ภาพรวมโครงการคนละครึ่งพลัส 2026 คืออะไร และต่างจากเดิมอย่างไร
โครงการ คนละครึ่งพลัส ปี 2568–2569 เป็นมาตรการช่วยค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องจากคนละครึ่งเดิม โดยให้ประชาชนใช้จ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง แล้วรัฐช่วยออกเงินตามสัดส่วนที่กำหนด ข้อมูลในเอกสารแบ่งออกเป็น 2 ช่วงสำคัญคือ
คนละครึ่งพลัส 2568
ลงทะเบียน 20–26 ตุลาคม 2568 จำนวน 20 ล้านสิทธิ
ใช้สิทธิได้ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2568
รัฐช่วยจ่าย 50% ของยอดใช้จ่าย ไม่เกิน 200 บาทต่อวัน
แบ่งกลุ่มสิทธิ 3 กลุ่ม (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ประชาชนทั่วไปที่ไม่อยู่ในระบบภาษี, ผู้มีรายได้อยู่ในระบบภาษี) ด้วยวงเงินแตกต่างกัน
ไทยช่วยไทยพลัส 2569 (ต่อยอดจากคนละครึ่งพลัส)
เป็นการ “ยกระดับโครงสร้างจากโครงการคนละครึ่งพลัสเดิม”
ลงทะเบียน 25–29 พฤษภาคม 2569 จำนวน 30 ล้านสิทธิ
ใช้สิทธิได้ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569
รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% (ไม่ใช่ 50:50 อีกต่อไป)
จำกัด 200 บาท/คน/วัน และ 1,000 บาท/เดือน รวมสูงสุด 4,000 บาทต่อคน
ขยายกลุ่มครอบคลุมทั้งประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ผ่านโครงสร้างไทยช่วยไทยพลัส)
ดังนั้น “คนละครึ่งพลัส” รอบใหม่ในปี 2569 ถูกจัดอยู่ภายใต้กรอบโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ซึ่งแตกต่างจากรอบก่อนหน้าอย่างชัดเจนทั้ง สัดส่วนการช่วยจ่าย (จาก 50/50 ไปเป็น 60/40) และ วงเงินรายเดือน–รายวัน รวมถึงการบริหารสิทธิของกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ผูกเข้ามาในโครงการใหญ่เดียวกัน
เช็กคุณสมบัติและสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนลงทะเบียน
ข้อมูลคุณสมบัติของผู้มีสิทธิในเอกสารมี 2 ส่วนหลัก คือ เงื่อนไขของ คนละครึ่งพลัสเดิม และเงื่อนไขของ ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ซึ่งใช้กับรอบปี 2569 ดังนี้
1. คุณสมบัติพื้นฐานของไทยช่วยไทยพลัส (60/40)
ผู้ที่จะลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นกรอบที่ใช้กับคนละครึ่งพลัสรอบปี 2569 ต้องมีคุณสมบัติรวม ๆ ตามนี้
มี สัญชาติไทย
อายุ ตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
มี บัตรประจำตัวประชาชน
ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569
ไม่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืน ในโครงการของรัฐต่อไปนี้
โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1–5
โครงการคนละครึ่งพลัส
รวมถึงกรณีระบุในบางเอกสารว่าเป็นผู้เคยถูกเรียกเงินคืนในมาตรการรัฐที่เกี่ยวข้อง
2. คุณสมบัติคนละครึ่งพลัส 2568 (อ้างอิงเพื่อเปรียบเทียบ)
สำหรับเฟสคนละครึ่งพลัสในปี 2568 นั้น
ต้องมี สัญชาติไทย อายุ 16 ปีขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
ต้องไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
มีบัตรประชาชน และต้องไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งระยะก่อน ๆ
3. สิ่งที่ควรเตรียมก่อนลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
ในข้อมูลหลายชุดระบุสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนลงทะเบียน ได้แก่
แอปฯ เป๋าตังเวอร์ชันล่าสุด (แนะนำให้อัปเดตล่วงหน้า)
เปิดใช้งาน G-Wallet แล้ว หรือเตรียมจะสมัครให้เรียบร้อย
บัตรประชาชนตัวจริง เพื่อใช้กรอกข้อมูลและทำ KYC/สแกนใบหน้า
เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานจริง และเชื่อมกับบัญชีเป๋าตังเพื่อรับ OTP และ SMS แจ้งผล
สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เสถียรในช่วงลงทะเบียน
ขั้นตอนลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสผ่านแอปเป๋าตังทีละขั้นใน 10 นาที
ขั้นตอนจะต่างกันเล็กน้อยระหว่าง ผู้เคยใช้สิทธิ และ ผู้ไม่เคยใช้สิทธิ มาก่อน โดยข้อมูลในเอกสารให้รายละเอียดทั้งกรณีสมัครเป๋าตัง, สมัคร G-Wallet และการกดรับสิทธิในแบนเนอร์โครงการ
1. สมัครและเตรียมแอปฯ เป๋าตัง (สำหรับคนไม่เคยใช้แอปฯ)
ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง
เปิดแอปฯ ปิด Wi‑Fi ตามคำแนะนำระบบ (หากมีแจ้ง)
กดยินยอมเงื่อนไข KYC Consent และยินยอมให้ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์
กรอกเลขบัตรประชาชน และเบอร์โทรศัพท์มือถือ
รอรับและกรอกรหัส OTP ที่ส่งเข้ามือถือ
กรอกข้อมูลส่วนตัว หรือดึงข้อมูลผ่านแอปฯ ThaiD (หากมี)
สแกนใบหน้า ตามกรอบที่ปรากฏบนหน้าจอ
ตั้งรหัส PIN 6 หลัก และยืนยันอีกครั้ง
กดยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน และเข้าใช้งานหน้าหลักเป๋าตังได้
2. สมัคร G-Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง
เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกเมนู G-Wallet แล้วกด “สมัครใช้บริการ”
กดยินยอมการจัดการข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตน
ถ่ายบัตรประชาชน และกรอกข้อมูลตามขั้นตอนที่ขึ้นในแอปฯ
เลือกวิธียืนยันตัวตนแบบ สแกนใบหน้า
สแกนใบหน้า ตรวจสอบข้อมูล และเข้าสู่หน้าหลัก G-Wallet พร้อมใช้งาน
3. ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส/ไทยช่วยไทยพลัส ผ่านแบนเนอร์ในเป๋าตัง
กรณี “ไม่เคย” ใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสมาก่อน
อัปเดตแอปฯ เป๋าตังเป็นเวอร์ชันล่าสุด เปิดใช้งาน G-Wallet ให้เรียบร้อย
- เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์
“โครงการคนละครึ่งพลัส” (กรณีรอบปี 2568) หรือ
“โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” (กรณีรอบปี 2569)
อ่านรายละเอียดโครงการและเงื่อนไขให้ครบ แล้วกดปุ่ม “ลงทะเบียน”
- ระบบจะตรวจสอบคุณสมบัติ และแจ้งผลผ่าน
การแจ้งเตือนในแอปฯ เป๋าตัง และ
SMS ภายใน 1–3 วันทำการ (ข้อมูลระบุ “ภายในวันเดียวกัน” ในบางกรณีของรอบ 2568 และ “ภายใน 3 วัน” ในรอบ 2569)
เมื่อได้รับข้อความว่า “ได้รับสิทธิ” แสดงข้อความวงเงินและวันที่เริ่มใช้สิทธิ ให้กด “ตกลง”
เมื่อถึงวันเริ่มโครงการ เข้าแอปฯ เลือกแบนเนอร์โครงการอีกครั้ง จะเห็นสิทธิที่ใช้ได้บนหน้าหลักโครงการ
กรณี “เคย” ใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสมาก่อน
อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง และเปิด G-Wallet ให้พร้อม
- เปิดแอปฯ แล้วกดที่แบนเนอร์
“โครงการคนละครึ่งพลัส” หรือ
“โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” ตามรอบโครงการที่เปิด
