คู่มือเป๋าตัง 2026 ใช้ง่ายแม้ไม่เก่งเทคโนโลยี
1. เป๋าตัง 2026 คืออะไร และคนไม่เก่งเทคโนโลยีควรรู้อะไรบ้าง
แอป “เป๋าตัง” เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลใบใหม่บนมือถือ ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ครอบคลุมแทบทุกเรื่องการเงินในชีวิตประจำวัน โดยใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวก็เริ่มใช้งานได้
จากข้อมูลในแอป เป๋าตังสามารถใช้เพื่อ:
โอน เติม จ่าย กู้ ลงทุน ได้ในที่เดียว
ใช้ฟีเจอร์ เป๋าตังเปย์ สแกนจ่ายได้ทั่วไทย ได้ส่วนลด และสามารถเปิดบัตร Play แตะจ่ายได้
ผูกบัญชีธนาคารกับวอลเล็ต เพื่อให้การจ่ายเงินและโอนไม่สะดุด
โอนเงินเข้า–ออก จ่ายบิล เติมเงินมือถือได้ ไม่มีค่าธรรมเนียม
ยังมีส่วนของ G-Wallet สำหรับใช้สิทธิโครงการภาครัฐ เช่น คนละครึ่งพลัส และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ รวมถึงใช้จ่ายกับร้านค้าถุงเงิน โอนเข้าบัญชี เติมเงินมือถือ จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าปรับจราจร
ด้านสุขภาพมี กระเป๋าสุขภาพ ที่ช่วยให้:
ตรวจสอบสิทธิ์และเงื่อนไขการรักษาพยาบาลของตนเอง
เช็กและรับแจ้งเตือนนัดหมาย (กับสถานพยาบาลที่เข้าร่วม)
ยืนยันเข้ารับบริการผ่านแอปได้ (กับสถานพยาบาลที่เข้าร่วม)
ใช้สิทธิเบิกค่ารักษาตามสิทธิ เช่น สิทธิข้าราชการ สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ระบุว่า “เร็ว ๆ นี้”)
ตรวจสอบประวัติการทำรายการย้อนหลังและใบเสร็จ (กับสถานพยาบาลที่เข้าร่วม)
สำหรับการลงทุน เป๋าตังยังมี
วอลเล็ต สบม. ลงทุนพันธบัตรรัฐบาล หน่วยละ 1 บาท (ขั้นต่ำ 100 บาท) ซื้อ–ขายได้ 24 ชั่วโมง และรองรับการจำนำพันธบัตรหรือขอหนังสือค้ำประกัน (LG)
วอลเล็ตหุ้นกู้ ซื้อขายหุ้นกู้เอกชนได้ทุกที่ทุกเวลา เติมเงินจากแอปธนาคารได้ และตัดบัญชีกรุงไทยอัตโนมัติเมื่อผูกบัญชี พร้อมแสดงข้อมูลดอกเบี้ยและภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ด้านบัญชีธนาคาร เป๋าตังรองรับ:
การเปิดบัญชีออนไลน์ “เป๋ามีตัง” และผูกบัญชีกรุงไทยได้สูงสุด 3 บัญชี
โอนเงินทุกธนาคาร รวมถึงพร้อมเพย์
เติมเงินมือถือทุกค่าย เติมค่าทางด่วน Easy Pass, M-Pass
จ่ายบิลค่าน้ำ ค่าไฟ โทรศัพท์ บัตรเครดิต รวมถึงบิลภาครัฐ เช่น กยศ. และค่าปรับจราจร
ตั้งบัญชีหลักสำหรับสแกน QR
ดูสมุดบัญชี และรับแจ้งเตือนเงินเข้า–ออกผ่านไลน์ Krungthai Connext
ในส่วนสินเชื่อ มีข้อมูล สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ เช่น วงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท ดอกเบี้ย 20–22% ต่อปี (สำหรับลูกค้าที่ชำระตรงเวลา) เลือกผ่อน 12–60 เดือน พร้อมตัวอย่างการผ่อนชำระ
