เลือก Whiskas ให้เหมาะกับน้องแมวของคุณ
1. ทำไมการเลือกสูตร Whiskas ให้เหมาะกับแมวจึงสำคัญ
การถามว่า “อาหารแมวยี่ห้อไหนดี” มักตอบยากเพราะแมวแต่ละตัวมีความต้องการต่างกัน ทั้งช่วงวัย สุขภาพ พฤติกรรม และไลฟ์สไตล์ การเลือก Whiskas จึงไม่ควรดูแค่ชื่อแบรนด์ แต่ต้องดูว่า
เป็นสูตร Complete & Balanced สำหรับแมว หรือเป็นเพียง ขนม/อาหารเสริม
ตรงกับช่วงวัยและเงื่อนไขสุขภาพของแมวเรา
อาหารที่ระบุว่า ครบถ้วนและสมดุล หมายถึงมีพลังงานและสารอาหารทุกชนิดที่แมวต้องการในปริมาณเพียงพอ สามารถใช้เป็นอาหารหลักได้เพียงอย่างเดียว ส่วนสูตรที่ระบุว่า ใช้สำหรับการให้อาหารเสริมเท่านั้น ต้องให้คู่กับอาหารหลักอื่นเสมอ
ดังนั้น การเลือก Whiskas ที่เหมาะกับแมวของคุณคือการ
ดูมาตรฐานโภชนาการและข้อความบนฉลากก่อน
แล้วค่อยตามด้วยรสชาติ รูปแบบอาหาร และงบประมาณ
2. รู้จักประเภทอาหาร Whiskas: เม็ด เปียก และสูตรเฉพาะทาง
จากข้อมูลรีวิวและสินค้าที่เกี่ยวข้อง Whiskas มีทั้ง
อาหารเม็ด (Dry/Kibble)
ตัวอย่าง: วิสกัส อาหารแมวชนิดแห้ง แบบเม็ดพ็อกเกต รสปลาซาบะย่าง
เน้นความสะดวก เก็บง่าย ราคาเข้าถึงได้
อาหารเปียกในซอง/ถุง (Pouch/Wet)
ตัวอย่างจากรีวิว: Purrfectly Chicken, Choice Cuts, Tender Bites ฯลฯ
เนื้อสัมผัสเปียก มีกลิ่นหอม ช่วยเพิ่มการกินน้ำ
ความต่างหลักของอาหารเม็ดและอาหารเปียก
อาหารเม็ด Whiskas
สะดวก ตวงง่าย เก็บรักษาง่าย
มักคุ้มค่าต่อปริมาณพลังงาน
ช่วยขัดฟันขณะเคี้ยว
อาหารเปียก Whiskas
ความชื้นสูง เหมาะกับแมวกินน้ำน้อย
กลิ่นหอม ช่วยให้น้องแมวอยากกินมากขึ้น
เหมาะกับแมวสูงวัยหรือฟันไม่ดี เพราะเคี้ยวง่าย
หลายบ้านเลือกใช้แบบ ผสมเม็ด+เปียก โดยให้อาหารเม็ดเป็นหลักแล้วเสริมเปียกบางมื้อ หรือคลุกเข้าด้วยกัน แต่ต้องระวังไม่ให้พลังงานรวมเกินความต้องการต่อวัน
3. เลือก Whiskas ให้ตรงช่วงวัยและไลฟ์สไตล์
แมวแต่ละช่วงวัยต้องการสารอาหารต่างกัน การเลือก Whiskas จึงควรเริ่มจาก “อายุ” และ “กิจกรรมประจำวัน” ก่อน
3.1 ลูกแมว (ประมาณ 0–1 ปี)
ลูกแมวต้องการโปรตีนและพลังงานสูงกว่าวัยอื่นเพื่อการเจริญเติบโต จึงไม่ควรใช้สูตรแมวโตทั่วไปเป็นอาหารหลัก
หลักการเลือก:
เลือกสูตรที่ระบุชัดเจนว่าเป็น Kitten/Growth หรือสูตรลูกแมว
เม็ดขนาดเล็ก เคี้ยวง่าย
โปรตีนและไขมันสูงกว่าสูตรแมวโต (ตามมาตรฐาน AAFCO ลูกแมวต้องการโปรตีนสูงกว่าแมวโตเต็มวัย)
ตัวอย่างจากตลาดที่ช่วยให้เห็นภาพมาตรฐาน (ไม่ใช่ Whiskas โดยตรง แต่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ):
Royal Canin Kitten โปรตีน ≥34% ไขมัน ≥16%
