เปิดทริป: พาสใบเดียว เที่ยวรอบโตเกียวแบบจัดเต็ม
ถ้าแพลนมาเที่ยวโตเกียวแล้วอยากหลุดออกจากวงใน ไปฟูจิ ไปเล่นสกี ไปเดินช้อปเอาท์เล็ท หรือไปชมดอกไม้สวยๆ รอบกรุงแบบประหยัด JR TOKYO Wide Pass คือพาสที่ควรทำความรู้จักมากที่สุดใน 3 วันสั้นๆ ของทริปคุณ
แค่มีพาสใบนี้ ก็สามารถนั่งรถไฟจากโตเกียวออกนอกเมืองไปแหล่งท่องเที่ยวฮิตๆ อย่าง คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko), นิกโก้ (Nikko), GALA Yuzawa และจุดเที่ยวอื่นๆ ได้แบบไม่ต้องมานั่งคิดค่าโดยสารขาไปขากลับให้ปวดหัว
JR TOKYO Wide Pass คืออะไร?
JR TOKYO Wide Pass เป็นบัตรรถไฟแบบเหมาจ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของบริษัท JR EAST ใช้ขึ้นรถไฟได้ไม่จำกัดในระยะเวลา 3 วันติดต่อกัน ครอบคลุมทั้ง
รถไฟธรรมดา
รถไฟเร็ว และรถไฟด่วน
รถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express)
รถไฟชินคันเซ็น (เฉพาะสายที่กำหนดของ JR EAST)
ทั้งหมดนี้ใช้ได้ในเขตโตเกียวและจังหวัดใกล้เคียงในเส้นทางที่กำหนด เรียกได้ว่าเน้นเที่ยวรอบโตเกียวแบบไปเช้าเย็นกลับได้สบายๆ
ปัจจุบันพาสใบนี้สามารถสอดเข้าเครื่องตรวจตั๋วได้เลย ไม่จำเป็นต้องโชว์พาสตัวจริงกับเจ้าหน้าที่ทุกครั้งที่เข้าออกสถานี สะดวกขึ้นเยอะมาก
เงื่อนไขและข้อควรรู้ก่อนซื้อพาส
ก่อนจะตัดสินใจซื้อ JR TOKYO Wide Pass มีรายละเอียดสำคัญที่ต้องรู้ไว้ก่อน
ผู้ถือพาสปอร์ตญี่ปุ่น ไม่สามารถซื้อพาสนี้ได้
ชาวต่างชาติที่พำนักในญี่ปุ่น สามารถซื้อพาสได้
ผู้ซื้อพาสต้องเป็นผู้ใช้งานจริง และต้องใช้เลขพาสปอร์ตในตอนซื้อ
อายุเด็กนับตามวันที่ซื้อพาส (เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ไม่จำเป็นต้องมีพาสหากไม่จองที่นั่ง)
สามารถซื้อพาสหลายใบได้ หากช่วงวันที่ใช้งานไม่ทับซ้อนกัน
ถ้าทำพาสหาย ไม่สามารถออกใบใหม่ได้ ต้องซื้อใหม่เท่านั้น
เขตการใช้งานและข้อจำกัดสำคัญ
พาสนี้ใช้ได้ครอบคลุมเส้นทางหลักรอบโตเกียวของ JR EAST รวมถึงการเชื่อมต่อไปยังสายเอกชนบางส่วนตามที่กำหนด แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ควรรู้เพื่อไม่ให้ใช้ผิด