อ่านรายละเอียดและกด ยอมรับเงื่อนไข
กดปุ่ม “ลงทะเบียน” หรือ “ยืนยันสิทธิ” ตามที่แอปฯ แสดง
ระบบจะแจ้งผลการได้รับสิทธิ ทันที ผ่าน Notification ในเป๋าตัง (กรณีเคยใช้สิทธิเดิมแล้วมักจะอนุมัติไว)
หลังจากนั้น เมื่อถึงวันเริ่มใช้สิทธิ เข้าแอปฯ เลือกแบนเนอร์โครงการ จะเห็นสิทธิพร้อมวงเงินที่ใช้ได้
การผูกบัญชี G-Wallet และการยืนยันตัวตน (KYC) ให้ผ่าน
ข้อมูลในเอกสารเน้นเรื่องการ ยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ และการผูกใช้งาน G-Wallet อย่างถูกต้อง โดยมีสาระสำคัญดังนี้
ต้องเปิดใช้งาน G-Wallet และยืนยันตัวตนด้วย
การสแกนบัตรประชาชนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
การสแกนใบหน้า (Face recognition)
หากเป็นโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) หลังได้รับสิทธิแล้ว ต้องพิสูจน์ตัวตนด้วยบัตรประชาชน ผ่านช่องทางของธนาคารกรุงไทย ได้แก่
สาขาธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
ตู้ ATM กรุงไทยที่มีสัญลักษณ์ Confirm ID
มีข้อยกเว้นคือ ผู้ที่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนกับโครงการของรัฐอื่น ๆ หรือผ่านธนาคารกรุงไทยมาก่อน ไม่ต้องยืนยันซ้ำ
การผูกบัญชีธนาคารกับ G-Wallet ในเอกสารไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงเทคนิค เช่น ขั้นตอนผูกบัญชีทีละหน้า แต่ระบุชัดว่า
ต้อง เติมเงินเข้า G-Wallet ให้เพียงพอ ก่อนนำไปใช้สแกนจ่ายที่ร้านค้า
กรณีเงินใน G-Wallet ไม่พอ สามารถเติมเงินผ่านบัญชีกรุงไทยได้ (ตามกรณีตัวอย่างขั้นตอนใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส)
วิธีตรวจสอบสิทธิ วงเงิน และช่วงเวลาใช้จ่าย
หลังลงทะเบียนแล้ว ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้ 2 ส่วน คือ สถานะสิทธิ และวงเงินที่ได้รับ/เหลืออยู่
1. ตรวจสอบสถานะ “ได้รับสิทธิหรือไม่”
คนละครึ่งพลัส 2568
เข้าเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com เพื่อเช็กสถานะด้วยเลขบัตรประชาชน
หรือรอการแจ้งเตือนในแอปฯ เป๋าตัง/ SMS ตามที่ระบบแจ้ง
ไทยช่วยไทยพลัส 2569 (60/40)
รอผลลงทะเบียนผ่าน Notification ในเป๋าตัง
และผ่าน SMS ภายในเวลาที่กำหนด
สามารถตรวจสอบสถานะการเข้าร่วมโครงการได้ผ่านเว็บไซต์ www.ไทยช่วยไทยพลัส.th (ข้อมูลจาก FAQ)
2. ตรวจสอบวงเงิน และระยะเวลาใช้สิทธิ
คนละครึ่งพลัส 2568
- วงเงินขึ้นกับกลุ่มผู้ได้รับสิทธิ
กลุ่มไม่อยู่ในระบบภาษี: 2,000 บาท
กลุ่มอยู่ในระบบภาษี: 2,400 บาท
ใช้ได้ วันละไม่เกิน 200 บาท
ใช้สิทธิได้ช่วง 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2568 เวลา 06:00–23:00 น.
ต้องใช้สิทธิครั้งแรก ภายใน 11 พ.ย. 2568 ไม่เช่นนั้นอาจถูกตัดสิทธิ
ไทยช่วยไทยพลัส 2569 (60/40)
รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40%
วงเงินสูงสุด 4,000 บาทต่อคน ตลอดโครงการ
จำกัดไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน และ 200 บาทต่อวัน
วงเงินรายเดือนจะ รีเซ็ตทุกวันที่ 1 ไม่ทบไปเดือนถัดไปหากใช้ไม่หมด
ระยะเวลาการใช้สิทธิทั่วไป: 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00–23:00 น.
การสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี: 15 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00–21:00 น.
