys ไว้ด้วยกัน ช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาปรับมือสักหน่อย แต่พอชินแล้วจะพิมพ์คล่องขึ้นมาก

ในแง่การใช้งานจริง จัดว่าตอบโจทย์คนทำงานนอกสถานที่สุดๆ เพราะ

  • ใช้พอร์ต USB-C ชาร์จ แบ่งสายกับสมาร์ทโฟนได้เลย

  • จับคู่ Bluetooth ได้ 3 อุปกรณ์พร้อมกัน จะใช้กับ iPad, คอมทำงาน และมือถือ Android ไปด้วยกันก็สลับได้รวดเร็ว

ใครอยากมีคีย์บอร์ดสำรองติดกระเป๋าไว้ใช้ยามฉุกเฉินหรือเวลาไปคาเฟ่ทำงาน MOFii Z1 เป็นตัวเลือกที่ไม่น่าผิดหวัง

ข้อดี

  • ขนาดเล็ก พับแล้วเท่ากระเป๋าสตางค์ พกง่ายสุดๆ

  • ต่อได้ 3 อุปกรณ์พร้อมกัน กดสลับใช้งานได้ตามใจ

  • ใช้งานต่อเนื่องได้ราว 48 ชั่วโมง ชาร์จผ่าน USB-C

  • ดีไซน์น่ารัก ดูไม่แข็ง เหมาะกับผู้ใช้หลากหลายสไตล์

ข้อสังเกต

  • แป้นพิมพ์และปุ่มค่อนข้างเล็ก มือใหม่อาจต้องใช้เวลาปรับตัว

2. OKER BT033 (ประมาณ 770 บาท)

OKER BT033 มาจากแบรนด์อุปกรณ์เสริมสายคอมฯ ที่คุ้นหู เน้นราคาคบได้ ตัดสินใจง่าย ตัวนี้ทำมาเผื่อคนที่อยากได้ทั้งคีย์บอร์ดและเมาส์ในชิ้นเดียว เพราะติด ทัชแพด มาให้ในตัว ใช้ควบคุมเคอร์เซอร์แทนเมาส์ได้สบาย

ดีไซน์พับเป็นแนวตั้งได้ 3 ทบ พอพับแล้วขนาดจะประมาณกระเป๋าสตางค์อีกเช่นกัน เก็บในกระเป๋าได้โดยไม่เปลืองพื้นที่ รองรับหลายระบบปฏิบัติการ ทั้ง Windows, macOS, iOS และ Android ใช้งานกับอุปกรณ์หลักๆ ได้สบาย

อย่างไรก็ตาม ยังมีจุดที่ต้องยอมรับอยู่บ้าง เช่น

  • พอร์ตชาร์จยังเป็น MicroUSB ไม่ใช่ USB-C ทำให้ต้องหาสายเฉพาะหรือหัวแปลง

  • เชื่อมต่อได้ ครั้งละ 1 อุปกรณ์ เท่านั้น ถ้าจะสลับไปใช้อีกเครื่องต้องจับคู่ใหม่ ไม่รองรับการเก็บ 3 โปรไฟล์แบบรุ่นใหม่ๆ ทำกัน

ข้อดี

  • ดีไซน์พับได้ 3 ทบ พับแล้วขนาดเท่ากระเป๋า พกง่ายมาก

  • มีทัชแพดในตัว ใช้แทนเมาส์ได้กรณีที่โต๊ะเล็กหรือไม่มีพื้นที่

  • รองรับหลายระบบปฏิบัติการ ทั้ง Windows, macOS, iOS, Android

  • มีปุ่ม Hotkeys วางไว้บรรทัดตัวเลขด้านบน กดเรียกคำสั่งได้สะดวก

ข้อสังเกต

  • ใช้พอร์ตชาร์จ MicroUSB ต้องมีสายเฉพาะหรือหัวแปลงเพิ่ม

  • ต่อได้ทีละเครื่อง ไม่รองรับเชื่อมต่อพร้อมกันหลายอุปกรณ์

3. Targus Keyboard Folding (ประมาณ 835 บาท)

ใครชอบแบรนด์สายกระเป๋าและอุปกรณ์โน๊ตบุ๊คระดับสากล Targus Keyboard Folding เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก รุ่นนี้โดดเด่นที่ฟังก์ชันและความใส่ใจเรื่องสุขอนามัย

