รับแอปรับแอป

ไขรหัสหมอนทองวิทยา: จากโค้ชรากหญ้าถึง Big Data ปั้นแข้งไทยสู่เวทีโลก

ก้องภพ แสนดี01-29

ถอดรหัสปรากฏการณ์ “หมอนทองวิทยา” ที่สะเทือนวงการลูกหนังไทย

17 พ.ย. 68 กลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของวงการฟุตบอลไทย เมื่อเรื่องราวของทีมฟุตบอล 7 คนจากโรงเรียนหมอนทองวิทยา ถูกหยิบมาพูดคุยผ่านมุมมองเชิงลึกของ ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา

เขาใช้เวทีรายการวิทยุรัฐสภา ในหัวข้อการถอดบทเรียนจากปรากฏการณ์บอลแชมป์ 7 สี มาขยายภาพให้ชัดว่า ทำไมทีมเล็กที่เดินทางด้วยรถสองแถว แต่ไปยืนข่มรถบัสทีมใหญ่ ถึงเข้าไปอยู่ในใจแฟนบอลทั้งประเทศ

ภาพของเด็ก ๆ จากหมอนทองวิทยา ภายใต้การคุมทีมของอาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ ที่ยึดปรัชญา “ทีมเล็กขอล้มยักษ์” เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความฝันแบบรากหญ้า ที่แฟนบอลไทยอินไปด้วยอย่างเต็มที่

ฟุตบอล 7 คนเองก็ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้เรื่องนี้ เพราะรูปแบบเกมเน้นทักษะเฉพาะตัว ความคล่องตัว และความเร็วในการทำประตู ทำให้ทุกจังหวะเต็มไปด้วยสีสันและความตื่นเต้น

เด็กบ้าน ๆ ขึ้นรถสองแถวไปล้มทีมใหญ่ จึงไม่ใช่แค่เรื่องกีฬา แต่กลายเป็นเรื่องเล่าที่เรียกเสียงเชียร์และเติมไฟให้ทั้งประเทศ

ปรัชญา “วันนี้สร้างโค้ช พรุ่งนี้โค้ชสร้างเกมฟุตบอล”

ดร.ชาญวิทย์ อธิบายชัดว่า หัวใจของการยกระดับฟุตบอลไทยจริง ๆ ไม่ได้เริ่มที่นักเตะ แต่เริ่มที่ “โค้ช”

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ วางปรัชญาหลักไว้แบบตรงไปตรงมา คือ “วันนี้สร้างโค้ช พรุ่งนี้โค้ชสร้างเกมฟุตบอล”

ปัจจุบันทั่วประเทศมีโรงเรียนสอนฟุตบอลและอะคาเดมี่มากกว่า 2,000 แห่ง แต่มีเพียงประมาณ 200 แห่งที่ได้มาตรฐานตามที่ควรจะเป็น ช่องว่างตรงนี้เองที่ทำให้สมาคมฯ ต้องเร่งยกระดับบุคลากรด้านโค้ชให้ทันระดับสากล

ยกระดับโค้ชไทยสู่มาตรฐานสากล

แนวทางที่สมาคมฯ ใช้ คือการพัฒนาโค้ชตามไลเซนส์ระดับนานาชาติ ไล่ตั้งแต่

  • C License

  • B License

  • A License

  • Pro License

แต่จุดสำคัญที่สุดไม่ได้อยู่แค่โค้ชระดับสูง แต่อยู่ที่การขยายฐานไปสู่ “โค้ชรากหญ้า” (Grassroots) ให้ได้มากที่สุด

เป้าหมายคือการสร้างโค้ชให้มีจำนวนหลักหมื่นคน เพราะโค้ชหนึ่งคนที่มีคุณภาพ สามารถหล่อหลอมเยาวชนได้ทีละเป็นร้อยเป็นพันคน

ล่าสุด สมาคมฯ ได้ร่วมมือกับกรมพลศึกษา จัดอบรมโค้ชให้กับครูและอาจารย์จากทั่วประเทศ โดยเปิดอบรมโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เพื่อให้ครูในโรงเรียนต่าง ๆ มีทักษะในการดูแลและพัฒนาเยาวชนอย่างถูกทิศทาง

ก่อนจะฝันถึงฟุตบอลโลก เด็กต้องถูกวางอยู่ใน “เบ้าหลอม” ที่เหมาะสมก่อน และคนที่กำลังปั้นเบ้าหลอมเหล่านั้นก็คือโค้ชรากหญ้าทั่วประเทศ

