ทำความเข้าใจปรากฏการณ์ Pedigree และ Whiskas ครองตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง
ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในไทยเติบโตขึ้นควบคู่ไปกับเทรนด์ Pet Humanization ที่เจ้าของมองหมาแมวเป็นเหมือนลูกหรือสมาชิกครอบครัวที่ต้องดูแลอย่างดีที่สุด ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังขยายตัวต่อเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะแมวที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในสังคมเมืองและคอนโดมิเนียม
ภายใต้บริบทนี้ แบรนด์ในเครือ Mars อย่าง Whiskas (สำหรับแมว) และ Pedigree (สำหรับสุนัข – กล่าวถึงในเชิงบริบทจากข้อมูล Mars Petcare) กลายเป็นผู้เล่นรายสำคัญระดับโลก และมีฐานที่มั่นในประเทศไทย ทั้งในฐานะศูนย์การผลิต ส่งออก และศูนย์วิจัยด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การครองใจเจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ได้มาจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสมผสานระหว่างอินไซต์ผู้เลี้ยง การสื่อสารเชิงวิทยาศาสตร์ด้านโภชนาการ และประสบการณ์แบรนด์ที่เชื่อมกับความรู้สึกของ “พ่อแม่หมาแมว” รุ่นใหม่อย่างแนบแน่น
จากงานวิจัยอย่าง WHISKAS® Purr Study และ Mars Global Pet Parents Survey สะท้อนว่าคนเลี้ยงสัตว์ในไทย โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials มองว่าสัตว์เลี้ยงคือส่วนสำคัญที่สุดในชีวิตกว่า 30% และถึง 71% ของผู้เลี้ยงแมวระบุว่าแมวคือสมาชิกอันเป็นที่รักของครอบครัว พร้อมมองว่าแมวช่วยเยียวยาความเครียดและเติมเต็มความสุขให้ชีวิต ซึ่งทำให้แบรนด์อาหารสัตว์ต้องพัฒนามากกว่า “อาหาร” แต่ต้องเป็น “ทางเลือกการดูแลสุขภาพ” ที่เจ้าของไว้ใจได้

กลยุทธ์การตลาดที่แข็งแกร่งและการเข้าถึงผู้บริโภค
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Whiskas และแบรนด์ในเครือ Mars วางตัวเองได้อย่างแข็งแรงในตลาด คือการใช้ กลยุทธ์การตลาดเชิงประสบการณ์และคอนเทนต์ ที่ยึดจากข้อมูลเชิงลึกของผู้เลี้ยงสัตว์ ไม่ได้สื่อสารแค่เรื่องความอร่อย แต่เชื่อมโยงกับบทบาทของแมวในฐานะ “ผู้ฮีลใจ” ของคนรุ่นใหม่
1. แคมเปญ Lucky Cat – แมวที่โชคดีคือแมวสุขภาพดี
แคมเปญ “A WHISKAS Cat is a Lucky Cat” ใช้ประติมากรรมแมวกวักยักษ์สีม่วงสูง 10 เมตร ใจกลางสยามสแควร์ เป็นสัญลักษณ์สื่อสารแนวคิดว่า “แมวที่โชคดี คือแมวที่สุขภาพดีจากโภชนาการที่ครบถ้วนและสมดุล” ไม่ใช่โชคดีเพราะความเชื่อเพียงอย่างเดียว
เชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่อง “แมวกวักญี่ปุ่น” ที่คนไทยคุ้นเคย แล้วพลิกความหมายมาสู่มิติสุขภาพ
จัดงาน 2 วัน (3–4 เมษายน 2569 ที่สยามสแควร์ ซอย 3) พร้อมเทกโอเวอร์สื่อ OOH รอบสยามสแควร์ 41 จุด
แจกสินค้าตัวอย่างกว่า 15,000 ชิ้น เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ทดลองสินค้า
