ZestBuyZestBuy

อีก 25 ปี โลกอ้วนเกินครึ่งเพราะของถูก-แปรรูป: เราจะเอาตัวรอดยังไงดี?

อีก 25 ปี โลกอ้วนเกินครึ่งเพราะของถูก-แปรรูป: เราจะเอาตัวรอดยังไงดี?
ความสนใจ|อาหารลดน้ำหนัก

โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุค “อ้วนเป็นเรื่องปกติ”

ก็ของกินมันแซ่บขนาดนี้ ใครจะไปอดใจไหวจริงไหม?

อีก 25 ปี โลกอ้วนเกินครึ่งเพราะของถูก-แปรรูป: เราจะเอาตัวรอดยังไงดี?

วารสารการแพทย์ระดับโลกอย่าง The Lancet วิเคราะห์ข้อมูลผู้ใหญ่จาก 204 ประเทศ แล้วพบภาพรวมที่น่าตกใจว่า ภายในปี 2050 หรืออีกแค่ราว 25 ปีข้างหน้า

  • ผู้ชายทั่วโลกประมาณ 57% จะมีน้ำหนักเกิน

  • ผู้หญิงทั่วโลกประมาณ 60% จะเข้าข่ายอ้วนหรือน้ำหนักเกิน

ความจริงแล้ว สถานการณ์นี้ไม่ได้เพิ่งเริ่ม เมื่อปี 2021 แค่ประชากรโลกอายุเกิน 25 ปี ก็มีคนมากกว่าพันล้านคนที่น้ำหนักเกินหรืออ้วนไปแล้ว และถ้าแนวโน้มยังวิ่งต่อแบบนี้ ตัวเลขก็มีแต่จะดันขึ้นเรื่อยๆ ตามที่งานวิจัยคาดการณ์

สิ่งที่น่ากังวลคือ ไม่ได้มีแค่ผู้ใหญ่ที่เสี่ยงอ้วนขึ้น แต่ราวๆ ปี 2050 เด็กและวัยรุ่นอายุ 5-24 ปีอาจถึง 1 ใน 3 ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำหนักเกินด้วย

และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นไม่ได้จบแค่ตัวเลขบนตาชั่ง The Lancet เตือนว่า แนวโน้มนี้จะทำให้โรคไม่ติดต่ออย่าง เบาหวาน มะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด พุ่งตามไปด้วย

ทำไมยุคนี้คนอ้วนกันง่ายกว่ายุคพ่อแม่เรา?

อีก 25 ปี โลกอ้วนเกินครึ่งเพราะของถูก-แปรรูป: เราจะเอาตัวรอดยังไงดี?

ถึงใน TikTok จะร้องกันขำๆ ว่า “ที่ฉันอ้วน เพราะฉันหยุดกินไม่ได้” แต่ The Lancet มองว่า ต้นตอจริงๆ ของวิกฤต ‘โลกอ้วน’ ซับซ้อนกว่านั้นเยอะ

งานวิจัยชี้ว่า ภาวะน้ำหนักเกินทั่วโลกผูกติดกับสองประเด็นใหญ่คือ เศรษฐกิจ และ เทคโนโลยี ที่พอมาจับมือกันแล้ว ก็เปลี่ยนทั้งระบบอาหารและรูปแบบการกินของผู้คนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

เศรษฐกิจหด แต่ความอยากกินไม่เคยลด

ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน ก่อนโควิดระบาด คนจำนวนไม่น้อยมีรายได้ดีกว่าปัจจุบัน มีกำลังเลือกกินอาหารที่มีคุณภาพสูงและโภชนาการดีได้มากกว่า

แต่พอโควิดถล่มโลก แถมยังมีสงครามอย่างกรณียูเครนตามมา ความยากจนรุนแรงขึ้น ราคาของกินโดยเฉพาะอาหารดีต่อสุขภาพก็สูงขึ้นต่อเนื่อง จนทำให้พฤติกรรมการกินของคนทั้งโลกเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

