รับแอปรับแอป

จากหนี้ท่วมถึงหวยใบเสร็จ: เปิดทุกหมัดนโยบายเพื่อไทย เปลี่ยนชีวิตคนแพร่และสตรีทฟู้ดให้รวยจริง

กรกนก พันธุ์ดี01-29

เวทีปราศรัยคึกคัก คนแพร่แห่ฟังแน่น

เวทีปราศรัยในพื้นที่จังหวัดแพร่กลายเป็นศูนย์รวมของชาวบ้านจากหลายตำบล ที่เดินทางมาร่วมฟังการนำเสนอนโยบายแบบจัดเต็ม บรรยากาศคึกคัก ทั้งคนทำงาน เกษตรกร ผู้ค้ารายย่อย ไปจนถึงพ่อค้าแม่ค้าสตรีทฟู้ดที่หวังเห็นอนาคตใหม่ของเศรษฐกิจฐานราก

บนเวทีมีการพูดคุยทั้งเรื่องปากท้อง หนี้สิน และทางรอดของคนตัวเล็ก ที่กำลังเผชิญกับค่าครองชีพสูง แต่รายได้กลับไม่ขยับตาม

ล้างหนี้ทั้งใน–นอกระบบ คืนลมหายใจให้ครัวเรือน

หนึ่งในประเด็นใหญ่ของการปราศรัยคือ ปัญหาหนี้สินที่ล้อมชีวิตคนแพร่แทบทุกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นหนี้ธนาคาร หนี้นอกระบบ หรือหนี้สะสมจากการทำกิน

นโยบายที่ถูกหยิบขึ้นมาเน้นย้ำ คือการ “ปลดหนี้” ให้กับหลายกลุ่มสำคัญ เช่น

  • เกษตรกรที่ลงทุนไปก่อน แต่ราคาผลผลิตกลับไม่แน่นอน

  • ผู้สูงอายุที่มีหนี้สะสม แต่รายได้ลดลงตามวัย

  • ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องหมุนเงินทุกวัน

  • ข้าราชการ ครู และผู้มีอาชีพประจำที่ยังติดภาระหนี้เดิม

  • ผู้กู้กองทุนการศึกษา ที่ยังชำระไม่หมด

เป้าหมายคือช่วยลดภาระในแต่ละบ้าน ให้สามารถกลับมาวางแผนอนาคตได้ ไม่ต้องเอาเวลาไปกังวลเฉพาะเรื่องเจ้าหนี้ตามทวงทุกเดือน

ยกระดับเกษตรกร ตั้งแต่ดิน ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ไปจนถึงราคาขาย

อีกหัวใจสำคัญคือการยกระดับภาคเกษตรแบบครบวงจร ไม่ใช่ช่วยแค่ระยะสั้น แต่วางระบบให้ทำกินแล้ว ไม่ขาดทุนซ้ำๆ

มีการพูดถึงมาตรการที่จับต้องได้ เช่น

  • แจกคูปองดิจิทัลสำหรับซื้อปุ๋ยราคาถูก ตามสูตรที่เหมาะสม ไม่เกิน 250 กิโลกรัมต่อราย

  • แจกคูปองซื้อเมล็ดพันธุ์คุณภาพ 150 กิโลกรัมต่อราย

  • ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสภาพดินถึงสวนและไร่นา เพื่อวิเคราะห์ว่าแร่ธาตุขาดอะไร ต้องปรับปรุงอย่างไรให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% เพื่อให้เกษตรกรมีหลักประกันรายได้ ทำเกษตรแล้วไม่ขาดทุนเหมือนที่ผ่านมา

ในเวทีปราศรัยยังพูดถึงเป้าหมายผลักดันราคาข้าวให้สูงขึ้น เช่น

  • ข้าวเหนียว ตั้งเป้า 10,000 บาทต่อหนึ่งตัน

  • ข้าวหอมมะลิ ตั้งเป้า 15,000 บาทต่อหนึ่งตัน

แก้ปัญหาที่ดิน คนทับป่า–ป่าทับคน ด้วยแผนที่เดียวทั้งประเทศ

อีกโจทย์ใหญ่ที่คนในพื้นที่ต้องเผชิญมานาน คือปัญหาที่ดินทับซ้อน และกรณี “คนทับป่า–ป่าทับคน” ที่ทำให้หลายครอบครัวไม่มีความชัดเจนในสิทธิการทำกิน