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังมองว่า การจัดแสดง “วิสกัส แมวนำโชค” ครั้งแรกของโลกที่กรุงเทพฯ สะท้อนภาพเมืองที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง และตอกย้ำแนวคิดว่า “แมวนำโชคคือแมวที่ได้รับโภชนาการครบถ้วนสมดุล” ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของ Pet Parents ที่อยากให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดี ไม่เป็นภาระต่อสังคมและเจ้าของ
2. The Purrcast – เปลี่ยนพอดแคสต์เป็น Purrcast
แคมเปญ “Whiskas The Purrcast” คือการใช้พอดแคสต์ในรูปแบบครีเอทีฟเพื่อคุยกับกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่รับสื่อผ่าน TikTok, Instagram, YouTube และ Spotify เนื้อหาถูกออกแบบให้เป็นการสนทนาระหว่างตัวละครแมวจริงชื่อ Caspurr กับลูกแมว Agnes ที่ตั้งคำถามแทนเจ้าของลูกแมวมือใหม่ เช่น การให้อาหาร การฝึกใช้กระบะทราย ไปจนถึงการรับมือพฤติกรรมวิ่งซิ่งตอนตี 3
จุดสำคัญคือ Whiskas ไม่ได้สร้างคอนเทนต์จากการคาดเดา แต่ใช้ข้อมูลจริงจากการค้นหาออนไลน์ การสนทนาในโซเชียล และฟีดแบ็กลูกค้า เพื่อให้เนื้อหาตรงกับข้อสงสัยจริงของผู้เลี้ยง การกระจายคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มที่ผู้เลี้ยงแมวใช้อยู่แล้ว ยิ่งช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นธรรมชาติ
3. แคมเปญ Pawtrait – ให้แมวขึ้นโปสเตอร์ระดับโลก
อีกหนึ่งกิจกรรมคือการเปิดแคสติ้งระดับโลกให้เจ้าของแมวส่งภาพ “พอว์เทรต” ของเจ้าเหมียวเข้าประกวด เพื่อคัดเลือกแมว 60 ตัวจากยุโรป เอเชีย อเมริกาใต้ และอเมริกาเหนือ ไปเป็นพรีเซนเตอร์ในโปสเตอร์ของ Whiskas
อ้างอิงผลสำรวจ YouGov ที่พบว่า 64% ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงมีรูปสัตว์เลี้ยงมากกว่ารูปตัวเองในมือถือ แสดงให้เห็นสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง
การคัดเลือกอิงจาก “pawsonality” หรือเสน่ห์เฉพาะตัวของแมว ไม่จำกัดสายพันธุ์และคาแรกเตอร์
กลยุทธ์นี้ไม่เพียงสร้างการมีส่วนร่วมระดับโลก แต่ยังย้ำภาพว่า Whiskas อยู่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของเจ้าของแมว และเฉลิมฉลองความน่ารักของแมวทุกแบบอย่างเท่าเทียม
คุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการ: ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สัตว์เลี้ยงชื่นชอบ
เมื่อแมวถูกมองเป็น “ลูก” ความคาดหวังด้านโภชนาการจึงสูงตามไปด้วย งานวิจัย WHISKAS Purr Study และบทสัมภาษณ์จากผู้เชี่ยวชาญของ Mars Petcare สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า โภชนาการคือแกนกลางของการสร้างแบรนด์
60% ของผู้เลี้ยงแมวหันไปค้นหาคำแนะนำด้านโภชนาการบนโซเชียลมีเดีย
39% รู้สึกสับสนจากข้อมูลที่ขัดแย้งกัน
มีเพียง 17% ของผู้เลี้ยงแมวชาวไทยที่รู้สึกว่าตนมีความรู้โภชนาการแมวอย่างดี
