รับแอปรับแอป

เสื้อผ้าสะอาดหนีฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 แผนดูแลง่าย ๆ ที่ทุกบ้านทำได้

ปกรณ์ ศรีสุวรรณ01-30

เสื้อผ้าก็สะสม PM 2.5 ได้นะ รู้แล้วต้องรีบจัดการ

เมื่อประเทศไทยติดอันดับเมืองมลพิษที่มีค่า PM 2.5 สูง จนกระทบต่อสุขภาพหลายด้าน หลายคนมักโฟกัสที่หน้ากากหรือเครื่องฟอกอากาศ แต่ลืมไปว่า เสื้อผ้าที่เราใส่ทุกวันคือแหล่งสะสมฝุ่น PM 2.5 ชั้นดี

ฝุ่นจิ๋วเหล่านี้ไม่ใช่แค่เสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ผื่นแพ้ ระคายเคือง และปัญหาผิวหนัง อีกด้วย

วันนี้มาเปลี่ยนการซักผ้าและดูแลเสื้อผ้าธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นเกราะป้องกันฝุ่น PM 2.5 แบบง่าย แต่เวิร์กสุด ๆ

ก่อนซัก: ขั้นตอนเล็ก ๆ ที่ช่วยลดฝุ่นในบ้าน

  • ถอดเสื้อผ้าทันทีที่เข้าบ้าน
    อย่าใส่เดินเพลินทั่วบ้าน เพราะฝุ่นจากข้างนอกจะหลุดฟุ้งในห้องไปเรื่อย ๆ

  • แยกเสื้อผ้าใส่ตะกร้าในที่โล่ง หรือใส่เครื่องซักผ้าเลย
    อย่าวางกองในห้องแอร์หรือห้องนอน เพราะจะยิ่งกระจายฝุ่นในพื้นที่ที่เราใช้หายใจนานที่สุด

  • ห้ามสะบัดผ้าก่อนซักเด็ดขาด
    การสะบัดคือการปล่อยฝุ่นให้ลอยทั่วห้องแบบเต็ม ๆ โดยที่เราเผลอสูดเข้าปอดไปด้วย

เลือกเนื้อผ้าให้เป็น ผิวสบาย ฝุ่นก็เกาะน้อยลง

การเลือกเนื้อผ้าคือด่านแรกที่ช่วยลดการกักเก็บฝุ่นบนตัวเรา

  • เลือกผ้าที่ทอจาก ใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เพราะมีแนวโน้ม ดูดซับฝุ่นได้น้อยกว่า

  • หลีกเลี่ยงผ้าที่ทำจาก ใยสังเคราะห์ เพราะมักเกิดไฟฟ้าสถิตง่าย ทำให้ฝุ่นเกาะดีเป็นพิเศษ แถมยังเสี่ยงทำให้เกิด ผื่นแพ้สัมผัส ได้มากกว่า

  • ถ้าเป็นไปได้ เลือกผ้าที่ ระบายอากาศดี ลดความอับชื้น ช่วยให้ผิวไม่อักเสบหรือระคายเคืองง่าย

ทรงเสื้อก็สำคัญ เลือกให้โปร่ง สบายผิว

อีกหนึ่งจุดที่หลายคนมองข้ามคือทรงของเสื้อผ้า

  • เลือกเสื้อผ้าที่ ไม่คับ แน่น หรือรัดเกินไป
    เพราะการเสียดสีระหว่างผ้ากับผิว ยิ่งทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงที่อากาศแห้งและมีฝุ่นเยอะ

  • เนื้อผ้าที่โปร่ง สบาย ไม่อับ จะช่วยให้ผิวคุณ รับมือกับฝุ่นได้ดีขึ้น เพราะไม่ได้ต้องเจอทั้งความร้อน เหงื่อ และฝุ่นพร้อมกัน

สูตรซักผ้าที่ช่วยจัดการฝุ่น PM 2.5

เรื่องน้ำยาซักผ้าก็เปลี่ยนง่าย ๆ แต่ผลลัพธ์ต่างกันชัดเจน

  • เลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรขจัดฝุ่น หรือสูตร Anti-Pollution / Anti-Bacteria
    สูตรเหล่านี้ช่วยฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และช่วยสลายคราบมลภาวะที่ลงลึกถึงเส้นใยผ้า ไม่ใช่แค่ล้างให้หอมเฉย ๆ

