รับแอปรับแอป

7 มือถือเทพสำหรับเทรดหุ้นปี 2026 เลือกยังไงให้ไม่พลาดจังหวะทำกำไร

สุเมธ พรหมทอง01-29

ทำไมการเลือกมือถือถึงสำคัญสำหรับสายเทรดหุ้น

ในยุคที่ตลาดการเงินเหวี่ยงแรงเป็นเรื่องปกติ ความเร็วในการตัดสินใจและการเชื่อมต่อแบบไม่สะดุดคือหัวใจของการเทรดหุ้นบนมือถือ

สมาร์ทโฟนที่ดีไม่ใช่แค่ลื่น เล่นโซเชียลได้ไว แต่ต้องรองรับการดูกราฟแบบเรียลไทม์ เปิดหลายแอปพร้อมกันได้ และยังต้องปลอดภัยกับข้อมูลการเงินของเราอีกด้วย

บทความนี้จะพาไปดูทั้ง

  • วิธีเลือกมือถือสำหรับเทรดหุ้นให้คุ้มและเหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ

  • รายชื่อมือถือเด่น ๆ ที่ตอบโจทย์สายเทรดในปี 2026

  • วิธีเตรียมเครื่องให้พร้อมก่อนลงสนามจริง

  • และมุมมองเพิ่มเติมจากมุมของผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรดบนมือถือ

ปัจจัยสำคัญ ก่อนตัดสินใจซื้อมือถือสำหรับเทรดหุ้น

เวลาจะเลือกสมาร์ทโฟนสักเครื่องสำหรับใช้เทรดหุ้น ลองเช็กปัจจัยเหล่านี้ให้ครบ จะช่วยลดโอกาสพลาดจังหวะสำคัญเพราะเครื่องหน่วงหรือเน็ตหลุด

1. อินเทอร์เฟซต้องเป็นมิตร ใช้งานง่าย

อินเทอร์เฟซ (UI) ที่ดีคืออาวุธลับของสายเทรดบนมือถือ

  • ควรเข้าถึงกราฟ ข้อมูลราคา และคำสั่งซื้อขายได้รวดเร็ว

  • ไม่ซับซ้อนเกินไปจนกดผิดช่วงจังหวะสำคัญ

  • เมนูและการจัดวางควรช่วยให้โฟกัสกับข้อมูลตลาดได้ชัดเจน

มือถือที่แสดงผลได้ลื่นและรองรับแอปเทรดที่ออกแบบมาดี จะช่วยลดความเครียดและลดโอกาสกดพลาดในช่วงตลาดผันผวน

2. ความปลอดภัยต้องมาก่อน

การเทรดหุ้นผ่านมือถือคือการจัดการข้อมูลการเงินโดยตรง ดังนั้นมือถือที่เลือกควรมี:

  • การเข้ารหัสข้อมูลระดับสูง

  • ระบบล็อกเครื่องแบบไบโอเมตริกส์ เช่น สแกนนิ้ว สแกนใบหน้า

  • ระบบป้องกันมัลแวร์และการแฮ็กในระดับที่ไว้ใจได้

ความปลอดภัยที่ดีไม่ใช่แค่ปกป้องพอร์ต แต่คือการปกป้องตัวคุณทั้งคนและข้อมูลส่วนตัว

3. ขนาดหน้าจอและคุณภาพการแสดงผล

สายเทคนิคอลที่ดูกราฟทั้งวันจะรู้เลยว่าจอสำคัญมาก

  • จอใหญ่ช่วยให้เห็นกราฟ อินดิเคเตอร์ และราคาได้ละเอียดขึ้น

  • ความละเอียดสูงช่วยลดโอกาสอ่านค่าผิดในช่วงวินาทีตัดสินใจ

  • จอสีสันคมชัดช่วยให้จับโทนของกราฟและแท่งเทียนได้แม่นกว่า

ถ้าคุณจริงจังกับการวิเคราะห์กราฟ จอระดับเรือธงคือการลงทุนที่คุ้มค่า

4. แบตเตอรี่อึด และเครื่องเชื่อถือได้

การเทรดระหว่างเดินทางหรืออยู่ข้างนอกคือเรื่องปกติของหลายคน

  • ควรมองหาเครื่องที่แบตอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องพกแบตสำรองตลอดเวลา