สำหรับคนที่ไม่เก่งเทคโนโลยี สิ่งสำคัญที่ควรรู้จากข้อมูลเหล่านี้คือ:
แอปเดียวทำได้ทั้งรับเงินจากรัฐ จ่ายเงิน โอนเงิน และดูข้อมูลสุขภาพ
ใช้บัตรประชาชน + เบอร์มือถือ เป็นหลัก
ทุกอย่างทำได้ทีละขั้นในแอป ไม่จำเป็นต้องรู้ศัพท์เทคนิค
2. เช็กก่อนใช้: สเปกมือถือและระบบปฏิบัติการที่รองรับเป๋าตัง
จากข้อมูลโครงการคนละครึ่งพลัสและวิธีสมัครเป๋าตัง มีการระบุสเปกขั้นต่ำของมือถือที่รองรับดังนี้
Android: ต้องใช้ Android 9.0 ขึ้นไป (บางข้อมูลระบุใช้งานโครงการล่าสุดต้องอัปเดตเครื่องเป็น Android 10.0 ขึ้นไป) โดยแนะนำให้ตรวจสอบและอัปเดตให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
iOS (iPhone): ต้องใช้ iOS 15.0 ขึ้นไป
วิธีดูเวอร์ชัน Android บนมือถือ
ข้อมูลระบุขั้นตอนตรวจเช็กเวอร์ชันระบบปฏิบัติการ Android ว่า:
ไปที่เมนู “ตั้งค่า” (Settings)
เลือก “เกี่ยวกับโทรศัพท์” (About Phone)
เลือก “ข้อมูลซอฟต์แวร์” (Software information) เพื่อดูเวอร์ชัน Android
วิธีอัปเดตระบบ Android
ไปที่ “ตั้งค่า” (Settings)
เลือก “อัปเดตซอฟต์แวร์” (Software update)
เลือก “ดาวน์โหลดและติดตั้ง” (Download and install)
หากมีเวอร์ชันใหม่ จะมีปุ่มให้ดาวน์โหลด
ในส่วน iOS ข้อมูลระบุเพียงว่า สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดได้ และถ้าไม่มีปุ่มอัปเดต แสดงว่าเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้ว
สรุปคือ ก่อนจะโหลดหรือลงทะเบียนเป๋าตัง ควรเช็กให้แน่ใจว่าเครื่องของคุณเป็น Android 9.0/10.0 ขึ้นไป หรือ iOS 15.0 ขึ้นไป เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาโหลดแอปไม่ได้หรือใช้งานไม่ได้
3. วิธีดูว่าเครื่องรองรับและดาวน์โหลดเป๋าตัง (Android / iOS)
จากข้อมูลวิธีสมัครและดาวน์โหลดเป๋าตัง เวอร์ชันล่าสุด มีขั้นตอนหลัก ๆ สำหรับมือใหม่ดังนี้
3.1 เช็กว่ามือถือรองรับเป๋าตังหรือไม่
เงื่อนไขจากข้อมูล:
โทรศัพท์ Android ต้องเป็น Android 9.0 ขึ้นไป
iPhone ต้องเป็น iOS 15.0 ขึ้นไป
หากต่ำกว่านี้ จะมีโอกาสโหลดแอปไม่ได้ หรือโหลดได้แต่ใช้งานโครงการใหม่ ๆ ไม่ได้
3.2 ดาวน์โหลดเป๋าตังบน Android (Google Play / Play Store)
เปิดแอป Google Play Store หรือ Play Store
พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา
เลือกแอป “เป๋าตัง”
กด “ติดตั้ง”
รอให้ติดตั้งเสร็จ แล้วค่อย เปิดแอปเป๋าตัง เพื่อเริ่มลงทะเบียน
3.3 ดาวน์โหลดเป๋าตังบน iOS (App Store)
เปิดแอป App Store
พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา
เลือกแอป “เป๋าตัง”
กด “GET” หรือปุ่มติดตั้ง
เมื่อติดตั้งเสร็จ ให้กดเปิดแอปเพื่อเริ่มใช้งาน
4. คู่มืออัปเดตเป๋าตังเป็นเวอร์ชันล่าสุด (เตรียมรับสิทธิคนละครึ่งพลัส / ไทยช่วยไทยพลัส)
ข้อมูลจากหลายบทความย้ำตรงกันว่า ผู้ที่จะใช้สิทธิในโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส หรือ คนละครึ่งพลัส ต้องอัปเดตแอปเป๋าตังให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อน
4.1 วิธีอัปเดตเป๋าตังบน Android
เปิด Google Play Store
พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง”
หากมีเวอร์ชันใหม่ ปุ่มจะขึ้นว่า “อัปเดต” ให้กดอัปเดต
หากขึ้นคำว่า “เปิด” แสดงว่าเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้ว
4.2 วิธีอัปเดตเป๋าตังบน iOS
เปิด App Store
แตะที่ ไอคอนโปรไฟล์ มุมขวาบน
เลื่อนลงมาดูรายชื่อแอปที่รออัปเดต หรือค้นหาคำว่า “เป๋าตัง”
ถ้ามีอัปเดตใหม่จะมีปุ่ม “อัปเดต” (Update)
หากขึ้นคำว่า “เปิด” (Open) แสดงว่าคุณใช้งานเวอร์ชันล่าสุดแล้ว
5. วิธีลงทะเบียนเป๋าตังครั้งแรกแบบทีละขั้น (ไม่ใช้ศัพท์เทคนิค)
ข้อมูลการสมัครแอปเป๋าตังเวอร์ชันล่าสุด และการลงทะเบียนเพื่อเตรียมใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส มีขั้นตอนคล้ายกัน สามารถสรุปเป็นลำดับง่าย ๆ ได้ดังนี้
5.1 เตรียมตัวก่อนลงทะเบียน
เตรียม บัตรประชาชนตัวจริง
ใช้ เบอร์มือถือที่ใช้งานได้จริง เพื่อรับรหัส OTP
5.2 ขั้นตอนสมัครและยืนยันตัวตนในแอปเป๋าตัง
ดาวน์โหลดและเปิดแอปเป๋าตัง
ค้นหา “เป๋าตัง” ใน Play Store หรือ App Store แล้วติดตั้ง
ให้ความยินยอมการจัดการข้อมูล
เมื่อเปิดแอปครั้งแรก จะมีหน้าจอให้ยอมรับเงื่อนไขและการจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน
กรอกเบอร์มือถือ
ใส่เบอร์โทรศัพท์ปัจจุบันที่ใช้อยู่
รับและกรอกรหัส OTP
ระบบจะส่งรหัส OTP 6 หลักทาง SMS ไปยังเบอร์ที่กรอก
นำรหัสมากรอกในแอป
ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน
ถ่ายภาพหน้าบัตรตามที่แอประบุ เพื่อตรวจสอบข้อมูล
กรอกข้อมูลบัตรประชาชน
ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกข้อมูลที่ระบบต้องการ
เลือกวิธียืนยันตัวตน
จากข้อมูลมี 2 วิธีหลัก:
(1) ยืนยันตัวตนผ่านแอป Krungthai NEXT
เข้าสู่แอป Krungthai NEXT
ระบุรหัส PIN Krungthai NEXT
กดปุ่มดำเนินการบนแอปเป๋าตัง
กรอกรหัส OTP ที่ส่งไปยังเบอร์ที่ผูกกับ Krungthai NEXT
ตั้งรหัส PIN สำหรับเข้าแอปเป๋าตัง และยืนยันอีกครั้ง
ต้องใช้บัญชี Krungthai NEXT ที่มีเลขบัตรประชาชนตรงกับที่ใช้สมัครเป๋าตัง
