อัปเดตภาพรวมฟรีวีซ่าคนไทย ก่อนวางแพลนปี 2026
เรื่อง ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า 2026 เริ่มเป็นคำค้นหายอดนิยมของสายเที่ยวชาวไทย ทั้งที่ปัจจุบันยังไม่มีลิสต์อย่างเป็นทางการสำหรับปี 2026 ออกมา
ข้อมูลล่าสุดที่ใช้อ้างอิงได้จริงตอนนี้ คือสถานะปี 2025 ซึ่งสะท้อนว่าหนังสือเดินทางไทยได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหลายภูมิภาคทั่วโลก
บทความนี้จะพาไล่ดูภาพรวมประเทศฟรีวีซ่าที่คนไทยเข้าได้ ในปี 2025 พร้อมแนวโน้มสำคัญที่อาจมีผลต่อแพลนท่องเที่ยวในปี 2026 ใครกำลังเตรียมลาพักร้อน จดเช็กลิสต์กันให้ดี
ฟรีวีซ่าล่าสุดอ้างอิงปี 2025: คนไทยเข้าได้กี่ประเทศ?
ปัจจุบันคนไทยสามารถเดินทางเข้า 36 ประเทศและดินแดน ทั่วโลกโดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า (อ้างอิงข้อมูลปี 2025) ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับหลายปีก่อน
การขยายสิทธิ์เหล่านี้สะท้อนทั้ง
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่แน่นแฟ้นขึ้น
ภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ได้รับความเชื่อมั่นในระดับสากล
ประเทศฟรีวีซ่ากระจายอยู่แทบทุกมุมโลก ตั้งแต่เอเชีย ยุโรป อเมริกาใต้ ไปจนถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรต่าง ๆ ช่วยให้การวางแพลนเที่ยว
ลดขั้นตอนเอกสาร
ประหยัดเวลาเตรียมเรื่องวีซ่า
ตัดต้นทุนค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่าได้เยอะ
แต่แม้จะเป็นประเทศฟรีวีซ่า นักเดินทางยังต้องเคารพ กฎและเงื่อนไขเฉพาะ ของแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัดเสมอ
รวมประเทศยอดฮิตที่คนไทยเข้าได้แบบฟรีวีซ่า
ด้านล่างคือภาพรวมประเทศที่คนไทยสามารถเดินทางเข้าได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า (อ้างอิงปี 2025) พร้อม ระยะเวลาพำนักสูงสุด ที่ควรจำให้แม่นก่อนจองตั๋ว
ทวีปเอเชีย
สายเที่ยวใกล้ ๆ แต่ฟีลลิ่งต่างประเทศจัดเต็ม มีตัวเลือกเพียบ แถมส่วนใหญ่เดินทางง่ายและมีไฟลต์ถี่
ญี่ปุ่น – พำนักได้สูงสุด 15 วัน
เกาหลีใต้ – พำนักได้สูงสุด 90 วัน
สิงคโปร์ – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
ฮ่องกง – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
ไต้หวัน – ฟรีวีซ่า ถึงวันที่ 31 ก.ค. 2025
มาเก๊า – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
มาเลเซีย – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
อินโดนีเซีย – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
บรูไน – พำนักได้สูงสุด 14 วัน
กัมพูชา – พำนักได้สูงสุด 14 วัน
ลาว – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
เวียดนาม – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
ฟิลิปปินส์ – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
มองโกเลีย – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
จีน – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
ยุโรป / ยูเรเซีย
ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปโซนยูเรเซีย มีหลายประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าให้วุ่นวาย
จอร์เจีย – พำนักได้สูงสุด 365 วัน (อยู่กันยาว ๆ แบบแทบจะย้ายประเทศ)
คาซัคสถาน – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
คีร์กีซสถาน – พำนักได้สูงสุด 60 วัน (ถึง 31 ธ.ค. 2025)
รัสเซีย – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
ตุรกี – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
ทวีปอเมริกาใต้
สายธรรมชาติ ภูเขา ทะเล ทะเลทราย เมืองเก่า และวัฒนธรรมหลากสีสัน ประเทศฝั่งนี้ตอบโจทย์มาก
อาร์เจนตินา – พำนักได้สูงสุด 90 วัน
บราซิล – พำนักได้สูงสุด 90 วัน
ชิลี – พำนักได้สูงสุด 90 วัน
เอกวาดอร์ – พำนักได้สูงสุด 90 วัน
เปรู – พำนักได้สูงสุด 90 วัน
แอฟริกาและมหาสมุทรอินเดีย
เกาะสวยน้ำใส บรรยากาศรีสอร์ตหรูริมทะเล มีให้เลือกมากกว่าที่คิด
มอริเชียส – พำนักได้สูงสุด 60 วัน
เซเชลส์ – ใช้เอกสาร Visitor’s Permit แทนวีซ่า พำนักได้ 30 วัน
กลุ่มประเทศหมู่เกาะในแปซิฟิก
ใครอยากลองฟีล “หลบไปสุดปลายแผนที่” ต้องลองโซนนี้สักครั้ง
ฟิจิ – พำนักได้สูงสุด 120 วัน
วานูอาตู – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
ซามัว – พำนักได้สูงสุด 60 วัน
แถบแคริบเบียน
โซนทะเลสีฟ้าเมืองร้อนสไตล์คาริบเบียน ฟีลฮอลิเดย์จัดเต็ม
แอนติกาและบาร์บูดา – พำนักได้สูงสุด 30 วัน
บาร์เบโดส – พำนักได้สูงสุด 90 วัน
เฮติ – พำนักได้สูงสุด 90 วัน (ต้องมี หลักฐานการเงิน ประกอบ)
โดมินิกา – พำนักได้สูงสุด 21 วัน
ตรินิแดดและโตเบโก – พำนักได้สูงสุด 90 วัน
ฟรีวีซ่า แต่ไม่ได้แปลว่าไปแบบไร้เงื่อนไข
คำว่า “ฟรีวีซ่า” ฟังแล้วเหมือนจะเดินชิลเข้าได้ทุกด่าน แต่ในความเป็นจริง การอนุญาตให้เข้าประเทศครั้งสุดท้าย ยังอยู่ในดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเสมอ
ก่อนออกเดินทาง ควรเช็กให้ชัวร์เรื่องเหล่านี้
ตั๋วขากลับหรือขาออกประเทศ
หลายประเทศต้องการเห็นหลักฐานว่าคุณจะออกจากประเทศภายในเวลาที่กำหนด ไม่ได้ตั้งใจอยู่เกินหรือทำงานเถื่อนหลักฐานการเงิน
เอกสารที่แสดงว่ามีเงินเพียงพอใช้ระหว่างทริป เช่น สเตตเมนต์ธนาคาร บัตรเครดิต หรือเอกสารการจองที่พักอายุหนังสือเดินทาง
ส่วนใหญ่ต้องมีอายุคงเหลืออย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันเดินทาง หากใกล้หมดอายุ แนะนำต่อพาสปอร์ตให้เรียบร้อยก่อน
อีกเรื่องที่หลายคนชอบมองข้ามคือ ระบบลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้า เช่น K-ETA ของเกาหลีใต้ หรือเอกสารอนุญาตเข้าเมืองในรูปแบบดิจิทัล แม้ไม่ใช่วีซ่าแบบเต็มรูปแบบ แต่ถ้าไม่ได้ลงทะเบียน ก็อาจถูกปฏิเสธขึ้นเครื่องหรือเข้าเมืองได้เหมือนกัน
และที่ต้องระวังสุด ๆ คือ ระยะเวลาพำนัก
หากอยู่เกินที่กำหนดโดยไม่มีการขออนุญาตหรือขยายเวลาอย่างถูกต้อง
อาจเจอทั้งการปรับเงิน การถูกปฏิเสธเข้าประเทศในอนาคต หรือถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวัง
ผลคือกระทบต่อทริปต่อ ๆ ไปแบบเต็ม ๆ โดยเฉพาะคนที่ชอบเดินทางบ่อย
แนวโน้มสำคัญที่อาจมีผลต่อฟรีวีซ่าปี 2026