Purina One Healthy Kitten Formula โปรตีน ≥39% ไขมัน ≥18%
เมื่อต้องเลือก Whiskas สำหรับลูกแมว ให้ยึดหลักเดียวกันคือ
ดูว่าเป็นสูตรลูกแมว
โปรตีนสูงพอ
มีคำแนะนำปริมาณอาหารต่อวันบนฉลาก
3.2 แมวโตเต็มวัย (ประมาณ 1–7 ปี)
แมวโตต้องการโปรตีนเพียงพอเพื่อรักษากล้ามเนื้อ และใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลัก แต่ไม่สูงเกินไปจนเสี่ยงอ้วน โดยเฉพาะแมวทำหมันและแมวเลี้ยงในบ้าน
หลักการเลือก:
ดูสูตรที่ระบุว่า Adult หรือสำหรับแมวโต
โปรตีนโดยประมาณ 30–35% ไขมันไม่ต่ำกว่า ~18% สำหรับแมวที่มีกิจกรรมปกติ
หากเลี้ยงในบ้านหรือแมวทำหมัน ควรเน้นสูตรที่ช่วยควบคุมน้ำหนักและพลังงาน
ตัวอย่างอาหารเม็ดที่มีโปรตีนใกล้เคียงเกณฑ์สำหรับแมวโต:
WHISKAS อาหารเม็ดแมวสูตรบำรุงผิวหนังและเส้นขน สำหรับแมวโต
โปรตีนไม่น้อยกว่า 30%
ไขมันไม่น้อยกว่า 9%
ถ้าแมวอยู่ในบ้าน กิจกรรมน้อย หรือทำหมันแล้ว ควร
ตวงอาหารให้ตามฉลาก ไม่เทแบบบุฟเฟต์ทั้งวัน
เลือกสูตรที่ออกแบบมาสำหรับแมวเลี้ยงในบ้าน/ทำหมัน หรือคุมปริมาณด้วยตนเอง
3.3 แมวสูงวัย (ประมาณ 7 ปีขึ้นไป)
แมวสูงวัยมักเคลื่อนไหวน้อยลง ระบบเผาผลาญลดลงและย่อยโปรตีนบางชนิดได้ยากขึ้น จึงมีความเสี่ยงน้ำหนักเกินและโรคไตมากขึ้น
หลักการเลือก:
เลือกสูตรสำหรับ Senior หรือระบุช่วงวัยที่เหมาะกับแมวสูงอายุ
โปรตีนยังต้องมีคุณภาพดีและย่อยง่าย แต่ปริมาณพลังงานรวมควรลดลง
เน้นสารอาหารรองที่ช่วยบำรุงข้อ กระดูก และภูมิคุ้มกัน
ตัวอย่างภาพรวมจากอาหารเม็ดยี่ห้ออื่นที่ใช้เป็นเกณฑ์โภชนาการ:
Kaniva Senior Care 7+ โปรตีน ≥30% ไขมัน ≥14% พลังงาน ~380 kcal/100 g
เมื่อเลือก Whiskas สำหรับแมวสูงวัย ควรดูเพิ่มว่า
เม็ดไม่แข็งหรือใหญ่เกินไป เคี้ยวง่าย
ถ้าแมวกินน้ำน้อย เสริมอาหารเปียก Whiskas เพื่อช่วยเพิ่มความชื้น

4. อ่านฉลาก Whiskas แบบมืออาชีพ
การอ่านฉลากให้ลึกกว่าคำโฆษณาหน้าถุงช่วยให้เลือกสูตรที่เหมาะกับแมวได้มากขึ้น จุดที่ควรดูมีดังนี้
4.1 Nutritional Adequacy – คำว่า “Complete & Balanced”
บนฉลากควรมีข้อความยืนยันคุณค่าทางโภชนาการ เช่น
“Complete & Balanced ตามมาตรฐานโภชนาการของ AAFCO”
หรือระบุว่าครอบคลุมช่วงวัยใด เช่น Kitten / Adult / All Life Stages
หลีกเลี่ยงการใช้สูตรที่ระบุว่า
“Intended for Supplemental Feeding Only”
“snack/treat/เสริม”
เป็นอาหารหลัก เพราะจะไม่ให้สารอาหารครบถ้วนตามที่แมวต้องการในแต่ละวัน
4.2 ส่วนประกอบหลัก (Ingredients)
ลำดับวัตถุดิบเรียงจากมากไปน้อย กฎง่าย ๆ คือ
ควรเห็น โปรตีนจากสัตว์ เป็นอันดับแรก ๆ เช่น เนื้อไก่ สัตว์ปีกป่น เนื้อปลา
