ZestBuy

โภชนาการแมวครบ ด้วย Whiskas ทุกช่วงวัย

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI07-14

โภชนาการแมว และบทบาทของ Whiskas

การเลือก อาหารแมวที่ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับคนเลี้ยงแมวอีกต่อไป จากข้อมูลหลากหลายบทความจะเห็นตรงกันว่า อาหารคนมีโซเดียมสูง โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตไม่เหมาะกับระบบย่อยของแมว และเพิ่มความเสี่ยงโรคไต อ้วน เบาหวาน ดังนั้นการใช้ อาหารแมวสำเร็จรูปที่ “ครบถ้วนและสมดุล” จึงเป็นหัวใจหลักของการดูแลสุขภาพแมว

ในบรรดาอาหารแมวหลายเกรด ตั้งแต่ economy, premium, holistic ไปจนถึง grain-free แบรนด์ Whiskas ถูกพูดถึงบ่อยในฐานะอาหารแมวที่

  • หาซื้อง่าย ราคาเข้าถึงได้

  • มีสูตรครอบคลุมหลายช่วงวัย

  • ผ่านมาตรฐาน AAFCO ในหลายสูตร

ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีรีวิวเชิงวิพากษ์ที่ให้คะแนนภาพรวมของ Whiskas ประมาณ C+ (39/60, 6.5/10) โดยชี้ให้เห็นทั้งจุดแข็งเรื่องโภชนาการหลัก และจุดอ่อนด้านคุณภาพวัตถุดิบกับสารเติมแต่งบางชนิด บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูลเพื่อช่วยให้คนเลี้ยงแมวเข้าใจ โภชนาการที่เหมาะสมของแมว บทบาทของ Whiskas ในการดูแลแมวทุกวัย พร้อมวิธีเลือกและเปลี่ยนอาหารให้ปลอดภัย

โภชนาการที่เหมาะสมสำหรับแมว

จากมุมมองสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสัตว์ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ โภชนาการแมว มีแก่นสำคัญคือ

  • แมวเป็น สัตว์กินเนื้อ (obligate carnivore) ต้องการโปรตีนสูงจากเนื้อสัตว์

  • ระบบย่อยของแมวไม่เหมาะกับคาร์โบไฮเดรตและธัญพืชปริมาณมาก

  • โซเดียมและสารปรุงแต่งบางชนิด ถ้าสูงเกินไปเพิ่มความเสี่ยงต่อไตและทางเดินปัสสาวะ

สารอาหารหลักที่แมวต้องการได้แก่

  • โปรตีน: เป็นฐานของการสร้างกล้ามเนื้อ ภูมิคุ้มกัน ขน และการซ่อมแซมร่างกาย ลูกแมวมักต้องการโปรตีนราว 30–40% ของอาหารแห้ง แมวโต 30–35% และแมวสูงวัยประมาณ 26–31% โดยต้องย่อยง่าย

  • ไขมัน: แหล่งพลังงานหลัก มีกรดไขมันจำเป็นอย่างโอเมก้า 3, 6 ใช้บำรุงผิว ขน สมอง หัวใจ

  • วิตามินและแร่ธาตุ: เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินดีสำหรับกระดูก, วิตามินอีและสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อภูมิคุ้มกัน, ทอรีนสำหรับหัวใจและการมองเห็น

ต่างจากอาหารคนที่

  • มีโซเดียมสูงเกินความต้องการของแมว

  • มีสัดส่วนคาร์บสูงจากข้าว แป้ง เสี่ยงอ้วนและเบาหวาน

  • ใช้เครื่องปรุงและวัตถุดิบที่ไม่ออกแบบตามความต้องการของแมว

สัตวแพทย์จึงเน้นว่า อาหารสำเร็จรูปที่ผ่านมาตรฐาน (เช่น AAFCO) และออกแบบตามช่วงวัยแมว สำคัญกว่าการเอาอาหารคนมาป้อนเพราะ “ดูไม่เค็ม” ในสายตามนุษย์

จุดเด่นของ Whiskas: ส่วนผสมและสูตรอาหาร

จากรีวิว Whiskas ทั้งในไทยและต่างประเทศ ภาพรวมจุดเด่นของแบรนด์มีทั้งด้านโภชนาการและด้านประสบการณ์ผู้เลี้ยง

