รับแอปรับแอป

สรุปราคาอาหารญี่ปุ่นแบบเน้นใช้จริง วางแผนกินเที่ยวได้ทั้งทริป!

อมรรัตน์ ใจดี01-31

วางงบกินเที่ยวญี่ปุ่น ให้เป๊ะตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่อง

ญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ค่าครองชีพสูง โดยเฉพาะเรื่องอาหารที่หลายคนแอบกังวลว่าจะเปลืองงบเที่ยวเกินไป

แต่ถ้ารู้ ช่วงราคาอาหารแต่ละประเภทล่วงหน้า เราจะวางแผนได้เลยว่ามื้อนี้จะกินประหยัด มื้อนั้นจะจัดเต็ม ช่วยคุมงบได้แบบไม่ต้องมานั่งลุ้นที่หน้าร้าน

บทความนี้จะพาไล่ดู ราคาอาหารในญี่ปุ่นแบบแบ่งตามประเภท เน้นอิงจากค่าครองชีพของโตเกียวเป็นหลัก และเป็นการประเมินจากประสบการณ์ใช้ชีวิตจริงผสมกับช่วงเดินทางท่องเที่ยว

ภาษีในญี่ปุ่นมีปรับขึ้น (จาก 8% เป็น 10%) ทำให้ราคาจริงอาจต่างจากที่เห็นบนรูปตัวอย่างอยู่บ้าง แต่ช่วงราคาที่อ้างอิงยังใกล้เคียงสำหรับใช้วางแผนงบค่ะ

1. น้ำเปล่าและเครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อ

น้ำดื่มบรรจุขวดในญี่ปุ่นจะมีทั้งแบบน้ำแร่ในประเทศและน้ำที่นำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ราคาน้ำเปล่า น้ำชา น้ำอัดลม และน้ำผลไม้ วนๆ อยู่โซนเดียวกัน

  • น้ำเปล่า / น้ำแร่ / น้ำชา / น้ำอัดลม / น้ำผลไม้: ประมาณ 120 – 180 เยน

  • นม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ราวๆ 150 – 300 เยน

  • เครื่องดื่มจากตู้กด: ราคาอาจถูกกว่าหรือแพงกว่าร้านสะดวกซื้อ ขึ้นอยู่กับทำเลและประเภทตู้

ชาญี่ปุ่นแบบขวดก็อยู่ในช่วงราคาคล้ายๆ น้ำดื่ม แถมเป็นเมนูที่ควรลองเพราะมีหลายรสชาติให้เลือกมาก

2. ขนมทานเล่นในร้านสะดวกซื้อ

ของกินเล่นในคอนบินิ (ร้านสะดวกซื้อ) เป็นดงของยูเรก้า เพราะเดินเข้าไปทีไรมักเดินออกมาพร้อมถุงแน่นทุกที แม้ราคาจะไม่โหด แต่ซื้อเพลินก็มีสิทธิ์งบบานได้เหมือนกัน

ไอศกรีม Kin no Ice Nama Choco Bar (White)

  • ขนมขบเคี้ยว: ราคาแตกต่างตามความพิเศษและรสชาติ

    • ซองทั่วไปประมาณ 120 – 400 เยน

    • แบบแบ่งชิ้นเล็กๆ ชิ้นละราว 70 – 100 เยน กินสองคำหมดชิ้น

  • ของหวานและไอศกรีม: โซนอันตรายสำหรับสายกลัวอ้วน แต่จะมาที่ญี่ปุ่นแล้วกลัวของหวานก็น่าเสียดายอยู่

    • ไอศกรีมส่วนใหญ่ 250 – 400 เยน

    • แบรนด์แพงอย่าง Haagen-Dazs จะสูงขึ้นอีกหน่อย

    • เค้ก ชูครีม เครปเย็น โมจิ ดังโงะ โยเกิร์ต: ประมาณ 250 เยน โดยเฉลี่ย

    • ของหวานแบบจัดเต็ม แต่งหน้าแน่นๆ: ราว 350 – 500 เยน

3. อาหารรองท้องในคอนบินิ

เมนูรองท้องแบบง่ายๆ เหมาะกับมื้อเช้า หรือมื้อเย็นเบาๆ เน้น เร็ว อิ่ม พอประหยัด

ข้าวปั้นจากร้านสะดวกซื้อในสถานีรถไฟ (แถมคาราเกะ 1 ชิ้นเฉพาะช่วงเช้า)