ถ้าเห็นธัญพืชหรือแป้งขึ้นต้น และโปรตีนจากสัตว์อยู่ลำดับหลัง ๆ แสดงว่าอาจไม่เหมาะกับโภชนาการตามธรรมชาติของแมวที่เป็นสัตว์กินเนื้อ
ในรีวิว Whiskas จาก Cats.com พบว่า
บางสูตรใช้ chicken เป็นวัตถุดิบหลัก (ข้อดี)
แต่บางสูตรมี meat by-products, wheat gluten, corn starch, added colors, BHA/BHT ซึ่งเป็นจุดที่รีวิวมองว่าเป็นข้อเสียด้านคุณภาพวัตถุดิบ
เมื่อเลือก Whiskas จึงควร
ให้คะแนนสูตรที่ระบุเนื้อสัตว์ชัดเจนและอยู่ลำดับต้น ๆ
ระวังสูตรที่ใช้ by-products มากหรือธัญพืชเป็นหลัก
4.3 สารอาหารจำเป็นและกรดอะมิโน
ควรมองหาบนฉลากเสมอ เช่น
Taurine (ทอรีน) – กรดอะมิโนจำเป็นสำหรับแมว ช่วยการทำงานของหัวใจและการมองเห็น
กรดอะมิโนอื่น ๆ เช่น Methionine, Arginine เป็นต้น ซึ่งอาหารแมวสูตรโภชนาการครบถ้วนจะใส่ให้ตามมาตรฐานอยู่แล้ว
4.4 สารที่ควรระวังในบางสูตร
จากรีวิว Whiskas บางสูตรมี
สารกันเสีย BHA/BHT
สีผสมอาหาร เช่น Caramel Coloring, Added Colors
แม้ไม่ได้ระบุว่าทำให้ป่วยแน่นอน แต่รีวิวต่างประเทศจัดอยู่ในหมวด “ควรหลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้” โดยเฉพาะในแมวที่มีปัญหาสุขภาพหรือแพ้ง่าย
หากต้องใช้ Whiskas เป็นอาหารหลักต่อเนื่องในระยะยาว ควร
เลือกสูตรที่ปราศจาก BHA/BHT
ลดสูตรที่มีการเติมสีปรุงแต่งมากเกินจำเป็น
4.5 การดูเปอร์เซ็นต์โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต
บนฉลากจะเป็นค่า Guaranteed Analysis เช่น โปรตีน 8–9%, ไขมัน 2–3%, ความชื้น ~84–85% ในอาหารเปียก
เพื่อเปรียบเทียบอย่างแม่นยำระหว่างอาหารเม็ดและเปียก ต้องแปลงเป็นค่า บนฐานวัตถุแห้ง (Dry Matter Basis) เพราะอาหารเปียกมีน้ำสูง ทำให้เปอร์เซ็นต์ดูต่ำกว่าความจริง
ตัวอย่างจากรีวิว Whiskas Purrfectly Chicken Entree:
โปรตีน 9% แต่เมื่อคำนวณบนวัตถุแห้งแล้วได้โปรตีน ประมาณ 60%
ไขมัน 2% กลายเป็น ~13.33% บนฐานวัตถุแห้ง
ข้อมูลนี้ยืนยันว่า
แม้ Whiskas จะเป็นแบรนด์งบประหยัด แต่หลายสูตรมีสัดส่วน โปรตีนสูง คาร์โบฯ ต่ำ ซึ่งถือว่าอยู่ในโซนเหมาะกับสัตว์กินเนื้อ
แต่ต้องชั่งน้ำหนักกับประเด็นคุณภาพวัตถุดิบและสารเติมแต่งที่กล่าวไว้ด้านบน
5. เลือกสูตร Whiskas ตามเงื่อนไขสุขภาพของแมว
การเลือกสูตรให้ตรงกับปัญหาสุขภาพช่วยให้ดูแลแมวได้ตรงจุดมากขึ้น แม้ในข้อมูลจะพูดภาพรวมถึงหลายแบรนด์ แต่หลักคิดสามารถใช้กับ Whiskas ได้เช่นกัน
5.1 แมวอ้วน / แมวทำหมัน / แมวเลี้ยงในบ้าน
หลังทำหมัน แมวมักกินเยอะขึ้นแต่เผาผลาญลดลง การศึกษาแนะนำให้
ลดปริมาณแคลอรีหลังทำหมันประมาณ 30% เพื่อป้องกันน้ำหนักเกิน