1. โภชนาการหลักยัง “ตามชนิดสัตว์” ได้ดี

รีวิวต่างประเทศที่วิเคราะห์สูตรเปียกของ Whiskas พบว่า

  • สูตรเปียกหลายสูตรมี โปรตีนสูง ไขมันปานกลาง คาร์โบไฮเดรตต่ำ

  • ใช้เนื้อสัตว์เป็นวัตถุดิบหลัก เช่น ไก่, เนื้อสัตว์ปีก, ปลาทะเล

  • การกระจายสารอาหาร (macronutrient distribution) จัดอยู่ในโซนที่เหมาะสำหรับสัตว์กินเนื้อ

ข้อดีที่ถูกย้ำคือ “คาร์บต่ำ–โปรตีนสูง” จึงดีกว่าสูตรราคาประหยัดที่ใช้แป้งและธัญพืชนำหน้า

2. ราคาเข้าถึงง่าย และหาซื้อง่าย

ทั้งบทความรีวิวในไทยและต่างประเทศสอดคล้องกันว่า

  • Whiskas เป็นหนึ่งในอาหารแมวที่ ราคาถูกมาก

  • อาหารเปียกมีราคาต่อวันต่ำสำหรับแมว 10 ปอนด์

  • มีวางขายทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสัตว์เลี้ยง และออนไลน์

จุดนี้ทำให้ Whiskas เหมาะสำหรับคนเลี้ยงที่มีงบจำกัด แต่อยากให้แมวได้อาหารเม็ดหรือเปียกที่มีสารอาหารครบตามมาตรฐานขั้นพื้นฐาน

3. สูตรและเทคโนโลยีการผลิตที่พัฒนาต่อเนื่อง

ในตลาดไทย Whiskas ถูกพูดถึงว่า

  • มีสูตรสำหรับลูกแมว แมวโต แมวเลี้ยงในบ้าน และสูตรบำรุงผิวหนัง–เส้นขน

  • สูตรเม็ดบางชนิดถูกออกแบบเม็ดทรงสามเหลี่ยม ขนาดพอดีคำ เพื่อช่วยขัดฟันและทำให้กินง่าย

ส่วนบนเวทีโลก Whiskas มีการลงทุนด้านนวัตกรรม เช่น

  • แคมเปญ “Lucky Cat” และการติดตั้งแมวนำโชคสีม่วงสูง 10 เมตรใจกลางสยาม เพื่อเน้นเรื่อง “โภชนาการครบถ้วนและสมดุล 100%”

  • โครงการ APAC Pet Center ในชลบุรี สำหรับวิจัยด้านโภชนาการอาหารสัตว์ โดยดูแลแมวจำนวนหนึ่งในศูนย์ทดลอง

ทั้งหมดสะท้อนว่า Whiskas ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นอาหารแมวราคาประหยัด แต่พยายามยกระดับเรื่องโภชนาการและภาพลักษณ์ “แมวที่โชคดีคือแมวที่ได้กินอาหารครบถ้วนและสมดุล”

4. จุดที่ควรระวังเรื่องส่วนผสม

รีวิวเชิงวิพากษ์จาก Cats.com ชี้ว่าแม้ Whiskas จะให้โปรตีนสูง แต่มีข้อสังเกตเรื่องส่วนผสมหลายประเด็น เช่น

  • การใช้ by-products (ผลพลอยได้จากสัตว์) ที่ระบุไม่ชัดเจนว่าคือส่วนไหนของสัตว์

  • การใช้ wheat gluten, corn starch แทนเนื้อสัตว์บางส่วน

  • การใช้สารกันเสียและสีบางชนิด เช่น BHA/BHT, caramel color, added colors ในบางสูตร

ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า Whiskas เป็นอาหารอันตราย แต่บอกว่า คุณภาพวัตถุดิบอยู่ในระดับ economy–budget ผู้เลี้ยงจึงควรอ่านฉลากและเลือกสูตรที่

  • หลีกเลี่ยง BHA/BHT และสีคาราเมลเมื่อทำได้

  • ให้ความสำคัญกับสูตรที่ใช้ชื่อเนื้อสัตว์ชัดเจนมากกว่า “meat by-products”