ขนมปังใส้ยากิโซบะ จากร้าน 7-11

  • ข้าวปั้น (โอนิกิริ)

    • ราคาเฉลี่ย 150 – 200 เยน แล้วแต่หน้าที่ใส่

    • ข้าวปั้นใส่แค่เกลือธรรมดาๆ: ประมาณ 110 เยน

    • หน้าแซลมอนย่างยอดฮิต: ราว 150 เยน

  • ขนมปัง / แซนวิช / เบเกอรี่แป้งสาลี

    • ทดแทนมื้อข้าวได้เบาๆ ราคาอยู่ที่ 170 – 350 เยน

    • ขนมปังยากิโซบะคือเมนูที่ทั้งถูกและอิ่ม แต่เรื่องโภชนาการขอไว้ก่อน

  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

    • มีทั้งของญี่ปุ่น เกาหลี จีน

    • ราคาอยู่ราว 120 – 250 เยน ตามเกรดและความเด็ดของรสชาติ

    • คนชอบเผ็ดมักถูกใจกิมจิสไตล์จีน/เกาหลี ส่วนสายรสอ่อนจะเข้าทางแบบญี่ปุ่นมากกว่า

4. ข้าวกล่องในร้านสะดวกซื้อ

โซบะผักชุบแป้งทอด 399 เยน จากร้าน Lawson

ข้าวกล่องคือ เมนูคู่ใจนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนที่เวลาแน่น หรืออยากกินอะไรเร็วๆ แต่ยังพอได้อิ่มจริงจัง

  • เป็นตัวเลือกที่มักจะ ถูกกว่าร้านอาหารปกติ บางเมนู

  • ปัจจุบันราคาขึ้นมาบ้าง แต่ยังถือว่าถูกกว่าอาหารร้านนั่งกินอยู่เล็กน้อย

ช่วงราคาโดยรวม

  • เมนูเรียบง่าย เช่น ข้าวหน้าหมูย่าง ข้าวหน้าแซลมอนชิ้นเล็ก โซบะเย็น: ประมาณ 550 – 700 เยน (ปริมาณอาจไม่ค่อยอิ่มมาก)

  • เมนูจัดเต็มขึ้น เช่น แกงกะหรี่ ข้าวหน้าเนื้อ สปาเก็ตตี้: ราว 600 – 750 เยน

  • ชุดซูชิใหญ่ๆ: อาจพุ่งไปที่ 1,200 – 1,500 เยน

5. อาหาร Fast Food แบบญี่ปุ่น

ข้าวหน้าหมูจาก Yoshinoya ราคา 500 เยน

ร้านข้าวหน้าเนื้อ ร้านโซบะ/อุด้งแบบยืนกิน หรือร้านเคาน์เตอร์เล็กๆ ถือเป็น Fast Food สไตล์ญี่ปุ่นที่เหมาะสุดๆ สำหรับทริปเร่งด่วน

จุดเด่นคือ

  • ราคาไม่แรง

  • ได้อาหารร้อนๆ เร็วทันใจ

  • มีสาขาให้เลือกเยอะมาก

ช่วงราคาทั่วไป

  • เมนูพื้นฐานต่อจาน: ประมาณ 500 – 700 เยน

  • เมนูถูกสุดมักเป็นข้าว + เนื้อสัตว์ + ซุปมิโซะ หรือโซบะชามธรรมดา

  • ถ้าเพิ่มท็อปปิ้ง ไข่ สลัด หรือเปลี่ยนเป็นเซ็ตใหญ่ ราคาจะขยับขึ้นใกล้ร้านอาหารปกติ แต่ยังถือว่าถูกกว่าอยู่