แม้ตอนนี้ยังไม่มีลิสต์ทางการของ ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า 2026 สำหรับคนไทย แต่เราสามารถมองแนวโน้มจากทิศทางปี 2025 ได้ในภาพใหญ่
หนึ่งในเคสที่น่าจับตาคือ จีน ซึ่งส่งสัญญาณเชิงบวกต่อระบบการเดินทางระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
จีนประกาศขยายมาตรการยกเว้นวีซ่าให้กับ 45 ประเทศ ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ครอบคลุมประเทศยุโรปจำนวนมาก และเพิ่ม สวีเดน เข้าไปในรายชื่อด้วย
โดยอนุญาตให้นักเดินทางจากกลุ่มประเทศดังกล่าว สามารถพำนักในจีนได้สูงสุด 30 วัน เพื่อวัตถุประสงค์ด้าน
ธุรกิจ
การท่องเที่ยว
การเยี่ยมครอบครัว
การเปลี่ยนเครื่องหรือทรานซิต
นโยบายนี้สะท้อนความพยายามของจีนในการ
ฟื้นฟูการท่องเที่ยว
กระตุ้นเศรษฐกิจหลังยุคโควิด-19
แม้ในชุดประกาศนั้นจะยัง ไม่ได้ระบุชื่อประเทศไทย โดยตรง แต่ทิศทางการเปิดประเทศในวงกว้าง ชี้ให้เห็นว่า ในอนาคตอาจมีการปรับเงื่อนไขด้านการเดินทางสำหรับประเทศในเอเชีย รวมถึงไทย ให้สะดวกมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ประเทศที่คนไทยได้ฟรีวีซ่าอยู่แล้ว เช่น
ญี่ปุ่น
เกาหลีใต้
สิงคโปร์
ประเทศในกลุ่มอาเซียนส่วนใหญ่
ทั้งหมดนี้มีแนวโน้ม คงสถานะเดิมต่อเนื่อง หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายใหญ่ ๆ แทรกกลาง
เช็กให้ชัวร์ก่อนบิน: เคล็ดลับวางแผนทริปต่างประเทศช่วงนโยบายเปลี่ยน
แม้ภาพรวมจะดูเป็นบวกและตัวเลือกประเทศฟรีวีซ่าของคนไทยจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่การเดินทางในช่วงที่หลายประเทศกำลังปรับนโยบายเข้าเมือง ยิ่งต้องระวังเรื่องข้อมูลล่าสุดเป็นพิเศษ
แนะนำให้ทำสิ่งเหล่านี้ทุกครั้งก่อนออกเดินทาง
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก สถานทูต หรือ กรมการกงสุล
เช็กเงื่อนไขเข้าเมือง ทั้งฟรีวีซ่า วีซ่าออนไลน์ หรือการลงทะเบียนล่วงหน้า
ดูอัปเดตเรื่อง ระยะเวลาพำนัก และ เงื่อนไขพิเศษ (เช่น หลักฐานการเงิน ประกันการเดินทาง หรือข้อกำหนดด้านสุขภาพ)
สรุป: ฟรีวีซ่าเพิ่มขึ้น ความสะดวกก็เพิ่ม แต่ความประมาทห้ามเพิ่ม
ภาพรวมตอนนี้ แม้ลิสต์ ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า 2026 จะยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ แต่จากข้อมูลปี 2025 จะเห็นว่า
คนไทยมีทางเลือกเดินทางแบบไม่ต้องขอวีซ่ามากขึ้น ทั้งในเอเชีย อเมริกาใต้ หมู่เกาะต่าง ๆ และภูมิภาคอื่นทั่วโลก
นโยบายเปิดประเทศของจีนและหลายชาติ เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อทิศทางการเดินทางในอนาคต
อย่างไรก็ดี การวางแผนเที่ยวต่างประเทศในช่วงที่โลกกำลังทยอยปรับกฎระเบียบ ควรยึดหลัก “เช็กข้อมูลล่าสุดทุกครั้งก่อนบิน” เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหน้างาน และทำให้ทริปของคุณ
ราบรื่น
ปลอดภัย
สอดคล้องกับเงื่อนไขจริงของช่วงเวลานั้น
แพลนดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ส่วนที่เหลือก็แค่เก็บกระเป๋า แล้วบินไปเก็บสแตมป์ใหม่ในพาสปอร์ตกันให้จุใจได้เลย