การเลือกสูตร Whiskas ให้เหมาะกับช่วงวัยและสภาพแมว

แมวแต่ละช่วงวัยและสภาพร่างกายต้องการสารอาหารไม่เท่ากัน สิ่งที่บทความและผู้เชี่ยวชาญย้ำคือ “เลือกสูตรให้ตรงวัย–ตรงสภาพ” มากกว่าคิดแค่ยี่ห้อ

1. ลูกแมว (ประมาณ 3 สัปดาห์–1 ปี)

หลักการจากผู้เชี่ยวชาญโภชนาการลูกแมวคือ

  • ต้องการ โปรตีนสูง (30–40%) และไขมันไม่น้อยกว่า ~18%

  • ต้องการพลังงานต่อวันสูงเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต

  • เม็ดต้อง ขนาดเล็ก เคี้ยวง่าย และย่อยง่าย

สำหรับลูกแมวที่เริ่มหย่านม (1–4 เดือน)

  • อาจใช้ อาหารเปียก หรือเม็ดที่พรมน้ำให้เม็ดนิ่มขึ้น

  • ควรให้อาหารวันละ 3–5 มื้อ ปริมาณเล็ก ๆ ตามน้ำหนักตัว

ในกลุ่มอาหารลูกแมวที่ได้รับการวิเคราะห์ จะให้ความสำคัญกับโปรตีนจากเนื้อสัตว์, DHA, ทอรีน, แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินดี ซึ่งแนวคิดนี้สามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกรุ่นลูกแมวของ Whiskas ได้เช่นกัน โดยดูจากฉลากเรื่อง

  • ปริมาณโปรตีนขั้นต่ำ

  • การเสริมทอรีนและวิตามิน–แร่ธาตุ

2. แมวโต (ประมาณ 1–6 ปี)

สำหรับแมวโตที่สุขภาพดี

  • ต้องการโปรตีนสูงเพียงพอ (ประมาณ 30–35%) เพื่อรักษากล้ามเนื้อ

  • ไขมันไม่น้อยกว่า ~18% เพื่อพลังงานต่อวัน

  • ต้องการโอเมก้า 3, 6 สำหรับผิวหนัง–ขน รวมถึงทอรีนสำหรับหัวใจและการมองเห็น

Whiskas มีหลายสูตรแมวโต เช่น

  • สูตรเม็ด บำรุงผิวหนังและเส้นขน ที่เสริมโอเมก้า 6, สังกะสี, ไบโอติน

  • สูตรสำหรับแมวเลี้ยงในบ้าน ที่คำนึงถึงกิจกรรมที่ต่ำลงและมีใยอาหารช่วยเรื่องก้อนขน

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดูฉลากว่า

  • โปรตีนเป็นวัตถุดิบลำดับแรก (เนื้อสัตว์หรือสัตว์ปีกป่น)

  • มีสารอาหารรองครบถ้วน เช่น วิตามินอี, พรีไบโอติก, ทอรีน

3. แมวสูงวัย (7 ปีขึ้นไป)

เมื่อแมวเข้าสู่วัยสูงอายุ

  • ระบบเผาผลาญลดลง กิจกรรมลดลง เสี่ยงอ้วนง่าย

  • ระบบย่อยและไตทำงานหนักขึ้น

แนวทางโภชนาการที่ถูกแนะนำคือ

  • ปรับโปรตีนให้อยู่ราว 26–31% แต่ยังคงเป็นโปรตีนคุณภาพ ย่อยง่าย

  • ลดไขมันและพลังงานภาพรวมลง เพื่อคุมน้ำหนัก

  • เสริมสารอย่าง กลูโคซามีน, L-carnitine, สารต้านอนุมูลอิสระ, ไฟเบอร์

สำหรับการใช้ Whiskas กับแมวสูงวัย ผู้เลี้ยงควร

  • เลือกสูตรที่ระบุชัดว่า สำหรับแมวสูงอายุ หรือ Senior

  • ปรึกษาสัตวแพทย์ หากแมวมีโรคไตหรือทางเดินปัสสาวะ เพื่อพิจารณาอาหารประกอบการรักษา (สูตรเฉพาะจากแบรนด์อื่นอาจเหมาะกว่า)

