ทำไมการเลือกมือถือถึงสำคัญสำหรับสายเทรดหุ้น
ในยุคที่ตลาดการเงินเหวี่ยงแรงเป็นเรื่องปกติ ความเร็วในการตัดสินใจและการเชื่อมต่อแบบไม่สะดุดคือหัวใจของการเทรดหุ้นบนมือถือ
สมาร์ทโฟนที่ดีไม่ใช่แค่ลื่น เล่นโซเชียลได้ไว แต่ต้องรองรับการดูกราฟแบบเรียลไทม์ เปิดหลายแอปพร้อมกันได้ และยังต้องปลอดภัยกับข้อมูลการเงินของเราอีกด้วย
บทความนี้จะพาไปดูทั้ง
วิธีเลือกมือถือสำหรับเทรดหุ้นให้คุ้มและเหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ
รายชื่อมือถือเด่น ๆ ที่ตอบโจทย์สายเทรดในปี 2026
วิธีเตรียมเครื่องให้พร้อมก่อนลงสนามจริง
และมุมมองเพิ่มเติมจากมุมของผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรดบนมือถือ
ปัจจัยสำคัญ ก่อนตัดสินใจซื้อมือถือสำหรับเทรดหุ้น
เวลาจะเลือกสมาร์ทโฟนสักเครื่องสำหรับใช้เทรดหุ้น ลองเช็กปัจจัยเหล่านี้ให้ครบ จะช่วยลดโอกาสพลาดจังหวะสำคัญเพราะเครื่องหน่วงหรือเน็ตหลุด
1. อินเทอร์เฟซต้องเป็นมิตร ใช้งานง่าย
อินเทอร์เฟซ (UI) ที่ดีคืออาวุธลับของสายเทรดบนมือถือ
ควรเข้าถึงกราฟ ข้อมูลราคา และคำสั่งซื้อขายได้รวดเร็ว
ไม่ซับซ้อนเกินไปจนกดผิดช่วงจังหวะสำคัญ
เมนูและการจัดวางควรช่วยให้โฟกัสกับข้อมูลตลาดได้ชัดเจน
มือถือที่แสดงผลได้ลื่นและรองรับแอปเทรดที่ออกแบบมาดี จะช่วยลดความเครียดและลดโอกาสกดพลาดในช่วงตลาดผันผวน
2. ความปลอดภัยต้องมาก่อน
การเทรดหุ้นผ่านมือถือคือการจัดการข้อมูลการเงินโดยตรง ดังนั้นมือถือที่เลือกควรมี:
การเข้ารหัสข้อมูลระดับสูง
ระบบล็อกเครื่องแบบไบโอเมตริกส์ เช่น สแกนนิ้ว สแกนใบหน้า
ระบบป้องกันมัลแวร์และการแฮ็กในระดับที่ไว้ใจได้
ความปลอดภัยที่ดีไม่ใช่แค่ปกป้องพอร์ต แต่คือการปกป้องตัวคุณทั้งคนและข้อมูลส่วนตัว
3. ขนาดหน้าจอและคุณภาพการแสดงผล
สายเทคนิคอลที่ดูกราฟทั้งวันจะรู้เลยว่าจอสำคัญมาก
จอใหญ่ช่วยให้เห็นกราฟ อินดิเคเตอร์ และราคาได้ละเอียดขึ้น
ความละเอียดสูงช่วยลดโอกาสอ่านค่าผิดในช่วงวินาทีตัดสินใจ
จอสีสันคมชัดช่วยให้จับโทนของกราฟและแท่งเทียนได้แม่นกว่า
ถ้าคุณจริงจังกับการวิเคราะห์กราฟ จอระดับเรือธงคือการลงทุนที่คุ้มค่า
4. แบตเตอรี่อึด และเครื่องเชื่อถือได้
การเทรดระหว่างเดินทางหรืออยู่ข้างนอกคือเรื่องปกติของหลายคน
ควรมองหาเครื่องที่แบตอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องพกแบตสำรองตลอดเวลา
รองรับชาร์จไว เพื่อให้กลับเข้าสนามได้เร็วเมื่อแบตใกล้หมด
เครื่องต้องเสถียร ไม่ค้าง ไม่รีสตาร์ทเองในช่วงสำคัญ
การพลาดโอกาสซื้อหรือขายเพราะแบตหมดกลางทาง เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ด้วยการเลือกมือถือให้เหมาะตั้งแต่แรก
5. พลังประมวลผลและความเร็ว
สายเทรดที่เปิดหลายแอปพร้อมกัน ทั้งกราฟ ข่าว ฟีดโซเชียล และแอปเทรดจริงจัง ต้องการเครื่องที่แรงพอจริง ๆ
ชิปประมวลผลระดับเรือธงจะช่วยให้การสลับแอปทำได้แบบไม่หน่วง