ข้อจำกัดหลักของ JR TOKYO Wide Pass
ใช้รถไฟด่วนพิเศษที่วิ่ง จากสาย JR ต่อไปยัง TOBU RAILWAY เท่านั้น
รถไฟด่วนพิเศษที่ต้นทางหรือปลายทางเป็นสถานีของ TOBU RAILWAY อย่างเดียว จะใช้พาสไม่ได้
ถ้าใช้ขบวน Limited Express บนเส้นทาง TOBU เช่น ไป Tōbu-nikkō หรือ Kinugawa-onsen สถานีต้นทางหรือปลายทางอย่างน้อยหนึ่งฝั่งต้องเป็นสถานี JR
ใช้ ไม่ได้ กับรถไฟ Tokaido Shinkansen ที่ไปยัง Shin-Yokohama, Odawara และ Atami เพราะเป็นสายของ JR CENTRAL
ใช้ ไม่ได้ กับขบวน HAYABUSA, KOMACHI บนสาย Tohoku Shinkansen ระหว่าง Tokyo – Nasushiobara ให้ใช้เฉพาะขบวน NASUNO, YAMABIKO, TSUBASA
จองที่นั่งฟรีได้เฉพาะ Ordinary Car เท่านั้น
ถ้าอยากนั่ง Green Car หรือ GranClass ต้องจ่ายเพิ่ม
ขบวนของ Fujikyu Railway บางขบวน เช่น Fujisan Express, Fujisan View Express, Fuji Tozan Densha มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแม้จะมีพาส
สถานี GALA Yuzawa เปิดเฉพาะช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นซีซั่นสกีเท่านั้น
ใช้ JR TOKYO Wide Pass ยังไงให้ “คุ้มสุด”?
หัวใจของการใช้พาสใบนี้ให้คุ้ม คือ ใช้กับเส้นทางไกลและรถไฟด่วนพิเศษหรือชินคันเซ็น โดยเฉพาะทริปแบบ ไปเช้า-เย็นกลับ จากโตเกียว
ยิ่งคุณใช้พาสกับเส้นทางไกลหลายๆ ทริปภายใน 3 วัน ค่าโดยสารปกติที่ต้องจ่ายจะรวมกันเป็นหลักหลายพันถึงหลักหมื่นเยน ซึ่งมากกว่าราคาพาสไปแบบสบายๆ
ตัวอย่างไอเดียการใช้งานให้คุ้ม
วางแผนเส้นทางให้ใช้พาสติดต่อกัน 3 วันเต็ม
จัดทริปรวมเส้นทางยอดฮิต เช่น วันหนึ่งไปฟูจิ อีกวันไปลานสกี วันสุดท้ายไปช้อปเอาท์เล็ทหรือเที่ยวเมืองมรดกโลก
ใช้พาสขึ้นรถไฟภายในโตเกียวได้ด้วย เช่น JR Yamanote Line (แต่ใช้กับ Tokyo Metro / Toei Subway ไม่ได้)
ถ้าไม่ได้ใช้พาสสำหรับเดินทางเข้าเมืองจากสนามบินนาริตะ ยังสามารถเลือกซื้อตั๋ว N’EX TOKYO Round Trip Ticket แยกต่างหากได้
ซื้อ JR TOKYO Wide Pass ยังไงดี?