  • รองรับชาร์จไว เพื่อให้กลับเข้าสนามได้เร็วเมื่อแบตใกล้หมด

  • เครื่องต้องเสถียร ไม่ค้าง ไม่รีสตาร์ทเองในช่วงสำคัญ

การพลาดโอกาสซื้อหรือขายเพราะแบตหมดกลางทาง เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ด้วยการเลือกมือถือให้เหมาะตั้งแต่แรก

5. พลังประมวลผลและความเร็ว

สายเทรดที่เปิดหลายแอปพร้อมกัน ทั้งกราฟ ข่าว ฟีดโซเชียล และแอปเทรดจริงจัง ต้องการเครื่องที่แรงพอจริง ๆ

  • ชิปประมวลผลระดับเรือธงจะช่วยให้การสลับแอปทำได้แบบไม่หน่วง

  • RAM สูงช่วยให้เปิดหลายแอปพร้อมกันได้โดยไม่รีเฟรชตลอดเวลา

ยิ่งคุณเทรดหลายตลาด หลายสินทรัพย์ มือถือยิ่งต้องแรงตามไปด้วย

7 มือถือที่เหมาะกับการเทรดหุ้นในปี 2026

ด้านล่างนี้คือรุ่นที่โดดเด่นสำหรับการเทรดหุ้น ทั้งเรื่องจอ แรงเครื่อง แบต และความคุ้มค่า โดยแต่ละรุ่นมีจุดเด่นและจุดควรระวังต่างกันออกไป

1. Samsung Galaxy S23 Ultra

จุดเด่นหลัก

Galaxy S23 Ultra ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเครื่องอันดับต้น ๆ สำหรับสายเทรดที่ต้องการทั้งจอใหญ่และสเปกจัดเต็ม

  • หน้าจอ 6.8 นิ้ว ความละเอียด 1088 x 1440 พิกเซล เหมาะมากสำหรับคนที่ใช้กราฟซับซ้อน

  • RAM สูงสุด 12GB ทำให้สลับระหว่างแอปเทรด เครื่องมือวิเคราะห์ และข่าวได้ลื่น

  • พื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุดถึง 1TB รองรับไฟล์ข้อมูล ตลาด งานวิจัย และเอกสารต่าง ๆ ได้สบาย

  • รองรับ S Pen ช่วยให้จดโน้ต เขียนกำกับบนกราฟ หรือดึงข้อความจากภาพได้อย่างรวดเร็ว

เหมาะกับใคร

  • เทรดเดอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเทรดเรียลไทม์

  • คนที่ใช้กราฟหนัก ๆ และชอบทำงานหลายอย่างพร้อมกันบนหน้าจอเดียว

  • ผู้ใช้ที่อยากได้ฟังก์ชันจดบันทึกและขีดเขียนบนหน้าจอเพิ่มความละเอียดในการวิเคราะห์

อาจไม่เหมาะถ้า…

  • งบประมาณเป็นข้อจำกัดหลัก

  • ต้องการมือถือที่เพิ่มความจุด้วย microSD (เพราะรุ่นนี้เน้นความจุในตัวเครื่อง)

2. iPhone 15 Pro Max

จุดเด่นหลัก

iPhone 15 Pro Max เป็นตัวเลือกระดับท็อปสำหรับคนที่อยู่ใน ecosystem ของ Apple

  • ใช้ชิป Apple Bionic 17 ให้ความเร็วและความเสถียรสูงมาก

  • จอ OLED 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1290 x 2796 พิกเซล ภาพคมชัด เหมาะสำหรับการอ่านกราฟละเอียด

  • แบตเตอรี่รองรับการใช้งานหนักได้ยาวนาน (เช่น การเล่นวิดีโอยาว ๆ) ทำให้เอาไปเทรดทั้งวันได้สบาย

เหมาะกับใคร

  • ผู้เทรดที่ต้องการประสิทธิภาพระดับสูงสุด ทั้งด้านความเร็วและการทำงานหลายแอป

  • คนที่ชอบจอภาพคม สีสวย และรีเฟรชเรตสูง เพื่อดูกราฟได้ลื่นตา

อาจไม่เหมาะถ้า…

  • งบประมาณจำกัด เพราะราคาค่อนข้างสูง

  • มองว่า iPhone 15 Pro รุ่นปกติที่ราคาถูกกว่า ก็เพียงพอกับการใช้งานแล้ว

3. Huawei Mate 50 Pro

จุดเด่นหลัก

Huawei Mate 50 Pro เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการเครื่องแรง จอคม แต่ราคายังไม่สุดโต่งในระดับบนสุด