  • หลายร้านเปิด 24 ชั่วโมง เป็นที่พึ่งยามดึกได้ดีมาก

6. Fast Food แบบตะวันตก

พิซซ่าจากร้าน Pizzala แบรนด์ของญี่ปุ่น

สายเบอร์เกอร์ ไก่ทอด และพิซซ่าในญี่ปุ่นก็มีตัวเลือกเยอะ ทั้งแบรนด์อินเตอร์และแบรนด์ญี่ปุ่นแท้ๆ

  • ไก่ทอด / แฮมเบอร์เกอร์ / พิซซ่า

    • ชิ้นเดี่ยว หรือ 1 สไลซ์: ประมาณ 400 – 700 เยน

    • ถ้าจัดแบบเซ็ต (เครื่องดื่ม + ของเคียง): ราว 800 – 1,000 เยน

  • แบรนด์ญี่ปุ่นมักจะแพงกว่าแบรนด์ต่างชาติเล็กน้อย เช่น เริ่มต้นประมาณ 520 – 1,000 เยน แต่ได้วัตถุดิบและความสดที่ดีตามราคา

  • เมนูที่ราคากระโดดชัดๆ จะเป็น เบอร์เกอร์เนื้อ เพราะคนญี่ปุ่นนิยมทานเนื้อกันมาก

7. ราเมง

ราเมงจาก Ichiran Ramen

เสน่ห์ของร้านราเมงคือ ไม่ว่าร้านเล็ก ร้านดัง หรือร้านลับในตรอก ราคาโดยเฉลี่ย ไม่หนีกันมาก แต่ต่างกันที่วัตถุดิบและสไตล์

  • เมนูพื้นฐานของราเมง: ราว 1,000 – 1,200 เยน

  • ถ้าเพิ่มท็อปปิ้ง เส้นเพิ่ม หรือจัดเป็นเซ็ต (มีข้าวด้วย): ขยับมาที่ประมาณ 1,300 – 1,700 เยน

เมื่อเทียบกับเมนูข้าว ราเมงมักจะแพงกว่า ราว 30 – 50% แต่ก็คุ้มในระดับความฟิน โดยเฉพาะถ้ากินตอนหน้าหนาวหรือยามดึก บรรยากาศจะดีเป็นพิเศษ

8. อาหารจีนระดับร้านทั่วไป

เซ็ตอาหารจีนจากร้านในโตเกียว

หลายคนมาตามหาแต่ร้านญี่ปุ่นจนลืมมองว่าจริงๆ แล้ว อาหารจีนในญี่ปุ่นคือทางเลือกประหยัดและอิ่มคุ้มมาก โดยเฉพาะสำหรับคนไทยที่ชอบรสจัดขึ้นมาหน่อย

  • เซ็ตอาหารจีนทั่วไป: ประมาณ 700 – 1,000 เยน แต่ให้ปริมาณเยอะ

  • ข้าวกล่องอาหารจีน: ราว 600 เยน แต่ให้ความรู้สึกเหมือนราคาประมาณ 1,000 เยน

เมนูอย่างกุ้งผัดเปรี้ยวหวาน หรือต้นหอมผัดตับก็เป็นตัวอย่างเมนูที่ทั้งอร่อยและเข้าปากคนไทยง่ายมาก

9. อาหารญี่ปุ่นทั่วไปแบบร้านนั่งกิน

เซ็ตข้าวหน้าหมูจากร้านย่านอุเอโนะ

ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบนั่งกินจริงจังจะมีเมนูให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย เช่น

  • ข้าวหน้าเทมปุระ

  • ราเมง

  • เซ็ตข้าวกับกับข้าวสไตล์ต่างๆ

ส่วนใหญ่จะจัดมาเป็นเซ็ต พร้อมซุปและเครื่องเคียง

  • ช่วงราคามาตรฐาน: ประมาณ 1,200 – 1,500 เยนต่อเซ็ต

จุดแข็งคือได้ทั้งปริมาณ วัตถุดิบ คุณค่าทางอาหาร และบรรยากาศนั่งกินชิลๆ เหมาะกับการนั่งกินเป็นครอบครัวหรือกินไปคุยไป

10. เนื้อย่าง (ยากินิคุ)