พาสนี้สามารถซื้อได้ทั้งจากต่างประเทศก่อนเดินทาง และเมื่อมาถึงญี่ปุ่นแล้ว ขึ้นอยู่กับสไตล์การวางแผนของแต่ละคน
1. ซื้อล่วงหน้าจากต่างประเทศ
เหมาะสำหรับสายแพลนละเอียด ที่อยากให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนบิน
ซื้อออนไลน์ผ่านระบบจองของ JR EAST เพื่อรับ QR Code แล้วไปสแกนรับพาสที่ตู้อัตโนมัติในญี่ปุ่น หรือรับที่ JR EAST Travel Service Center
ซื้อผ่านเว็บไซต์ของเอเจนซี่ แล้วนำเวาเชอร์ไปแลกรับพาสจริงที่ JR EAST Travel Service Center ภายในเวลาที่กำหนด
สิ่งที่ต้องเตรียม:
ต้องใช้ พาสปอร์ตตัวจริง ในการแลกรับพาส
2. ซื้อเมื่อมาถึงญี่ปุ่น
เหมาะกับคนที่อยากเช็กแผนเที่ยวหน้างาน หรือยังไม่ชัวร์เรื่องแพลนจนกว่าจะถึงโตเกียว
วิธีซื้อหลักๆ คือ
ซื้อที่ JR EAST Travel Service Center ตามสนามบินหลัก (นาริตะ, ฮาเนดะ) หรือสถานีใหญ่ของ JR EAST เช่น Tokyo, Ueno, Shinjuku, Sendai เป็นต้น
ซื้อที่ ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ ในสถานี JR EAST ที่มีที่สแกนพาสปอร์ต เลือกเมนู “Discounted Tickets” แล้วทำตามขั้นตอน
ข้อควรรู้:
ต้องแสดง พาสปอร์ตตัวจริง ตอนซื้อหรือแลกรับพาส
เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีไม่จำเป็นต้องมีพาส แต่ถ้าจะจองที่นั่งให้เด็ก ต้องเสียค่าที่นั่งเพิ่ม และเจ้าหน้าที่อาจขอดูพาสปอร์ตเพื่อตรวจสอบอายุ
วิธีจองที่นั่งด้วย JR TOKYO Wide Pass
รถไฟชินคันเซ็นและรถไฟด่วนพิเศษในญี่ปุ่นมักมีทั้งตู้แบบจองที่นั่งและไม่จองที่นั่ง การใช้พาสให้ลื่นไหลควรรู้โครงสร้างคร่าวๆ ก่อน
โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น
Non-reserved Seat (ตู้ไม่ต้องจองที่นั่ง)
แค่มีพาสก็เดินขึ้นตู้ที่เป็น Non-reserved แล้วเลือกนั่งที่ว่างได้เลยReserved Seat (ตู้ต้องจองที่นั่ง)
ต้องจองที่นั่งล่วงหน้า จะได้ตั๋วใบเล็กเพิ่มมาอีกใบ ระบุขบวน เวลา และหมายเลขที่นั่งชัดเจน
ช่องทางจองที่นั่ง
จองผ่าน ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ ในสถานีหลักของ JR EAST
จองที่เคาน์เตอร์ของ JR EAST Travel Service Center หรือ JR Ticket Office (Midori-no-Madoguchi)
จองผ่านระบบออนไลน์ของ JR EAST (JR-EAST Train Reservation) แล้วไปรับตั๋วที่ญี่ปุ่น
ทริคการจองให้ราบรื่น:
วางแผนเส้นทางและเลือกขบวนรถไฟล่วงหน้า จะได้จองได้ทันตามเวลาที่ต้องการ
รถไฟบางขบวน เช่น Narita Express (N’EX) เป็นแบบจองที่นั่งทั้งหมด ควรจองให้เรียบร้อยก่อนใช้บริการ
สามารถจองที่นั่งล่วงหน้าได้ถึง 1 เดือน ก่อนวันเดินทาง
จองที่สถานีไหนก็ได้ในเครือ JR EAST ไม่จำเป็นต้องจองที่สถานีต้นทางของขบวนรถไฟนั้น
ตอนเข้า-ออกสถานี ให้สอด พาส + ตั๋วจองที่นั่ง พร้อมกันในช่องตรวจตั๋ว
ถ้าสถานีไม่มีเครื่องตรวจตั๋ว ให้โชว์พาสและตั๋วจองที่นั่งกับเจ้าหน้าที่แทน
ทริปแนะนำ: ใช้ JR TOKYO Wide Pass ไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง?
