รับแอปรับแอป

JR TOKYO Wide Pass ใบเดียวเที่ยวรอบโตเกียว ฟูจิ สกีเอาอยู่ใน 3 วัน

ธนพล กิตติศักดิ์01-31

เปิดทริป: พาสใบเดียว เที่ยวรอบโตเกียวแบบจัดเต็ม

ถ้าแพลนมาเที่ยวโตเกียวแล้วอยากหลุดออกจากวงใน ไปฟูจิ ไปเล่นสกี ไปเดินช้อปเอาท์เล็ท หรือไปชมดอกไม้สวยๆ รอบกรุงแบบประหยัด JR TOKYO Wide Pass คือพาสที่ควรทำความรู้จักมากที่สุดใน 3 วันสั้นๆ ของทริปคุณ

แค่มีพาสใบนี้ ก็สามารถนั่งรถไฟจากโตเกียวออกนอกเมืองไปแหล่งท่องเที่ยวฮิตๆ อย่าง คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko), นิกโก้ (Nikko), GALA Yuzawa และจุดเที่ยวอื่นๆ ได้แบบไม่ต้องมานั่งคิดค่าโดยสารขาไปขากลับให้ปวดหัว

JR TOKYO Wide Pass คืออะไร?

JR TOKYO Wide Pass เป็นบัตรรถไฟแบบเหมาจ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของบริษัท JR EAST ใช้ขึ้นรถไฟได้ไม่จำกัดในระยะเวลา 3 วันติดต่อกัน ครอบคลุมทั้ง

  • รถไฟธรรมดา

  • รถไฟเร็ว และรถไฟด่วน

  • รถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express)

  • รถไฟชินคันเซ็น (เฉพาะสายที่กำหนดของ JR EAST)

ทั้งหมดนี้ใช้ได้ในเขตโตเกียวและจังหวัดใกล้เคียงในเส้นทางที่กำหนด เรียกได้ว่าเน้นเที่ยวรอบโตเกียวแบบไปเช้าเย็นกลับได้สบายๆ

ปัจจุบันพาสใบนี้สามารถสอดเข้าเครื่องตรวจตั๋วได้เลย ไม่จำเป็นต้องโชว์พาสตัวจริงกับเจ้าหน้าที่ทุกครั้งที่เข้าออกสถานี สะดวกขึ้นเยอะมาก

เงื่อนไขและข้อควรรู้ก่อนซื้อพาส

ก่อนจะตัดสินใจซื้อ JR TOKYO Wide Pass มีรายละเอียดสำคัญที่ต้องรู้ไว้ก่อน

  • ผู้ถือพาสปอร์ตญี่ปุ่น ไม่สามารถซื้อพาสนี้ได้

  • ชาวต่างชาติที่พำนักในญี่ปุ่น สามารถซื้อพาสได้

  • ผู้ซื้อพาสต้องเป็นผู้ใช้งานจริง และต้องใช้เลขพาสปอร์ตในตอนซื้อ

  • อายุเด็กนับตามวันที่ซื้อพาส (เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ไม่จำเป็นต้องมีพาสหากไม่จองที่นั่ง)

  • สามารถซื้อพาสหลายใบได้ หากช่วงวันที่ใช้งานไม่ทับซ้อนกัน

  • ถ้าทำพาสหาย ไม่สามารถออกใบใหม่ได้ ต้องซื้อใหม่เท่านั้น

เขตการใช้งานและข้อจำกัดสำคัญ

พาสนี้ใช้ได้ครอบคลุมเส้นทางหลักรอบโตเกียวของ JR EAST รวมถึงการเชื่อมต่อไปยังสายเอกชนบางส่วนตามที่กำหนด แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ควรรู้เพื่อไม่ให้ใช้ผิด

ข้อจำกัดหลักของ JR TOKYO Wide Pass

  • ใช้รถไฟด่วนพิเศษที่วิ่ง จากสาย JR ต่อไปยัง TOBU RAILWAY เท่านั้น

    • รถไฟด่วนพิเศษที่ต้นทางหรือปลายทางเป็นสถานีของ TOBU RAILWAY อย่างเดียว จะใช้พาสไม่ได้