ดร.ซูซาน หว่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ของ Mars Petcare อธิบายว่า แมวเป็นสัตว์กินเนื้อที่ต้องการสารอาหารจำเพาะถึง 41 ชนิด โดยเฉพาะกรดอะมิโน “ทอรีน” ที่จำเป็นต่อสายตาและการทำงานของหัวใจ การปรุงอาหารให้แมวกินเองแบบอาหารคนอาจทำให้สารอาหารไม่ครบหรือไม่สมดุล เพราะระบบย่อยอาหารของแมวต่างจากมนุษย์
เธอย้ำว่าโภชนาการที่ดีสำหรับแมวต้องเป็นแบบ “Complete & Balanced 100%” ไม่ใช่แค่ทำให้แมวอิ่ม แต่ต้องตอบโจทย์ความต้องการทางชีวภาพอย่างครบถ้วน แนวคิดนี้ถูกใช้เป็นแก่นในการสื่อสารของ Whiskas ทั้งในแคมเปญ Lucky Cat และคอนเทนต์รูปแบบต่าง ๆ เพื่อช่วยให้เจ้าของแยกแยะข้อมูลที่เชื่อถือได้จากข้อมูลที่สับสนบนโลกออนไลน์
ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกช่วงวัยและสายพันธุ์
แม้ข้อมูลที่ให้มาเน้นไปที่ Whiskas มากกว่า Pedigree แต่ก็สะท้อนให้เห็นภาพรวมว่า Mars ใช้ความเข้าใจในสายพันธุ์และไลฟ์สไตล์ของสัตว์เลี้ยงมาออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด ตัวอย่างเช่น การให้ความรู้เรื่อง แมวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ยอดนิยมของคนไทย (28% ของผู้เลี้ยงแมวในไทยเลี้ยงเปอร์เซีย จากข้อมูล Mars Global Pet Parents Survey)
ในคอนเทนต์เกี่ยวกับแมวเปอร์เซีย มีการอธิบายทั้งลักษณะสายพันธุ์ นิสัย และความต้องการเฉพาะ เช่น
เป็นแมวขนยาว หนาฟู มีนิสัยอ่อนโยน ชอบอยู่บ้านสงบ
น้ำหนักเฉลี่ย 3.6–5.4 กก. สูง 10–15 นิ้ว อายุขัย 16–20 ปี
เสี่ยงต่อภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ (HCM) โรคไต (PKD) ปัญหาทางเดินหายใจของแมวหน้าสั้น (BAS) และปัญหาตา-ฟัน
ในด้านโภชนาการ มีการแนะนำหลักการให้อาหารที่สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของแมวเปอร์เซีย เช่น
ควบคุมปริมาณอาหารเพราะเป็นแมวไม่ค่อยขยับตัว เสี่ยงอ้วนง่าย
ควรให้อาหารเป็นมื้อย่อย ๆ แบ่ง 2 มื้อสำหรับแมวโต และ 3 มื้อสำหรับลูกแมว
ใช้จานกว้างตื้นหรือเสริมอาหารเปียกเพราะใบหน้าแบนอาจกินอาหารเม็ดหรือน้ำไม่สะดวก
สูตรอาหารที่มีโอเมกา 3 และ 6 ช่วยเรื่องก้อนขน ระบบย่อย และสุขภาพขน
การลงลึกถึงระดับสายพันธุ์เช่นนี้สะท้อนว่า แบรนด์ไม่ได้ขาย “อาหารแมวทั่วไป” แต่สื่อสารว่าตนเข้าใจความต้องการของแมวแต่ละแบบ และพร้อมออกแบบสูตรอาหารที่ตอบโจทย์ ทั้งในเชิงโภชนาการและไลฟ์สไตล์จริงของสัตว์เลี้ยง

ราคาที่เข้าถึงง่ายและการหาซื้อสะดวก
จากข้อมูลที่มี แม้จะไม่ได้ระบุราคาโดยตรง แต่สามารถเห็นภาพว่า Whiskas และ Mars วางโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับตลาดในวงกว้าง
มีโรงงานผลิตอาหารสัตว์ในไทย 2 แห่ง (นครราชสีมา และชลบุรี) จากโรงงานทั่วโลก 94 แห่ง
ส่งออกสินค้าไปกว่า 40 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มีพนักงานในไทยกว่า 1,400 คน และทั่วโลกกว่า 105,000 คน ดูแลสัตว์เลี้ยงแล้วกว่า 455 ล้านตัว