1. Kawaguchiko (จังหวัดยามานาชิ)
ทะเลสาบยอดฮิตที่ทุกคนต้องนึกถึงเวลาอยากดูฟูจิใกล้ๆ เที่ยวรอบทะเลสาบ ถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิแบบเต็มเฟรม จะไปแบบ ไปเช้า-เย็นกลับ จากโตเกียว หรือพักค้างคืนแช่ออนเซ็นชมฟูจิก็ฟินสุดๆ
วิธีเดินทางด้วยพาส:
นั่งรถไฟ Limited Express ขบวน FUJI EXCURSION จากโตเกียวไปลงสถานี Kawaguchiko
หรือใช้พาสนั่งรถไฟของ Fujikyu Railway (Fujikyuko Line) ไปลงสถานี Kawaguchiko (บางขบวนอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามเงื่อนไข)
2. Chureito Pagoda (จังหวัดยามานาชิ)
หนึ่งในมุมมหาชนของฟูจิ – เจดีย์แดง Chureito Pagoda กับวิวภูเขาไฟฟูจิสุดอลัง เป็นจุดที่ไม่ควรพลาดถ้ามาโซนคาวากุจิโกะ
แผนทริปยอดนิยมคือ แวะ Chureito ช่วงเช้าที่สถานี Shimoyoshida แล้วค่อยนั่งต่อไปเที่ยวทะเลสาบ Kawaguchiko ในวันเดียวกัน
วิธีเดินทาง:
นั่งรถไฟ Limited Express ขบวน FUJI EXCURSION ลงสถานี Shimoyoshida
หรือใช้รถไฟสาย Fujikyuko Line ของ Fujikyu Railway ลงสถานี Shimoyoshida
3. GALA Yuzawa Snow Resort (จังหวัดนีงาตะ)
สายหิมะ สกี สโนว์บอร์ด ต้องเล็งที่นี่ไว้เลย ลานสกียอดนิยมในเมืองน้ำพุร้อนยูซาวะ มีกิจกรรมให้เลือกเยอะ จะเล่นสกีจริงจังหรือแค่สนุกกับถาดเลื่อนหิมะแบบชิลๆ ก็ได้
จากโตเกียวใช้เวลาเดินทางด้วยชินคันเซ็นแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ เรียกได้ว่าแค่ค่ารถไฟไป-กลับก็คุ้มราคาพาสไปเยอะแล้ว
วิธีเดินทาง:
นั่ง Joetsu Shinkansen ขบวน TANIGAWA ลงสถานี GALA Yuzawa (เปิดเฉพาะฤดู)
หรือ นั่ง Joetsu Shinkansen ขบวน TOKI / TANIGAWA ลงสถานี Echigo-Yuzawa แล้วต่อ Shuttle Bus ฟรี
4. Karuizawa Prince Shopping Plaza (จังหวัดนากาโน่)
ที่นี่คือสวรรค์ของสายช้อป! เอาท์เล็ทขนาดใหญ่ในเมืองคารุอิซาวะ ร้านแน่นทั้งแบรนด์แฟชั่น กีฬา ของใช้ในบ้าน รวมถึงสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง แถมยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ให้พักขา เดินช้อปทั้งวันก็ไม่มีเบื่อ
ใช้ JR TOKYO Wide Pass นั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวไปแค่ราวๆ 1 ชั่วโมง ช้อปเสร็จค่ำๆ นั่งรถกลับเข้าเมืองได้แบบไม่ต้องกังวลค่าโดยสาร
วิธีเดินทาง:
นั่ง Hokuriku Shinkansen ขบวน ASAMA หรือ HOKUTAKA ลงสถานี Karuizawa
5. Hitachi Seaside Park (จังหวัดอิบารากิ)
