รับแอปรับแอป

สิงคโปร์ติดเทอร์โบ AI: จาก ChatGPT ถึง Generative AI ปั้นท่องเที่ยว–การบินให้ฉลาดและกำไรพุ่ง

ปริญญา ทองคำ01-31

สิงคโปร์เดินเกมใหญ่ ดัน AI เป็นหัวใจท่องเที่ยวยุคใหม่

สิงคโปร์กำลังเร่งเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จากเมืองท่องเที่ยวล้ำสมัย สู่ Smart Tourism Hub ที่ขับเคลื่อนด้วย ปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง (Advanced AI) อย่างจริงจัง

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง การท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board – STB) และ OpenAI ผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี ChatGPT ไม่ใช่แค่ดีลด้านเทคโนโลยีธรรมดา แต่คือการวางหมากอนาคตของทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ในโลกที่เทคโนโลยีวิ่งเร็วกว่าทุกอุตสาหกรรม ประเทศที่กล้าลงมือก่อน ย่อมมีโอกาสกำหนดเกม และสิงคโปร์ก็กำลังทำสิ่งนั้นอย่างชัดเจน

AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือ แต่เป็น “ผู้ออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยว”

เป้าหมายหลักของ STB คือการนำ AI เข้ามาอยู่ในทุกจุดสัมผัสของการเดินทาง ตั้งแต่ก่อนจองตั๋ว ไปจนถึงหลังกลับบ้านแล้ว แต่ละจุดจะถูกเพิ่ม “ชั้นของความฉลาด” เข้าไปอย่างมีกลยุทธ์

สิ่งที่ AI เข้ามาช่วยเสริม เช่น

  • การปรับประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคล (Personalization)
    นักท่องเที่ยวแต่ละคนจะได้รับคำแนะนำ สถานที่ กิจกรรม และดีลที่ตรงกับความสนใจ ไม่ใช่แค่ลิสต์สถานที่ยอดฮิตแบบเหมารวม

  • การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Insights)
    ข้อมูลการเดินทางและพฤติกรรมนักท่องเที่ยวถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการตลาด ออกแบบสินค้า และสร้างแพ็กเกจใหม่ได้อย่างแม่นยำ

  • ระบบแนะนำแบบเรียลไทม์
    เทคโนโลยีของ OpenAI สามารถช่วยสร้างระบบแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแบบสดใหม่ เปลี่ยนแผนได้ทันทีตามสภาพอากาศ เวลา งบ หรืออารมณ์ของผู้เดินทาง

  • ผู้ช่วยทางภาษา และการเล่าเรื่องด้วย AR/VR
    จากการแปลภาษาเฉพาะหน้า ไปจนถึงการเล่าเรื่องสถานที่ผ่าน AR/VR ทำให้ประสบการณ์ท่องเที่ยวกลายเป็นเรื่อง “เสมือนจริงแต่สัมผัสได้”

  • หุ่นยนต์และผู้ช่วยอัจฉริยะในสนามบิน–โรงแรม
    หุ่นยนต์และคียอสก์อัจฉริยะจะช่วยตอบคำถาม ให้ข้อมูล และดูแลนักท่องเที่ยวตลอดการเดินทาง โดยยังคงเก็บ “หัวใจของการบริการแบบมนุษย์” ไว้เป็นแกนกลาง

หัวใจสำคัญคือ ใช้เทคโนโลยีมาช่วยขยายพลังมนุษย์ ไม่ใช่แทนที่มนุษย์

Tourism 2040: แผนยาวของสิงคโปร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

เบื้องหลังความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ คือวิสัยทัศน์ระยะยาว “Tourism 2040” ของ STB ที่ต้องการสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่

  • ยั่งยืน

  • ยืดหยุ่นต่อวิกฤติ

  • ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและข้อมูล

ผู้บริหารด้านเทคโนโลยีของ STB มองว่า AI คือปัจจัยชี้เป็นชี้ตาย ของการแข่งขันในอนาคต โดยบทบาทหลักของ AI ในแผนนี้คือ

  • เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ฉลาดและเร็วขึ้น

  • ออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ “ใช่สำหรับแต่ละคน” จนอยากกลับมาเยือนอีกหลายครั้ง

การทดลองนำ ChatGPT และเครื่องมือ AI อื่นๆ ไปฝังในแพลตฟอร์มดิจิทัลของ STB รวมถึงแอปของผู้ประกอบการ จะกลายเป็นฐานข้อมูลจริงที่ช่วยประเมินทั้งโอกาสและความเสี่ยง ก่อนขยายใช้ในวงกว้าง

OpenAI: ฝั่งเทคโนโลยีที่พร้อมให้รัฐ “เล่นเกมใหญ่”

ผู้นำจาก OpenAI เน้นชัดว่า การที่รัฐบาลและหน่วยงานระดับประเทศยอม “เปิดรับนวัตกรรม” คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงใหญ่

สิงคโปร์ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่

  • กล้าทดลอง

  • ตัดสินใจเร็ว

  • วางวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมแบบจริงจัง

เทคโนโลยี AI จึงไม่ได้ถูกมองแค่เป็นเครื่องมือเสริม แต่คือ โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของประสบการณ์การเดินทาง ตั้งแต่ความสะดวก ความประทับใจ ไปจนถึงความรู้สึกว่า “บริการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อฉันโดยเฉพาะ”

สิงคโปร์: เกาะเล็กที่คิดการใหญ่ด้วยข้อมูลและนวัตกรรม

แม้พื้นที่ประเทศจะเล็ก แต่สิงคโปร์ใช้ข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ พลิกมาเป็นจุดแข็งด้านการบริหารและการออกแบบเมืองให้เป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอาเซียน

ตัวเลขจาก STB สะท้อนให้เห็นภาพนี้อย่างชัดเจน

  • ปี 2024 มีนักท่องเที่ยวกว่า 13.6 ล้านคน

  • รายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 24,500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

  • ตลาดหลักมาจาก อินโดนีเซีย จีน มาเลเซีย ออสเตรเลีย และอินเดีย

พร้อมกันนั้น สิงคโปร์ยังลงทุนเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น

  • Sentosa-Southern Gateway

  • Mandai Eco Precinct

  • Singapore Grand Prix Night Race

ทั้งหมดถูกเสริมด้วยการลงทุนด้าน Digital Transformation เพื่อให้ “ทุกจุดของการท่องเที่ยวเชื่อมโยงด้วยดิจิทัล” ไม่ใช่แค่สร้างแลนด์มาร์กสวยๆ แล้วจบ

ในปี 2025 รายได้จากการท่องเที่ยวในไตรมาสแรกอาจลดลงเล็กน้อย แต่แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวยังเติบโตต่อเนื่อง มีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้เดินทางต่างชาติจะเกือบแตะ 16 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าก่อนโควิดในปี 2019 อย่างมีนัยสำคัญ

เป้าหมายใหญ่ภายในปี 2040 คือการดันรายได้จากการท่องเที่ยวไปที่ช่วง 47,000–50,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยเน้นกลุ่ม

  • นักเดินทางเพื่อธุรกิจ

  • ตลาด MICE (การประชุม ท่องเที่ยวรางวัล สัมมนา และนิทรรศการ)

เมื่อภาพฝัน “เมืองท่องเที่ยวอัจฉริยะ” ถูกขับเคลื่อนด้วย AI

ความร่วมมือระหว่าง STB และ OpenAI จึงไม่ใช่แค่พิธีลงนามบนกระดาษ แต่คือการวางฐานคิดของประเทศทั้งระบบ

สิงคโปร์ไม่ได้ต้องการเป็นแค่ “ประเทศที่คนมาเที่ยว” แต่ต้องการเป็น ประสบการณ์ที่ผู้คนอยากกลับมาเจอซ้ำๆ

