รับแอปรับแอป

JINNY รีแบรนด์ครั้งใหญ่ ท้าชิงตลาดทาสหมา-แมว 5 หมื่นล้าน

ชนินทร์ อินทร์ดี01-31

ตลาดขนม-อาหารสัตว์เลี้ยงเดือด ทาสหมา-แมวทุ่มปีละ 4 หมื่น

ตลาดอาหารและขนมสัตว์เลี้ยงในไทยแตะระดับ 5 หมื่นล้านบาท และยังไม่หยุดโต เพราะพฤติกรรมเจ้าของสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนจาก “เลี้ยงแบบสัตว์” มาเป็น “สมาชิกในครอบครัว” แบบเต็มตัว

เจ้าของสัตว์เลี้ยงในไทยพร้อมควักกระเป๋าเฉลี่ยถึง 40,000 บาทต่อคนต่อปี ให้กับน้องหมา-น้องแมว ทั้งอาหาร ขนม บริการ และสุขภาพครบชุด ทำให้ตลาดนี้กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจมาแรงที่ใคร ๆ ก็อยากกระโดดเข้ามาเล่น

จำนวนสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวในไทยพุ่งแตะประมาณ 14 ล้านตัว และยังเพิ่มขึ้นอีก 10-20% ส่งผลให้เม็ดเงินในตลาดหมุนแรงต่อเนื่องทั้งในช่วงปลายปี 2568 และต่อเนื่องถึงปี 2569

Longevity เทรนด์ยืนหนึ่งของโลกทาสสัตว์เลี้ยง

แรงหนุนสำคัญที่เร่งตลาดนี้ให้โตไม่หยุด มีอยู่ 2 ด้านที่ชัดมาก ๆ คือ

  • การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบ สมาชิกครอบครัว ที่จากเดิมเคยเป็นแค่เทรนด์ ตอนนี้กลายเป็น “มาตรฐาน” ไปแล้ว

  • กระแส Longevity หรือการอยู่อย่างยืนยาวแบบมีคุณภาพ ที่ไม่ได้อยู่แค่มนุษย์อีกต่อไป แต่ลามมาถึงวงการสัตว์เลี้ยงเต็ม ๆ

เมื่อเจ้าของสัตว์เลี้ยงอยากให้น้องอยู่กับเรานานที่สุดแบบแข็งแรงและมีความสุข ก็ยิ่งทุ่มทั้งเงินและเวลาให้กับเรื่อง สุขภาพ อาหาร และคุณภาพชีวิต มากกว่าที่เคย

ผลคือคนรุ่นใหม่ยอมจ่ายเพื่อดูแลทั้งสุขภาพระยะสั้นและระยะยาวของสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็น

  • อาหารและขนมคุณภาพสูง

  • บริการเสริมต่าง ๆ

  • การรักษาทางการแพทย์เฉพาะทาง

  • ของใช้และไลฟ์สไตล์สำหรับสัตว์เลี้ยง

ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเลยบูมตามไปด้วย ทั้ง Pet Shop โรงพยาบาลและคลินิกสัตว์ ร้านตัดขน ฯลฯ ผุดขึ้นเพื่อรองรับเจ้าของที่ตามหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง

ตอนนี้ร้านสินค้าสัตว์เลี้ยงกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกธุรกิจยอดฮิตของคนรุ่นใหม่ ที่อยากเริ่มทำธุรกิจเองอย่างจริงจัง

แบรนด์ไทยไม่ได้เก่งแค่ผลิต แต่พร้อมบุกโลก

อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นฐานผลิตอีกต่อไป เพราะไทยถูกจัดให้เป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่ของโลก และกำลังมุ่งหน้าจากบท “ผู้ผลิตเบื้องหลัง” ไปสู่บท “แบรนด์ไทยระดับโลก”

บริษัทผู้เล่นรายใหญ่ในไทย รวมถึงผู้ผลิตขนมและอาหารสัตว์เลี้ยงแบรนด์ JINNY และ JerHigh ต่างมีศักยภาพในการสร้างแบรนด์ของตัวเองในต่างประเทศอย่างจริงจัง

ในขณะที่ตลาดสัตว์เลี้ยงทั่วโลกเติบโตดีอยู่แล้ว โซนเอเชียและอาเซียนกลับโตแรงยิ่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด กลายเป็นเวทีทองสำหรับแบรนด์จากไทยที่อยากขยายปีกไปต่างแดน

อาหารสัตว์เลี้ยงจึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่แบรนด์ไทยมีโอกาสแจ้งเกิดในตลาดโลกได้อย่างเต็มตัว ไม่ใช่แค่รับจ้างผลิตอีกต่อไป