  • ใช้ชิป Snapdragon 8+ Gen 1 รองรับงานหนักได้ดี

  • จอ OLED 6.74 นิ้ว ความละเอียด 2772 x 1344 พิกเซล รายละเอียดชัดมาก เหมาะกับการดูกราฟละเอียด

  • RAM 8GB แม้ไม่สูงสุด แต่มี ROM ถึง 512GB สำหรับเก็บข้อมูลและแอปเทรดจำนวนมาก

  • แบตเตอรี่ใหญ่ เหมาะสำหรับการใช้งานยาว ๆ ในช่วงตลาดเปิด

เหมาะกับใคร

  • เทรดเดอร์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพจอและพื้นที่เก็บข้อมูลเยอะ

  • ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับระบบและ AppGallery ของ Huawei และไม่พึ่งพา Google Services เป็นหลัก

อาจไม่เหมาะถ้า…

  • การเข้าถึงบริการ Google เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการทำงานหรือการเทรด

  • ต้องการ RAM สูงมากเพื่อทำงานหลายอย่างพร้อมกันในระดับสุดขีด

  • ใช้แอปเทรดบางตัวที่มีเฉพาะใน Google Play Store

4. OnePlus 11 5G

จุดเด่นหลัก

OnePlus 11 5G เหมาะมากสำหรับสายเทรดที่ต้องการสมดุลระหว่างราคาและประสิทธิภาพ

  • หน้าจอ AMOLED 6.7 นิ้ว ความละเอียด 3216 x 1440 พิกเซล รีเฟรชเรต 120Hz ภาพลื่นและคม

  • ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 รุ่นใหม่ ประสิทธิภาพสูงแต่จัดการพลังงานได้ดี

  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh ใช้งานได้ยาวนานในช่วงเวลาตลาดเปิดทั้งวัน

  • RAM สูงสุด 16GB ช่วยให้เปิดแอปเทรด กราฟ และข่าวพร้อมกันได้แบบไม่สะดุด

  • ROM 512GB พอสำหรับเก็บข้อมูล การวิจัย และแอปจำนวนมาก

เหมาะกับใคร

  • เทรดเดอร์ที่ต้องการเครื่องแรง จอสวย แต่ยังอยากคุมงบให้อยู่ในระดับสมเหตุสมผล

  • คนที่ต้องเฝ้าตลาดนาน ๆ และต้องการแบตเตอรี่อึดพร้อมชิปแรง

อาจไม่เหมาะถ้า…

  • ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลมากกว่า 512GB

  • ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์กล้องซูมขั้นสูงมากเป็นพิเศษ (โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นท็อป)

5. Google Pixel 8

จุดเด่นหลัก

Pixel 8 วางตัวเป็นรุ่นที่คุ้มค่ากว่า Pixel รุ่น Pro และเหมาะกับสายเทรดที่ชอบซอฟต์แวร์ลื่น สะอาด

  • ราคาถูกกว่ารุ่น Pro พอสมควร ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจด้านความคุ้มค่า

  • ดีไซน์โดดเด่น พร้อมเครื่องมือแต่งภาพและวิดีโอที่ใช้ AI ช่วย

  • การค้นหาที่ผสานกับ Google Assistant ทำให้หาข้อมูลที่เกี่ยวกับหุ้นและข่าวได้สะดวก

  • ได้อัปเดตระบบปฏิบัติการยาวถึง 7 ปี เหมาะกับคนที่ไม่อยากเปลี่ยนเครื่องบ่อย

เหมาะกับใคร

  • เทรดเดอร์ที่ต้องการซอฟต์แวร์ล้วน ๆ แบบสะอาด เรียบ ลื่น

  • คนที่ชอบถ่ายรูปด้วยมือถือ และต้องการ AI เข้ามาช่วยทั้งในงานภาพและงานข้อมูล

  • ผู้ใช้ที่มองว่าการรองรับอัปเดตระยะยาวคือเรื่องสำคัญ

อาจไม่เหมาะถ้า…

  • ต้องการแบตเตอรี่ที่อึดมากเป็นพิเศษสำหรับการเทรดทั้งวัน

  • ต้องการกล้องเทเลโฟโต้เพื่อซูมระยะไกล (รุ่นนี้ไม่มี)