สำหรับแมวที่เลี้ยงในบ้านหรือแมวทำหมัน:
เลือกสูตรที่มีพลังงานต่อเม็ดไม่สูงเกินไป
ดูว่ามีไฟเบอร์ช่วยให้อิ่มท้องและดูแลระบบขับถ่าย
ตวงอาหารตาม feeding guide ไม่เททิ้งแบบบุฟเฟต์ตลอดวัน
ถ้าไม่มีสูตรเฉพาะของ Whiskas สำหรับแมวทำหมัน/Indoor ในมือ ให้ใช้วิธี:
ลดปริมาณอาหารเม็ดลงเล็กน้อยตามคำแนะนำสัตวแพทย์
เสริมกิจกรรมและการเล่น เพื่อเพิ่มการใช้พลังงาน
5.2 แมวท้อง / แม่แมวให้นม
แม่แมวและลูกแมวต้องการโปรตีนและพลังงานสูงกว่าแมวโตทั่วไป โภชนาการพื้นฐานที่ควรยึดคือ
โปรตีนสูง (ลูกแมว/แม่แมวให้นมต้องการไม่ต่ำกว่าประมาณ 30% บนฐานวัตถุแห้ง)
พลังงานเพียงพอสำหรับการสร้างน้ำนมและการเจริญเติบโต
ในช่วงนี้อาจ
เลือกสูตร Whiskas ที่ระบุว่าเหมาะสำหรับทุกช่วงวัย (All Life Stages) หรือ Kitten
ให้ตามคำแนะนำปริมาณ และปรึกษาสัตวแพทย์หากต้องการปรับสูตรเฉพาะ
5.3 แมวขนยาว / แหวะก้อนขนบ่อย
ปัญหาก้อนขนเกิดจากการเลียขนแล้วขนสะสมในกระเพาะ–ลำไส้ หลักการดูแลจากข้อมูลหลายแบรนด์คือ
การใช้สูตรที่มี ไฟเบอร์ช่วยย่อยสลายก้อนขน เช่น เซลลูโลสหรือไซเลียมฮัสก์
เมื่อเลือก Whiskas:
มองหาสูตรที่ระบุช่วยดูแลผิวหนังและเส้นขน หรือ Hairball Control (ถ้ามี)
หากไม่มีสูตรเฉพาะ ให้ดูสูตรที่มีไฟเบอร์เหมาะสม และเสริมการแปรงขนเป็นประจำ
5.4 แมวที่มีระบบทางเดินปัสสาวะบอบบาง / เสี่ยงโรคไต
ข้อมูลโภชนาการทั่วไปเตือนว่า
อาหารเม็ดมีความชื้นต่ำ แมวกินน้ำน้อยมีความเสี่ยงโรคไตและนิ่วสูงขึ้น
สูตรรักษาโรค (เช่น s/d, c/d, k/d ฯลฯ) ต้องใช้ตามคำแนะนำสัตวแพทย์
สำหรับการใช้ Whiskas ในแมวที่มีระบบทางเดินปัสสาวะบอบบาง:
ควรเน้น เพิ่มน้ำ ด้วยการเสริมอาหารเปียก Whiskas หรือผสมน้ำในอาหารเม็ด
มองหาสูตรที่ช่วยควบคุมแร่ธาตุ หากมีการระบุบนฉลาก
ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนใช้ Whiskas เป็นอาหารหลักในแมวที่มีโรคไตหรือนิ่วแล้ว เพราะอาจต้องเปลี่ยนไปใช้อาหารสูตรรักษาเฉพาะทาง
5.5 แมวแพ้ง่าย / สงสัยแพ้อาหาร
จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
แมวส่วนใหญ่ที่แพ้อาหารมักแพ้ โปรตีนจากไก่ หรือโปรตีนหลักอื่น ๆ
พบการแพ้ธัญพืชได้บ้าง แต่ไม่บ่อยเท่าโปรตีน
Whiskas บางสูตรใช้
chicken เป็นโปรตีนหลัก
meat by-products ที่ไม่ระบุชัดเจน
ในแมวที่แพ้ง่าย การใช้ Whiskas อาจมีความเสี่ยงเพราะ
ส่วนผสม Meat by-products ทำให้ควบคุมแหล่งโปรตีนได้ยาก
วิธีลดความเสี่ยง:
เลือกสูตรที่ใช้โปรตีนระบุชัดเจน และเลี่ยงการใช้ by-products เยอะ
หากมีอาการแพ้ เช่น คัน ผิวหนังอักเสบ ถ่ายเหลวเรื้อรัง ควรหยุดและปรึกษาสัตวแพทย์ทันที