รีแบรนด์ JINNY ยกระดับอาหารแมวให้เทียบชั้นมนุษย์

เพื่อคว้าโอกาสจากเทรนด์สัตว์เลี้ยงสายสุขภาพ แบรนด์ JINNY เลยเดินเกมแรงด้วยการ รีแบรนด์ครั้งใหญ่ เปลี่ยนภาพจากแค่แบรนด์อาหารแมวทั่วไป ให้กลายเป็นแบรนด์ที่จริงจังเรื่องโภชนาการและคุณภาพแบบรอบด้าน

ไฮไลต์ของการรีแบรนด์คือ

  • หันมาใช้ วัตถุดิบคุณภาพเดียวกับอาหารมนุษย์

  • พัฒนาสูตรโดย นักโภชนาการ สำหรับแมวโดยเฉพาะ

  • แบ่งสูตรตาม สายพันธุ์ของแมว เพื่อให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละสายพันธุ์อย่างแท้จริง

ทั้งหมดนี้เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์สุขภาพและ Longevity ของสัตว์เลี้ยง และตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของแมวไม่ต่างจากคนในบ้าน

สำหรับทาสแมวยุคนี้ อาหารแมวไม่ใช่แค่ของกิน แต่คือการลงทุนในสุขภาพระยะยาวของน้อง

ดึงอินฟลูเอนเซอร์สายทาสแมว เสริมภาพลักษณ์แบรนด์

เพื่อให้การรีแบรนด์ดังไกลและเข้าถึงกลุ่มทาสแมวมากขึ้น JINNY ยังเดินหน้าด้านการตลาดด้วยการดึงอินฟลูเอนเซอร์สายรักแมวเข้ามาช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างจริงจัง

เหตุผลที่เลือกอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้ เพราะบุคลิกและคอนเทนต์เต็มไปด้วยความรักสัตว์ ถ่ายทอดโมเมนต์กับน้องแมวที่ดูแล้ว “ใจฟู” ได้ง่าย ๆ ซึ่งตรงกับภาพลักษณ์ของ JINNY ที่อยากส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้แมวทุกสายพันธุ์

สำหรับ JINNY แล้ว ขนมและอาหารแมวไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือการแสดงออกว่าแบรนด์ เข้าใจและยอมรับในความแตกต่างของแมวทุกตัว ทั้งนิสัย รสนิยม และความต้องการที่ไม่เหมือนกันเลย

แผนบุกต่างประเทศ ขยายจาก 20 เป็น 30 ประเทศ

ในด้านการเติบโตนอกไทย JINNY วางเป้าหมายชัดเจนในการขยายตลาดส่งออก เพิ่มจำนวนประเทศปลายทางให้มากขึ้น

แผนคร่าว ๆ คือ

  • จากเดิม JINNY ส่งออกไปแล้วราว 20 ประเทศ

  • ตั้งเป้าขยายเป็น 30 ประเทศภายในสิ้นปี 2568

ขณะเดียวกันแบรนด์ JerHigh ซึ่งอยู่ในเครือเดียวกัน ก็เดินหน้าในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยตอนนี้มีการส่งออกไปแล้วกว่า 30 ประเทศ เช่นกัน

สรุป: เมื่อทาสพร้อมเปย์ แบรนด์ก็ต้องยกระดับให้สมราคา

การเติบโตของตลาดอาหารและขนมสัตว์เลี้ยงไม่ได้มาจากกระแสชั่วคราว แต่เกิดจากการเปลี่ยนวิธีคิดของเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มองน้องหมา-น้องแมวเป็นครอบครัวอย่างแท้จริง

  • เทรนด์ Longevity ทำให้คนหันมาจริงจังกับโภชนาการและสุขภาพสัตว์เลี้ยง

  • แบรนด์ไทยอย่าง JINNY เลือกยกระดับคุณภาพ ตั้งแต่ วัตถุดิบระดับอาหารคน ไปจนถึงสูตรเฉพาะสายพันธุ์

  • การรีแบรนด์ครั้งนี้ ไม่ได้แค่อยากขายของเพิ่ม แต่ต้องการวางตัวเองเป็น แบรนด์อาหารและขนมสัตว์เลี้ยงของไทยที่พร้อมบุกตลาดโลก

ในโลกที่ทาสหมา-แมวยอมจ่ายมากขึ้น แบรนด์ไหนเข้าใจทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของได้ลึกกว่า ก็มีโอกาสขึ้นมายืนหัวแถวของตลาดนี้อย่างไม่ยากเลย