    • ถ้าใช้ขบวน Limited Express บนเส้นทาง TOBU เช่น ไป Tōbu-nikkō หรือ Kinugawa-onsen สถานีต้นทางหรือปลายทางอย่างน้อยหนึ่งฝั่งต้องเป็นสถานี JR

  • ใช้ ไม่ได้ กับรถไฟ Tokaido Shinkansen ที่ไปยัง Shin-Yokohama, Odawara และ Atami เพราะเป็นสายของ JR CENTRAL

  • ใช้ ไม่ได้ กับขบวน HAYABUSA, KOMACHI บนสาย Tohoku Shinkansen ระหว่าง Tokyo – Nasushiobara ให้ใช้เฉพาะขบวน NASUNO, YAMABIKO, TSUBASA

  • จองที่นั่งฟรีได้เฉพาะ Ordinary Car เท่านั้น

    • ถ้าอยากนั่ง Green Car หรือ GranClass ต้องจ่ายเพิ่ม

  • ขบวนของ Fujikyu Railway บางขบวน เช่น Fujisan Express, Fujisan View Express, Fuji Tozan Densha มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแม้จะมีพาส

  • สถานี GALA Yuzawa เปิดเฉพาะช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นซีซั่นสกีเท่านั้น

ใช้ JR TOKYO Wide Pass ยังไงให้ “คุ้มสุด”?

หัวใจของการใช้พาสใบนี้ให้คุ้ม คือ ใช้กับเส้นทางไกลและรถไฟด่วนพิเศษหรือชินคันเซ็น โดยเฉพาะทริปแบบ ไปเช้า-เย็นกลับ จากโตเกียว

ยิ่งคุณใช้พาสกับเส้นทางไกลหลายๆ ทริปภายใน 3 วัน ค่าโดยสารปกติที่ต้องจ่ายจะรวมกันเป็นหลักหลายพันถึงหลักหมื่นเยน ซึ่งมากกว่าราคาพาสไปแบบสบายๆ

ตัวอย่างไอเดียการใช้งานให้คุ้ม

  • วางแผนเส้นทางให้ใช้พาสติดต่อกัน 3 วันเต็ม

  • จัดทริปรวมเส้นทางยอดฮิต เช่น วันหนึ่งไปฟูจิ อีกวันไปลานสกี วันสุดท้ายไปช้อปเอาท์เล็ทหรือเที่ยวเมืองมรดกโลก

  • ใช้พาสขึ้นรถไฟภายในโตเกียวได้ด้วย เช่น JR Yamanote Line (แต่ใช้กับ Tokyo Metro / Toei Subway ไม่ได้)

  • ถ้าไม่ได้ใช้พาสสำหรับเดินทางเข้าเมืองจากสนามบินนาริตะ ยังสามารถเลือกซื้อตั๋ว N’EX TOKYO Round Trip Ticket แยกต่างหากได้

ซื้อ JR TOKYO Wide Pass ยังไงดี?

พาสนี้สามารถซื้อได้ทั้งจากต่างประเทศก่อนเดินทาง และเมื่อมาถึงญี่ปุ่นแล้ว ขึ้นอยู่กับสไตล์การวางแผนของแต่ละคน

1. ซื้อล่วงหน้าจากต่างประเทศ

เหมาะสำหรับสายแพลนละเอียด ที่อยากให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนบิน

  • ซื้อออนไลน์ผ่านระบบจองของ JR EAST เพื่อรับ QR Code แล้วไปสแกนรับพาสที่ตู้อัตโนมัติในญี่ปุ่น หรือรับที่ JR EAST Travel Service Center

  • ซื้อผ่านเว็บไซต์ของเอเจนซี่ แล้วนำเวาเชอร์ไปแลกรับพาสจริงที่ JR EAST Travel Service Center ภายในเวลาที่กำหนด

สิ่งที่ต้องเตรียม:

