เสื้อผ้าก็สะสม PM 2.5 ได้นะ รู้แล้วต้องรีบจัดการ
เมื่อประเทศไทยติดอันดับเมืองมลพิษที่มีค่า PM 2.5 สูง จนกระทบต่อสุขภาพหลายด้าน หลายคนมักโฟกัสที่หน้ากากหรือเครื่องฟอกอากาศ แต่ลืมไปว่า เสื้อผ้าที่เราใส่ทุกวันคือแหล่งสะสมฝุ่น PM 2.5 ชั้นดี
ฝุ่นจิ๋วเหล่านี้ไม่ใช่แค่เสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ผื่นแพ้ ระคายเคือง และปัญหาผิวหนัง อีกด้วย
วันนี้มาเปลี่ยนการซักผ้าและดูแลเสื้อผ้าธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นเกราะป้องกันฝุ่น PM 2.5 แบบง่าย แต่เวิร์กสุด ๆ
ก่อนซัก: ขั้นตอนเล็ก ๆ ที่ช่วยลดฝุ่นในบ้าน
ถอดเสื้อผ้าทันทีที่เข้าบ้าน
อย่าใส่เดินเพลินทั่วบ้าน เพราะฝุ่นจากข้างนอกจะหลุดฟุ้งในห้องไปเรื่อย ๆแยกเสื้อผ้าใส่ตะกร้าในที่โล่ง หรือใส่เครื่องซักผ้าเลย
อย่าวางกองในห้องแอร์หรือห้องนอน เพราะจะยิ่งกระจายฝุ่นในพื้นที่ที่เราใช้หายใจนานที่สุดห้ามสะบัดผ้าก่อนซักเด็ดขาด
การสะบัดคือการปล่อยฝุ่นให้ลอยทั่วห้องแบบเต็ม ๆ โดยที่เราเผลอสูดเข้าปอดไปด้วย
เลือกเนื้อผ้าให้เป็น ผิวสบาย ฝุ่นก็เกาะน้อยลง
การเลือกเนื้อผ้าคือด่านแรกที่ช่วยลดการกักเก็บฝุ่นบนตัวเรา
เลือกผ้าที่ทอจาก ใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เพราะมีแนวโน้ม ดูดซับฝุ่นได้น้อยกว่า
หลีกเลี่ยงผ้าที่ทำจาก ใยสังเคราะห์ เพราะมักเกิดไฟฟ้าสถิตง่าย ทำให้ฝุ่นเกาะดีเป็นพิเศษ แถมยังเสี่ยงทำให้เกิด ผื่นแพ้สัมผัส ได้มากกว่า
ถ้าเป็นไปได้ เลือกผ้าที่ ระบายอากาศดี ลดความอับชื้น ช่วยให้ผิวไม่อักเสบหรือระคายเคืองง่าย
ทรงเสื้อก็สำคัญ เลือกให้โปร่ง สบายผิว
อีกหนึ่งจุดที่หลายคนมองข้ามคือทรงของเสื้อผ้า
เลือกเสื้อผ้าที่ ไม่คับ แน่น หรือรัดเกินไป
เพราะการเสียดสีระหว่างผ้ากับผิว ยิ่งทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงที่อากาศแห้งและมีฝุ่นเยอะเนื้อผ้าที่โปร่ง สบาย ไม่อับ จะช่วยให้ผิวคุณ รับมือกับฝุ่นได้ดีขึ้น เพราะไม่ได้ต้องเจอทั้งความร้อน เหงื่อ และฝุ่นพร้อมกัน
สูตรซักผ้าที่ช่วยจัดการฝุ่น PM 2.5
เรื่องน้ำยาซักผ้าก็เปลี่ยนง่าย ๆ แต่ผลลัพธ์ต่างกันชัดเจน
เลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรขจัดฝุ่น หรือสูตร Anti-Pollution / Anti-Bacteria
สูตรเหล่านี้ช่วยฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และช่วยสลายคราบมลภาวะที่ลงลึกถึงเส้นใยผ้า ไม่ใช่แค่ล้างให้หอมเฉย ๆหลีกเลี่ยงการใส่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม เมื่อรู้ว่าเสื้อผ้าโดนฝุ่นเยอะ
เพราะน้ำยาปรับผ้านุ่มมีคุณสมบัติ ดูดซับน้ำและดักฝุ่นได้ดีมาก ยิ่งถ้ามีฝุ่นสะสมอยู่แล้ว ก็ยิ่งเกาะแน่นบนผ้ามากขึ้นไปอีก
ซักเสร็จแล้ว ตากหรืออบ แบบไหนดีกว่ากัน?