จึงมีการหยิบเครื่องมือ “วันแมป แผนที่เดียวทั้งประเทศ” มาใช้เป็นกลไกหลัก เพื่อ:

  • ยืนยันสิทธิการทำกินของประชาชนให้ชัดเจนขึ้น

  • แก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนอย่างเป็นระบบและเป็นธรรม

  • เดินหน้าปรับเอกสารสิทธิจาก ส.ป.ก. ไปสู่โฉนด ตามกรอบของกฎหมาย

เป้าหมายคือให้เกษตรกรและคนในพื้นที่มีหลักประกันความมั่นคงด้านที่ดิน ไม่ต้องอยู่ในสภาพ “อยู่มานานแต่ไม่มีสิทธิ์ชัดเจน” อีกต่อไป

คนไทยไร้จน: เติมเงินให้ข้ามเส้นยากจน

บนเวทีมีการพูดถึง นโยบาย “คนไทยไร้จน” ที่ตั้งใจจะช่วยคนรายได้น้อยให้มีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

กลุ่มเป้าหมายคือคนที่มีรายได้ไม่ถึง:

  • 3,000 บาทต่อเดือน หรือ

  • 100 บาทต่อวัน

รัฐจะ “เติมเงิน” ให้รายได้ต่อเดือนถึง 3,000 บาท เพื่อให้ทุกคนก้าวข้ามเส้นความยากจนอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากการช่วยเรื่องเงินในกระเป๋าแล้ว ยังเป็นการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้คนที่เคยถูกมองข้ามได้มีโอกาสเข้าถึงระบบเศรษฐกิจและโอกาสใหม่ๆ มากขึ้น

ยิ่งกว่าพลัส 70:30 เบาเงินในกระเป๋า ดันเงินหมุนทั้งเมือง

เมื่อพูดถึงการฟื้นเศรษฐกิจ นโยบายที่ถูกย้ำคือ “ยิ่งกว่าพลัส 70:30” แนวคิดง่ายๆ แต่กระทบชีวิตประจำวันชัดเจนมาก

หลักการคือ:

  • รัฐช่วยจ่ายค่าใช้จ่าย 70%

  • ประชาชนจ่ายเองแค่ 30%

ผลที่คาดหวังคือ:

  • ภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนลดทันที

  • เกิดการผลิตและการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้น

  • การจ้างงานในระบบและนอกระบบขยายตัว

  • ร้านค้ารายย่อย ร้านโชห่วย ไปจนถึงแผงลอยและสตรีทฟู้ดมีลูกค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

  • รัฐเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกลับมาได้ในระบบเศรษฐกิจที่หมุนเวียนมากขึ้น

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าสตรีทฟู้ด นโยบายแบบนี้หมายถึง โอกาสเห็นคนเดินถือใบเสร็จเต็มมือ และยอดขายที่ไม่เงียบเหงาเหมือนก่อน

หวยใบเสร็จ “รวยทุกวัน เงินล้าน 9 คน” เกมใหม่ของคนใช้จ่ายในระบบ

หนึ่งในนโยบายที่ทำให้หลายคนหูผึ่ง คือโครงการ “รวยทุกวัน เงินล้าน 9 คน” หรือที่หลายคนเรียกจนติดปากว่า “หวยใบเสร็จ”

หัวใจของแนวคิดนี้ คือการ “ใช้รางวัลล่อใจ” ให้คนย้ายจากนอกระบบเข้าสู่ระบบภาษีและฐานข้อมูลดิจิทัลของรัฐ โดยไม่ต้องใช้การบังคับด้วยกฎหมาย

รูปแบบโดยรวมคือ:

  • แจกเงินรางวัล 1 ล้านบาท ทุกวัน

  • รวมทั้งวันมีเงินรางวัลหมุนเวียน 9 ล้านบาท

  • แบ่งกลุ่มผู้มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลให้ครอบคลุมคนหลายภาคส่วน