ด้วยพลังของ AI ขั้นสูง สถาปัตยกรรมใหม่ของการท่องเที่ยวสิงคโปร์จะมีคุณสมบัติสำคัญคือ

  • ฉลาด (Smart)

  • เป็นมิตร (Human-centric)

  • เต็มไปด้วยความเป็นส่วนตัว (Highly Personalized)

นักท่องเที่ยวจะไม่รู้สึกเพียงแค่มาเยือน แต่จะรู้สึกว่า “ได้เป็นส่วนหนึ่งของสิงคโปร์” จริงๆ

Advanced AI: สมองกลระดับใหม่ที่กำลังเปลี่ยนกติกาโลก

ภายใต้ความร่วมมือทั้งหมดนี้ มีคำหนึ่งที่สำคัญมากคือ “Advanced AI”

นี่คือระบบ AI ที่ทำงานได้ซับซ้อนและฉลาดใกล้เคียงมนุษย์ หรือเหนือกว่าในบางด้าน แตกต่างจาก AI แบบเดิมที่ทำงานตามกฎตายตัว เพราะ มันสามารถเรียนรู้ ปรับตัว และตัดสินใจได้เอง จาก Big Data และเทคนิคการประมวลผลขั้นสูง

คุณสมบัติหลักของ Advanced AI ได้แก่

  • การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-learning)
    ไม่ต้องคอยเขียนโปรแกรมใหม่ทุกครั้งที่เจอเคสไม่คุ้นเคย แต่เรียนรู้จากประสบการณ์และข้อมูลใหม่อย่างต่อเนื่อง

  • การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing – NLP)
    เข้าใจและสร้างภาษามนุษย์ได้ใกล้เคียงการสื่อสารจริง วิเคราะห์อารมณ์ ความรู้สึก และตอบโต้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  • การมองเห็นของคอมพิวเตอร์ (Computer Vision)
    วิเคราะห์ภาพ วิดีโอ และข้อมูลเชิงภาพได้ เข้าใจใบหน้า วัตถุ และบริบทของภาพ

  • การตัดสินใจที่ซับซ้อน (Complex Decision-making)
    ใช้ข้อมูลหลายมิติในการตัดสินใจเรื่องยากๆ เช่น การวางแผนกลยุทธ์ การแพทย์ หรือการขับเคลื่อนยานยนต์อัตโนมัติ

ตัวอย่างการใช้งานในชีวิตประจำวัน

  • รถยนต์ไร้คนขับ
    ใช้ AI วิเคราะห์ถนน สัญญาณไฟ การเคลื่อนที่ของรถคันอื่น เพื่อขับเคลื่อนอย่างปลอดภัย

  • ระบบแนะนำสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์
    วิเคราะห์ประวัติการซื้อและพฤติกรรมการดูสินค้า เพื่อเสนอสิ่งที่ผู้ใช้สนใจจริง

  • ผู้ช่วยเสมือน (Virtual Assistants)
    อย่าง Siri หรือ Google Assistant ใช้ NLP ทำความเข้าใจคำสั่งเสียง และตอบสนองแบบทันที

  • การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์
    วิเคราะห์ภาพสแกน MRI หรือ CT-Scan เพื่อช่วยแพทย์ตรวจโรคได้เร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

Singapore Airlines x OpenAI: เมื่อการบินกลายเป็นแพลตฟอร์ม AI

อีกฟันเฟืองสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสิงคโปร์คือ Singapore Airlines (SIA) ซึ่งได้จับมือกับ OpenAI เช่นกัน

ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนทุกมิติของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ Generative AI ที่สามารถทำงานกับข้อมูลได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่

  • ข้อความ

  • เสียง

  • แผนภาพ

  • วิดีโอ

สำหรับสายการบิน นี่ไม่ใช่แค่การเอาเทคโนโลยีมา “แต่งหน้า” ระบบเดิม แต่คือการออกแบบประสบการณ์การเดินทางใหม่ทั้งเส้นทาง ตั้งแต่การค้นหาตั๋ว ไปจนถึงบริการหลังจบทริป