การมีฐานผลิตในไทยและเป็นฮับการส่งออกภูมิภาค ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์และการกระจายสินค้าอยู่ในระดับที่เอื้อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผ่านช่องทางค้าปลีกและแพลตฟอร์มต่าง ๆ แม้บทความไม่ได้ลงรายละเอียดช่องทางขาย แต่การลงทุนด้านโรงงานและศูนย์วิจัยในไทยสะท้อนความมุ่งมั่นระยะยาวในตลาดนี้
ความไว้วางใจจากเจ้าของสัตว์เลี้ยง: การสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ
ความไว้วางใจไม่ได้เกิดจากโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่สร้างจากการตอบโจทย์ “ทั้งหัวใจและเหตุผล” ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงพร้อมกัน ข้อมูลจากงานวิจัยหลายชิ้นช่วยให้เห็นมิติความผูกพันนี้ชัดขึ้น
71% ของผู้เลี้ยงแมวไทยมองว่าแมวคือสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว
54% บอกว่าแมวช่วยเยียวยาความเครียด
52% รู้สึกชีวิตมีความสุขมากขึ้นเมื่อได้เล่นหรือให้อาหารแมว
เหตุผลหลักที่คนไทยชอบเลี้ยงแมว ได้แก่ ความสนุกจากพฤติกรรมแมว (46%) ช่วยลดความเครียด (41%) ทำให้บ้านอบอุ่น (40%) รักแบบไม่มีเงื่อนไข (37%) และช่วยให้ลืมปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ (36%)
ในอีกด้านหนึ่ง มีช่องว่างด้านความรู้ที่ทำให้เจ้าของจำนวนมากรู้สึกกังวล
36% ของผู้เลี้ยงแมวไทยกังวลสุขภาพแมว
39% รู้สึกสับสนกับข้อมูลโภชนาการที่ขัดแย้งกันบนโซเชียล
Whiskas และ Mars จึงเลือกยืนในบทบาท “ผู้ให้ความรู้” ควบคู่กับการเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์ เช่น
นำเสนอความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์อย่าง ดร.ซูซาน หว่าน
ลงทุนใน APAC Pet Center ที่ชลบุรี ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยโภชนาการอาหารสัตว์ (มีแมว 100 ตัว และสุนัข 46 ตัว ในโครงการวิจัย)
ใช้ข้อมูลวิจัยจริงมาสร้างสื่อสาร เช่น Purr Study, Global Pet Parents Survey, Purrcast
การใช้ข้อมูลและวิทยาศาสตร์มารองรับ ทำให้แบรนด์มีน้ำหนักในสายตาเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่กำลังมองหา “แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้” ท่ามกลางกระแสข้อมูลจำนวนมหาศาลบนโซเชียล
ข้อควรพิจารณาและทางเลือกอื่นๆ สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง
ข้อมูลจากงานวิจัยและผู้เชี่ยวชาญของ Mars ชี้ให้เห็นว่า แม้เจ้าของจะรักสัตว์เลี้ยงมาก แต่ความรักอาจกลายเป็นดาบสองคม หากขาดความเข้าใจด้านโภชนาการที่ถูกต้อง
สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่
การปรุงอาหารให้แมวกินเองด้วยมาตรฐานอาหารคน อาจทำให้สารอาหารไม่ครบหรือไม่สมดุล แมวต้องการสารอาหารจำเพาะ เช่น ทอรีน ซึ่งอาจสูญเสียไปในกระบวนการปรุงแบบมนุษย์
การพึ่งพาคำแนะนำจากโซเชียลมีเดียอย่างเดียว ทำให้เกิดความสับสน เพราะข้อมูลอาจขัดแย้งหรือไม่ผ่านการรับรองทางวิทยาศาสตร์