กลุ่มที่มีสิทธิ์ลุ้นรางวัล เช่น

  • เกษตรกรฐานรากที่มีการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ

  • กลุ่มอาสาสมัครและผู้ทำงานสาธารณประโยชน์ เช่น อสม. กู้ภัย ชรบ. หรือทหารผ่านศึก

  • ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ที่ถือเป็นกลุ่มเปราะบาง

  • ผู้ยื่นภาษีเงินได้ เพื่อจูงใจให้รายงานรายได้เข้าสู่ระบบ

  • ประชาชนทั่วไปที่จับจ่ายใช้สอย โดยใช้ “ใบเสร็จ” จากการซื้อสินค้าและบริการเป็นสิทธิ์ในการลุ้น

จุดที่น่าสนใจสำหรับสายสตรีทฟู้ด คือ ใบเสร็จที่ใช้ลุ้นรางวัลไม่ได้จำกัดเฉพาะห้างใหญ่ แต่รวมไปถึง:

  • ร้านขายของชุมชน

  • แผงลอย

  • รถเข็น

  • ร้านสตรีทฟู้ดทุกรูปแบบ

และที่สำคัญ ไม่มีการกำหนดยอดซื้อขั้นต่ำ แค่ซื้อของแล้วมีใบเสร็จ ก็กลายเป็นโอกาสลุ้นเงินล้านได้ทันที

เป้าหมายปลายทางคือ:

  • ดึงเศรษฐกิจนอกระบบให้เข้ามาอยู่ในสายตาของรัฐ

  • กระตุ้นให้ร้านค้าเปลี่ยนมาออกใบเสร็จดิจิทัลมากขึ้น

  • ทำให้การหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจไทยถูกบันทึกไว้จริง

ปิดท้ายเวที ชวนรวมพลังฟังนโยบายใหญ่

ช่วงท้ายของการปราศรัย มีการเชิญชวนประชาชนในจังหวัดแพร่ให้มาร่วมเวทีใหญ่ในครั้งถัดไป ซึ่งจะเป็นจังหวะสำคัญในการแสดงพลังของคนในพื้นที่ว่าอยากเห็นใครเข้ามาขับเคลื่อนประเทศและผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง

สารที่ส่งถึงชาวแพร่ชัดมากว่า นี่ไม่ใช่แค่เวทีพูดสวย แต่เป็นการชวนคิดว่า หนี้จะถูกจัดการอย่างไร รายได้จะโตขึ้นแค่ไหน และคนตัวเล็กอย่างเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ไปจนถึงร้านสตรีทฟู้ด จะมีที่ยืนในเศรษฐกิจใหม่แบบไหน

มองไปข้างหน้า: ถ้าทุกนโยบายเดินหน้าได้จริง

หากมองภาพรวมตั้งแต่การล้างหนี้ ยกระดับเกษตร แก้ที่ดิน คนไทยไร้จน ยิ่งกว่าพลัส ไปจนถึงหวยใบเสร็จ จะเห็นว่าถ้านโยบายเหล่านี้ถูกผลักดันจนสำเร็จ ผลที่ตามมาอาจเปลี่ยนชีวิตคนธรรมดาได้แบบจับต้องได้

  • บ้านที่เคยจมกับหนี้ มีโอกาสตั้งหลักใหม่

  • เกษตรกรมีรายได้มั่นคงขึ้น ไม่ต้องลุ้นขาดทุนทุกฤดู

  • คนตัวเล็กที่เคยอยู่นอกระบบ มีที่ยืนในเศรษฐกิจยุคดิจิทัล

  • ร้านค้าเล็กๆ และสตรีทฟู้ดอาจกลายเป็นจุดศูนย์กลางของเงินหมุนเวียนในชุมชน

ท้ายที่สุด สิ่งที่คนแพร่และคนทั้งประเทศต้องตัดสินใจคือ อยากเห็นเศรษฐกิจไทยหน้าใหม่หน้าตาแบบไหน และใครจะเป็นคนลงมือทำให้ภาพนั้นเกิดขึ้นจริง