  • จากที่เคยซื้อผักผลไม้ออร์แกนิกหรือวัตถุดิบดีๆ จากฟาร์มท้องถิ่น

  • กลายเป็นต้องหันไปพึ่งอาหารจากบริษัทใหญ่ๆ ที่เน้น ถูก เร็ว สะดวก แทน

กลุ่มรายได้น้อยไปจนถึงปานกลางยิ่งชัดเจน พวกเขาเข้าถึงอาหารที่

  • แคลอรีสูง

  • เนื้อสัตว์แปรรูป

  • น้ำตาลในรูปแบบต่างๆ

ได้ง่ายกว่าที่เคย

เทคโนโลยีอาหารแปรรูป: ถูกกว่า เร็วกว่า แต่ทำเราอ้วนกว่า

เมื่อเศรษฐกิจบีบให้คนต้องมองหาราคาถูก ฝั่งอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปก็โตสวนทางแบบน่ากลัว

อาหารแปรรูปสูง (Ultra-Processed Food) กำลังยึดพื้นที่ในจานเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อาหารพวกนี้มักถูกปรุงด้วย

  • เกลือ

  • น้ำตาล

  • สารปรุงแต่ง

  • สารกันบูด

ในปริมาณที่มากกว่าอาหารสดหรืออาหารที่มีไฟเบอร์สูงอย่าง ธัญพืชเต็มเมล็ดหรือผลไม้ เป้าหมายคือ ลดต้นทุน เพิ่มความอร่อย กินง่าย เก็บได้นาน แต่ผลข้างเคียงคือทำให้คนรับแคลอรีเกินความจำเป็นแบบไม่รู้ตัว

อีกด้านหนึ่ง The Lancet ยังชี้ว่า รูปแบบการใช้พลังงานของผู้ใหญ่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นลักษณะงานที่นั่งโต๊ะมากขึ้น การเดินทางที่สะดวกขึ้น ทำให้ใช้แรงน้อยลง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ยิ่งซ้ำเติมให้ภาวะอ้วนระบาดหนักกว่าเดิม

ทำไมยาลดน้ำหนักดังแค่ไหน ก็ช่วยกู้โลกอ้วนไม่ได้

อีก 25 ปี โลกอ้วนเกินครึ่งเพราะของถูก-แปรรูป: เราจะเอาตัวรอดยังไงดี?

หนึ่งในเหตุผลที่ The Lancet ลงมือทำวิจัยนี้ เป็นเพราะยอดขายของกลุ่มยา ฮอร์โมนควบคุมความหิว (GLP-1) หรือที่คนทั่วไปเรียกรวมๆ ว่า “ยาลดน้ำหนัก” ทะยานขึ้นอย่างแรง แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะตกง่ายๆ

แต่แม้ยาพวกนี้จะดังขนาดไหน ทีมวิจัยก็เลือก ไม่เอา GLP-1 มารวมเป็นปัจจัย ในการคาดการณ์แนวโน้มภาวะน้ำหนักเกินของประชากรโลกในอนาคต

เหตุผลคือ GLP-1 ยังเป็นตัวแปรที่ไม่แน่นอน ทั้งเรื่องการเข้าถึง การใช้ต่อเนื่อง และผลระยะยาว จึงยังไม่น่าเชื่อถือพอจะใช้คำนวณภาพใหญ่ของทั้งโลก

ทีมวิจัยยอมรับว่าการใช้ยาลดน้ำหนัก ช่วยบางคนได้จริงในระดับบุคคล แต่ถ้ามองในระดับประชากรโลก แค่พึ่งยาอย่างเดียวคงไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ ซึ่ง The Lancet แยกเหตุผลหลักออกมา 2 ข้อ

1. ยา GLP-1 ยังเข้าไม่ถึงคนส่วนใหญ่ของโลก

แม้ยอดขายจะพุ่งและเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก แต่ในทางปฏิบัติ ยาพวกนี้ยังอยู่ไกลจากคนจำนวนมาก โดยเฉพาะประชากรในประเทศรายได้น้อยและปานกลาง