6. เปรียบเทียบราคาและช่องทางซื้อ Whiskas
จากรีวิวต่างประเทศ Whiskas ถือเป็นแบรนด์ งบประหยัด
อาหารเปียก Whiskas:
ประมาณ 0.07 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
สำหรับแมวหนัก 10 ปอนด์ ค่าอาหารเฉลี่ยราว 0.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (เมื่อใช้เปียกเป็นหลักตามตัวอย่างรีวิว)
อาหารเม็ด Whiskas:
ราคาต่อออนซ์ราว ครึ่งหนึ่ง ของอาหารเปียก
ถ้าเลี้ยงแมว 10 ปอนด์ด้วยอาหารเม็ด Whiskas เป็นหลัก คิดได้ราว 0.08 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ตามข้อมูลรีวิว
ช่องทางซื้อที่พบในข้อมูล:
ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
ร้านเพ็ทช็อป
ออนไลน์ เช่น Amazon, Chewy, Walmart และแพลตฟอร์มออนไลน์ในไทยอย่าง Lazada, Shopee (จากตัวอย่างสินค้า Whiskas เม็ดพ็อกเกต 3 กก.)
หลักในการเช็คราคาคุ้มค่า
ดูราคา ต่อหน่วยน้ำหนัก หรือ ต่อวัน ตามปริมาณที่ต้องให้
พิจารณาว่าเจ้าของสามารถให้ต่อเนื่องระยะยาวได้หรือไม่
เปรียบเทียบโปรโมชัน แต่ไม่ลดทอนคุณภาพและความเหมาะสมกับสุขภาพแมว
7. เคล็ดลับเปลี่ยนอาหารมาเป็น Whiskas อย่างปลอดภัย
การเปลี่ยนจากอาหารเดิมมาเป็น Whiskas ไม่ควรทำแบบ “หักดิบ” เพราะระบบทางเดินอาหารแมวค่อนข้างอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนอาหารรวดเร็ว
วิธีเปลี่ยนใน 7–10 วัน
วันที่ 1–3
อาหารเดิม 75–80%
Whiskas สูตรใหม่ 20–25%
วันที่ 4–6
อาหารเดิม 50%
Whiskas สูตรใหม่ 50%
วันที่ 7–10
Whiskas 75–80%
อาหารเดิม 20–25%
จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นสูตรใหม่ 100%
สิ่งที่ต้องสังเกตระหว่างเปลี่ยนสูตร
ลักษณะอุจจาระ (เหลว/แข็งเกินไป มีเลือดหรือมูกหรือไม่)
ความอยากอาหาร
น้ำหนักตัว
อาการคัน ผดผื่น ผิวหนังผิดปกติ
อาการอาเจียนหรือซึม
หากพบความผิดปกติ:
ชะลอการเปลี่ยน (ถอยกลับไปสัดส่วนที่แมวทนได้)
ถ้าอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรหยุดและปรึกษาสัตวแพทย์ทันที
แมวเป็นสัตว์ที่สังเกตความเปลี่ยนแปลงของอาหารเก่ง การเปลี่ยนทีละน้อยช่วยให้
ยอมรับ Whiskas สูตรใหม่ได้ดีขึ้น
ลดโอกาสท้องเสียและระบบทางเดินอาหารปั่นป่วน
8. สรุปและแนวทางประเมินว่า Whiskas “เข้ากับร่างกายแมว” หรือไม่
8.1 ขั้นตอนเลือกสูตร Whiskas ที่เหมาะที่สุด
เริ่มจากโภชนาการ ไม่ใช่ชื่อแบรนด์
ตรวจว่าบนฉลากมีคำว่า Complete & Balanced ตามมาตรฐานที่ยอมรับ (เช่น AAFCO)
เลือกสูตรที่ระบุช่วงวัยตรงกับแมว (Kitten/Adult/Senior/All Life Stages)
เลือกตามช่วงวัย + สุขภาพ