RAM สูงช่วยให้เปิดหลายแอปพร้อมกันได้โดยไม่รีเฟรชตลอดเวลา
ยิ่งคุณเทรดหลายตลาด หลายสินทรัพย์ มือถือยิ่งต้องแรงตามไปด้วย
7 มือถือที่เหมาะกับการเทรดหุ้นในปี 2026
ด้านล่างนี้คือรุ่นที่โดดเด่นสำหรับการเทรดหุ้น ทั้งเรื่องจอ แรงเครื่อง แบต และความคุ้มค่า โดยแต่ละรุ่นมีจุดเด่นและจุดควรระวังต่างกันออกไป
1. Samsung Galaxy S23 Ultra
จุดเด่นหลัก
Galaxy S23 Ultra ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเครื่องอันดับต้น ๆ สำหรับสายเทรดที่ต้องการทั้งจอใหญ่และสเปกจัดเต็ม
หน้าจอ 6.8 นิ้ว ความละเอียด 1088 x 1440 พิกเซล เหมาะมากสำหรับคนที่ใช้กราฟซับซ้อน
RAM สูงสุด 12GB ทำให้สลับระหว่างแอปเทรด เครื่องมือวิเคราะห์ และข่าวได้ลื่น
พื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุดถึง 1TB รองรับไฟล์ข้อมูล ตลาด งานวิจัย และเอกสารต่าง ๆ ได้สบาย
รองรับ S Pen ช่วยให้จดโน้ต เขียนกำกับบนกราฟ หรือดึงข้อความจากภาพได้อย่างรวดเร็ว
เหมาะกับใคร
เทรดเดอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเทรดเรียลไทม์
คนที่ใช้กราฟหนัก ๆ และชอบทำงานหลายอย่างพร้อมกันบนหน้าจอเดียว
ผู้ใช้ที่อยากได้ฟังก์ชันจดบันทึกและขีดเขียนบนหน้าจอเพิ่มความละเอียดในการวิเคราะห์
อาจไม่เหมาะถ้า…
งบประมาณเป็นข้อจำกัดหลัก
ต้องการมือถือที่เพิ่มความจุด้วย microSD (เพราะรุ่นนี้เน้นความจุในตัวเครื่อง)
2. iPhone 15 Pro Max

จุดเด่นหลัก
iPhone 15 Pro Max เป็นตัวเลือกระดับท็อปสำหรับคนที่อยู่ใน ecosystem ของ Apple
ใช้ชิป Apple Bionic 17 ให้ความเร็วและความเสถียรสูงมาก
จอ OLED 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1290 x 2796 พิกเซล ภาพคมชัด เหมาะสำหรับการอ่านกราฟละเอียด
แบตเตอรี่รองรับการใช้งานหนักได้ยาวนาน (เช่น การเล่นวิดีโอยาว ๆ) ทำให้เอาไปเทรดทั้งวันได้สบาย
เหมาะกับใคร
ผู้เทรดที่ต้องการประสิทธิภาพระดับสูงสุด ทั้งด้านความเร็วและการทำงานหลายแอป
คนที่ชอบจอภาพคม สีสวย และรีเฟรชเรตสูง เพื่อดูกราฟได้ลื่นตา
อาจไม่เหมาะถ้า…
งบประมาณจำกัด เพราะราคาค่อนข้างสูง
มองว่า iPhone 15 Pro รุ่นปกติที่ราคาถูกกว่า ก็เพียงพอกับการใช้งานแล้ว
3. Huawei Mate 50 Pro

จุดเด่นหลัก
Huawei Mate 50 Pro เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการเครื่องแรง จอคม แต่ราคายังไม่สุดโต่งในระดับบนสุด
ใช้ชิป Snapdragon 8+ Gen 1 รองรับงานหนักได้ดี
จอ OLED 6.74 นิ้ว ความละเอียด 2772 x 1344 พิกเซล รายละเอียดชัดมาก เหมาะกับการดูกราฟละเอียด
RAM 8GB แม้ไม่สูงสุด แต่มี ROM ถึง 512GB สำหรับเก็บข้อมูลและแอปเทรดจำนวนมาก
แบตเตอรี่ใหญ่ เหมาะสำหรับการใช้งานยาว ๆ ในช่วงตลาดเปิด
เหมาะกับใคร
เทรดเดอร์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพจอและพื้นที่เก็บข้อมูลเยอะ
ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับระบบและ AppGallery ของ Huawei และไม่พึ่งพา Google Services เป็นหลัก
อาจไม่เหมาะถ้า…
การเข้าถึงบริการ Google เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการทำงานหรือการเทรด
ต้องการ RAM สูงมากเพื่อทำงานหลายอย่างพร้อมกันในระดับสุดขีด
ใช้แอปเทรดบางตัวที่มีเฉพาะใน Google Play Store
4. OnePlus 11 5G

จุดเด่นหลัก
OnePlus 11 5G เหมาะมากสำหรับสายเทรดที่ต้องการสมดุลระหว่างราคาและประสิทธิภาพ
หน้าจอ AMOLED 6.7 นิ้ว ความละเอียด 3216 x 1440 พิกเซล รีเฟรชเรต 120Hz ภาพลื่นและคม
ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 รุ่นใหม่ ประสิทธิภาพสูงแต่จัดการพลังงานได้ดี
แบตเตอรี่ 5,000 mAh ใช้งานได้ยาวนานในช่วงเวลาตลาดเปิดทั้งวัน
RAM สูงสุด 16GB ช่วยให้เปิดแอปเทรด กราฟ และข่าวพร้อมกันได้แบบไม่สะดุด
ROM 512GB พอสำหรับเก็บข้อมูล การวิจัย และแอปจำนวนมาก
เหมาะกับใคร
เทรดเดอร์ที่ต้องการเครื่องแรง จอสวย แต่ยังอยากคุมงบให้อยู่ในระดับสมเหตุสมผล
คนที่ต้องเฝ้าตลาดนาน ๆ และต้องการแบตเตอรี่อึดพร้อมชิปแรง
อาจไม่เหมาะถ้า…
ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลมากกว่า 512GB
ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์กล้องซูมขั้นสูงมากเป็นพิเศษ (โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นท็อป)
5. Google Pixel 8

จุดเด่นหลัก
Pixel 8 วางตัวเป็นรุ่นที่คุ้มค่ากว่า Pixel รุ่น Pro และเหมาะกับสายเทรดที่ชอบซอฟต์แวร์ลื่น สะอาด
ราคาถูกกว่ารุ่น Pro พอสมควร ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจด้านความคุ้มค่า
ดีไซน์โดดเด่น พร้อมเครื่องมือแต่งภาพและวิดีโอที่ใช้ AI ช่วย
การค้นหาที่ผสานกับ Google Assistant ทำให้หาข้อมูลที่เกี่ยวกับหุ้นและข่าวได้สะดวก
ได้อัปเดตระบบปฏิบัติการยาวถึง 7 ปี เหมาะกับคนที่ไม่อยากเปลี่ยนเครื่องบ่อย
เหมาะกับใคร
เทรดเดอร์ที่ต้องการซอฟต์แวร์ล้วน ๆ แบบสะอาด เรียบ ลื่น
คนที่ชอบถ่ายรูปด้วยมือถือ และต้องการ AI เข้ามาช่วยทั้งในงานภาพและงานข้อมูล
ผู้ใช้ที่มองว่าการรองรับอัปเดตระยะยาวคือเรื่องสำคัญ
อาจไม่เหมาะถ้า…
ต้องการแบตเตอรี่ที่อึดมากเป็นพิเศษสำหรับการเทรดทั้งวัน
ต้องการกล้องเทเลโฟโต้เพื่อซูมระยะไกล (รุ่นนี้ไม่มี)
ต้องใช้พื้นที่เก็บข้อมูลเกิน 256GB สำหรับไฟล์และข้อมูลปริมาณมาก
6. iPhone 15

จุดเด่นหลัก
iPhone 15 คือทางเลือกสำหรับคนอยากใช้ iOS แต่ไม่จำเป็นต้องไปถึงรุ่น Pro Max
RAM 6GB เพิ่มจากรุ่นก่อน ทำให้การทำงานหลายแอปลื่นขึ้น
พื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 512GB รองรับข้อมูลตลาดและแอปเทรดได้เพียงพอ
หน้าจอ 6.1 นิ้ว ถือถนัดมือ พกง่าย แต่ยังให้พื้นที่ดูกราฟได้ดี