ผู้เลี้ยงจำนวนมากยังไม่มั่นใจในการดูแลแมว และต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในเครือ Mars แนวทางที่แบรนด์พยายามผลักดันคือการเน้นอาหารที่ Complete & Balanced อิงจากงานวิจัยและโภชนาการสัตวแพทย์ ขณะเดียวกันเจ้าของควรเสริมด้วยการปรึกษาสัตวแพทย์ และเลือกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ในการดูแลโภชนาการของหมาแมวในระยะยาว
แม้เนื้อหาในชุดข้อมูลนี้เน้นไปที่ Whiskas เป็นหลัก แต่การลงทุนด้านวิจัย โรงงานผลิต และการสื่อสารเชิงวิทยาศาสตร์ของ Mars สะท้อนแนวทางเดียวกันที่สามารถเป็นกรอบคิดให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงพิจารณาแบรนด์อาหารสัตว์อื่น ๆ ได้ นั่นคือ การมองหาแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการตามหลักวิทยาศาสตร์ ความโปร่งใสของข้อมูล และการสนับสนุนความรู้ให้กับเจ้าของในระยะยาว
สรุป: กุญแจสู่ความสำเร็จของ Pedigree และ Whiskas ในใจเจ้าของหมาแมว
จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์ในเครือ Mars อย่าง Whiskas (และในบริบทเดียวกันกับ Pedigree สำหรับสุนัข) ครองพื้นที่ในใจเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้ดังนี้
เข้าใจอินไซต์ผู้เลี้ยงยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง
รับรู้ว่าหมาแมวถูกมองเป็นสมาชิกครอบครัว และมีบทบาทในการเยียวยาความเครียดและเติมเต็มความสุข จึงออกแบบการสื่อสารให้สอดคล้องกับบทบาทนี้ใช้วิทยาศาสตร์โภชนาการเป็นฐาน
ตอกย้ำแนวคิด Complete & Balanced ผ่านงานวิจัย ศูนย์โภชนาการ และเสียงจากผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ เพื่อลดช่องว่างความรู้ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงสร้างประสบการณ์แบรนด์ที่มีส่วนร่วมสูง
จาก Lucky Cat, Purrcast ไปจนถึงแคมเปญ Pawtrait แบรนด์ไม่ได้แค่ขายอาหาร แต่สร้างชุมชนและประสบการณ์ที่ให้เจ้าของรู้สึกว่าตนและสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวลงทุนระยะยาวในโครงสร้างการผลิตและวิจัย
โรงงานผลิตในไทย การส่งออกกว่า 40 ประเทศ และ APAC Pet Center สะท้อนความมุ่งมั่นที่จะอยู่ในตลาดนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่องตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของสัตว์เลี้ยงจริง
การลงรายละเอียดถึงระดับสายพันธุ์ เช่น แมวเปอร์เซีย แสดงให้เห็นว่าแบรนด์เข้าใจความแตกต่างของสัตว์เลี้ยงแต่ละแบบ และพร้อมออกแบบโภชนาการให้เหมาะสม
ในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่ข้อมูลบนโลกออนไลน์ท่วมท้นและขัดแย้งกัน การผสมผสานระหว่าง “ความรักของคนเลี้ยง” กับ “ความรู้ด้านโภชนาการที่ถูกต้อง” คือหัวใจของการดูแลหมาแมวให้มีสุขภาพดีและมีความสุข ซึ่งคือแกนกลางของกลยุทธ์ที่ทำให้ Whiskas และแบรนด์ในเครือ Mars ยังคงยืนอยู่ในใจเจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทยได้อย่างมั่นคง


ความคิดเห็น