ร้านยากินิคุในญี่ปุ่นมีตั้งแต่ระดับประหยัดไปจนถึงสายหรูระดับละลายในปาก แต่ละกลุ่มก็จะมีช่วงราคาต่อหัวต่างกันชัดเจน

เนื้อ Lightly Roasted Chuck (Sudare-cut) จากร้าน Jojoen Yugentei ในโตเกียว

  • ร้านเนื้อย่างระดับมาตรฐาน

    • ถ้ากินปริมาณปกติ: โดยเฉลี่ย 2,500 – 3,500 เยน/คน

    • ถ้าไปช่วงกลางวัน มักมีเซ็ตมื้อกลางวันราคาน่ารัก เช่น ประมาณ 1,800 – 2,000 เยน ได้ทั้งข้าว เนื้อ และเครื่องเคียงแบบครบๆ

  • ร้านเนื้อย่างพรีเมี่ยม

    • สายจริงจังเรื่องเนื้อจะรู้สึกคุ้ม แต่ถ้าไปแบบไม่คิดมากอาจจะสะเทือนใจนิดหน่อย

    • ถ้ากินให้อิ่มแบบสมใจ: ประมาณ 15,000 – 30,000 เยน/คน

    • ถ้าแค่อยากลองชิมให้รู้รส: อาจโดนราว 5,000 – 6,000 เยน/คน

11. ซูชิและอาหารทะเล

ร้านซูชิและของทะเลในญี่ปุ่นมีตั้งแต่แบบหมุนราคาน่ารัก ไปจนถึงร้านเน้นศิลปะและวัตถุดิบเฉพาะทาง

ซูชิหมุนราคาย่อมเยาแถวสถานี Ikebukuro ในโตเกียว

ซูชิถาดใหญ่แบบสั่งแยก ราคาโดยรวมขึ้นกับวัตถุดิบ

  • ร้านซูชิทั่วไป / ซูชิหมุน / ร้านย่านการค้าแบบไม่เน้นบริการหรู

    • จานถูกสุด: ประมาณ 120 เยนต่อจาน

    • ข้าวหน้าปลาดิบ (ด้ง): ราว 800 – 1,000 เยน

  • ร้านที่เน้นวัตถุดิบ หรือร้านซูชิสายศิลปะ

    • มักอยู่ใกล้ตลาดปลา หรือย่านติดทะเล

    • ข้าวหน้าปลาดิบหรืออาหารทะเลสด: ราว 1,500 – 2,500 เยนต่อจานขึ้นไป

    • ซูชิแบบพรีเมี่ยม: ต่อจานอาจเริ่มเกิน 1,000 เยน หรือถ้าสั่งเป็นเซ็ตอาจอยู่ที่ 4,000 – 10,000 เยน ไปจนถึงหลัก 20,000 เยน ก็มี

12. อาหารในร้านอิซากายะ / ร้านเหล้าญี่ปุ่น

เมนูเนื้อราดซอสทาเระกับไข่ดิบ ประมาณ 400 เยน จากร้านอิซากายะ

อิซากายะคือร้านที่เน้นบรรยากาศดื่ม พูดคุย และกับแกล้มมากกว่าเป็นร้านอาหารจริงจัง เพราะฉะนั้น เมนูข้าวจะมีน้อยมาก มักมีแค่ข้าวผัดหรือเมนูข้าวง่ายๆ เท่านั้น

ช่วงราคาโดยคร่าว

  • ไก่ย่าง (ยากิโทริ): ไม้ละประมาณ 200 เยน (สามคำหมดไม้)

  • อาหารทานเล่นต่างๆ: ราว 700 – 900 เยนต่อจาน

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ส่วนใหญ่ 700 – 800 เยนต่อแก้ว ร้านประหยัดอาจอยู่ที่ 400 – 500 เยน

ถ้าเผลอนั่งยาว กินคุยเพลิน ค่าใช้จ่ายต่อหัวมักจะไปจบแถวๆ 4,000 – 6,000 เยน/คน ได้ไม่ยาก