ผู้ใช้สามารถตรวจสอบยอดสิทธิคงเหลือและประวัติการใช้จ่ายได้ในแอปฯเป๋าตัง ภายในหน้าโครงการที่ตนเข้าร่วม
วิธีใช้สิทธิให้คุ้ม: ร้านค้าที่ร่วมโครงการและการวางแผนใช้จ่ายรายวัน
แม้เอกสารไม่ได้ให้ “สูตรประหยัด” โดยตรง แต่มีข้อมูลเงื่อนไขการใช้สิทธิและประเภทสินค้าที่ซื้อได้/ไม่ได้ ซึ่งเป็นฐานสำคัญสำหรับการวางแผนใช้สิทธิอย่างคุ้มค่า
1. ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
ทั้งคนละครึ่งพลัสและไทยช่วยไทยพลัส กำหนดให้ใช้จ่ายได้เฉพาะกับ
ร้านค้าที่ลงทะเบียนในโครงการ และติดตั้งแอปฯ “ถุงเงิน”
ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และร้านค้าทั่วไป ที่ร่วมรายการ
ร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้า OTOP
ธุรกิจ SMEs ในหลากหลายประเภท ตามที่ระบุใน FAQ ไทยช่วยไทยพลัส เช่น ร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้าปลีก บริการท่องเที่ยว และสินค้า OTOP (ในภาพรวมโครงการ)
2. สินค้าและบริการที่ซื้อได้
จากข้อมูลของทั้งสองโครงการ สามารถใช้สิทธิซื้อได้กับ
อาหารและเครื่องดื่ม
สินค้าทั่วไป
สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในชีวิตประจำวัน
บริการขนส่งสาธารณะ (ในรายการสินค้าที่ร่วมคนละครึ่งพลัส)
การสั่งอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ได้รับอนุมัติ (เฉพาะค่าอาหาร/เครื่องดื่ม)
3. สินค้าและบริการที่ใช้สิทธิไม่ได้
ทั้งคนละครึ่งพลัสและไทยช่วยไทยพลัสระบุให้ ห้ามใช้สิทธิ กับรายการต่อไปนี้
สลากกินแบ่งรัฐบาล
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
บุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ
บัตรกำนัล บัตรเงินสด
บริการที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า (เช่น ซื้อคอร์สล่วงหน้า)
ค่าน้ำมันหรือเชื้อเพลิงสำหรับการเดินทาง (ระบุเฉพาะในไทยช่วยไทยพลัส)
ในกรณีฟู้ดเดลิเวอรี: รัฐจะไม่ช่วยจ่ายในส่วนค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
4. หลักการใช้สิทธิแบบ Co-Payment ผ่านแอปฯ
สำหรับไทยช่วยไทยพลัส มีรายละเอียดวิธีใช้สิทธิชัดเจน
เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)”
กดปุ่ม “สแกน QR เพื่อใช้สิทธิ”
สแกน QR ร้านค้าที่ใช้แอปฯ ถุงเงิน
กดยืนยันการชำระเงิน (หากเงินใน G-Wallet ไม่พอ ให้เติมเงินก่อน)
ใส่รหัส PIN 6 หลัก
บันทึกสลิปการทำรายการ
เงื่อนไขสำคัญคือ
ผู้ซื้อและผู้ขายต้องทำธุรกรรมแบบพบหน้า (face-to-face) ไม่ผ่านตัวกลางหรือช่องทางออนไลน์ (ยกเว้นช่องทางฟู้ดเดลิเวอรีที่กำหนดไว้เฉพาะ)
ห้ามทอนเงินสด หรือแลกสิทธิคืนเป็นเงินสด
ต้องเป็นการซื้อขายสินค้าหรือบริการจริงตามมูลค่าที่สแกนจ่าย
รวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีรับมือ (จากเนื้อหาในเอกสาร)
แม้เอกสารไม่แจกแจงปัญหาในรูปแบบ “รายการ Error” แต่มีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นสถานการณ์ที่อาจทำให้ ลงทะเบียนไม่ผ่านหรือใช้สิทธิไม่ได้ ได้แก่
อายุไม่ถึงเกณฑ์
หากอายุต่ำกว่าเกณฑ์ (16 ปีในคนละครึ่งพลัส 2568 หรือ 18 ปีในไทยช่วยไทยพลัส 2569) ระบบจะแจ้งว่า “คุณสมบัติของคุณไม่ตรงตามเงื่อนไข เนื่องจากคุณอายุไม่ถึง … ปี”
เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในวันที่ระบบอ้างอิง
ข้อความตัวอย่าง: “คุณได้รับสิทธิเพิ่มวงเงินจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว จึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสได้”
เคยถูกระงับสิทธิ/ถูกเรียกเงินคืน จากโครงการรัฐ
ระบบจะแจ้งว่า “ไม่สามารถลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสได้ คุณสมบัติของคุณไม่ตรงตามเงื่อนไขโครงการ”