ไฮไลต์สำคัญคือ

  • รองรับการเชื่อมต่อ 3 อุปกรณ์พร้อมกัน และสลับไปมาได้แบบกดปุ่ม

  • ดีไซน์ตัวคีย์บอร์ดให้ เอียงเล็กน้อยรับกับแนวแขน ทำให้พิมพ์สบายขึ้นในระยะยาว

  • เคลือบสาร Targus DefenseGuard ช่วยลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบนพื้นผิว เหมาะกับคนพกไปใช้หลายที่

รองรับระบบปฏิบัติการหลากหลาย ทั้ง Windows, macOS, iOS, Android และ ChromeOS ใช้งานได้เกือบทุกอุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน

ข้อเสียคล้ายกับหลายรุ่นก่อนหน้า คือยังใช้พอร์ตชาร์จ MicroUSB ใครอยากใช้สายเดียวกับมือถือที่เป็น USB-C อาจต้องหาหัวแปลงติดไว้

ข้อดี

  • รองรับ Windows, macOS, iOS, Android, ChromeOS ครอบคลุมสุด

  • เชื่อมต่อได้ 3 อุปกรณ์พร้อมกัน สลับได้ง่ายด้วยปุ่ม

  • ดีไซน์เอียงเข้ากับสรีระ ช่วยให้พิมพ์สบายขึ้น

  • เคลือบสารกันแบคทีเรีย Targus DefenseGuard ลดความเสี่ยงเรื่องเชื้อโรคสะสม

ข้อสังเกต

  • ยังใช้หัวชาร์จแบบ MicroUSB ทำให้ต้องมีสายเฉพาะหรือหัวแปลงเพิ่มเติม

4. Jomaa Bluetooth Keyboard พร้อมขาตั้งสมาร์ทโฟน (ประมาณ 924 บาท)

รุ่นนี้ออกแบบมาสายทำงานกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตโดยเฉพาะ เพราะเป็นคีย์บอร์ด Bluetooth ที่พับแนวนอนหนึ่งทบแล้วตัวเครื่องจะเรียวยาว บางพอจะสอดไว้ในกระเป๋ากางเกงได้ แบบไม่เกะกะ

จุดเด่นมากๆ คือมี ขาตั้งสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตขนาดประมาณ 8 นิ้ว ติดมาให้ในตัว กางออกแล้ววางเครื่องพร้อมใช้พิมพ์ตอบแชท ตอบอีเมล หรืองานด่วนได้ทันที ไม่ต้องหาที่พิงเพิ่ม

ด้านการเชื่อมต่อ ก็จัดเต็มด้วยการรองรับ Bluetooth 3 อุปกรณ์พร้อมกัน สลับระหว่างโน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต หรือมือถือได้รวดเร็ว เหมาะกับคนที่มีหลายดีไวซ์อยู่บนโต๊ะในเวลาเดียวกัน

แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ

  • ขนาดปุ่มค่อนข้างเล็ก คนมือใหญ่จะรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย ต้องปรับตัวพอสมควร

  • พอร์ตชาร์จยังคงเป็น MicroUSB ทำให้ต้องเตรียมสายเพิ่มอีกเส้น

ข้อดี

  • พับแนวนอนแล้วขนาดเล็กมาก พกในกระเป๋ากางเกงยังไหว

  • มีขาตั้งสำหรับมือถือหรือแท็บเล็ต 8 นิ้วมาให้ในตัว กาง-พับง่าย

  • เชื่อมต่อ Bluetooth ได้ 3 อุปกรณ์พร้อมกัน สลับได้ด้วยปุ่ม

  • มีปุ่ม F1–F12 และ Hotkeys อยู่บรรทัดตัวเลข ใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ได้สะดวก

ข้อสังเกต

  • ใช้พอร์ตชาร์จ MicroUSB ต้องเตรียมสายหรือหัวแปลงต่างหาก

  • แป้นพิมพ์เล็ก คนมือใหญ่ต้องใช้เวลาปรับตัว

5. Jomaa Tri-Folding Keyboard (ประมาณ 1,112 บาท)

ถ้าอยากได้ฟีลใกล้คีย์บอร์ดจริงบนโต๊ะ แต่ยังต้องการความพกพา Jomaa Tri-Folding Keyboard คือคำตอบ เพราะเป็นคีย์บอร์ดพับแนวนอน 3 ทบ แต่เมื่อกางออกแล้ว ขนาดปุ่มและความกว้างใกล้เคียงคีย์บอร์ดมาตรฐาน