4. แมวทำหมัน และแมวเลี้ยงในบ้าน

ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชี้ด้านโภชนาการแมวทำหมันและแมวในบ้านชี้ตรงกันว่า

  • หลังทำหมัน แมวมีแนวโน้ม อ้วนง่าย–ระบบเผาผลาญเปลี่ยน

  • แมวเลี้ยงในบ้านกิจกรรมต่ำ เสี่ยงอ้วนเช่นกัน

อาหารที่เหมาะควร

  • มีพลังงานต่ำลง แต่เพิ่มไฟเบอร์ช่วยให้อิ่มนาน

  • มีไขมันต่ำ และโปรตีนพอเหมาะ

  • ช่วยดูแลระบบลำไส้และลดความเครียด

Whiskas มีสูตรสำหรับแมวเลี้ยงในบ้านและลูกแมวในบ้านในบางตลาด ผู้เลี้ยงในไทยสามารถใช้หลักคิดเดียวกับการเลือกสูตรของยี่ห้ออื่นมาประเมิน Whiskas ได้ เช่น

  • ดูฉลากเรื่องพลังงานรวมต่อ 100 กรัม

  • ดูว่ามีไฟเบอร์เสริมและสารบำรุงขน–ระบบย่อยหรือไม่

ประโยชน์ต่อสุขภาพจากการกิน Whiskas อย่างสม่ำเสมอ

เมื่อใช้ Whiskas หรืออาหารแมวสำเร็จรูปที่ออกแบบดี อย่างต่อเนื่องและเหมาะกับวัย จะส่งผลต่อสุขภาพแมวในหลายด้าน ดังที่บทความและผู้เชี่ยวชาญสะท้อน

1. ระบบทางเดินอาหารและการขับถ่าย

  • ใยอาหารจากธัญพืชและส่วนประกอบอย่างไซเลียมในบางสูตร ช่วยให้ อุจจาระเป็นก้อน ปรับสมดุลลำไส้

  • พรีไบโอติกเช่น FOS หรือ MOS ในบางแบรนด์ (แนวคิดเดียวกันใช้กับสูตร Whiskas ที่เสริมใยอาหาร) ช่วยสนับสนุนจุลินทรีย์ดีในลำไส้

  • สูตรที่มีไฟเบอร์ช่วย สลายก้อนขน (hairball) ลดโอกาสอุดตันในทางเดินอาหาร

2. ผิวหนังและเส้นขน

หลายสูตร Whiskas เน้นโอเมก้า 6 สังกะสี และไบโอติน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดโภชนาการแมวจากแบรนด์อื่นว่า

  • โอเมก้า 3, 6 ช่วยให้ขน ฟู นุ่ม เงางาม ลดขนหลุดร่วง

  • วิตามินอีและสารต้านอนุมูลอิสระช่วยบำรุงผิว ลดการอักเสบ

ลูกค้าบางส่วนรีวิวว่าแมวกินแล้ว

  • ขนนุ่มขึ้น

  • ปัญหาขนพันในท้องลดลงเมื่อใช้สูตรที่ช่วยจัดการก้อนขนควบคู่ไปด้วย

3. ภูมิคุ้มกันและสุขภาพโดยรวม

อาหารแมวที่ผ่านมาตรฐาน AAFCO รวมถึงสูตร Whiskas ที่ออกแบบตามมาตรฐานนี้ มักเสริม

  • วิตามิน A, D, E

  • ซีลีเนียมและสารต้านอนุมูลอิสระ

ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชี้ชัดว่า

  • วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระช่วย เสริมภูมิคุ้มกัน ลดโอกาสเจ็บป่วย

  • ทอรีนช่วยหัวใจแข็งแรงและระบบประสาททำงานได้ดี

เมื่อแมวได้รับสารอาหารครบถ้วนเป็นประจำ จะช่วยชะลอความเสื่อมของไตและอวัยวะอื่น ๆ ร่วมกับการดื่มน้ำเพียงพอและการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ

4. สุขภาพช่องปาก

  • อาหารเม็ดกรุบกรอบของ Whiskas และแบรนด์อื่น ๆ ช่วย ขัดฟัน ลดคราบหินปูน ตามหลักทั่วไปของอาหารเม็ด