สวนดอกไม้ริมมหาสมุทรแปซิฟิกในเมืองฮิตาชินากะ ไฮไลต์คือดอก เนโมฟีล่า สีฟ้าสดที่บานเต็มเนินช่วง กลางเมษายน–พฤษภาคม บรรยากาศโรแมนติกมาก เหมาะกับสายถ่ายรูปสุดๆ
วิธีเดินทาง:
นั่งรถไฟ Limited Express ไปลงสถานี Katsuta แล้วต่อรถบัสลงป้าย Kaihin Koen Nishiguchi
หรือนั่งรถไฟสาย JR Joban Line มาลงสถานี Katsuta แล้วต่อบัสเช่นกัน
6. Ashikaga Flower Park (จังหวัดโทชิงิ)
สวนดอกไม้ชื่อดังของเมืองอาชิคางะ ไฮไลต์คือเทศกาล ดอกวิสทีเรีย พร้อมไฟประดับสวยๆ ช่วงกลางเมษายน–พฤษภาคม ใช้ JR TOKYO Wide Pass นั่งชินคันเซ็นช่วยหั่นเวลาเดินทางจากโตเกียวให้สั้นลงได้เยอะ
วิธีเดินทาง:
นั่งรถไฟ JR หรือ Tohoku Shinkansen ลงสถานี Oyama (Tochigi) แล้วต่อรถไฟสาย JR Ryomo Line ลงสถานี Ashikaga Flower Park
7. Nikko (จังหวัดโทชิงิ)
เมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยศาลเจ้าเก่าแก่และธรรมชาติสวยๆ บรรยากาศต่างกันไปในแต่ละฤดู ทั้งใบไม้เขียว ใบไม้เปลี่ยนสี หิมะโรแมนติก ใช้ JR TOKYO Wide Pass นั่งรถไฟด่วนจากโตเกียวมาได้แบบไม่ต้องเพิ่มค่าโดยสาร
วิธีเดินทาง:
นั่ง Tohoku Shinkansen ลงสถานี Utsunomiya แล้วต่อรถไฟสาย JR Nikko Line ไปลงสถานี Nikko
หรือนั่งรถไฟ Tobu Railway Limited Express SPACIA Nikko ไปลงสถานี Tōbu-nikkō (ต้องเช็กเงื่อนไขการใช้พาสกับขบวนนี้ให้ดี)
สรุป: JR TOKYO Wide Pass เหมาะกับใคร?
ถ้าถามว่า JR TOKYO Wide Pass เหมาะกับสายเที่ยวแบบไหน? คำตอบชัดมากว่าเหมาะกับคนที่
มีเวลาเที่ยวไม่เยอะ แต่
อยากไป คาวากุจิโกะ แน่นอนสักหนึ่งวัน
และยังอยากเผื่อเวลาไปที่อื่น เช่น ลานสกี GALA Yuzawa, เอาท์เล็ทคารุอิซาวะ หรือเมืองมรดกโลกอย่างนิกโก้
เพราะพาสใบนี้เป็น พาสเดียวของ JR ที่นั่งรถไฟไปคาวากุจิโกะได้ยาวตลอดสาย (แม้ช่วง Otsuki – Kawaguchiko จะเป็นสายเอกชนที่มีค่าใช้จ่ายบางส่วน แต่โดยรวมก็ยังคุ้มมาก)
ลองคิดง่ายๆ แค่ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษจากโตเกียวไป–กลับคาวากุจิโกะ ค่าโดยสารปกติรวมกันก็ราว 8,000 กว่าเยน ซึ่งเกินครึ่งราคาพาสแล้ว
ถ้ายังใช้พาสต่อไปนั่งชินคันเซ็นเที่ยวลานสกี GALA Yuzawa, ไปช้อปที่ Karuizawa Prince Shopping Plaza, หรือเที่ยวเมืองมรดกโลกอย่าง Nikko ใน 3 วันเดียวกัน ค่าโดยสารรวมกันจะทะลุหลักหมื่นเยนแบบสบายๆ = คุ้มค่าพาสหลายเท่าตัว
ส่วนใครที่อยากเที่ยวกว้างกว่าโซนรอบโตเกียว อยากข้ามภูมิภาคและใช้ได้หลายวันมากกว่านี้ ยังมีพาสของ JR EAST แบบ 5 หรือ 10 วัน ให้เลือก ใช้ไล่เที่ยวไปได้ไกลถึงโทโฮคุ เหมาะสำหรับทริปยาวๆ ที่อยากเก็บหลายเมืองในครั้งเดียว

