ผมสวยหลังทำสี vs ผมเสียในชีวิตจริง
การทำสีผมช่วยเปลี่ยนลุคให้ดูมั่นใจ มีสไตล์ และโดดเด่นขึ้นทันตา แต่ด้านที่ไม่ค่อยมีใครบอกคือ สีผมสวย ๆ มักมาพร้อมผมแห้งเสีย ชี้ฟู และแตกปลาย เพราะขั้นตอนการทำสีต้องเปิดเกล็ดผมและกระทบเคราตินตามธรรมชาติ ทำให้ผมสูญเสียความชุ่มชื้น กลายเป็นผมที่อ่อนแอและขาดง่าย
แม้ผมจะแห้งเสียจนรู้สึกสิ้นหวัง แต่บอกเลยว่า ผมพังจากการทำสีสามารถฟื้นได้ ถ้าเราเข้าใจโครงสร้างเส้นผม รู้ต้นตอสาเหตุ และวางแผนดูแลอย่างเป็นระบบ ทั้งการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ถูกกับสภาพผม การหมักผมให้ถูกวิธี ไปจนถึงการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ทุกอย่างล้วนเป็นส่วนสำคัญในการพาเส้นผมกลับมานุ่มสลวยได้อีกครั้ง
เปิดปม: ทำไมผมถึงแห้งเสียหนักหลังการทำสี
ผมไม่ได้เสียเพียงเพราะมี “สี” อยู่บนเส้นผม แต่เป็นเพราะ ปฏิกิริยาเคมีที่เข้าไปทำลายโปรตีนและไขมันธรรมชาติ ในโครงสร้างผม เมื่อช่างเปิดเกล็ดผมเพื่อให้สีซึมเข้าไปได้ลึก ชั้นในของเส้นผมจึงอ่อนแอลง ทำให้ผมแห้ง ขาดน้ำหนัก และเปราะง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งถ้าเรายังใช้ความร้อนบ่อย ทั้งไดร์ หนีบ ม้วนผม หรือจัดแต่งทรงทุกวัน ความร้อนจะยิ่งดูดน้ำและน้ำมันจากเส้นผมออกไป จนผมไม่สามารถเก็บความชุ่มชื้นได้ดีเหมือนเดิม หากปล่อยให้สะสมไปเรื่อย ๆ ผมอาจแห้งกรอบ ขาดหลุดร่วง และจัดทรงยากกว่าที่เคย
สาเหตุหลักที่ทำให้ผมแห้งเสียจากการทำสี ได้แก่:
การใช้สารฟอกสีที่แรงเกินไป
การทำสีซ้ำถี่เกิน โดยยังไม่เว้นระยะให้ผมได้พัก
ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่ไม่เหมาะกับผมทำสีหรือผมผ่านสารเคมี
จัดแต่งทรงด้วยความร้อนสูงเป็นประจำ ทั้งไดร์ หนีบ หรือม้วนผม
เลือกผลิตภัณฑ์ยังไงให้ผมทำสีฟื้น ไม่ฟอกวิญญาณ
สำหรับผมทำสี การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผมถือเป็นด่านสำคัญมาก เพราะผมแบบนี้ต้องการการดูแลคนละแบบกับผมธรรมดา ผลิตภัณฑ์ที่ดีควรช่วยเคลือบ ปิดเกล็ดผม และเติมโปรตีนที่หายไป เพื่อให้ผมกลับมานุ่มลื่น มีน้ำหนัก และไม่พันกันง่าย
สิ่งที่ควรเลี่ยงคือแชมพูหรือผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์หรือซัลเฟตในปริมาณสูง เพราะจะยิ่งทำให้ผมสูญเสียน้ำและความชุ่มชื้นจนแห้งเข้าไปใหญ่ การเลือกเซ็ตดูแลผมที่ออกแบบมาสำหรับผมทำสีโดยเฉพาะจะช่วยทั้งยืดอายุสีผม และลดความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผมทำสี:
เลือกแชมพูสูตรอ่อนโยน ปราศจากซัลเฟต เพื่อลดการชะล้างน้ำมันดีออกจากเส้นผม
ใช้มาสก์ผมหรือทรีตเมนต์บำรุงลึกอย่างน้อย สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
เพิ่มเซรั่มหรือออยล์บำรุงปลายผม เน้นสูตรที่ช่วยเคลือบและปิดเกล็ดผม
หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์แรง หรือซิลิโคนเนื้อหนักที่ทิ้งคราบจนผมลีบและอุดตันหนังศีรษะ
ฟื้นผมจากข้างใน: กินถูก ผมก็นุ่มสลวยจากโคน
ผมสวยไม่ได้มาจากการบำรุงภายนอกอย่างเดียว แต่ โภชนาการก็มีผลกับเส้นผมโดยตรง เส้นผมต้องการโปรตีน ไบโอติน เหล็ก และกรดไขมันโอเมก้า 3 เพื่อสร้างเคราตินและรักษาความแข็งแรง การทานอาหารครบหมู่และหลากหลายจะช่วยให้ผมกลับมาแข็งแรงจากรากถึงปลาย