กล้องปรับปรุงขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายในที่แสงน้อย เหมาะกับคนที่ชอบเก็บภาพข้อมูลหรือบันทึกหน้าจอ
เหมาะกับใคร
เทรดเดอร์ที่อยากใช้ iPhone ในงบที่ประหยัดกว่ารุ่น Pro
คนที่ต้องการสมดุลระหว่างความพกพาและการใช้งานด้านกราฟและแอปเทรด
อาจไม่เหมาะถ้า…
ต้องการชิปใหม่ล่าสุดระดับเดียวกับ A17 ในรุ่น Pro
ให้ความสำคัญกับวิดีโอความละเอียดสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ มากกว่าฟีเจอร์อื่น
7. Samsung Galaxy Note 10+

จุดเด่นหลัก
แม้จะไม่ใช่รุ่นใหม่ล่าสุด แต่ Note 10+ ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสายเทรดที่รักจอใหญ่และ S Pen
จอ AMOLED+ ขอบบางมาก ให้พื้นที่การมองเห็นกว้างแบบสไตล์โรงภาพยนตร์
เหมาะมากสำหรับการดูข้อมูลเทรดจำนวนมากในหน้าจอเดียว
แบตเตอรี่อัจฉริยะใช้งานได้ตลอดวัน และรองรับ Superfast Charge
ฟีเจอร์ Wireless PowerShare ช่วยแชร์แบตให้อุปกรณ์อื่นได้ เหมาะกับคนใช้หลายแกดเจ็ต
เหมาะกับใคร
เทรดเดอร์ที่ต้องการหน้าจอใหญ่สุด ๆ สำหรับดูกราฟหลายตัวพร้อมกัน
คนที่ชอบใช้ S Pen สำหรับจดโน้ตและทำงานบนจอโดยตรง
อาจไม่เหมาะถ้า…
ให้ความสำคัญกับความเร็วการประมวลผลรุ่นล่าสุดมาก ๆ
อยากได้ฟีเจอร์และสเปกระดับเรือธงรุ่นใหม่ของ Samsung
เตรียมมือถือให้พร้อมก่อนเริ่มเทรดหุ้น
มือถือดีอย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่ตั้งค่าความปลอดภัยและระบบให้พร้อม คุณอาจเปิดช่องให้ความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้ก่อนลุยเทรดจริง
1. ดาวน์โหลดและสมัครใช้งานแพลตฟอร์มเทรดที่เชื่อถือได้
เลือกแอปเทรดจากผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียง ดาวน์โหลดจาก Store อย่างเป็นทางการเท่านั้น
อ่านรีวิว ดูชื่อผู้พัฒนา และเช็กว่ามีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์สไตล์การเทรดของคุณ
สมัครใช้งานด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง และตั้งรหัสผ่านที่แข็งแรง ไม่ซ้ำกับบัญชีอื่น
2. เปิดใช้การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA)
หลังสมัครเสร็จควรเปิด 2FA ทันที
ระบบจะให้คุณยืนยันตัวตนรอบที่สอง เช่น ผ่านรหัสที่ส่งมาที่มือถือ หรือแอปยืนยันตัวตน
2FA ช่วยลดโอกาสที่คนอื่นจะเข้าถึงบัญชีเทรดของคุณ แม้จะรู้รหัสผ่านก็ตาม
3. ติดตั้งแอปและซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย
ลงแอปแอนติไวรัสหรือแอปความปลอดภัยที่เชื่อถือได้
อัปเดตทั้งระบบปฏิบัติการและแอปเทรดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้แพตช์ความปลอดภัยล่าสุด
หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะแอปที่เกี่ยวกับการเงิน
4. ใช้งานผ่านเครือข่ายที่ปลอดภัย
พยายามเทรดผ่านเครือข่ายส่วนตัวที่มีรหัสผ่านป้องกัน
