รับแอปรับแอป

โปรเจกต์ไซไฟพันล้านล่มกลางอากาศ ผู้กำกับตำนานบุกกองปราบทวงความยุติธรรมแทนทีมงานนับพันชีวิต

นรินทร์ ชัยกิจ01-30

โปรเจกต์ไซไฟฟอร์มยักษ์ที่กลายเป็นฝันร้าย

ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายทรนง ศรีเชื้อ ผู้กำกับภาพยนตร์ระดับตำนาน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พร้อมหลักฐานแน่น เพื่อเอาผิดบริษัทต่างชาติที่ร่วมทุนสร้างหนังไซไฟฟอร์มยักษ์เรื่อง “2122 ARMAGEDDON WAR” แต่กลับไม่จ่ายเงินตามข้อตกลง

โครงการนี้ถูกวางตัวให้เป็น “หนังเปลี่ยนโลก” ใช้ทุนสร้างกว่า 300 ล้านบาท ตั้งใจปักหมุดให้โลกเห็นศักยภาพหนังไซไฟจากฝีมือคนไทย แต่ทุกอย่างต้องสะดุด เพราะทุนร่วมต่างชาติถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมฉ้อโกง อ้างตัวเลขเงินทุนนับหมื่นล้าน แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่จ่ายค่าจ้างแม้แต่บาทเดียว

ผลลัพธ์คือโปรดักชันต้องหยุดชะงัก บริษัทของนายทรนงเดินหน้าต่อไม่ได้ ทิ้งให้ทั้งนักแสดงและทีมงานกว่าพันชีวิตต้องลอยกลางทางโดยไร้ความชัดเจน

นายทรนงเปิดใจด้วยท่าทีเคร่งเครียดว่า เขาทุ่มเทสู้มาตลอดชีวิตเพื่อโปรเจกต์นี้ และวันนี้ต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกน้องและทีมงานที่ฝากความหวังและอนาคตไว้กับเขา ไม่ใช่แค่เรื่องของเงิน แต่มันคือชีวิตของคนทำหนังทั้งวงการ

ความเสียหายลามจากกองถ่ายสู่ทั้งวงการ

ความเสียหายจากโปรเจกต์นี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในกองถ่าย แต่กระจายออกไปหลายทิศทาง ทั้งนักแสดงหลัก คนดัง และทีมงานเบื้องหลังในหลายพื้นที่

จากข้อมูลการร้องทุกข์พบว่า

  • มีสถาปนิกชื่อดังซึ่งรับบทสำคัญในเรื่อง เข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง หลังถูกเลื่อนกองถ่ายถึง 6 ครั้ง ทำให้เสียทั้งโอกาสทางธุรกิจและงานที่ปรึกษาอสังหาฯ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,500,000 บาท

  • นักแสดงรุ่นใหญ่แจ้งความที่ สน.บางยี่เรือ เหตุเพราะถูกเลื่อนงานซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนรายได้หาย และพลาดโอกาสรับงานอื่นที่ติดต่อมา

  • ทีมงานเบื้องหลัง รวมถึงช่างตัดชุดหลายราย เข้าแจ้งความที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ และ สน.หัวหมาก หลังถูกค้างค่าจ้างและค่าเตรียมงาน ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาทต่อราย

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การเบี้ยวเงินครั้งเดียว ทำลายทั้งวงจรการทำงานของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ไม่ใช่แค่ตัวผู้กำกับ แต่ทุกชีวิตที่ผูกอนาคตไว้กับโปรเจกต์ก็ต้องรับผลกระแทกเต็ม ๆ

“2122 ARMAGEDDON WAR”: จากเดิมพันด้วยชีวิต สู่มหากาพย์การโกง

“2122 ARMAGEDDON WAR (กูนี่แหละอัจฉริยะ)” เป็นภาพยนตร์แนวไซไฟ-แอ็กชัน ผสมปรัชญา ที่นายทรนงตั้งใจใช้เป็นเวทีโชว์ศักยภาพคนทำหนังไทยให้ทัดเทียมระดับสากล

เมื่อปลายปี 2568 เขาเคยสร้างกระแสฮือฮาทั้งวงการ ด้วยการประกาศ “เดิมพันด้วยชีวิต” ต่อหน้าพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรฯ เพื่อให้หนังเรื่องนี้สำเร็จให้ได้ เป็นสัญลักษณ์ของการทุ่มสุดตัวเพื่อความฝันของคนทำหนังไทย

แต่ในความเป็นจริง เส้นทางกลับเต็มไปด้วยหลุมพรางจากทุนต่างชาติที่ถูกกล่าวหาว่าหลอกลวง ตั้งแต่การอ้างเม็ดเงินระดับหมื่นล้าน ไปจนถึงการปล่อยให้โปรเจกต์ต้องหยุดนิ่ง ทั้งที่คนทำงานลงแรง ลงเวลา และลงชีวิตไปแล้วแบบถอนตัวไม่ขึ้น

จากหนังไซไฟที่เล่าเรื่องอนาคตของมนุษยชาติ กลายเป็นเรื่องจริงอันขมขื่นของคนทำหนังไทย ที่ต้องสู้กับระบบทุนที่ไม่โปร่งใส

ยังไม่ยอมแพ้: ผู้กำกับตำนานเดินหน้าสู้ต่อ

แม้โปรเจกต์จะชะงักลงอย่างเจ็บปวด แต่นายทรนงยืนยันชัดเจนว่า เขาจะเดินหน้าสู้คดีให้ถึงที่สุด เพื่อทวงคืนทั้งความยุติธรรมและศักดิ์ศรีให้ทีมงานทุกคน

ในอีกด้านหนึ่ง เริ่มมีสัญญาณที่ทำให้คนรักหนังไซไฟยังพอมีความหวัง เมื่อมีแหล่งทุนใหม่หลายรายเริ่มติดต่อเข้ามา แสดงความสนใจร่วมสนับสนุนด้านงบประมาณ เพื่อ พาหนังเรื่องนี้กลับเข้ากองอีกครั้ง และถ่ายทำให้จบตามเจตนารมณ์เดิม

ถ้าทุกอย่างลงตัว “2122 ARMAGEDDON WAR” อาจไม่ได้เป็นแค่หนังไซไฟเรื่องหนึ่ง แต่จะกลายเป็นสัญลักษณ์ของการลุกขึ้นสู้ของคนทำหนังไทย ท่ามกลางโลกความจริงที่โหดไม่แพ้สงครามในจอภาพยนตร์

บทเรียนราคาแพงของวงการหนังไซไฟไทย

กรณีนี้ไม่ใช่แค่ดราม่ากองถ่ายธรรมดา แต่คือ บทเรียนราคา 300 ล้านบวกชีวิตของคนทำงานนับพัน สำหรับทั้งผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ นักลงทุน และคนที่ฝันอยากสร้างหนังไซไฟฟอร์มยักษ์ในอนาคต

บางครั้ง “สงครามวันสิ้นโลก” ไม่ได้เกิดในปี 2122 แต่อาจเกิดขึ้นเงียบ ๆ ในสัญญาร่วมทุน ที่พร้อมจะทำให้โปรเจกต์ในฝันกลายเป็นซากปรักหักพังได้ในพริบตา ถ้าคนทำงานไม่มีเกราะป้องกันที่ชื่อว่า ความรอบคอบ และระบบทุนที่โปร่งใสจริง ๆ

และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนเกมอุตสาหกรรมหนังไทย มากกว่าจะเป็นจุดจบของหนังไซไฟเรื่องหนึ่งเท่านั้น