ZestBuy

สูตรคูณ 9 ความถี่มีเพศสัมพันธ์ จริงไหม? แพทย์เฉลยข้อเท็จจริง

โปรไฟล์ WikWik06-09
ความสนใจสุขภาพทางเพศ

สูตรคูณ 9 ความถี่มีเพศสัมพันธ์ จริงหรือแค่ความเชื่อที่ส่งต่อกันมา?

หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่อง สูตรคูณ 9 ความถี่มีเพศสัมพันธ์ ที่ถูกแชร์กันมานาน โดยเชื่อว่าสามารถใช้คำนวณจำนวนครั้งที่เหมาะสมในการมีเพศสัมพันธ์ตามอายุได้

ตัวอย่างเช่น อายุ 20 ปี คูณ 9 จะได้ 180 ซึ่งตีความว่า 1 สัปดาห์ 8 ครั้ง หรืออายุ 30 ปี คูณ 9 ได้ 270 หมายถึง 2 สัปดาห์ 7 ครั้ง ส่วนอายุ 50 ปี คูณ 9 ได้ 450 แปลว่า 4 สัปดาห์ 5 ครั้ง

แม้สูตรนี้จะถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย แต่คำถามสำคัญคือ มันมีพื้นฐานทางการแพทย์รองรับจริงหรือไม่?

สูตรคูณ 9 มาจากไหน?

สูตรดังกล่าวเป็นแนวคิดที่ถูกเผยแพร่ในหลายประเทศมานานหลายสิบปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางคร่าว ๆ เกี่ยวกับชีวิตทางเพศตามช่วงวัย

วิธีคำนวณคือ

  • นำอายุมาคูณด้วย 9

  • เลขหลักสิบบอกจำนวนสัปดาห์

  • เลขหลักหน่วยบอกจำนวนครั้ง

เช่น

  • อายุ 30 ปี = 270 → 2 สัปดาห์ 7 ครั้ง

  • อายุ 40 ปี = 360 → 3 สัปดาห์ 6 ครั้ง

  • อายุ 50 ปี = 450 → 4 สัปดาห์ 5 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม สูตรนี้ไม่ได้มาจากงานวิจัยทางการแพทย์โดยตรง และไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นมาตรฐานด้านสุขภาพทางเพศ

แพทย์มองเรื่องนี้อย่างไร?

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศชายหลายรายให้ความเห็นตรงกันว่า สูตรดังกล่าวอาจใช้เป็นเรื่องพูดคุยทั่วไปได้ แต่ไม่ควรนำมาใช้วัดสุขภาพทางเพศหรือสมรรถภาพของบุคคล

เหตุผลสำคัญคือ ร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน

แม้จะมีอายุเท่ากัน แต่ระดับความต้องการทางเพศ สุขภาพร่างกาย และคุณภาพชีวิตอาจแตกต่างกันอย่างมาก

ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้ตัวเลขเดียวเป็นมาตรฐานสำหรับทุกคนได้

อายุมีผลต่อความต้องการทางเพศจริงหรือไม่?

อายุเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อชีวิตทางเพศ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายอาจมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน เช่น

  • ระดับฮอร์โมนเพศลดลง

  • การไหลเวียนเลือดเปลี่ยนแปลง

  • โรคประจำตัวเพิ่มขึ้น

  • คุณภาพการนอนลดลง

ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อความต้องการทางเพศและสมรรถภาพทางเพศได้

อย่างไรก็ตาม หลายคนที่มีอายุมากแต่ดูแลสุขภาพดี อาจมีชีวิตทางเพศที่แข็งแรงกว่าคนที่อายุน้อยกว่าแต่มีปัญหาสุขภาพ

ปัจจัยที่มีผลต่อความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์

แทนที่จะมองแค่อายุ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้พิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย

สุขภาพร่างกาย

โรคเรื้อรังบางชนิด เช่น

  • เบาหวาน

  • ความดันโลหิตสูง

  • โรคหัวใจ

  • โรคอ้วน

อาจส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศโดยตรง

สุขภาพจิต

ความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า สามารถลดความต้องการทางเพศได้อย่างชัดเจน

คุณภาพการนอน

การพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลต่อฮอร์โมนและระดับพลังงานในร่างกาย

ความสัมพันธ์ของคู่รัก

ความเข้าใจ ความใกล้ชิด และการสื่อสารระหว่างคู่รักมีผลต่อความพึงพอใจทางเพศมากกว่าตัวเลขจำนวนครั้ง

ความถี่ที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไร?

คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่มีตัวเลขตายตัว

ความถี่ที่เหมาะสมคือความถี่ที่ทั้งสองฝ่ายรู้สึกพึงพอใจ สบายใจ และไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือชีวิตประจำวัน

บางคู่มีเพศสัมพันธ์หลายครั้งต่อสัปดาห์และมีความสุข

ขณะที่บางคู่มีความถี่น้อยกว่า แต่ยังคงมีความสัมพันธ์ที่แข็งแรงและพึงพอใจเช่นกัน

สิ่งสำคัญคือคุณภาพของความสัมพันธ์ มากกว่าการเปรียบเทียบกับตัวเลขของคนอื่น

เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์?

หากพบอาการต่อไปนี้อย่างต่อเนื่อง ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  • ความต้องการทางเพศลดลงอย่างชัดเจน

  • ปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ

  • หลั่งผิดปกติ

  • เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

  • อ่อนเพลียเรื้อรัง

  • ไม่มีการแข็งตัวในช่วงเช้า

  • พยายามมีบุตรเป็นเวลานานแต่ไม่สำเร็จ

การตรวจประเมินอย่างละเอียดสามารถช่วยค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

สุขภาพทางเพศที่ดีไม่ได้วัดจากจำนวนครั้ง

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการมองว่าความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์เป็นตัวชี้วัดความเป็นชายหรือคุณภาพชีวิตคู่

ในความเป็นจริง สุขภาพทางเพศที่ดีควรประกอบด้วย

  • ความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย

  • สุขภาพกายที่แข็งแรง

  • สุขภาพจิตที่สมดุล

  • การสื่อสารที่ดีในความสัมพันธ์

  • ความสุขในชีวิตคู่โดยรวม

ตัวเลขเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสะท้อนองค์ประกอบเหล่านี้ได้ทั้งหมด

สรุป

สูตรคูณ 9 ความถี่มีเพศสัมพันธ์ เป็นเพียงแนวคิดที่ใช้พูดคุยกันอย่างแพร่หลาย แต่ไม่ได้เป็นมาตรฐานทางการแพทย์ และไม่สามารถใช้วัดสมรรถภาพทางเพศของทุกคนได้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อชีวิตทางเพศมีมากกว่าอายุ ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต ฮอร์โมน การพักผ่อน และคุณภาพความสัมพันธ์

สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่จำนวนครั้งตามสูตร แต่คือการมีชีวิตทางเพศที่ทั้งสองฝ่ายรู้สึกพึงพอใจ มีความสุข และสอดคล้องกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของตนเอง

อ้างอิง https://www.sanook.com/news/9893118/

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น