หลีกเลี่ยงการส่งคำสั่งซื้อขายหรือเข้าสู่ระบบบัญชีเทรดผ่าน Wi-Fi สาธารณะ
ถ้าจำเป็นต้องใช้เครือข่ายสาธารณะจริง ๆ ให้พิจารณาใช้ VPN จากผู้ให้บริการที่ไว้ใจได้
5. ตั้งค่าการแจ้งเตือนสำคัญ
เปิดแจ้งเตือนราคา หุ้น หรือสภาวะตลาดที่คุณสนใจไว้ในแอปเทรด
ตั้ง Alert สำหรับจุดเข้าซื้อหรือจุดตัดขาดทุนที่สำคัญของคุณ
การตั้งค่าแจ้งเตือนที่ดีช่วยให้คุณไม่ต้องจ้องจอตลอดเวลา แต่ยังไม่พลาดจังหวะสำคัญ
6. เรียนรู้และระวังกลโกงฟิชชิ่ง
ระวังอีเมลหรือข้อความที่อ้างว่าเป็นจากแพลตฟอร์มเทรดของคุณ และขอข้อมูลล็อกอินหรือรหัสผ่าน
อย่ากดลิงก์จากแหล่งที่ไม่แน่ใจ ให้เข้าผ่านแอปหรือเว็บไซต์ทางการเท่านั้น
ตรวจสอบความถูกต้องของการสื่อสารทุกครั้ง โดยใช้ช่องทางที่เป็นทางการของแพลตฟอร์มเทรด
แอปเทรดหุ้นเด่น ๆ ที่ควรรู้จักในปี 2026
มือถือดีแล้ว แพลตฟอร์มเทรดก็ต้องดีตามไปด้วย นี่คือสองตัวอย่างแอปที่ได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุนระดับสากล
eToro – แอปเทรดหุ้นสายโซเชียลและมัลติสินทรัพย์
จุดเด่นของ eToro
เป็นแพลตฟอร์มลงทุนสินทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งหุ้น ดัชนี และอื่น ๆ
มีระบบ Copy Trading ให้คุณคัดลอกกลยุทธ์ของเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์
ผู้ใช้ที่เทรดเก่งสามารถเปิดให้คนอื่นคัดลอก และสร้างรายได้จากกลยุทธ์ของตัวเองได้
มีการกำกับดูแลโดยหน่วยงานทางการเงินในยุโรป เช่น CySEC และ FCA
สามารถเทรดดัชนีด้วยเลเวอเรจสูงสุดประมาณ 1:20 และตราสารบางประเภทด้วยเลเวอเรจประมาณ 1:5 (เงื่อนไขอาจต่างกันไปตามเขตกำกับ)
ข้อควรจำ: มูลค่าการลงทุนอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ และเงินทุนของคุณมีความเสี่ยงเสมอ
Revolut – แอปการเงินที่ผสานการเทรดเข้าไว้ในแอปเดียว
จุดเด่นของ Revolut
ให้เข้าถึงหุ้นต่างประเทศ หุ้นสหรัฐฯ สกุลเงินดิจิทัล และโลหะมีค่าในแอปเดียว
มีฟีเจอร์โซเชียลเทรดและแพลตฟอร์ม Copy Trading ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานแลกเปลี่ยนมุมมองกันแบบเรียลไทม์
มีเครื่องมือกราฟและอินดิเคเตอร์สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคในตัว
รองรับการซื้อขายหุ้นแบบเศษส่วน เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่อยากลองโดยไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่
บริษัทมีแนวโน้มพัฒนาบริการต่อเนื่องเพื่อรองรับผู้ใช้จากหลายประเทศ
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: มือถือแบบไหนที่สายเทรดควรให้ความสำคัญ
เมื่อมองจากมุมของคนที่ต้องใช้มือถือเทรดจริง ๆ ทุกวัน ประเด็นสำคัญจะไม่ได้มีแค่สเปกบนกระดาษ แต่รวมถึงความรู้สึกเวลาใช้งานจริงด้วย
สิ่งที่ควรโฟกัสเป็นพิเศษ มีดังนี้
ขนาดจอ 6–7 นิ้ว คือจุดสมดุลที่ดีระหว่างความพกพาและพื้นที่ดูกราฟ