ผู้ช่วยเสมือนอัจฉริยะ: หน้าแรกของประสบการณ์ลูกค้ายุคใหม่

หนึ่งในโปรเจกต์นำร่องที่น่าจับตา คือการพัฒนา ผู้ช่วยเสมือนอัจฉริยะ (AI-powered Virtual Assistant) บนเว็บไซต์ของ SIA

จากเดิมที่มีเพียง ระบบแนะนำเที่ยวบิน (Flight Recommender) จะถูกยกระดับให้ฉลาดขึ้นหลายเท่าตัว กลายเป็นผู้ช่วยที่สามารถ

  • เข้าใจความต้องการเชิงลึกของผู้โดยสาร

  • สื่อสารโต้ตอบได้เหมือนคุยกับเจ้าหน้าที่จริง

  • ปรับคำแนะนำให้เหมาะกับแต่ละคนแบบเรียลไทม์

ผลลัพธ์คือประสบการณ์แบบ “ไร้แรงเสียดทาน” (Frictionless)

  • วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น

  • ตัดสินใจเลือกปลายทางได้เร็วขึ้น

  • เข้าถึงข้อมูลที่ใช่ ในเวลาที่ต้องการ โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตอบทุกเรื่อง

นี่คือการเพิ่มพลังให้ระบบ Self-Service ของลูกค้า จนตั้งแต่เริ่มจองตั๋ว ไปจนถึงขึ้นเครื่อง ทุกอย่างลื่นไหลมากขึ้นอย่างชัดเจน

ในฝั่งหลังบ้าน SIA ยังนำ AI เข้ามาเสริมประสิทธิภาพพนักงาน เช่น

  • ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยแนะนำแนวทางแก้ปัญหา

  • การจัดตารางลูกเรือ (Crew Scheduling) ที่ต้องคำนึงถึงกฎข้อบังคับ กำลังคน และข้อจำกัดเชิงปฏิบัติการ

เมื่อใช้ AI ที่เข้าใจข้อมูลหลายรูปแบบ พนักงานจะตัดสินใจได้เร็วและแม่นขึ้น และมีเวลาไปโฟกัสงานที่ต้องใช้ “ทักษะมนุษย์” มากกว่าเดิม

AI: จากเทคโนโลยีภายในองค์กร สู่แรงขับการท่องเที่ยวระดับชาติ

ผู้บริหารด้านเทคโนโลยีของ SIA สะท้อนตรงกันว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องระบบไอที แต่มันคือ การวางโครงสร้างใหม่ให้ทั้งองค์กรและอุตสาหกรรม

การยกระดับเทคโนโลยีในลักษณะนี้ ยังต่อยอดไปสู่การผลักดันการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ในหลายมิติ ได้แก่

  • ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยประสบการณ์ไฮเทค
    เมื่อลูกค้าได้รับการเดินทางที่เรียบง่าย ฉับไว มีผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้าใจพวกเขา ความประทับใจจะเปลี่ยนเป็นการกลับมาใช้บริการซ้ำ และการบอกต่อ ซึ่งสะท้อนภาพสิงคโปร์ในฐานะประเทศที่ใช้เทคโนโลยียกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง

  • ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการท่องเที่ยว
    ด้วยบทบาทของ Singapore Airlines ที่เป็นหนึ่งในหน้าตาของประเทศ ทุกก้าวด้าน AI จะยิ่งตอกย้ำภาพของสิงคโปร์ในฐานะผู้นำด้าน Smart Tourism และ Smart Nation

  • เสริมประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์การท่องเที่ยว
    หากระบบ AI สามารถจัดการตารางบิน ลูกเรือ และบริการต่างๆ ได้แม่นยำ ความล่าช้าและข้อผิดพลาดจะลดลงอย่างมาก ทำให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกราบรื่นขึ้นเป็นเท่าตัว