เมื่อฟุตบอลไทยหันมาใช้ Big Data จริงจัง

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ คือ การนำระบบ “บิ๊กดาต้า” (Big Data) มาใช้ในการพัฒนานักเตะเยาวชนอย่างเป็นระบบ

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กำลังสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อเก็บข้อมูลนักเตะเยาวชนจากทุกช่องทางเข้าสู่ศูนย์กลาง ทั้งชื่อ สถิติ และพัฒนาการต่าง ๆ

แหล่งข้อมูลสำคัญที่ถูกดึงเข้าระบบ มีทั้งจาก

  • การคัดตัวใน 10 ภาค ของโครงการ TID (Talent Identification) ที่เป็นแหล่งป้อนนักเตะเยาวชนทีมชาติกว่า 90%

  • ข้อมูลจากกรมพลศึกษา

  • ข้อมูลจากอะคาเดมี่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

  • ข้อมูลจากการกีฬาแห่งชาติ

  • รวมถึงนักเตะจากฟุตบอลเดินสาย

ระบบ Big Data นี้ไม่ได้เก็บแค่ชื่อแล้วจบ แต่จะติดตามพัฒนาการของนักเตะอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่รุ่น U16 ไปจนถึงทีมชุดใหญ่

เป้าหมายคือไม่ให้นักเตะที่มีแววหลุดเรดาร์อีกต่อไป ใครมีศักยภาพ ระบบต้องมองเห็นและดึงเข้าสู่เส้นทางการพัฒนาให้ตรงจุด

ปัญหาทัวร์นาเมนต์ล้น จนแย่งเวลาเด็ก

ในอีกมุมหนึ่ง ดร.ชาญวิทย์ก็สะท้อนปัญหาที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคือจำนวนทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลเยาวชนที่มีมากจนเกินไป

เมื่อรายการแข่งชนกันไม่หยุด ผลที่ตามมา คือ

  • เด็กต้องแบ่งเวลาไปแข่งบ่อยเกินความจำเป็น

  • เวลาเรียนได้รับผลกระทบ

  • เวลาในการซ้อมแท็กติกใหม่ ๆ ลดลง

  • ร่างกายและสภาพจิตใจไม่ค่อยได้พักอย่างเต็มที่

ด้วยเหตุนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จึงจำเป็นต้องเข้ามารับบทเป็น “ศูนย์กลาง” ในการจัดระเบียบปฏิทินแข่งขัน

เป้าคือการจัดตารางการแข่งขัน (Timing) ประจำปีให้ลงล็อก ไม่ให้รายการต่าง ๆ ชนกันพร่ำเพรื่อ เพื่อให้เยาวชน

  • มีเวลาพักฟื้นร่างกาย

  • มีพื้นที่สำหรับการฝึกซ้อมเชิงลึก

  • และยังรักษาสมดุลกับการเรียนได้ด้วย

สร้างต้นไม้ใหญ่ ต้องเริ่มจากรากที่แข็งแรง

ดร.ชาญวิทย์ เปรียบการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนไทยเหมือนการปลูกต้นไม้ใหญ่สักต้นหนึ่ง

  • เยาวชน คือ รากแก้วและรากฝอย

  • ระบบการฝึกซ้อมและการแข่งขัน คือ ดินและน้ำ

  • โค้ชและฐานข้อมูล คือ ปุ๋ยและการดูแลอย่างใกล้ชิด

หากรากไม่แข็งแรง ต้นไม้ก็ไม่อาจเติบโตเป็นไม้ใหญ่ที่ต้านลมได้ เช่นเดียวกับฟุตบอลไทย ถ้ารากฐานเยาวชนไม่แน่นพอ การฝันถึงเวทีโลกก็เป็นเพียงความหวังลอย ๆ

การสร้างโค้ชรากหญ้าจำนวนมาก และการดึง Big Data เข้ามาเป็นเครื่องมือ จึงเปรียบเสมือนการรดน้ำพรวนดินให้รากเติบโตอย่างถูกทาง

เมื่อรากแข็งแรง ลำต้นและกิ่งก้าน — หรือนักเตะอาชีพและทีมชาติ — ก็จะเติบโตตามมาอย่างต่อเนื่อง

ปลายทางของภาพใหญ่นี้ชัดเจนมาก: ฟุตบอลไทยต้องการไปยืนอย่างสง่างามบนเวทีระดับโลก และทุกอย่างเริ่มต้นตั้งแต่ห้องเรียน สนามหญ้าหน้าโรงเรียน และโค้ชรากหญ้าที่กำลังสอนเด็ก ๆ เตะบอลอยู่ในวันนี้