ความละเอียดจอที่สูงช่วยให้เห็นกราฟ ราคา และข้อมูลตลาดได้ละเอียดขึ้น
พลังประมวลผลและ RAM ที่มากพอสำคัญมาก เพราะหุ้นเคลื่อนไหวเร็ว การสลับแอปต้องทำได้แบบไม่หน่วง
RAM สูงช่วยให้เปิดแพลตฟอร์มเทรด เครื่องมือวิเคราะห์ และข่าวพร้อมกันได้โดยไม่กินทรัพยากรจนเครื่องช้า
อายุการใช้งานแบตเตอรี่ต้องรองรับการใช้งานยาวตลอดทั้งวันเทรด รวมถึงช่วงเย็นที่อาจต้องทบทวนหรือวางแผนเพิ่ม
เหนือสิ่งอื่นใด อย่าให้ฟีเจอร์ล้ำ ๆ กลบความสำคัญของการใช้งานจริง
อินเทอร์เฟซที่ใช้ยากอาจทำให้คุณพลาดจังหวะสำคัญระหว่างเดินทาง
ควรทดลองใช้แพลตฟอร์มเทรดและแอปต่าง ๆ จนคุ้นมือ ก่อนจะลงเงินจริงในปริมาณมาก
เป้าหมายสำคัญคือ ความเรียบง่าย เสถียร และรวดเร็ว มากกว่าการมีฟีเจอร์เยอะจนใช้งานไม่ทัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โทรศัพท์รุ่นไหนเหมาะที่สุดสำหรับการเทรดหุ้น?
ไม่มีรุ่นที่ดีที่สุดแบบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับความชอบและงบประมาณ แต่ถ้ามองในภาพรวม รุ่นที่มีจอใหญ่ โปรเซสเซอร์แรง และพื้นที่เก็บข้อมูลเยอะ เช่น
iPhone 13 Pro Max
Samsung Galaxy S23 Ultra
Google Pixel 8
มักถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สายเทรดได้ดี
มือถือแบบไหนที่เหมาะกับนักธุรกิจที่ต้องเทรดไปด้วย ทำงานไปด้วย?
นักธุรกิจมักต้องการมือถือที่รวมทั้ง
ความปลอดภัยระดับสูง
ฟีเจอร์ด้านการทำงานที่ครบ
ดีไซน์และภาพลักษณ์ที่ดูเป็นมืออาชีพ
รุ่นอย่าง iPhone 15 Pro หรือ Samsung Galaxy Note ซีรีส์จึงได้รับความนิยมในกลุ่มนี้ เพราะรวมทั้งประสิทธิภาพและฟังก์ชันการทำงานที่รองรับงานธุรกิจและการเทรดไปพร้อมกัน
ใช้มือถือ Android เทรดหุ้นได้ไหม?
ได้แน่นอน ปัจจุบันแพลตฟอร์มเทรดส่วนใหญ่มีแอปสำหรับ Android โดยเฉพาะ และรองรับการเทรดบนสมาร์ทโฟนอย่างเต็มรูปแบบ
สิ่งที่ควรทำคือ:
ดาวน์โหลดแอปจากผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ผ่าน Store อย่างเป็นทางการ
ตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชีให้ดี เช่น ใช้ 2FA
ปฏิบัติตามแนวทางการเทรดบนมือถืออย่างปลอดภัย เช่น ไม่ใช้ Wi-Fi สาธารณะในการส่งคำสั่งซื้อขาย
ต้องเตรียมมือถืออย่างไรก่อนเริ่มเทรดหุ้นจริงจัง?
สรุปขั้นตอนหลัก ๆ คือ:
ดาวน์โหลดแอปแพลตฟอร์มเทรดที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับ
เปิดใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA)
ติดตั้งและอัปเดตแอปความปลอดภัยหรือแอนติไวรัส
ใช้เครือข่ายที่ปลอดภัยในการเทรด
ตรวจสอบสิทธิ์ของแอปและลิงก์ต่าง ๆ ก่อนกรอกข้อมูลส่วนตัว
ระวังกลลวงฟิชชิ่ง และอัปเดตแอปเทรดเป็นประจำ
เมื่อคุณเลือกมือถือได้เหมาะกับสไตล์เทรดของตัวเอง และตั้งค่าความปลอดภัยไว้ครบถ้วนแล้ว การเทรดหุ้นผ่านมือถือจะกลายเป็นเครื่องมือทรงพลังที่พกติดตัวไปได้ทุกที่ทุกเวลา