(2) ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าในแอป
ระบบจะให้เตรียมสแกนใบหน้า
สแกนใบหน้าตามขั้นตอน (หากโทรศัพท์มีกล้องชำรุดหรือไม่มี สามารถกดข้ามได้)
ตั้งรหัส PIN 6 หลัก
ยืนยันรหัส PIN
เปิดใช้งานการสแกนใบหน้าหรือสแกนนิ้วมือ (ถ้ามี)
ยอมรับเงื่อนไขการใช้งานแอปเป๋าตัง
ระบบจะแสดงข้อความ “กำลังตรวจสอบข้อมูล” และเมื่อสำเร็จจะมีการ์ด wallet ปรากฏให้สมัครใช้บริการต่อ
5.3 กรณีสแกนหน้าไม่ผ่าน
ข้อมูลระบุว่า หากสแกนใบหน้าไม่ผ่าน สามารถทำดังนี้
นำ บัตรประชาชนตัวจริง ไปยืนยันตัวตนที่ ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย (ตู้สีเทา) หรือที่สาขาธนาคาร แล้วกลับมาดำเนินการต่อบนแอปเป๋าตัง
รายละเอียดวิธียืนยันที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย (สีเทา) มี 2 รูปแบบหน้าจอ
แบบมีปุ่มด้านล่างหน้าจอ
เลือกเมนู “ทำรายการด้วยบัตรประชาชน” (ไม่ต้องใช้บัตร ATM)
เลือก “บริการยืนยันตัวตน”
กดปุ่ม “รับทราบและรับรอง” เพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของบัตร
เลือก “ยินยอม” เพื่อเปิดเผยข้อมูลและพิสูจน์ตัวตน
กดปุ่ม “ถัดไป”
เสียบ บัตรประชาชน และกด “ตกลง”
รอระบบตรวจสอบข้อมูล
เลือก “จบการทำรายการยืนยันตัวตน” แล้วเก็บบัตรประชาชน และกลับไปดำเนินการต่อในแอปเป๋าตัง
แบบหน้าจอไม่มีปุ่มด้านล่าง (ระบบสัมผัสเต็มจอ)
แตะบริเวณแถบสีฟ้าเพื่อเลือกบริการ (ไม่ต้องใช้บัตร ATM)
เลือก “ยืนยันตัวตน / บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”
เลือก ยืนยันตัวตนธนาคารกรุงไทย
กด “รับทราบและรับรอง” ยืนยันการเป็นเจ้าของบัตร
เลือก “ยินยอม” เพื่อเปิดเผยข้อมูล และพิสูจน์ตัวตน
เสียบ บัตรประชาชน และกด “ตกลง”
รอการตรวจสอบข้อมูล
เลือก “จบการทำรายการยืนยันตัวตน” แล้วดำเนินการต่อบนแอปเป๋าตัง
6. การเปิดใช้งาน G-Wallet เพื่อรับสิทธิคนละครึ่งพลัส / ไทยช่วยไทยพลัส
ข้อมูลโครงการคนละครึ่งพลัสและไทยช่วยไทยพลัสระบุว่า การใช้สิทธิจะทำผ่าน G-Wallet ในแอปเป๋าตัง โดยมีหลักการดังนี้
ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปเป๋าตังให้เรียบร้อย
ลงทะเบียนแอป กรอกเบอร์โทรศัพท์ รับ OTP ตั้งรหัส PIN 6 หลัก
ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าหรือผ่านแอป Krungthai NEXT
หลังจากนั้นจึงเข้าใช้งาน G-Wallet เพื่อรอลงทะเบียนโครงการต่าง ๆ เช่น คนละครึ่งพลัส
เงื่อนไขในข้อมูลระบุว่า การใช้สิทธิโครงการภาครัฐผ่านเป๋าตัง จะต้อง:
ลงทะเบียนโครงการใหม่ทุกคน (แม้เคยใช้โครงการมาก่อน)
ใช้จ่ายผ่านแอปเป๋าตังเท่านั้น
7. การใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวันด้วยเป๋าตัง
แม้ว่าข้อมูลที่ให้มาจะเน้นเรื่องการลงทะเบียนและอัปเดตแอปเพื่อรองรับโครงการรัฐ แต่จากรายละเอียดฟีเจอร์ต่าง ๆ สามารถสรุป “การใช้งานพื้นฐาน” ที่เกี่ยวข้องได้ดังนี้
7.1 รับเงินและใช้สิทธิโครงการรัฐ
ผ่าน G-Wallet สามารถ
ใช้สิทธิตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น คนละครึ่งพลัส ไทยช่วยไทยพลัส (กรณีได้รับอนุมัติ)
ใช้สิทธิในโครงการจากภาครัฐต่าง ๆ
ชำระค่าสินค้าและบริการที่ร้านค้าถุงเงิน
โอนเงินเข้าบัญชี และโอนพร้อมเพย์
เติมมือถือ จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าปรับจราจร
7.2 จ่ายเงิน / สแกน QR ในร้านค้า
ด้วยฟีเจอร์ เป๋าตังเปย์
สามารถสแกนจ่ายเงินได้ทั่วไทย
ผูกบัญชีธนาคารเข้ากับเป๋าตังเปย์ วอลเล็ต ให้การใช้จ่ายต่อเนื่องไม่สะดุด
เปิดบัตร Play เพื่อแตะจ่ายตามร้านค้าที่รองรับ
นอกจากนี้ยังตั้งค่าบัญชีกรุงไทยให้เป็นบัญชีหลักสำหรับการสแกน QR โอนเงินหรือชำระเงินได้ในแอปเป๋าตัง
7.3 เช็กประวัติการทำรายการ
ในส่วนกระเป๋าสุขภาพ สามารถตรวจสอบประวัติการทำรายการย้อนหลังและใบเสร็จ (กับสถานพยาบาลที่เข้าร่วม)
ในส่วนบัญชีกรุงไทย สามารถดูสมุดบัญชีผ่านแอปเป๋าตัง
8. รวมปัญหายอดฮิตของคนไม่เก่งเทคโนโลยี (จากข้อมูลที่มี) และแนวทางแก้
จากข้อมูลที่รวบรวมมา แม้จะไม่ได้ระบุเป็นหัวข้อ “ปัญหายอดฮิต” โดยตรง แต่สามารถเห็นปัญหาที่ถูกพูดถึงบ่อย ๆ ได้แก่
8.1 โหลดแอปเป๋าตังไม่ได้
สาเหตุที่ข้อมูลระบุไว้คือ
มือถือระบบ Android ต่ำกว่า Android 9.0
iPhone ระบบ iOS ต่ำกว่า iOS 15.0
แนวทางแก้จากข้อมูล:
ตรวจสอบและอัปเดตเวอร์ชันระบบปฏิบัติการให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดตามขั้นตอนในหัวข้อก่อนหน้า
8.2 ใช้งานแอปไม่ได้เพราะไม่ได้อัปเดตนาน
ข้อมูลระบุว่า คนที่มีแอปเป๋าตังอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ใช้งานนาน อาจใช้งานไม่ได้ จึงต้องอัปเดตแอปให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด โดยทำได้ทั้งบน App Store และ Google Play เพียงพิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” แล้วกดปุ่ม “อัปเดต”
8.3 สแกนใบหน้าไม่ผ่าน
ข้อมูลให้ทางเลือกชัดเจนว่า
หากสแกนใบหน้าในแอปไม่ผ่าน ให้ นำบัตรประชาชนตัวจริง ไปยืนยันตัวตนที่ ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย (ตู้สีเทา) หรือที่สาขา แล้วกลับมาทำต่อในแอปเป๋าตังตามขั้นตอนที่อธิบายไว้
9. ทิปส์ให้ใช้เป๋าตังได้ปลอดภัย และเตรียมพร้อมรับสิทธิ