  • ประสิทธิภาพของยาแตกต่างกันไปในแต่ละคน

  • ราคาสูง และระบบสาธารณสุขในหลายพื้นที่ยังไม่รองรับ

เคยมีการเสนอในปี 2023 ให้ องค์การอนามัยโลก (WHO) เพิ่มยาลดน้ำหนักเข้าไปในลิสต์ยาจำเป็น เพื่อให้คนเข้าถึงง่ายขึ้น แต่ WHO ปฏิเสธ เนื่องจากกังวลเรื่อง ความปลอดภัยในระยะยาว และผลข้างเคียงที่ยังไม่ชัดเจนพอ

2. ประเทศที่คนอ้วนเยอะสุด ยังไม่ได้ใช้ยาลดน้ำหนักเป็นวงกว้าง

The Lancet คาดว่า ภายในปี 2050 ประเทศที่จะมีประชากรน้ำหนักเกินมากที่สุดคือ

  • จีน ประมาณ 627 ล้านคน

  • อินเดีย ประมาณ 450 ล้านคน

  • สหรัฐอเมริกา ประมาณ 214 ล้านคน

แต่ถ้ามองในแง่ อัตราเติบโตของจำนวนคนอ้วน งานวิจัยพบว่า แถบ แอฟริกาตอนใต้สะฮารา ตัวเลขอาจพุ่งสูงถึงราว 250% หรือคิดเป็นประมาณ 522 ล้านคน

จากรายชื่อประเทศทั้งหมดนี้ ดูเหมือนว่าจะมีเพียง สหรัฐอเมริกา ที่ใช้ยาลดน้ำหนักอย่างจริงจัง

  • สหรัฐฯ เป็นตลาดยาลดน้ำหนักที่ใหญ่ที่สุดในโลก

  • ราว 80% ของยอดขายยา Wegovy ในปี 2024 มาจากตลาดอเมริกาเพียงแห่งเดียว

เมื่อประเทศที่มีคนอ้วนมากที่สุดส่วนใหญ่ ยังไม่ได้ใช้ยาเหล่านี้อย่างแพร่หลาย ผลกระทบในระดับโครงสร้างประชากรโลกจึงแทบไม่ขยับ

บทสรุป: โลกกำลังอ้วนขึ้น เพราะถูกบีบให้ “กินถูก กินง่าย กินแปรรูป”

จากภาพรวมทั้งหมด The Lancet สรุปชัดว่า ยาลดน้ำหนักไม่ใช่พระเอกที่จะมาช่วยโลกให้ผอมลงได้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในระดับประชากรหลายพันล้านคน

สิ่งที่น่าจะช่วยเปลี่ยนเกมได้จริงคือ

  • นโยบายสาธารณสุขที่ทำให้คนเข้าถึงอาหารดีต่อสุขภาพในราคาที่จับต้องได้

  • การออกแบบเมืองและสังคมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น

  • การให้ความรู้เรื่องโภชนาการที่เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ในโลกที่ของถูกมักแปรรูปหนัก และชีวิตเราถูกเทคโนโลยีทำให้ขยับตัวน้อยลงทุกวัน ถ้าอยากไม่เป็นส่วนหนึ่งของสถิติ “โลกอ้วนเกินครึ่ง” เราอาจต้องเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งง่ายๆ บนจานอาหารในทุกๆ มื้อของตัวเองตั้งแต่วันนี้

ไม่ต้องผอมตามใครก็ได้ แต่อย่าให้อาหารถูกๆ มาคุมอนาคตสุขภาพของเราแทนตัวเราเอง

ZestBuy Take

โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุค “อ้วนเป็นเรื่องปกติ”ก็ของกินมันแซ่บขนาดนี้ ใครจะไปอดใจไหวจริงไหม?วารสารการแพทย์ระดับโลกอย่าง The Lancet วิเคราะห์ข้อมูลผู้ใหญ่จาก 204...

, ZestBuy editorial

ZestBuy earns a commission when you shop through our links, at no extra cost to you. Editorial content is independently selected by our team.

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!