ในวันที่ PM 2.5 พุ่งสูง การตากผ้ากลางแจ้งอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีเสมอไป
ถ้ามีเครื่องอบผ้า แนะนำให้ อบแห้งด้วยความร้อน
วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงเรื่อง ภูมิแพ้ผิวหนังและปัญหาทางเดินหายใจ จากฝุ่นที่ปลิวมาเกาะตอนตากกลางแจ้งควร หลีกเลี่ยงการตากผ้าในที่โล่งแจ้ง ช่วงที่ค่าฝุ่นสูงมาก เพื่อไม่ให้ PM 2.5 กลับมาเกาะบนเสื้อผ้าที่เพิ่งซักสะอาด
เก็บเสื้อผ้าให้รอดจากฝุ่น หลังซักสะอาดแล้ว
เสื้อผ้าซักสะอาดแล้ว ถ้าจัดเก็บไม่ดี ฝุ่นก็กลับมาเกาะได้เหมือนเดิม
รีดเสื้อผ้าให้เรียบ แล้ว รีบนำเข้าตู้เสื้อผ้า ทันทีหลังรีด
ถ้าไม่มีตู้เสื้อผ้า ให้ใช้วิธี คลุมด้วยถุงพลาสติกใบใหญ่ก่อนแขวน เพื่อช่วยกันฝุ่นไม่ให้เกาะซ้ำ
ฟังสัญญาณจากผิวคุณ อย่าฝืนใส่ต่อ
ผิวคือระบบเตือนภัยด่านหน้า ถ้าเริ่มส่งสัญญาณ ต้องรีบฟัง
หากใส่เสื้อผ้าแล้วรู้สึก คัน แสบร้อน หรือระคายเคืองผิว ให้เปลี่ยนชุดทันที
สาเหตุอาจมาจาก เนื้อผ้าที่ไม่ถูกกับผิว หรือ สารเคมีในผลิตภัณฑ์ซักผ้า ที่ตกค้างอยู่บนเสื้อผ้า
การฝืนใส่ต่อทั้งที่ผิวเริ่มไม่โอเค อาจนำไปสู่ ผื่นแพ้ ผิวอักเสบเรื้อรัง ตามมาได้
สรุป: เสื้อตัวเดิม แต่สะอาดและปลอดภัยกว่าเดิมได้
แค่ลองปรับพฤติกรรมการดูแลเสื้อผ้าตามขั้นตอนเหล่านี้
ถอดเสื้อผ้าทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน
ไม่สะบัดผ้าก่อนซัก
เลือกเนื้อผ้าใยธรรมชาติ โปร่ง สบาย
ใช้น้ำยาซักผ้าสูตรขจัดฝุ่น หลีกเลี่ยงน้ำยาปรับผ้านุ่มในช่วงฝุ่นเยอะ
เลือกอบแห้งแทนการตากกลางแจ้ง
เก็บเสื้อผ้าให้มิดชิด ป้องกันฝุ่นเกาะซ้ำ
ถ้ารู้สึกคันหรือระคายเคือง รีบเปลี่ยนชุดใหม่ทันที
เพียงเท่านี้ คุณก็ช่วยลดการเกาะตัวของฝุ่นบนเสื้อผ้า ลดโอกาสการสูดดม และลดปัญหาผิวจาก PM 2.5 ได้แบบไม่ยุ่งยาก เสื้อผ้าสะอาด ผิวสบาย หายใจเต็มปอดได้มากขึ้นแน่นอน