ในข้อมูลที่ให้มา แม้ไม่ได้ลงรายละเอียดลึกเรื่องความปลอดภัยทีละข้อ แต่มีประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับความพร้อมและความถูกต้องของข้อมูลผู้ใช้ ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัย间接 ดังนี้
ควรใช้ เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานจริง เพราะเป็นช่องทางรับ OTP สำหรับยืนยันตัวตนและทำรายการต่าง ๆ
ควรตรวจสอบว่าในเมนู โปรไฟล์ ของแอปเป๋าตัง มีชื่อ–นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์พร้อมเครื่องหมายติ๊กถูก สีเขียว แสดงว่าการยืนยันตัวตนสมบูรณ์
ตรวจสอบเวอร์ชันแอปในหน้าโปรไฟล์ โดยเลื่อนลงไปด้านล่างสุด เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นเวอร์ชันล่าสุดที่รองรับโครงการใหม่ ๆ
สำหรับการไม่ถูกหลอกหรือพลาดสิทธิ แม้ข้อมูลจะไม่ลงรายละเอียดเรื่องมิจฉาชีพ แต่เน้นว่า
การลงทะเบียนโครงการ เช่น ไทยช่วยไทยพลัส / คนละครึ่งพลัส ทำผ่าน แอปเป๋าตังเท่านั้น ตามวัน–เวลาที่กำหนด
- วันที่สำคัญ (จากข้อมูลโครงการไทยช่วยไทยพลัส) เช่น
19 พฤษภาคม 2569: เสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติ
25 พฤษภาคม 2569: เปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง
1 มิถุนายน 2569: เริ่มใช้สิทธิได้
10. สรุป: ลองกดทีละขั้น ไม่ต้องกลัว และช่องทางขอความช่วยเหลือ
จากข้อมูลทั้งหมด เป๋าตังเป็นแอปที่รวมหลายบริการไว้ในที่เดียว ทั้งโอน เติม จ่าย กู้ ลงทุน ใช้สิทธิภาครัฐ และบริการด้านสุขภาพ จุดสำคัญสำหรับคนไม่เก่งเทคโนโลยีคือ
เช็กให้แน่ใจว่า มือถือรองรับ (Android 9.0/10.0 ขึ้นไป หรือ iOS 15.0 ขึ้นไป)
ดาวน์โหลด–อัปเดต แอปจากช่องทางทางการ คือ App Store หรือ Google Play เท่านั้น
เวลาใช้งานให้ทำตามขั้นตอนในแอป ทีละจอ ทีละบรรทัด ไม่ต้องรีบ
หากสแกนหน้าไม่ผ่าน ยังมีทางเลือกยืนยันตัวตนที่ ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย (ตู้สีเทา) หรือที่สาขา
ข้อมูลในแอประบุช่องทางติดต่อของธนาคารกรุงไทยสำหรับการขอความช่วยเหลือเมื่อใช้งานไม่ได้หรือมีปัญหา เช่น
เว็บไซต์: www.krungthai.com
Facebook: facebook.com/krungthaibank
Contact Center: โทร. 02-111-1111
ที่อยู่สำนักงานใหญ่: 35 อาคารนานาเหนือ ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
หากมีข้อสงสัยหรือทำขั้นตอนไหนไม่สำเร็จ สามารถใช้ช่องทางเหล่านี้เพื่อสอบถาม หรือขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยอธิบายเพิ่มเติมได้ โดยยังคงยึดหลัก “ลองกดทีละขั้น ไม่ต้องกลัวพัง” เพราะทุกอย่างในเป๋าตังถูกออกแบบให้ผู้ใช้ทั่วไปทำตามได้จากบนหน้าจอทีละขั้นตอน


ความคิดเห็น