รับแอปรับแอป

Gen Z นิยมทำงานฟรีแลนซ์มากกว่างานประจำ จริงหรือไม่ และเราควรเข้าใจการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร

รัตนา แก้วใส01-14

โลกการทำงานกำลังเปลี่ยน และคนรุ่นใหม่กำลังเลือกทางที่ต่างออกไป

หากสังเกตตลาดแรงงานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะพบคำหนึ่งที่ถูกพูดถึงบ่อยขึ้นเรื่อยๆ คือ
“Gen Z” และ “ฟรีแลนซ์”

คนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่ได้มองงานประจำเป็นเป้าหมายสูงสุดเหมือนในอดีต
ในทางกลับกัน พวกเขากลับมองว่า อิสระ ความยืดหยุ่น และการควบคุมชีวิตตัวเอง คือสิ่งที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินเดือนคงที่

คำถามสำคัญคือ

ทำไม Gen Z ถึงนิยมทำงานฟรีแลนซ์มากกว่างานประจำ
และแนวโน้มนี้กำลังบอกอะไรกับตลาดแรงงานและธุรกิจในอนาคต

Gen Z คือใคร และเติบโตมาในโลกแบบไหน

Gen Z โดยทั่วไปหมายถึงกลุ่มคนที่เกิดประมาณปี พ.ศ. 2540–2555
เป็นรุ่นที่เติบโตมาพร้อมกับ

  • อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

  • สมาร์ทโฟน

  • โซเชียลมีเดีย

  • เศรษฐกิจผันผวน

  • วิกฤตโรคระบาดระดับโลก

สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้ Gen Z มองโลกการทำงานต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน


งานฟรีแลนซ์คืออะไรในมุมมองของ Gen Z

งานฟรีแลนซ์ในปัจจุบันไม่ใช่แค่งานรับจ้างเป็นครั้งๆ
แต่คือ รูปแบบอาชีพที่สามารถสร้างรายได้จริงและยั่งยืน

ตัวอย่างสายงานฟรีแลนซ์ยอดนิยมในกลุ่ม Gen Z

  • ครีเอเตอร์คอนเทนต์

  • นักออกแบบกราฟิก

  • นักตัดต่อวิดีโอ

  • นักเขียนและนักแปล

  • โปรแกรมเมอร์

  • นักการตลาดออนไลน์

  • อินฟลูเอนเซอร์

แพลตฟอร์มดิจิทัลทำให้การหางานไม่จำกัดแค่ในประเทศ
และเปิดโอกาสให้แข่งขันในระดับโลก


เหตุผลหลักที่ Gen Z เลือกฟรีแลนซ์มากกว่างานประจำ

1. ต้องการอิสระในการใช้ชีวิต

Gen Z ให้คุณค่ากับ Work-Life Integration มากกว่า Work-Life Balance
การทำงานที่กำหนดเวลาเองได้ ช่วยให้ชีวิตไม่ถูกผูกติดกับระบบตายตัว

2. ไม่เชื่อมั่นในความมั่นคงของงานประจำแบบเดิม

วิกฤตเศรษฐกิจและการเลิกจ้างจำนวนมาก
ทำให้คนรุ่นใหม่ตั้งคำถามว่า “งานประจำมั่นคงจริงหรือ”

เมื่อความมั่นคงไม่แน่นอน
การสร้างหลายแหล่งรายได้จึงดูปลอดภัยกว่า

3. ต้องการเลือกงานที่สอดคล้องกับตัวตน

Gen Z ให้ความสำคัญกับ

  • คุณค่าของงาน

  • ความหมายของสิ่งที่ทำ

  • ผลกระทบต่อสังคม

ฟรีแลนซ์เปิดโอกาสให้เลือกงาน เลือกลูกค้า และปฏิเสธสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับตัวเอง

4. รายได้ไม่ได้จำกัดด้วยเงินเดือน

งานประจำมีเพดานรายได้ที่ชัดเจน
ในขณะที่ฟรีแลนซ์สามารถเพิ่มรายได้จาก

  • จำนวนโปรเจกต์

  • ความเชี่ยวชาญ

  • ตลาดต่างประเทศ


เทคโนโลยีคือแรงผลักดันสำคัญ

แพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น

  • Marketplace งานฟรีแลนซ์

  • Social Media

  • ระบบชำระเงินออนไลน์

  • เครื่องมือทำงานบนคลาวด์

ช่วยลดต้นทุนการเริ่มต้นอาชีพอย่างมาก
Gen Z สามารถเริ่มทำงานได้ทันที แค่มีทักษะและอินเทอร์เน็ต


งานประจำยังจำเป็นหรือไม่ในยุคของ Gen Z

คำตอบคือ ยังจำเป็น แต่ไม่ใช่คำตอบเดียว

งานประจำยังมีข้อดีในเรื่อง

  • สวัสดิการ

  • การเรียนรู้ระบบองค์กร

  • ความมั่นคงด้านรายได้ระยะสั้น

แต่ Gen Z มองว่างานประจำเป็น “หนึ่งในทางเลือก”
ไม่ใช่ “เส้นทางเดียวของความสำเร็จ”


ฟรีแลนซ์เหมาะกับใครในกลุ่ม Gen Z

  • คนที่มีทักษะเฉพาะทาง

  • คนที่เรียนรู้ด้วยตัวเองได้ดี

  • คนที่บริหารเวลาและเงินได้

  • คนที่รับความไม่แน่นอนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้


ความท้าทายของงานฟรีแลนซ์ที่ Gen Z ต้องรู้

แม้งานฟรีแลนซ์จะดูน่าสนใจ
แต่ก็มีความท้าทายที่ต้องเข้าใจอย่างตรงไปตรงมา

รายได้ไม่สม่ำเสมอ

ต้องวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ

ไม่มีสวัสดิการ

ต้องจัดการประกัน สุขภาพ และเงินออมด้วยตัวเอง

การบริหารตัวเองคือหัวใจ

ฟรีแลนซ์ที่ยั่งยืนต้องมีวินัยสูง


เคล็ดลับสำหรับ Gen Z ที่อยากเริ่มต้นสายฟรีแลนซ์

1. เริ่มจากทักษะที่ตลาดต้องการ

เลือกทักษะที่มีดีมานด์จริง ไม่ใช่แค่สิ่งที่ชอบอย่างเดียว

2. สร้างพอร์ตโฟลิโอให้ชัดเจน

ผลงานคือใบเบิกทางที่สำคัญที่สุดของฟรีแลนซ์

3. บริหารการเงินตั้งแต่วันแรก

แยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีงาน
วางแผนภาษีและเงินออม

4. เรียนรู้การสื่อสารกับลูกค้า

ทักษะการคุยงาน สำคัญพอๆ กับทักษะการทำงาน


ธุรกิจและองค์กรควรเรียนรู้อะไรจาก Gen Z

แนวโน้มที่ Gen Z เลือกฟรีแลนซ์
สะท้อนว่าองค์กรต้องปรับตัวเรื่อง

  • รูปแบบการทำงาน

  • ความยืดหยุ่น

  • วัฒนธรรมองค์กร

  • การจ้างงานแบบ Project-based

องค์กรที่เปิดรับแนวคิดนี้ จะได้คนเก่งเข้ามาร่วมงานมากขึ้น


ฟรีแลนซ์ไม่ใช่การหนีงานประจำ แต่คือการออกแบบชีวิตการทำงาน

Gen Z ไม่ได้ปฏิเสธการทำงานหนัก
แต่พวกเขาปฏิเสธระบบที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิต

การนิยมทำงานฟรีแลนซ์มากกว่างานประจำ
คือผลลัพธ์ของโลกที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า และมุมมองชีวิตที่ให้คุณค่ากับอิสระ

ในอนาคต เส้นแบ่งระหว่างงานประจำกับฟรีแลนซ์จะยิ่งเลือนลง
และคนที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด จะเป็นผู้ที่อยู่รอดในโลกการทำงานยุคใหม่