ยุทธศาสตร์ใหม่ของการดูแลผู้สูงอายุไทยด้วยพลัง AI
กรมอนามัยเดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์สุขภาพดิจิทัล จับมือสำนักงานอนามัยผู้สูงอายุ ปรับโหมดการทำงานเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างจริงจัง
ในการประชุมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “เพิ่มศักยภาพทักษะ AI บุคลากรในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ” ภายใต้แนวคิด “ยกระดับการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุไทย สู่ยุคดิจิทัลด้วยพลัง AI” มีการดึงผู้เชี่ยวชาญด้าน AI มาถ่ายทอดประสบการณ์และเทคนิคแบบจัดเต็ม ให้บุคลากรด้านสาธารณสุขได้อัปสกิลกันอย่างใกล้ชิด
บรรยากาศการอบรมเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนมุมมองใหม่ ๆ ว่าจะใช้ AI มาเป็นตัวช่วยในภารกิจสำคัญอย่างการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุได้อย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งในเชิงข้อมูล การสื่อสาร และการบริการ
พลิกวิธีทำงานสาธารณสุขด้วย AI Tools
ผู้เข้าร่วมการอบรมประกอบด้วยผู้บริหาร ผู้อำนวยการกลุ่ม เจ้าหน้าที่ราชการ และบุคลากรในสังกัดสำนักงานอนามัยผู้สูงอายุ ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการดูแลสุขภาวะของผู้สูงอายุในระดับประเทศ
เนื้อหาการอบรมโฟกัสไปที่การประยุกต์ใช้ AI Tools และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อยกระดับการทำงานให้ตอบโจทย์ 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่
เพิ่มประสิทธิภาพงาน (Efficiency):
ใช้ AI ช่วยประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลด้านสุขภาพผู้สูงอายุ เพื่อออกแบบแนวทางดูแลที่แม่นยำ ตรงกลุ่มเป้าหมาย และวัดผลได้จริงลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน (Optimization):
ดึงระบบอัตโนมัติมาช่วยลดภาระงานเอกสารและงานรูทีน ทำให้เจ้าหน้าที่มีเวลาไปโฟกัสงานเชิงกลยุทธ์และงานที่ต้องใช้มนุษย์มากขึ้นสร้างนวัตกรรมบริการใหม่ (Innovation):
ออกแบบรูปแบบบริการสุขภาพที่เข้าถึงง่าย ทันสมัย และตอบรับพฤติกรรมในโลกดิจิทัลของทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแล
หัวใจสำคัญ คือการใช้ AI เป็น “ผู้ช่วยคู่คิด” ไม่ใช่แค่เครื่องมือชั่วคราว ทำให้งานสาธารณสุขก้าวทันเทคโนโลยีและรองรับสังคมสูงวัยได้อย่างยั่งยืน




จากนโยบายบนกระดาษ สู่การลงมือทำจริงด้วย AI
ในการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีการสาธิตและให้ทดลองใช้เครื่องมือ AI แบบลงมือทำจริง (Workshop) ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI NotebookLM หรือเครื่องมือ AI ชั้นนำอื่น ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับงานด้านสาธารณสุขได้โดยตรง
ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้การใช้ AI เพื่อ:
วิเคราะห์ข้อมูลด้านสุขภาพของผู้สูงอายุเชิงลึก
สร้างสื่อรณรงค์สุขภาพที่สื่อสารได้คมชัดและตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
วางแผนและติดตามการดำเนินงานเชิงยุทธศาสตร์ด้วยข้อมูลที่มีหลักฐานรองรับ
ผลลัพธ์ที่ได้คือ บุคลากรสามารถมองเห็นภาพชัดเจนว่า AI ไม่ได้ไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ทันทีในงานประจำ หากรู้วิธีตั้งคำถามและออกแบบกระบวนการทำงานให้เหมาะสม