ลูกแมว: สูตรลูกแมว โปรตีนสูง เม็ดเล็ก หรืออาหารเปียกเนื้อนิ่ม
แมวโต: สูตร Adult ดูโปรตีน/ไขมันให้เหมาะกับกิจกรรม โดยเฉพาะแมวทำหมันหรือเลี้ยงในบ้าน
แมวสูงวัย: สูตร Senior หรือสูตรที่พลังงานไม่สูง เกลือไม่มาก และเม็ดย่อยง่าย
ปรับตามไลฟ์สไตล์และเงื่อนไขสุขภาพ
เลี้ยงในบ้าน / กิจกรรมน้อย → ดูสูตรพลังงานพอดีและไฟเบอร์เหมาะสม
ขนร่วง / แหวะก้อนขน → เลือกสูตรมีไฟเบอร์ช่วยก้อนขน + เสริมการแปรงขน
เสี่ยงทางเดินปัสสาวะ / กินน้ำน้อย → เสริมอาหารเปียก Whiskas เพิ่มน้ำในมื้ออาหาร
แพ้ง่าย → เลือกสูตรใช้โปรตีนระบุชัดเจน ลด by-products และสารปรุงแต่ง
ดูฉลากให้ครบ
ส่วนประกอบ: โปรตีนจากสัตว์อยู่ต้น ๆ
สารจำเป็น: Taurine, วิตามินและแร่ธาตุ
หลีกเลี่ยงสูตรที่มี BHA/BHT และสีปรุงแต่งมากเกินจำเป็น หากต้องใช้ระยะยาว
คำนวณปริมาณและงบประมาณ
ใช้ feeding guide บนฉลากเป็นจุดตั้งต้น
ตวงอาหารตามน้ำหนักและกิจกรรมของแมว
ตรวจดูว่าราคาต่อวันอยู่ในงบที่เลี้ยงต่อเนื่องได้
เปลี่ยนสูตรอย่างค่อยเป็นค่อยไป 7–10 วัน
ผสมอาหารเดิมและ Whiskas จากน้อยไปมาก
สังเกตสุขภาพระหว่างเปลี่ยน
8.2 วิธีประเมินว่าผลลัพธ์ “เข้ากับร่างกายแมว” หรือไม่
หลังให้ Whiskas ต่อเนื่องสักระยะ (ประมาณ 4–8 สัปดาห์) สามารถประเมินได้จาก
สภาพขนและผิวหนัง
ขนนุ่ม เงา ไม่ร่วงเป็นหย่อม
ผิวหนังไม่แดงหรือคันผิดปกติ
อุจจาระและระบบขับถ่าย
ถ่ายเป็นก้อน ไม่เหลว ไม่แข็งจนเบ่งลำบาก
กลิ่นไม่แรงผิดปกติ
น้ำหนักและรูปร่าง
น้ำหนักนิ่งหรือปรับไปสู่จุดที่เหมาะสม
ไม่มีพุงย้อยหรือผอมแห้ง
พฤติกรรมการกินและความกระฉับกระเฉง
กินได้ดี ไม่เบื่ออาหารหรือปฏิเสธอาหารบ่อย
วิ่งเล่น ทำกิจกรรมตามนิสัย ไม่ซึม
อาการผิดปกติ
ไม่มีอาเจียนเรื้อรัง
ไม่มีท้องเสียต่อเนื่อง
ไม่มีอาการแพ้ เช่น คัน ผื่น หรือถ่ายเป็นเลือด
ถ้าทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ดี แสดงว่า สูตร Whiskas ที่เลือก “เข้ากับร่างกายแมว” ในระดับหนึ่ง แต่หากพบปัญหาใดๆ ควร
ทบทวนสูตรและส่วนประกอบบนฉลาก
ลดหรือเปลี่ยนไปใช้สูตรอื่นที่เหมาะกว่า
ปรึกษาสัตวแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น
โดยสรุป Whiskas เป็นแบรนด์ที่มีข้อดีด้านรสชาติ (แมวส่วนใหญ่ชอบ) และราคาย่อมเยา สามารถใช้เป็นอาหารหลักได้หากเลือกสูตรที่ Complete & Balanced, ตรงช่วงวัย และอ่านฉลากอย่างละเอียดพร้อมควบคุมปริมาณอย่างเหมาะสม การใส่ใจตั้งแต่ขั้นเลือกสูตรไปจนถึงการสังเกตผลลัพธ์บนร่างกายแมว จะช่วยให้น้องเหมียวได้รับทั้งความอร่อยและโภชนาการที่เหมาะกับเขาจริง ๆ ในทุกวัน


ความคิดเห็น