  • ต้องใช้พื้นที่เก็บข้อมูลเกิน 256GB สำหรับไฟล์และข้อมูลปริมาณมาก

6. iPhone 15

จุดเด่นหลัก

iPhone 15 คือทางเลือกสำหรับคนอยากใช้ iOS แต่ไม่จำเป็นต้องไปถึงรุ่น Pro Max

  • RAM 6GB เพิ่มจากรุ่นก่อน ทำให้การทำงานหลายแอปลื่นขึ้น

  • พื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 512GB รองรับข้อมูลตลาดและแอปเทรดได้เพียงพอ

  • หน้าจอ 6.1 นิ้ว ถือถนัดมือ พกง่าย แต่ยังให้พื้นที่ดูกราฟได้ดี

  • กล้องปรับปรุงขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายในที่แสงน้อย เหมาะกับคนที่ชอบเก็บภาพข้อมูลหรือบันทึกหน้าจอ

เหมาะกับใคร

  • เทรดเดอร์ที่อยากใช้ iPhone ในงบที่ประหยัดกว่ารุ่น Pro

  • คนที่ต้องการสมดุลระหว่างความพกพาและการใช้งานด้านกราฟและแอปเทรด

อาจไม่เหมาะถ้า…

  • ต้องการชิปใหม่ล่าสุดระดับเดียวกับ A17 ในรุ่น Pro

  • ให้ความสำคัญกับวิดีโอความละเอียดสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ มากกว่าฟีเจอร์อื่น

7. Samsung Galaxy Note 10+

จุดเด่นหลัก

แม้จะไม่ใช่รุ่นใหม่ล่าสุด แต่ Note 10+ ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสายเทรดที่รักจอใหญ่และ S Pen

  • จอ AMOLED+ ขอบบางมาก ให้พื้นที่การมองเห็นกว้างแบบสไตล์โรงภาพยนตร์

  • เหมาะมากสำหรับการดูข้อมูลเทรดจำนวนมากในหน้าจอเดียว

  • แบตเตอรี่อัจฉริยะใช้งานได้ตลอดวัน และรองรับ Superfast Charge

  • ฟีเจอร์ Wireless PowerShare ช่วยแชร์แบตให้อุปกรณ์อื่นได้ เหมาะกับคนใช้หลายแกดเจ็ต

เหมาะกับใคร

  • เทรดเดอร์ที่ต้องการหน้าจอใหญ่สุด ๆ สำหรับดูกราฟหลายตัวพร้อมกัน

  • คนที่ชอบใช้ S Pen สำหรับจดโน้ตและทำงานบนจอโดยตรง

อาจไม่เหมาะถ้า…

  • ให้ความสำคัญกับความเร็วการประมวลผลรุ่นล่าสุดมาก ๆ

  • อยากได้ฟีเจอร์และสเปกระดับเรือธงรุ่นใหม่ของ Samsung

เตรียมมือถือให้พร้อมก่อนเริ่มเทรดหุ้น

มือถือดีอย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่ตั้งค่าความปลอดภัยและระบบให้พร้อม คุณอาจเปิดช่องให้ความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้ก่อนลุยเทรดจริง

1. ดาวน์โหลดและสมัครใช้งานแพลตฟอร์มเทรดที่เชื่อถือได้

  • เลือกแอปเทรดจากผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียง ดาวน์โหลดจาก Store อย่างเป็นทางการเท่านั้น

  • อ่านรีวิว ดูชื่อผู้พัฒนา และเช็กว่ามีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์สไตล์การเทรดของคุณ

  • สมัครใช้งานด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง และตั้งรหัสผ่านที่แข็งแรง ไม่ซ้ำกับบัญชีอื่น

2. เปิดใช้การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA)

  • หลังสมัครเสร็จควรเปิด 2FA ทันที

  • ระบบจะให้คุณยืนยันตัวตนรอบที่สอง เช่น ผ่านรหัสที่ส่งมาที่มือถือ หรือแอปยืนยันตัวตน

  • 2FA ช่วยลดโอกาสที่คนอื่นจะเข้าถึงบัญชีเทรดของคุณ แม้จะรู้รหัสผ่านก็ตาม

3. ติดตั้งแอปและซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย

  • ลงแอปแอนติไวรัสหรือแอปความปลอดภัยที่เชื่อถือได้

  • อัปเดตทั้งระบบปฏิบัติการและแอปเทรดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้แพตช์ความปลอดภัยล่าสุด

  • หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะแอปที่เกี่ยวกับการเงิน

4. ใช้งานผ่านเครือข่ายที่ปลอดภัย

  • พยายามเทรดผ่านเครือข่ายส่วนตัวที่มีรหัสผ่านป้องกัน

  • หลีกเลี่ยงการส่งคำสั่งซื้อขายหรือเข้าสู่ระบบบัญชีเทรดผ่าน Wi-Fi สาธารณะ

  • ถ้าจำเป็นต้องใช้เครือข่ายสาธารณะจริง ๆ ให้พิจารณาใช้ VPN จากผู้ให้บริการที่ไว้ใจได้

5. ตั้งค่าการแจ้งเตือนสำคัญ

  • เปิดแจ้งเตือนราคา หุ้น หรือสภาวะตลาดที่คุณสนใจไว้ในแอปเทรด

  • ตั้ง Alert สำหรับจุดเข้าซื้อหรือจุดตัดขาดทุนที่สำคัญของคุณ

  • การตั้งค่าแจ้งเตือนที่ดีช่วยให้คุณไม่ต้องจ้องจอตลอดเวลา แต่ยังไม่พลาดจังหวะสำคัญ

6. เรียนรู้และระวังกลโกงฟิชชิ่ง

  • ระวังอีเมลหรือข้อความที่อ้างว่าเป็นจากแพลตฟอร์มเทรดของคุณ และขอข้อมูลล็อกอินหรือรหัสผ่าน

  • อย่ากดลิงก์จากแหล่งที่ไม่แน่ใจ ให้เข้าผ่านแอปหรือเว็บไซต์ทางการเท่านั้น

  • ตรวจสอบความถูกต้องของการสื่อสารทุกครั้ง โดยใช้ช่องทางที่เป็นทางการของแพลตฟอร์มเทรด

แอปเทรดหุ้นเด่น ๆ ที่ควรรู้จักในปี 2026

มือถือดีแล้ว แพลตฟอร์มเทรดก็ต้องดีตามไปด้วย นี่คือสองตัวอย่างแอปที่ได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุนระดับสากล

eToro – แอปเทรดหุ้นสายโซเชียลและมัลติสินทรัพย์

จุดเด่นของ eToro

  • เป็นแพลตฟอร์มลงทุนสินทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งหุ้น ดัชนี และอื่น ๆ

  • มีระบบ Copy Trading ให้คุณคัดลอกกลยุทธ์ของเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์

  • ผู้ใช้ที่เทรดเก่งสามารถเปิดให้คนอื่นคัดลอก และสร้างรายได้จากกลยุทธ์ของตัวเองได้

  • มีการกำกับดูแลโดยหน่วยงานทางการเงินในยุโรป เช่น CySEC และ FCA

  • สามารถเทรดดัชนีด้วยเลเวอเรจสูงสุดประมาณ 1:20 และตราสารบางประเภทด้วยเลเวอเรจประมาณ 1:5 (เงื่อนไขอาจต่างกันไปตามเขตกำกับ)

ข้อควรจำ: มูลค่าการลงทุนอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ และเงินทุนของคุณมีความเสี่ยงเสมอ

Revolut – แอปการเงินที่ผสานการเทรดเข้าไว้ในแอปเดียว

จุดเด่นของ Revolut

  • ให้เข้าถึงหุ้นต่างประเทศ หุ้นสหรัฐฯ สกุลเงินดิจิทัล และโลหะมีค่าในแอปเดียว

  • มีฟีเจอร์โซเชียลเทรดและแพลตฟอร์ม Copy Trading ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานแลกเปลี่ยนมุมมองกันแบบเรียลไทม์

  • มีเครื่องมือกราฟและอินดิเคเตอร์สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคในตัว

  • รองรับการซื้อขายหุ้นแบบเศษส่วน เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่อยากลองโดยไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่

  • บริษัทมีแนวโน้มพัฒนาบริการต่อเนื่องเพื่อรองรับผู้ใช้จากหลายประเทศ

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: มือถือแบบไหนที่สายเทรดควรให้ความสำคัญ

เมื่อมองจากมุมของคนที่ต้องใช้มือถือเทรดจริง ๆ ทุกวัน ประเด็นสำคัญจะไม่ได้มีแค่สเปกบนกระดาษ แต่รวมถึงความรู้สึกเวลาใช้งานจริงด้วย

สิ่งที่ควรโฟกัสเป็นพิเศษ มีดังนี้

  • ขนาดจอ 6–7 นิ้ว คือจุดสมดุลที่ดีระหว่างความพกพาและพื้นที่ดูกราฟ

  • ความละเอียดจอที่สูงช่วยให้เห็นกราฟ ราคา และข้อมูลตลาดได้ละเอียดขึ้น

  • พลังประมวลผลและ RAM ที่มากพอสำคัญมาก เพราะหุ้นเคลื่อนไหวเร็ว การสลับแอปต้องทำได้แบบไม่หน่วง