เงื่อนไขนี้ถูกนำมาใช้ซ้ำในไทยช่วยไทยพลัสด้วย
แอปฯ เป๋าตังไม่พร้อมใช้งาน
มีการแนะนำให้เช็กความพร้อมของแอปฯ ผ่านเมนู “โปรไฟล์” ว่ามีเครื่องหมายติ๊กถูกยืนยันตัวตนสีเขียวที่ชื่อ–นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์หรือไม่
หากไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด ให้เลื่อนลงดูเวอร์ชันในหน้าโปรไฟล์และอัปเดตแอปฯ ก่อน
เวลาลงทะเบียนที่ระบบหนาแน่น
จากประสบการณ์ทดสอบในเอกสาร แนะนำให้หลีกเลี่ยงช่วงเวลา 06.00–08.00 น. ของวันแรก เพราะมีผู้ใช้งานหนาแน่น ทำให้ระบบช้า
สำหรับปัญหาเฉพาะ เช่น OTP ไม่เข้า หรือระบบล่ม เอกสารที่ให้มาไม่ได้ลงรายละเอียดขั้นตอนแก้ไข แต่เนื้อหาทั้งหมดสะท้อนว่าการเตรียม แอปฯ ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด, ยืนยันตัวตนครบ, ใช้เบอร์ที่ถูกต้อง และเลือกช่วงเวลาที่คนไม่หนาแน่น จะช่วยลดโอกาสเจอปัญหาได้มาก
สรุปสิทธิประโยชน์และเช็กลิสต์เตรียมตัวให้ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก
เมื่อรวมข้อมูลทั้งหมด จะเห็นภาพสิทธิและการเตรียมตัวของทั้ง คนละครึ่งพลัส 2568 และ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ดังนี้
1. ภาพรวมสิทธิประโยชน์หลัก
คนละครึ่งพลัส 2568
รัฐช่วยจ่าย 50% สูงสุด 200 บาท/วัน
วงเงินรวมต่อคน 2,000–2,400 บาท ขึ้นกับฐานภาษี
ใช้ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ที่เมนู G-Wallet
ไทยช่วยไทยพลัส 2569 (โครงสร้างใหม่ของคนละครึ่งพลัส)
รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40%
ได้วงเงิน 4,000 บาท แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท 4 เดือน
ใช้ได้วันละไม่เกิน 200 บาท หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้นจะไม่ทบไปเดือนถัดไป
ใช้ได้ทั้งซื้อหน้าร้านและฟู้ดเดลิเวอรี (เฉพาะค่าอาหาร/เครื่องดื่ม) ตามเวลาที่กำหนด
ผู้ได้รับสิทธิในไทยช่วยไทยพลัสจะได้รับการ ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินส่วนที่รัฐร่วมจ่าย
2. เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนวันลงทะเบียน
เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลงทะเบียนผ่านตั้งแต่ครั้งแรก สามารถใช้เช็กลิสต์จากข้อมูลในเอกสารดังนี้
ตรวจคุณสมบัติ
เป็นคนไทย อายุถึงเกณฑ์ (16 ปี สำหรับคนละครึ่งพลัส 2568 / 18 ปี สำหรับไทยช่วยไทยพลัส 2569)
ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในวันที่เงื่อนไขกำหนด
ไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง/คนละครึ่งพลัส
เตรียมเอกสารและข้อมูล
บัตรประชาชนตัวจริง
เบอร์มือถือที่ใช้งานจริงและอยู่กับตัว
ข้อมูลส่วนตัวสำหรับกรอกในแอปฯ
เตรียมแอปฯ เป๋าตังและ G-Wallet
ดาวน์โหลดและอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด
สมัครใช้งานและตั้ง PIN 6 หลักเรียบร้อย
สมัครและยืนยันตัวตน G-Wallet ผ่านสแกนบัตรและสแกนใบหน้า
เช็กหน้าโปรไฟล์ว่ามีเครื่องหมายติ๊กถูกยืนยันตัวตนสีเขียว
วางแผนวันและเวลาในการลงทะเบียน
จดจำช่วงวันเปิดลงทะเบียน (20–26 ต.ค. 2568 สำหรับคนละครึ่งพลัสรอบเดิม / 25–29 พ.ค. 2569 สำหรับไทยช่วยไทยพลัส)
เลือกเวลาที่ระบบไม่หนาแน่นตามคำแนะนำในเอกสาร
ตรวจผลและเตรียมใช้สิทธิ
ติดตามผลผ่าน SMS และ Notification ในเป๋าตัง
เมื่อขึ้นข้อความได้รับสิทธิ ให้กดตกลงและจำวันเริ่มใช้สิทธิ
เตรียมเติมเงินเข้า G-Wallet ก่อนวันเริ่มใช้จริง
เมื่อทำครบตามข้อมูลในเอกสารนี้ ผู้ใช้จะสามารถลงทะเบียนและใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส/ไทยช่วยไทยพลัสได้อย่างเป็นขั้นตอน ภายใต้เงื่อนไขที่ถูกต้องและไม่ต้องคาดเดาเกินกว่าที่ข้อมูลระบุไว้


ความคิดเห็น