เวิร์กชอป Generative AI เพื่ออาจารย์สาย Biomedical & Life Sciences
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อผลักดันให้อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดลก้าวทันโลกของ Generative AI และนำเทคโนโลยีนี้ไปต่อยอดการทำงานด้านการสอนและงานวิจัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นกลุ่มอาจารย์ในสาขา Biomedical & Life Sciences and Technology เป็นหลัก
ในเวิร์กชอปมีผู้บริหารและวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงานของมหาวิทยาลัยมหิดล มาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ ทั้งในมุมมองของนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อช่วยให้อาจารย์สามารถนำ AI ไปใช้ได้จริงในบริบทการทำงานของตนเอง

เป้าหมายหลักของการอบรม: ไม่ใช่แค่รู้จัก AI แต่ต้องใช้เป็น
โครงการนี้ไม่ได้ต้องการเพียงให้ผู้เข้าร่วม “รู้จัก” Generative AI เท่านั้น แต่ต้องการให้สามารถ ลงมือใช้ และเห็นแนวทางการประยุกต์ใช้ได้ชัดเจนในงานจริง โดยมีเป้าหมายสำคัญ เช่น:
ให้อาจารย์เข้าใจศักยภาพและข้อจำกัดของ Generative AI ในบริบทการศึกษาและวิจัย
กระตุ้นให้เกิดการออกแบบการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ที่ผสาน AI เข้าไปในกระบวนการ
ช่วยให้อาจารย์บริหารเวลาและทรัพยากรในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้วยแนวคิดนี้ เวิร์กชอปจึงเน้นทั้งการแลกเปลี่ยนมุมมองและการทดลองใช้เครื่องมือจริง ควบคู่กันไป

Generative AI กับงานสอน: จากภาระงานเอกสาร สู่การออกแบบประสบการณ์เรียนรู้
หนึ่งในไฮไลต์ของเวิร์กชอป คือการชี้ให้เห็นว่า Generative AI ไม่ได้มาแทนอาจารย์ แต่มาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ ในการยกระดับคุณภาพการสอน โดยมีตัวอย่างการนำไปใช้ เช่น
การช่วยร่างโครงสร้างรายวิชาและวางแผนหลักสูตรให้เป็นระบบมากขึ้น
การออกแบบสื่อการเรียนรู้ เช่น บทเรียน สไลด์ กิจกรรม หรือกรณีศึกษา ให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละกลุ่ม
การปรับเนื้อหาให้ยืดหยุ่นและทันสมัยมากขึ้น โดยอาศัยข้อมูลใหม่ ๆ จากแหล่งต่าง ๆ
เมื่อใช้ AI เข้ามาช่วยในงานที่ซ้ำซ้อนและกินเวลา อาจารย์ก็จะมีพื้นที่มากขึ้นในการโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ การออกแบบประสบการณ์เรียนรู้ที่มีความหมายสำหรับผู้เรียน

Generative AI กับงานวิจัย: ผู้ช่วยวิเคราะห์ วางแผน และจัดการข้อมูล
ในฝั่งของงานวิจัย Generative AI ถูกนำเสนอในฐานะเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในหลายขั้นตอนของกระบวนการทำวิจัย โดยเฉพาะในสาขา Biomedical & Life Sciences and Technology ที่ต้องจัดการข้อมูลจำนวนมากและซับซ้อน
แนวทางการประยุกต์ใช้ เช่น
ช่วยสรุปและจัดระบบข้อมูลจากเอกสารวิชาการจำนวนมาก
ร่างไอเดียงานวิจัยเบื้องต้น โครงร่างโครงการ หรือคำอธิบายเชิงวิชาการ
ช่วยจัดการข้อมูลวิจัยในเชิงโครงสร้าง ทำให้การวิเคราะห์และต่อยอดทำได้สะดวกขึ้น
เป้าหมายไม่ใช่ให้ AI ทำวิจัยแทนมนุษย์ แต่คือการใช้มันเป็นเครื่องมือเสริมพลัง เพื่อให้นักวิจัยสามารถคิดเชิงลึกได้มากขึ้น และลดเวลาในงานเอกสารและงานจัดการข้อมูลที่กินพลังงาน

การเรียนรู้เฉพาะบุคคล: ทำให้ห้องเรียนตอบโจทย์ผู้เรียนมากขึ้น
อีกประเด็นสำคัญที่ถูกเน้นย้ำในการอบรม คือการใช้ Generative AI เพื่อสนับสนุนแนวคิด การเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Personalized Learning)
ด้วยพลังของ AI อาจารย์สามารถออกแบบเนื้อหา กิจกรรม และรูปแบบการสื่อสารให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มมากขึ้น เช่น
ปรับระดับความยากของเนื้อหาให้สอดคล้องกับพื้นฐานของผู้เรียน
สร้างแบบฝึกหัดหรือคำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับผู้เรียนที่ต้องการทบทวนเฉพาะจุด
สร้างตัวอย่างหรือสถานการณ์จำลองที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนมองเห็นภาพเชิงลึกในเนื้อหาที่ซับซ้อน
เมื่อ AI เข้ามาช่วย อาจารย์สามารถเข้าใกล้เป้าหมาย “สอนแบบตรงใจผู้เรียน” ได้มากขึ้น แม้จะต้องดูแลนักศึกษาจำนวนมากในเวลาเดียวกัน

จากเวิร์กชอปสู่การลงมือใช้จริงในห้องเรียนและงานวิจัย
หัวใจของโครงการนี้คือการทำให้อาจารย์ไม่เพียงแค่ได้รับแรงบันดาลใจ แต่ยังมองเห็น วิธีเริ่มต้นใช้ Generative AI อย่างเป็นรูปธรรม โดยในเวิร์กชอปมีการแลกเปลี่ยนตัวอย่างการใช้จริง ไอเดียการประยุกต์ในวิชาต่าง ๆ และแนวทางการนำไปทดลองใช้ในบริบทของแต่ละคณะ
สิ่งที่ผู้เข้าร่วมได้รับกลับไป คือทั้งมุมมองใหม่ต่อเทคโนโลยี และแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปต่อยอดได้ทันทีในงานของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการสอน การค้นคว้า หรือการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ ๆ

Generative AI: พันธมิตรสำคัญของอาจารย์ยุคดิจิทัล
ทิศทางสำคัญที่โครงการต้องการสื่อ คือในยุคดิจิทัล อาจารย์ที่เข้าใจและใช้ AI เป็น จะมีความได้เปรียบอย่างชัดเจน ทั้งในด้านคุณภาพการสอนและคุณภาพงานวิจัย
เมื่อผสานความเชี่ยวชาญทางวิชาการของอาจารย์ เข้ากับความสามารถของ Generative AI ในการประมวลผลและสร้างสรรค์เนื้อหา จะเกิดเป็นพลังใหม่ที่ช่วยให้การศึกษาเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สรุป: จุดเริ่มต้นของการยกระดับการศึกษา ด้วยพลัง AI
เวิร์กชอป Generative AI สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดลครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาช่วย ยกระดับกระบวนการเรียนการสอน งานวิจัย และการพัฒนาผู้เรียน ให้ตอบโจทย์โลกอนาคตมากยิ่งขึ้น
จากนี้ไป สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เพียงว่าเรารู้จัก AI แค่ไหน แต่คือ เราจะใช้มันออกแบบการเรียนรู้และการวิจัยที่มีคุณค่าได้อย่างไร ในแบบฉบับของอาจารย์มหิดลทุกคน