  • หลีกเลี่ยงการใส่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม เมื่อรู้ว่าเสื้อผ้าโดนฝุ่นเยอะ
    เพราะน้ำยาปรับผ้านุ่มมีคุณสมบัติ ดูดซับน้ำและดักฝุ่นได้ดีมาก ยิ่งถ้ามีฝุ่นสะสมอยู่แล้ว ก็ยิ่งเกาะแน่นบนผ้ามากขึ้นไปอีก

ซักเสร็จแล้ว ตากหรืออบ แบบไหนดีกว่ากัน?

ในวันที่ PM 2.5 พุ่งสูง การตากผ้ากลางแจ้งอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีเสมอไป

  • ถ้ามีเครื่องอบผ้า แนะนำให้ อบแห้งด้วยความร้อน
    วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงเรื่อง ภูมิแพ้ผิวหนังและปัญหาทางเดินหายใจ จากฝุ่นที่ปลิวมาเกาะตอนตากกลางแจ้ง

  • ควร หลีกเลี่ยงการตากผ้าในที่โล่งแจ้ง ช่วงที่ค่าฝุ่นสูงมาก เพื่อไม่ให้ PM 2.5 กลับมาเกาะบนเสื้อผ้าที่เพิ่งซักสะอาด

เก็บเสื้อผ้าให้รอดจากฝุ่น หลังซักสะอาดแล้ว

เสื้อผ้าซักสะอาดแล้ว ถ้าจัดเก็บไม่ดี ฝุ่นก็กลับมาเกาะได้เหมือนเดิม

  • รีดเสื้อผ้าให้เรียบ แล้ว รีบนำเข้าตู้เสื้อผ้า ทันทีหลังรีด

  • ถ้าไม่มีตู้เสื้อผ้า ให้ใช้วิธี คลุมด้วยถุงพลาสติกใบใหญ่ก่อนแขวน เพื่อช่วยกันฝุ่นไม่ให้เกาะซ้ำ

ฟังสัญญาณจากผิวคุณ อย่าฝืนใส่ต่อ

ผิวคือระบบเตือนภัยด่านหน้า ถ้าเริ่มส่งสัญญาณ ต้องรีบฟัง

  • หากใส่เสื้อผ้าแล้วรู้สึก คัน แสบร้อน หรือระคายเคืองผิว ให้เปลี่ยนชุดทันที

  • สาเหตุอาจมาจาก เนื้อผ้าที่ไม่ถูกกับผิว หรือ สารเคมีในผลิตภัณฑ์ซักผ้า ที่ตกค้างอยู่บนเสื้อผ้า

  • การฝืนใส่ต่อทั้งที่ผิวเริ่มไม่โอเค อาจนำไปสู่ ผื่นแพ้ ผิวอักเสบเรื้อรัง ตามมาได้

สรุป: เสื้อตัวเดิม แต่สะอาดและปลอดภัยกว่าเดิมได้

แค่ลองปรับพฤติกรรมการดูแลเสื้อผ้าตามขั้นตอนเหล่านี้

  • ถอดเสื้อผ้าทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน

  • ไม่สะบัดผ้าก่อนซัก

  • เลือกเนื้อผ้าใยธรรมชาติ โปร่ง สบาย

  • ใช้น้ำยาซักผ้าสูตรขจัดฝุ่น หลีกเลี่ยงน้ำยาปรับผ้านุ่มในช่วงฝุ่นเยอะ

  • เลือกอบแห้งแทนการตากกลางแจ้ง

  • เก็บเสื้อผ้าให้มิดชิด ป้องกันฝุ่นเกาะซ้ำ

  • ถ้ารู้สึกคันหรือระคายเคือง รีบเปลี่ยนชุดใหม่ทันที

เพียงเท่านี้ คุณก็ช่วยลดการเกาะตัวของฝุ่นบนเสื้อผ้า ลดโอกาสการสูดดม และลดปัญหาผิวจาก PM 2.5 ได้แบบไม่ยุ่งยาก เสื้อผ้าสะอาด ผิวสบาย หายใจเต็มปอดได้มากขึ้นแน่นอน