  • รูปทรงเม็ด (เช่น สามเหลี่ยม ขนาดพอดีคำ) ช่วยกระตุ้นให้แมวเคี้ยวมากขึ้น แทนการกลืนทั้งเม็ด

อย่างไรก็ดี อาหารเม็ดไม่แทนที่การดูแลช่องปากทั้งหมด ผู้เลี้ยงยังควรสังเกตกลิ่นปากและฝึกแปรงฟันเมื่อทำได้

วิธีเปลี่ยนอาหารแมวมาเป็น Whiskas อย่างปลอดภัย

สัตวแพทย์เตือนชัดว่า การเปลี่ยนอาหารแบบกะทันหัน เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้แมว

  • ท้องเสีย ถ่ายเหลว หรือถ่ายเป็นเลือด

  • อาเจียน และเสียสมดุลลำไส้

หากต้องการเปลี่ยนมาใช้ Whiskas หรือเปลี่ยนสูตร Whiskas เอง ควรใช้วิธี “ค่อย ๆ ปรับ” ตามหลักต่อไปนี้

ขั้นตอนการเปลี่ยนอาหาร

  1. วัน 1–3: ผสม Whiskas ใหม่ 25% กับอาหารเดิม 75%

  2. วัน 4–6: เพิ่ม Whiskas เป็น 50% ผสมกับอาหารเดิม 50%

  3. วัน 7–10: เพิ่ม Whiskas เป็น 75% ลดอาหารเดิมเหลือ 25%

  4. เมื่อแมวปรับตัวดีและไม่มีอาการผิดปกติแล้ว จึงค่อยให้ Whiskas 100%

ระหว่างเปลี่ยนอาหารควร

  • สังเกตอุจจาระว่า เหลว มีเลือด มีมูก หรือมีกลิ่นผิดปกติ หรือไม่

  • ดูพฤติกรรมการกินและน้ำหนักตัว หากน้ำหนักลดต่อเนื่องแม้กินอาหารปกติควรพาไปพบสัตวแพทย์

อาการที่ต้องหยุดเปลี่ยนและพบสัตวแพทย์

หากแมวมีอาการต่อไปนี้หลังเริ่มเปลี่ยนมาเป็น Whiskas หรืออาหารใหม่ใด ๆ

  • ท้องเสียถี่ ๆ หรือถ่ายเป็นเลือด

  • อาเจียนซ้ำ ๆ

  • ปวดเบ่ง ปัสสาวะหรืออุจจาระลำบาก

  • น้ำหนักลดเร็ว ผอมลงร่วมกับกินอาหารปกติ

ควรหยุดการเปลี่ยนสูตรทันทีและพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุจริง เพราะอาจมีโรคพื้นฐาน เช่น ลำไส้อักเสบ โรคไต หรือโรคทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย

เคล็ดลับเสริม: ตารางให้อาหาร ปริมาณ น้ำดื่ม และการผสมอาหารเม็ด–เปียก

ข้อมูลจากสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชี้ในบทความต่าง ๆ ให้แนวทางร่วมกันว่า วิธีให้อาหารและน้ำ มีผลต่อสุขภาพแมวพอ ๆ กับยี่ห้ออาหาร

1. การจัดตารางและปริมาณอาหาร

  • แมวเป็นสัตว์ที่ เล็มกิน มากกว่ากินทีเดียวมื้อใหญ่

  • สามารถเทอาหารเม็ดตามปริมาณที่เหมาะสมต่อวันให้แมวเล็มได้ แต่ควรดูคำแนะนำบนถุงเป็นหลัก

  • หากแมวชอบกินเป็นมื้อ ควรแบ่งเป็น มื้อย่อย 2–3 มื้อ ตามปริมาณต่อวันที่ฉลากระบุ

สัตวแพทย์ย้ำว่า

  • แม้อาหารเม็ดดู “น้อย” แต่สารอาหารถูกอัดแน่น ในการให้อาหารเกินฉลากบ่อย ๆ น้ำหนักแมวจะดีดขึ้นอย่างรวดเร็ว

  • หากต้องการลดน้ำหนักแมว ควรใช้ สูตรควบคุมน้ำหนัก และเจ้าของต้อง “ใจแข็ง” ไม่ให้เกินจากที่ฉลากแนะนำ