  • ต้องใช้ พาสปอร์ตตัวจริง ในการแลกรับพาส

2. ซื้อเมื่อมาถึงญี่ปุ่น

เหมาะกับคนที่อยากเช็กแผนเที่ยวหน้างาน หรือยังไม่ชัวร์เรื่องแพลนจนกว่าจะถึงโตเกียว

วิธีซื้อหลักๆ คือ

  • ซื้อที่ JR EAST Travel Service Center ตามสนามบินหลัก (นาริตะ, ฮาเนดะ) หรือสถานีใหญ่ของ JR EAST เช่น Tokyo, Ueno, Shinjuku, Sendai เป็นต้น

  • ซื้อที่ ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ ในสถานี JR EAST ที่มีที่สแกนพาสปอร์ต เลือกเมนู “Discounted Tickets” แล้วทำตามขั้นตอน

ข้อควรรู้:

  • ต้องแสดง พาสปอร์ตตัวจริง ตอนซื้อหรือแลกรับพาส

  • เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีไม่จำเป็นต้องมีพาส แต่ถ้าจะจองที่นั่งให้เด็ก ต้องเสียค่าที่นั่งเพิ่ม และเจ้าหน้าที่อาจขอดูพาสปอร์ตเพื่อตรวจสอบอายุ

วิธีจองที่นั่งด้วย JR TOKYO Wide Pass

รถไฟชินคันเซ็นและรถไฟด่วนพิเศษในญี่ปุ่นมักมีทั้งตู้แบบจองที่นั่งและไม่จองที่นั่ง การใช้พาสให้ลื่นไหลควรรู้โครงสร้างคร่าวๆ ก่อน

โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น

  1. Non-reserved Seat (ตู้ไม่ต้องจองที่นั่ง)
    แค่มีพาสก็เดินขึ้นตู้ที่เป็น Non-reserved แล้วเลือกนั่งที่ว่างได้เลย

  2. Reserved Seat (ตู้ต้องจองที่นั่ง)
    ต้องจองที่นั่งล่วงหน้า จะได้ตั๋วใบเล็กเพิ่มมาอีกใบ ระบุขบวน เวลา และหมายเลขที่นั่งชัดเจน

ช่องทางจองที่นั่ง

  • จองผ่าน ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ ในสถานีหลักของ JR EAST

  • จองที่เคาน์เตอร์ของ JR EAST Travel Service Center หรือ JR Ticket Office (Midori-no-Madoguchi)

  • จองผ่านระบบออนไลน์ของ JR EAST (JR-EAST Train Reservation) แล้วไปรับตั๋วที่ญี่ปุ่น

ทริคการจองให้ราบรื่น:

  • วางแผนเส้นทางและเลือกขบวนรถไฟล่วงหน้า จะได้จองได้ทันตามเวลาที่ต้องการ

  • รถไฟบางขบวน เช่น Narita Express (N’EX) เป็นแบบจองที่นั่งทั้งหมด ควรจองให้เรียบร้อยก่อนใช้บริการ

  • สามารถจองที่นั่งล่วงหน้าได้ถึง 1 เดือน ก่อนวันเดินทาง

  • จองที่สถานีไหนก็ได้ในเครือ JR EAST ไม่จำเป็นต้องจองที่สถานีต้นทางของขบวนรถไฟนั้น

  • ตอนเข้า-ออกสถานี ให้สอด พาส + ตั๋วจองที่นั่ง พร้อมกันในช่องตรวจตั๋ว

  • ถ้าสถานีไม่มีเครื่องตรวจตั๋ว ให้โชว์พาสและตั๋วจองที่นั่งกับเจ้าหน้าที่แทน

ทริปแนะนำ: ใช้ JR TOKYO Wide Pass ไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง?