มีบรรทัด F1–F12 แยกจากตัวเลข รวม Hotkeys ไว้อย่างเป็นระเบียบ ทำให้การพิมพ์งานจริงจังสะดวกขึ้น นอกจากนี้ยังติด ทัชแพดที่รองรับ Touch Gesture มาให้ ใช้ควบคุมโน๊ตบุ๊คได้ง่ายขึ้นอีกขั้น

ฟังก์ชันการเชื่อมต่อรองรับ

  • เชื่อมต่อได้ 3 อุปกรณ์พร้อมกัน กดสลับการใช้งานได้รวดเร็ว

  • รองรับทั้ง Windows, macOS, iOS, Android รวมถึงแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนหลายรุ่น

ที่น่าสนใจมากคือสามารถสลับ เลเยอร์คีย์บอร์ดให้ตรงกับแต่ละระบบปฏิบัติการ ได้ด้วย ช่วยลดปัญหาปุ่มกดไม่ตรงคำสั่ง

ข้อสังเกตคือบางปุ่ม เช่น วงเล็บเหลี่ยมและ Backslash () ขนาดจะเล็กกว่าปกติ ถ้าไม่ได้ใช้บ่อยก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าใช้เขียนโค้ดบ่อยอาจต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยเล็กน้อย

ข้อดี

  • ขนาดแป้นพิมพ์ใกล้เคียงคีย์บอร์ดมาตรฐาน แต่ยังพับได้ 3 ทบ พกสะดวก

  • รองรับเชื่อมต่อ 3 อุปกรณ์พร้อมกันและสลับไปมาง่าย

  • มีทัชแพดรองรับ Touch Gesture ใช้ควบคุมโน๊ตบุ๊คได้สะดวก

  • มีคำสั่งเปลี่ยนเลเยอร์ให้เหมาะกับ Windows, macOS, iOS, Android

  • ชาร์จแบตผ่าน USB-C ใช้สายเดียวกับสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ได้เลย

  • มีปุ่ม F1–F12 แยกจากชุดปุ่มหลัก ฟังก์ชัน Hotkeys ใช้งานง่าย

  • มีปุ่มลัดสำหรับ ล็อคการทำงานของทัชแพด เมื่อไม่ต้องการใช้งาน

ข้อสังเกต

  • ปุ่มบางตำแหน่งมีขนาดเล็กกว่าปกติ ตอนเริ่มใช้งานอาจต้องปรับตัว

6. iClever BK08 (ประมาณ 1,484 บาท)

iClever BK08 เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่พร้อมเพิ่มงบ เพื่อแลกกับความครบเครื่องในชิ้นเดียว เพราะนอกจากเป็นคีย์บอร์ดแล้ว ยังมี ทัชแพดและปุ่มคลิกซ้าย–ขวา ให้มาครบ ใช้แทนเมาส์ได้เต็มตัว เหมาะมากกับโต๊ะเล็กหรือการทำงานนอกสถานที่ที่ไม่มีพื้นที่วางเมาส์

รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth กับ 3 อุปกรณ์พร้อมกัน จะต่อกับโน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนแล้วสลับใช้ไปมาก็ทำได้อย่างลื่นไหล

ในเรื่องแบตเตอรี่ จัดว่าอึดเพราะใช้งานต่อเนื่องได้ถึง ประมาณ 60 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และชาร์จผ่าน USB-C ได้ทันทีจากสายชาร์จมือถือ

ข้อจำกัดจะคล้ายกับคีย์บอร์ดพกพาหลายรุ่น คือ

  • ขนาดปุ่มเล็กกว่าแบบเต็มไซซ์

  • ปุ่ม F1–F12 และ Hotkeys รวมไว้บนบรรทัดตัวเลข ต้องกดปุ่มฟังก์ชันร่วม ช่วงแรกอาจงงๆ นิดหน่อยจนกว่าจะชิน