2. น้ำดื่มสะอาด

แมวโดยธรรมชาติ กินน้ำน้อย การดื่มน้ำไม่พอเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไตและนิ่ว

แนวทางช่วยเพิ่มการดื่มน้ำ

  • วางน้ำสะอาดหลายจุดในบ้าน

  • ใช้ ที่ให้น้ำแบบมีการไหลเวียน (น้ำเคลื่อนไหวดึงดูดแมวบางตัว)

  • ผสมน้ำในอาหารเม็ดเล็กน้อย หรือสลับให้ อาหารเปียก ในบางมื้อเพื่อเพิ่มน้ำจากอาหาร

3. การผสมอาหารเม็ดกับอาหารเปียก

ผู้เชี่ยวชี้อธิบายว่า

  • อาหารเม็ด มีโภชนาการหลักครบถ้วน เก็บง่าย ช่วยขัดฟัน แต่โซเดียมโดยภาพรวมสูงกว่าอาหารเปียกเล็กน้อย

  • อาหารเปียก มีน้ำสูงกว่า 70% ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและน่ากินกว่า แต่ต้องเก็บเย็นและเปิดแล้วเก็บไม่นาน

การผสมสองชนิดช่วยให้

  • เพิ่มความน่ากินสำหรับแมวที่เบื่ออาหาร

  • เพิ่มน้ำจากอาหารเปียกในมื้อเย็นหรือมื้อลูกแมว

ข้อควรระวังคือ

  • อาหารเปียกที่ผสมกับเม็ด ไม่ควรตั้งทิ้งนาน เพราะมีโอกาสปนเปื้อนแบคทีเรียและบูด

  • ควรให้เป็นมื้อ กินไม่หมดให้เททิ้ง

สรุป: ใช้ Whiskas ดูแลโภชนาการแมวอย่างมีสติและระยะยาว

ข้อมูลจากหลายแหล่งบอกตรงกันว่า

  • Whiskas เป็นอาหารแมว เกรด economy–budget ที่

    • ให้โปรตีนค่อนข้างสูง

    • มีคาร์บต่ำในหลายสูตรเปียก

    • ราคาเข้าถึงง่ายและวางขายแพร่หลาย

  • แต่มีข้อจำกัดด้าน คุณภาพวัตถุดิบ (เช่น by-products, wheat gluten) และ สารเติมแต่ง (เช่น BHA/BHT, สีคาราเมล) ในบางสูตร ทำให้ได้คะแนนภาพรวมระดับ C+

การใช้ Whiskas อย่างคุ้มค่าจึงควรยึดหลัก

  1. อ่านฉลากทุกครั้ง

    • ให้โปรตีนจากเนื้อสัตว์นำหน้า

    • หลีกเลี่ยงสูตรที่มี BHA/BHT และสีคาราเมลเมื่อเป็นไปได้

  2. เลือกสูตรให้ตรงช่วงวัยและสภาพแมว

    • ลูกแมว, แมวโต, แมวสูงวัย, แมวเลี้ยงในบ้าน หรือแมวทำหมัน

  3. เปลี่ยนอาหารอย่างค่อยเป็นค่อยไป

    • ผสมสูตรใหม่กับสูตรเดิมทีละขั้น พร้อมสังเกตอาการท้องเสีย อาเจียน และน้ำหนักตัว

  4. ดูองค์รวมของการดูแลสุขภาพ

    • จัดตารางและปริมาณอาหารตามฉลาก

    • ให้น้ำสะอาดเพียงพอ

    • พาแมวตรวจสุขภาพสม่ำเสมอเพื่อคัดกรองโรคไต ทางเดินปัสสาวะ ระบบหายใจ และผิวหนัง

เมื่อผู้เลี้ยงใช้ Whiskas ด้วยความเข้าใจเรื่องโภชนาการและข้อจำกัดของแบรนด์ รวมถึงปรึกษาสัตวแพทย์เมื่อจำเป็น แมวก็สามารถเป็น “แมวนำโชค” ในความหมายที่แท้จริง คือ โชคดีเพราะได้โภชนาการที่ครบถ้วน สมดุล และเหมาะกับตัวเองในทุกช่วงวัย

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น