ก้าวสำคัญสู่หน่วยงานรัฐที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์
กิจกรรมจัดขึ้นที่โรงแรมเนเชอรัล ปาร์ค รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี ท่ามกลางบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้และทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ
การอบรมครั้งนี้ไม่ใช่แค่คอร์สให้ความรู้ระยะสั้น แต่เป็นอีกหนึ่ง หมุดหมายสำคัญ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของหน่วยงานภาครัฐ ที่เริ่มเดินหน้าไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างจริงจัง
มองงานเอกสารแบบเดิมให้น้อยลง
เพิ่มการใช้ข้อมูลและระบบดิจิทัลมาเป็นตัวช่วยหลัก
เปิดใจทดลองใช้เครื่องมือใหม่ เพื่อรองรับการทำงานในอนาคต
ทั้งหมดนี้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวคือ ให้ผู้สูงอายุไทยได้รับการดูแลที่ดีขึ้น ทันสมัยขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน




ปั้นบุคลากรยุคใหม่: จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสู่คนทำงานที่ใช้ AI เป็น
หน่วยงานที่ต้องการเตรียมทีมให้พร้อมต่อยุค AI ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรเอกชน สามารถใช้โมเดลการอบรมลักษณะนี้เป็นแนวทางในการ Upskill / Reskill บุคลากร ได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดยโฟกัสไปที่กลุ่มหลักอย่าง
ผู้บริหารและผู้อำนวยการ ที่ต้องกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์
ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ที่ต้องนำเครื่องมือ AI ไปใช้ในงานจริง
พนักงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล การสื่อสาร และการวางแผนโครงการ
ตัวอย่างหัวข้อการพัฒนา AI Skillset สำหรับองค์กร
สำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับทักษะดิจิทัลให้ทีม สามารถออกแบบการพัฒนาในแนวทางคล้ายกับการอบรมครั้งนี้ เช่น
หลักสูตรบรรยายพร้อม Workshop ลงมือทำ:
การใช้ AI ในการวางแผนและบริหารงานประจำวัน
การประยุกต์ใช้ AI NotebookLM ในงานข้อมูลและการสรุปองค์ความรู้
การใช้ AI ร่วมกับงาน Digital Marketing และ E-commerce เพื่อการสื่อสารและรณรงค์เชิงสังคม
การวางแผนเชิงกลยุทธ์ดิจิทัลให้กับองค์กร:
วางโครงสร้างการใช้เทคโนโลยีและ AI ให้สอดคล้องกับพันธกิจองค์กร
ออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ให้ Lean ขึ้น แต่ได้ผลลัพธ์มากขึ้น
สร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบ Data-driven และกล้าทดลองใช้เครื่องมือใหม่
แก่นสำคัญคือ ทำให้ทุกคนในองค์กร “เห็นภาพ ใช้เป็น และกล้าปรับ” ไม่ใช่แค่ฟังแล้วจบ






สรุป: AI ไม่ได้มาแทนที่คน แต่มาเพิ่มพลังให้คนทำงาน
จากเวิร์กช็อปครั้งนี้ เราเห็นภาพชัดว่า เมื่อหน่วยงานสาธารณสุขเปิดรับเทคโนโลยีและลงทุนกับการพัฒนาทักษะบุคลากรอย่างจริงจัง AI จะกลายเป็นตัวคูณประสิทธิภาพงาน ไม่ใช่คู่แข่งของคนทำงาน
งานที่เคยช้า สามารถเดินหน้าเร็วขึ้นด้วยระบบอัตโนมัติ
การตัดสินใจมีน้ำหนักมากขึ้นเพราะอ้างอิงจากข้อมูล
การสื่อสารรณรงค์สุขภาพเข้าถึงผู้สูงอายุได้ทั้งกว้างและลึก
สุดท้าย ปลายทางของการยกระดับดิจิทัลทั้งหมด คือ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้สูงอายุไทย และองค์กรก็ได้เปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ด้วยความพร้อมทั้งในด้านเทคโนโลยีและคนทำงานไปพร้อมกัน