1. Kawaguchiko (จังหวัดยามานาชิ)

ทะเลสาบยอดฮิตที่ทุกคนต้องนึกถึงเวลาอยากดูฟูจิใกล้ๆ เที่ยวรอบทะเลสาบ ถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิแบบเต็มเฟรม จะไปแบบ ไปเช้า-เย็นกลับ จากโตเกียว หรือพักค้างคืนแช่ออนเซ็นชมฟูจิก็ฟินสุดๆ

วิธีเดินทางด้วยพาส:

  • นั่งรถไฟ Limited Express ขบวน FUJI EXCURSION จากโตเกียวไปลงสถานี Kawaguchiko

  • หรือใช้พาสนั่งรถไฟของ Fujikyu Railway (Fujikyuko Line) ไปลงสถานี Kawaguchiko (บางขบวนอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามเงื่อนไข)

2. Chureito Pagoda (จังหวัดยามานาชิ)

หนึ่งในมุมมหาชนของฟูจิ – เจดีย์แดง Chureito Pagoda กับวิวภูเขาไฟฟูจิสุดอลัง เป็นจุดที่ไม่ควรพลาดถ้ามาโซนคาวากุจิโกะ

แผนทริปยอดนิยมคือ แวะ Chureito ช่วงเช้าที่สถานี Shimoyoshida แล้วค่อยนั่งต่อไปเที่ยวทะเลสาบ Kawaguchiko ในวันเดียวกัน

วิธีเดินทาง:

  • นั่งรถไฟ Limited Express ขบวน FUJI EXCURSION ลงสถานี Shimoyoshida

  • หรือใช้รถไฟสาย Fujikyuko Line ของ Fujikyu Railway ลงสถานี Shimoyoshida

3. GALA Yuzawa Snow Resort (จังหวัดนีงาตะ)

สายหิมะ สกี สโนว์บอร์ด ต้องเล็งที่นี่ไว้เลย ลานสกียอดนิยมในเมืองน้ำพุร้อนยูซาวะ มีกิจกรรมให้เลือกเยอะ จะเล่นสกีจริงจังหรือแค่สนุกกับถาดเลื่อนหิมะแบบชิลๆ ก็ได้

จากโตเกียวใช้เวลาเดินทางด้วยชินคันเซ็นแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ เรียกได้ว่าแค่ค่ารถไฟไป-กลับก็คุ้มราคาพาสไปเยอะแล้ว

วิธีเดินทาง:

  • นั่ง Joetsu Shinkansen ขบวน TANIGAWA ลงสถานี GALA Yuzawa (เปิดเฉพาะฤดู)

  • หรือ นั่ง Joetsu Shinkansen ขบวน TOKI / TANIGAWA ลงสถานี Echigo-Yuzawa แล้วต่อ Shuttle Bus ฟรี

4. Karuizawa Prince Shopping Plaza (จังหวัดนากาโน่)

ที่นี่คือสวรรค์ของสายช้อป! เอาท์เล็ทขนาดใหญ่ในเมืองคารุอิซาวะ ร้านแน่นทั้งแบรนด์แฟชั่น กีฬา ของใช้ในบ้าน รวมถึงสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง แถมยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ให้พักขา เดินช้อปทั้งวันก็ไม่มีเบื่อ

ใช้ JR TOKYO Wide Pass นั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวไปแค่ราวๆ 1 ชั่วโมง ช้อปเสร็จค่ำๆ นั่งรถกลับเข้าเมืองได้แบบไม่ต้องกังวลค่าโดยสาร

วิธีเดินทาง:

  • นั่ง Hokuriku Shinkansen ขบวน ASAMA หรือ HOKUTAKA ลงสถานี Karuizawa

5. Hitachi Seaside Park (จังหวัดอิบารากิ)

สวนดอกไม้ริมมหาสมุทรแปซิฟิกในเมืองฮิตาชินากะ ไฮไลต์คือดอก เนโมฟีล่า สีฟ้าสดที่บานเต็มเนินช่วง กลางเมษายน–พฤษภาคม บรรยากาศโรแมนติกมาก เหมาะกับสายถ่ายรูปสุดๆ

วิธีเดินทาง:

  • นั่งรถไฟ Limited Express ไปลงสถานี Katsuta แล้วต่อรถบัสลงป้าย Kaihin Koen Nishiguchi