ความร่วมมือระหว่าง Singapore Airlines และ OpenAI จึงเป็นมากกว่าการอัปเกรดเทคโนโลยีลูกค้า แต่เป็น การคิดเชิงระบบ ที่ครอบคลุม

  • ระดับองค์กร

  • ระดับอุตสาหกรรม

  • และระดับประเทศ

เมื่อ AI กลายเป็น “พลังขับเคลื่อน” (Driving Force) สิงคโปร์กำลังถูกวางตำแหน่งให้เป็น ต้นแบบระดับโลก ของการผสานเทคโนโลยีกับการท่องเที่ยวและการเดินทางอย่างมีกลยุทธ์

ตัวเลขที่สะท้อนพลัง AI + การจัดการแบบสิงคโปร์

ด้านผลประกอบการของ SIA เองก็สะท้อนว่า การเดินเกมด้านเทคโนโลยีและการบริหารยังเดินหน้าได้แข็งแรง

  • รายได้รวมปีงบประมาณ 2025 ประมาณ 19,500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 2.8% จากปีก่อน

  • กำไรสุทธิราว 2,780 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 3.9%

  • อัตรากำไรสุทธิทรงตัวที่ 14%

แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น แต่ รายได้ต่อผู้โดยสาร (Passenger Yield) ลดลงราว 5.5% จากการแข่งขันที่ดุเดือดและการขยายขีดความสามารถในการให้บริการ อย่างไรก็ตาม ปริมาณผู้โดยสารยังเติบโตแข็งแกร่ง

  • SIA + Scoot ให้บริการผู้โดยสารรวม 39.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.1% จากปีก่อน

สำหรับไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2026 (สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2025)

  • รายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.5% อยู่ที่ราว 4,790 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

  • แต่กำไรสุทธิลดลงถึง 58.8% เหลือประมาณ 186 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

ปัจจัยหลักมาจาก

  • รายได้จากดอกเบี้ยที่ลดลง

  • ขาดทุนจากบริษัทร่วมบางแห่ง

  • แรงกดดันจากการแข่งขันที่กระทบรายได้ต่อผู้โดยสาร

อย่างไรก็ดี ความต้องการเดินทางของทั้งผู้โดยสารและขนส่งสินค้ายังแข็งแรงมาก โดย

  • จำนวนผู้โดยสารแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 1 รวม 10.3 ล้านคน

  • อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Passenger Load Factor) อยู่ที่ 87.6%

บทสรุป: AI ไม่ใช่อนาคตไกลตัว แต่คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการเดินทาง

สิ่งที่สิงคโปร์กำลังทำ คือการประกาศชัดว่า AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือเสริม แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ของการท่องเที่ยวและการบิน

เมื่อมองลึกลงไปจะเห็นว่า

  • STB ใช้ AI เพื่อออกแบบประสบการณ์และระบบนิเวศการท่องเที่ยว

  • OpenAI ป้อนเทคโนโลยีสมองกลขั้นสูงที่เรียนรู้ได้เอง

  • Singapore Airlines ใช้ Generative AI เปลี่ยนทั้งประสบการณ์ลูกค้าและประสิทธิภาพการดำเนินงาน

ทั้งหมดนี้หลอมรวมกันเป็นภาพของประเทศเล็กที่ใช้

  • ข้อมูล (Data)

  • เทคโนโลยี (AI)

  • วิสัยทัศน์ระยะยาว

มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ระดับโลกอย่างมีกลยุทธ์

สำหรับคนทำงานหรือธุรกิจที่อยากใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ การมองดู “เกมที่สิงคโปร์กำลังเล่น” คือคู่มือชั้นดีว่า จะใช้ AI ให้เป็นมากกว่าเครื่องมือ แต่เป็น “พาร์ตเนอร์ทางกลยุทธ์” ได้อย่างไร