13. นาเบะ หม้อไฟ สุกี้ ชาบู จิ้มจุ่ม

เมนูนาเบะซุปเกลือสำหรับ 2 ท่าน จากร้าน Toridori Trust Tower ใกล้สถานี Tokyo

หม้อไฟในญี่ปุ่นจะมาในหลายรูปแบบ ทั้งสุกี้ยากี้ ชาบู หม้อไฟสไตล์นาเบะ หรือจิ้มจุ่มญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะฮิตกันมากในฤดูหนาว

  • ราคาเฉลี่ยแบบบุฟเฟ่ต์: ประมาณ 4,000 – 5,000 เยน/คน

  • บางร้านมีให้ทานแบบเป็นเซ็ต หรือบุฟเฟ่ต์รวมเครื่องดื่ม (เช่นแนว MK)

  • หลายร้านจะมี “เมนูจบหม้อ” เช่น การเอาน้ำซุปที่เหลือมาทำข้าวต้ม หรือเมนูเส้น จึงควรเผื่อพื้นที่ในท้องไว้ให้มื้อปิดท้ายด้วย

14. อาหารญี่ปุ่นแบบคอร์ส

คอร์สอาหารแบบญี่ปุ่นมักต้อง จองล่วงหน้า และมักเสิร์ฟในโรงแรมสไตล์เรียวกัง

โครงสร้างของคอร์สส่วนใหญ่จะมีประมาณ 8 – 12 รายการ ไล่ตั้งแต่

  • ของทานเล่นเย็น

  • ซาชิมิ หรือเมนูดิบ

  • เมนูต้ม ย่าง ทอด

  • เมนูเส้น และข้าว

  • ปิดท้ายด้วยของหวาน

ไฮไลต์คือการคัดวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน และเสิร์ฟอย่างมีศิลปะ เดินจานตามลำดับ ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงครึ่ง ทำให้คนที่ชอบกินแบบค่อยๆ ลิ้มรสจะฟินมาก ส่วนคนที่ชอบกินเร็วอาจจะรู้สึกว่ามันช้าไปนิด

  • ช่วงราคาโดยทั่วไป: ประมาณ 8,000 – 15,000 เยนต่อคอร์ส ขึ้นกับระดับความหรูและคุณภาพวัตถุดิบ

15. ผลไม้

สตรอว์เบอร์รี่ในตลาดอะเมโยโกะ ย่านอุเอโนะ โตเกียว

ผลไม้สดในญี่ปุ่นหาซื้อได้จากตลาดสดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต โดยเฉพาะ สตรอว์เบอร์รี่ ที่เป็นดาวเด่นประจำทริปของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

  • สตรอว์เบอร์รี่: เริ่มต้นประมาณ 500 เยนต่อแพ็ค แล้วค่อยขยับขึ้นตามสายพันธุ์และคุณภาพ

สรุปวิธีตั้งงบกินเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่พลาด

งบเที่ยวญี่ปุ่นจะพังหรือรอด อาหารคือส่วนสำคัญมาก ถ้าอยากประหยัดแต่ยังอิ่มและอร่อยอยู่ แนะนำให้:

  • พึ่งร้านสะดวกซื้อเป็นหลักในมื้อเช้าหรือมื้อเร่งด่วน

  • สลับไปกิน Fast Food ญี่ปุ่น หรือข้าวกล่องคอนบินิสำหรับมื้อที่อยากได้อะไรเร็วๆ

  • เลือกจัดเต็มเฉพาะบางมื้อ เช่น บุฟเฟ่ต์หม้อไฟ ราเมงชื่อดัง หรือเนื้อย่างดีๆ สักหนึ่งมื้อในทริป

อย่าลืมเผื่อ งบขนมและของกินเล่นระหว่างเดินเที่ยว เพราะเดินไปเจออะไรหน้าตาน่ากินทีไร เชื่อได้เลยว่ามือมันจะเอื้อมไปหยิบโดยอัตโนมัติ

ใครกำลังแพลนไปญี่ปุ่น ลองใช้ช่วงราคาเหล่านี้เป็นฐานในการคำนวณงบอาหารต่อวัน แล้วค่อยปรับตามสไตล์การกินของตัวเอง รับรองว่าทั้งอิ่ม ทั้งฟิน แถมไม่ต้องมานั่งลุ้นตอนเช็คยอดเงินท้ายทริปค่ะ