  • RAM สูงช่วยให้เปิดแพลตฟอร์มเทรด เครื่องมือวิเคราะห์ และข่าวพร้อมกันได้โดยไม่กินทรัพยากรจนเครื่องช้า

  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ต้องรองรับการใช้งานยาวตลอดทั้งวันเทรด รวมถึงช่วงเย็นที่อาจต้องทบทวนหรือวางแผนเพิ่ม

เหนือสิ่งอื่นใด อย่าให้ฟีเจอร์ล้ำ ๆ กลบความสำคัญของการใช้งานจริง

  • อินเทอร์เฟซที่ใช้ยากอาจทำให้คุณพลาดจังหวะสำคัญระหว่างเดินทาง

  • ควรทดลองใช้แพลตฟอร์มเทรดและแอปต่าง ๆ จนคุ้นมือ ก่อนจะลงเงินจริงในปริมาณมาก

เป้าหมายสำคัญคือ ความเรียบง่าย เสถียร และรวดเร็ว มากกว่าการมีฟีเจอร์เยอะจนใช้งานไม่ทัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โทรศัพท์รุ่นไหนเหมาะที่สุดสำหรับการเทรดหุ้น?

ไม่มีรุ่นที่ดีที่สุดแบบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับความชอบและงบประมาณ แต่ถ้ามองในภาพรวม รุ่นที่มีจอใหญ่ โปรเซสเซอร์แรง และพื้นที่เก็บข้อมูลเยอะ เช่น

  • iPhone 13 Pro Max

  • Samsung Galaxy S23 Ultra

  • Google Pixel 8

มักถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สายเทรดได้ดี

มือถือแบบไหนที่เหมาะกับนักธุรกิจที่ต้องเทรดไปด้วย ทำงานไปด้วย?

นักธุรกิจมักต้องการมือถือที่รวมทั้ง

  • ความปลอดภัยระดับสูง

  • ฟีเจอร์ด้านการทำงานที่ครบ

  • ดีไซน์และภาพลักษณ์ที่ดูเป็นมืออาชีพ

รุ่นอย่าง iPhone 15 Pro หรือ Samsung Galaxy Note ซีรีส์จึงได้รับความนิยมในกลุ่มนี้ เพราะรวมทั้งประสิทธิภาพและฟังก์ชันการทำงานที่รองรับงานธุรกิจและการเทรดไปพร้อมกัน

ใช้มือถือ Android เทรดหุ้นได้ไหม?

ได้แน่นอน ปัจจุบันแพลตฟอร์มเทรดส่วนใหญ่มีแอปสำหรับ Android โดยเฉพาะ และรองรับการเทรดบนสมาร์ทโฟนอย่างเต็มรูปแบบ

สิ่งที่ควรทำคือ:

  • ดาวน์โหลดแอปจากผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ผ่าน Store อย่างเป็นทางการ

  • ตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชีให้ดี เช่น ใช้ 2FA

  • ปฏิบัติตามแนวทางการเทรดบนมือถืออย่างปลอดภัย เช่น ไม่ใช้ Wi-Fi สาธารณะในการส่งคำสั่งซื้อขาย

ต้องเตรียมมือถืออย่างไรก่อนเริ่มเทรดหุ้นจริงจัง?

สรุปขั้นตอนหลัก ๆ คือ:

  • ดาวน์โหลดแอปแพลตฟอร์มเทรดที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับ

  • เปิดใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA)

  • ติดตั้งและอัปเดตแอปความปลอดภัยหรือแอนติไวรัส

  • ใช้เครือข่ายที่ปลอดภัยในการเทรด

  • ตรวจสอบสิทธิ์ของแอปและลิงก์ต่าง ๆ ก่อนกรอกข้อมูลส่วนตัว

  • ระวังกลลวงฟิชชิ่ง และอัปเดตแอปเทรดเป็นประจำ

เมื่อคุณเลือกมือถือได้เหมาะกับสไตล์เทรดของตัวเอง และตั้งค่าความปลอดภัยไว้ครบถ้วนแล้ว การเทรดหุ้นผ่านมือถือจะกลายเป็นเครื่องมือทรงพลังที่พกติดตัวไปได้ทุกที่ทุกเวลา