ข้อดี

  • ขนาดกะทัดรัด พับแล้วเท่ากระเป๋าสตางค์ พกง่าย

  • เชื่อมต่อ Bluetooth ได้ 3 อุปกรณ์พร้อมกัน สลับได้ทันที

  • แบตอึด ใช้งานต่อเนื่องประมาณ 60 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

  • มีทัชแพดและปุ่มคลิกซ้าย–ขวาในตัว ใช้แทนเมาส์ได้

  • รองรับ Windows, macOS, iOS, Android

ข้อสังเกต

  • รวมปุ่ม F1–F12 และ Hotkeys ไว้บรรทัดตัวเลข ต้องปรับตัวช่วงแรก

  • ขนาดปุ่มบางตัวค่อนข้างเล็ก มือใหญ่ต้องใช้เวลาให้ชิน

สรุปภาพรวมสเปค 6 รุ่นเด็ด ใช้ชิ้นเดียวคุมได้หลายเครื่อง

คีย์บอร์ดไร้สายแบบพับได้ ไม่ได้เด่นแค่เรื่องการเก็บง่าย แต่ยัง เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลายชิ้นพร้อมกัน ต่อให้ใช้โน๊ตบุ๊ค Windows คู่กับ iPad หรือแท็บเล็ต Android ก็แค่กดสลับอุปกรณ์และปรับเลเยอร์คีย์บอร์ดให้ตรงกับ OS นั้นๆ ก็ใช้งานได้แบบไม่ติดขัด

ผลลัพธ์คือ

  • ไม่ต้องเอื้อมไปพิมพ์ทีละเครื่องให้เสียเวลา

  • ไม่ต้องพกคีย์บอร์ดหลายตัวให้หนักกระเป๋า

  • ทำงานข้ามอุปกรณ์ได้ลื่นขึ้นเยอะ

ถ้าคุณเป็นสายทำงาน–เรียนที่ต้องอยู่กับหลายจอพร้อมกัน ลงทุนกับคีย์บอร์ดพับได้ดีๆ สักชิ้น คือการอัปเกรดประสบการณ์ใช้งานที่รู้สึกได้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้

FAQ: รวมคำถามยอดฮิตเรื่องคีย์บอร์ดไร้สายพับได้

1. ทำไมเวลาสลับไปใช้อุปกรณ์คนละระบบปฏิบัติการ ต้องกดเปลี่ยน Layer ของคีย์บอร์ด?

เพราะแต่ละระบบปฏิบัติการ เช่น Windows กับ macOS จะจัดวางปุ่มและการตีความคำสั่งบางปุ่มไม่เหมือนกัน ถ้าไม่สลับเลเยอร์ให้ตรง ระบบอาจอ่านปุ่มผิดหรือไม่ตอบสนองตามที่ต้องการได้

2. ระยะการเชื่อมต่อ Bluetooth ปกติได้ประมาณกี่เมตร?

ส่วนใหญ่คีย์บอร์ด Bluetooth จะทำงานได้ดีในระยะราว 10 เมตร ยิ่งห่างมากสัญญาณจะค่อยๆ อ่อนลงจนหลุดการเชื่อมต่อ และถ้ามีผนังหรือสิ่งกีดขวางมาก ระยะใช้งานจริงอาจสั้นลง

3. ปุ่มลัดเปลี่ยนภาษาบนคีย์บอร์ดของแต่ละระบบกดอย่างไร?

  • Windows: ค่าเริ่มต้นส่วนมากจะเป็น `Alt + Shift` แต่หลายคนจะตั้งให้ใช้ปุ่ม Grave Accent (`) เพราะกดง่ายกว่า

  • macOS: ใช้ `Control + Space bar`

  • iOS / Android เมื่อใช้คีย์บอร์ดภายนอก: ส่วนใหญ่ใช้ `Control + Space bar` ได้เช่นกัน

4. Bluetooth เวอร์ชั่นไหนถือว่าเก่า (Legacy) และเวอร์ชั่นไหนคือรุ่นใหม่?

  • Bluetooth 1.0–3.0 จัดเป็นเวอร์ชั่นเก่า (Legacy)

  • ตั้งแต่ Bluetooth 4.0 เป็นต้นไป ถือเป็นเวอร์ชั่นปัจจุบันที่เน้นความประหยัดพลังงานและความเสถียรที่ดีขึ้น