ควรเน้นอาหารที่ให้โปรตีนคุณภาพดี เช่น ไข่ ปลา ถั่ว และเมล็ดพืช รวมถึงผักผลไม้ที่มีวิตามินซีและอี ซึ่งช่วยให้หนังศีรษะชุ่มชื้น เลือดไหลเวียนดี และส่งเสริมการงอกของเส้นผมใหม่ การดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวันก็ช่วยให้เส้นผมไม่แห้งจากข้างในอีกด้วย
อาหารที่ช่วยให้เส้นผมกลับมาสุขภาพดีขึ้น:
ไข่ไก่และปลาแซลมอน: เพิ่มโปรตีนและช่วยเสริมการสร้างเคราติน
ถั่วอัลมอนด์และวอลนัท: เติมกรดไขมันโอเมก้า 3 ให้ผมไม่แห้งกระด้าง
ผักใบเขียวเข้ม: แหล่งเหล็กและโฟเลตที่ดีต่อรากผม
ส้มและตระกูลเบอร์รี่: อุดมด้วยวิตามินซี ช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงหนังศีรษะ
หยุดพฤติกรรมทำร้ายผม ก่อนคิดจะบำรุงเพิ่ม
หลายคนลงทุนซื้อผลิตภัณฑ์แพง ๆ แต่ผมก็ยังไม่ดีขึ้น เพราะยังทำบางพฤติกรรมซ้ำไปซ้ำมาแบบไม่รู้ตัว การฟื้นฟูผมจะเห็นผลจริงก็ต่อเมื่อเรา หยุดทำร้ายผมพร้อมกับเริ่มบำรุง
การสระผมบ่อยเกินไป ใช้ไดร์ลมหรือความร้อนแรงทุกวัน หรือหวีผมตอนเปียก ล้วนเป็นตัวเร่งให้ผมขาดและแห้งเสียมากขึ้น นอกจากนี้ การปล่อยให้ผมโดนแดดและลมแรงโดยไม่มีการป้องกัน ก็ทำให้สีผมซีดเร็วและผมอ่อนแอได้เหมือนกัน
พฤติกรรมที่ควรเลี่ยงเพื่อปกป้องผมทำสี:
ไม่ใช้เครื่องหนีบหรือม้วนผมที่อุณหภูมิสูงเกินความจำเป็น
หลีกเลี่ยงการสระผมทุกวัน ทิ้งระยะให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันธรรมชาติบ้าง
ไม่หวีผมแรง ๆ โดยเฉพาะตอนผมยังเปียกชื้น เพราะผมเปียกจะขาดง่ายเป็นพิเศษ
ป้องกันเส้นผมจากแสงแดดด้วยการใส่หมวก หรือใช้สเปรย์กันรังสี UV สำหรับผมโดยเฉพาะ
สูตรหมักผมจากของในครัว ช่วยคืนความนุ่มลื่นให้ผมทำสี
ใครอยากบำรุงผมแบบอ่อนโยน ปลอดสารเคมีหนัก ๆ สูตรธรรมชาติจากของในครัวคือเพื่อนรักอีกคนที่ควรมีติดบ้าน วัตถุดิบอย่าง น้ำมันมะพร้าว น้ำผึ้ง ไข่แดง และโยเกิร์ต ล้วนมีคุณสมบัติช่วยเติมความชุ่มชื้น และฟื้นโครงสร้างเส้นผมที่แห้งเสียให้กลับมาดูมีชีวิตชีวา
การหมักผมด้วยสูตรธรรมชาติเป็นประจำสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง จะช่วยลดการแตกปลาย เพิ่มความเงางาม และทำให้ผมนุ่มลื่นขึ้นอย่างรู้สึกได้ และหากใช้ร่วมกับการดูแลผมในชีวิตประจำวันอย่างถูกวิธี ผลลัพธ์จะยิ่งชัดและอยู่ได้นาน
ไอเดียสูตรหมักผมช่วยฟื้นผมทำสี:
ไข่แดงผสมกับน้ำมันมะพร้าว: เพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผมนุ่มลื่นและมีน้ำหนัก
น้ำผึ้งผสมโยเกิร์ต: เติมโปรตีนและความเงางาม ให้ผมดูสุขภาพดี
อะโวคาโดบดกับน้ำมันมะกอก: กู้ผมแห้งเสียให้กลับมานุ่มนิ่มอีกครั้ง
กล้วยบดผสมน้ำผึ้ง: ลดผมชี้ฟู และประคองผมเสียจากความร้อนให้นิ่มขึ้น
สรุป: ผมเสียจากการทำสี ฟื้นได้ถ้าดูแลถูกทาง
การฟื้นฟูผมแห้งเสียจากการทำสีไม่ใช่เรื่องที่แก้ได้ในคืนเดียว แต่เป็น การดูแลอย่างสม่ำเสมอและเข้าใจธรรมชาติของเส้นผมจริง ๆ หากเราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ลดพฤติกรรมที่ทำร้ายผม และใส่ใจโภชนาการควบคู่กันไป เส้นผมที่เคยแห้งกรอบก็มีโอกาสกลับมานุ่มลื่นและดูสุขภาพดีได้อีกครั้ง
ท้ายที่สุดแล้ว การบำรุงผมไม่ใช่แค่ทำให้เส้นผมดูสวยในกระจก แต่ยังสะท้อนว่าเรากำลัง ดูแลตัวเองอย่างตั้งใจในทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า และจากภายในสู่ภายนอก