  • หรือนั่งรถไฟสาย JR Joban Line มาลงสถานี Katsuta แล้วต่อบัสเช่นกัน

6. Ashikaga Flower Park (จังหวัดโทชิงิ)

สวนดอกไม้ชื่อดังของเมืองอาชิคางะ ไฮไลต์คือเทศกาล ดอกวิสทีเรีย พร้อมไฟประดับสวยๆ ช่วงกลางเมษายน–พฤษภาคม ใช้ JR TOKYO Wide Pass นั่งชินคันเซ็นช่วยหั่นเวลาเดินทางจากโตเกียวให้สั้นลงได้เยอะ

วิธีเดินทาง:

  • นั่งรถไฟ JR หรือ Tohoku Shinkansen ลงสถานี Oyama (Tochigi) แล้วต่อรถไฟสาย JR Ryomo Line ลงสถานี Ashikaga Flower Park

7. Nikko (จังหวัดโทชิงิ)

เมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยศาลเจ้าเก่าแก่และธรรมชาติสวยๆ บรรยากาศต่างกันไปในแต่ละฤดู ทั้งใบไม้เขียว ใบไม้เปลี่ยนสี หิมะโรแมนติก ใช้ JR TOKYO Wide Pass นั่งรถไฟด่วนจากโตเกียวมาได้แบบไม่ต้องเพิ่มค่าโดยสาร

วิธีเดินทาง:

  • นั่ง Tohoku Shinkansen ลงสถานี Utsunomiya แล้วต่อรถไฟสาย JR Nikko Line ไปลงสถานี Nikko

  • หรือนั่งรถไฟ Tobu Railway Limited Express SPACIA Nikko ไปลงสถานี Tōbu-nikkō (ต้องเช็กเงื่อนไขการใช้พาสกับขบวนนี้ให้ดี)

สรุป: JR TOKYO Wide Pass เหมาะกับใคร?

ถ้าถามว่า JR TOKYO Wide Pass เหมาะกับสายเที่ยวแบบไหน? คำตอบชัดมากว่าเหมาะกับคนที่

  • มีเวลาเที่ยวไม่เยอะ แต่

  • อยากไป คาวากุจิโกะ แน่นอนสักหนึ่งวัน

  • และยังอยากเผื่อเวลาไปที่อื่น เช่น ลานสกี GALA Yuzawa, เอาท์เล็ทคารุอิซาวะ หรือเมืองมรดกโลกอย่างนิกโก้

เพราะพาสใบนี้เป็น พาสเดียวของ JR ที่นั่งรถไฟไปคาวากุจิโกะได้ยาวตลอดสาย (แม้ช่วง Otsuki – Kawaguchiko จะเป็นสายเอกชนที่มีค่าใช้จ่ายบางส่วน แต่โดยรวมก็ยังคุ้มมาก)

ลองคิดง่ายๆ แค่ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษจากโตเกียวไป–กลับคาวากุจิโกะ ค่าโดยสารปกติรวมกันก็ราว 8,000 กว่าเยน ซึ่งเกินครึ่งราคาพาสแล้ว

ถ้ายังใช้พาสต่อไปนั่งชินคันเซ็นเที่ยวลานสกี GALA Yuzawa, ไปช้อปที่ Karuizawa Prince Shopping Plaza, หรือเที่ยวเมืองมรดกโลกอย่าง Nikko ใน 3 วันเดียวกัน ค่าโดยสารรวมกันจะทะลุหลักหมื่นเยนแบบสบายๆ = คุ้มค่าพาสหลายเท่าตัว

ส่วนใครที่อยากเที่ยวกว้างกว่าโซนรอบโตเกียว อยากข้ามภูมิภาคและใช้ได้หลายวันมากกว่านี้ ยังมีพาสของ JR EAST แบบ 5 หรือ 10 วัน ให้เลือก ใช้ไล่เที่ยวไปได้ไกลถึงโทโฮคุ เหมาะสำหรับทริปยาวๆ ที่อยากเก็บหลายเมืองในครั้งเดียว