ใช้ AI ให้เก่ง แต่ต้องไม่ลืมเรื่องความปลอดภัย
ทุกวันนี้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ กลายเป็นตัวช่วยคู่ใจในชีวิตประจำวันไปแล้ว ทั้งช่วยคิด ช่วยเขียน ช่วยสรุปข้อมูล ไปจนถึงเอามาใช้ดูดวง วิเคราะห์โรค หรือให้ช่วยตัดสินใจแทบทุกเรื่อง
แต่ในความสะดวกนั้น ก็มีประเด็นสำคัญที่หลายคนมองข้าม นั่นก็คือ ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว และการใช้ AI แบบผิดวิธี จนกลายเป็นภัยย้อนกลับมาหาเราเอง
บทความนี้จะชวนมาดูมุมที่หลายคนไม่ค่อยพูดกัน ว่าเวลาเราใช้ AI ต้องระวังอะไรบ้าง เพื่อให้ใช้ได้อย่างสบายใจ ปลอดภัย และไม่ทำร้ายตัวเองในระยะยาว
ระวังให้ดี: ด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว
หลายคนเริ่มคุ้นเคยกับการเล่าเรื่องลึก ๆ ของตัวเองให้ AI ฟัง ทั้งข้อมูลชีวิต ประวัติส่วนตัว เรื่องงาน เรื่องธุรกิจ โดยลืมคิดไปว่า สิ่งที่พิมพ์เข้าไปนั้นคือ “ข้อมูล” ที่อาจไม่หายไปไหนเลย
1. อย่าป้อนข้อมูลส่วนตัวเกินความจำเป็น
โดยเฉพาะข้อมูลที่ ละเอียดอ่อนและสำคัญมาก เช่น
เลขบัตรประชาชน
ประวัติส่วนตัวแบบละเอียด
เบอร์โทรศัพท์จริง
ข้อมูลธุรกิจ ความลับองค์กร หรือแผนงานสำคัญ
AI จำนวนไม่น้อยถูกออกแบบมาให้ “จดจำ” หรือใช้ข้อมูลเดิมไปช่วยพัฒนาระบบต่อในอนาคต ข้อมูลที่คุณพิมพ์ไปวันนี้อาจถูกนำไปวิเคราะห์หรือประมวลผลซ้ำในวันหน้าได้
อย่าลืมว่าเบื้องหลัง AI คือมนุษย์ที่สร้างและดูแลระบบอยู่เสมอ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้ ก็ไม่ควรส่งให้ AI รู้เช่นกัน
2. ระวัง AI ที่ขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลในเครื่อง
บางบริการ AI ไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่ยังขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลในอุปกรณ์ของเรา เช่น
กล้อง
ไมโครโฟน
รูปภาพและคลังภาพ
รายชื่อผู้ติดต่อ (contacts)
ตำแหน่งที่ตั้ง (location)
ก่อนกดอนุญาต ควรถามตัวเองให้ชัดว่า จำเป็นจริง ๆ หรือไม่ ที่ต้องให้สิทธิ์เหล่านั้น และอย่าลืมอ่านเงื่อนไขการใช้งาน นโยบายความเป็นส่วนตัวให้เข้าใจคร่าว ๆ ก่อนกดยอมรับทุกครั้ง
ระวังการใช้ AI ในชีวิตประจำวัน
AI ช่วยลดเวลาคิดและค้นหาข้อมูลได้มาก แต่ถ้าใช้งานผิดจุด ผิดวิธี หรือผิดประเภท ก็อาจทำให้เราเสี่ยงทั้งด้านสุขภาพ การตัดสินใจ และการใช้ชีวิตในระยะยาว
3. อย่าปล่อยให้ AI ตัดสินใจแทนในทุกเรื่อง
เวลามีปัญหา หลายคนเริ่มคุ้นกับการพิมพ์ถาม AI ก่อนใคร แต่ต้องแยกให้ออกว่า เรื่องไหนถามได้ และเรื่องไหนต้องคุยกับผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ
โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพหรือการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อให้วินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง อย่าใช้คำตอบจาก AI เพื่อ “รักษาตัวเอง” เพราะถ้าทำผิดวิธี อาการอาจหนักกว่าเดิมและเกิดอันตรายได้
AI ช่วยหาข้อมูลเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้เป็น “หมอจำเป็น” แทนแพทย์ตัวจริง
4. อย่าเชื่อว่าข้อมูลจาก AI ถูกต้อง 100%
AI สามารถสรุปข้อมูล ตอบคำถาม และอธิบายเรื่องยาก ๆ ให้เราเข้าใจง่ายได้ก็จริง แต่ข้อมูลที่ได้มานั้นมีโอกาสผิดพลาด เช่น
ดึงมาจากแหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ
ใช้ข้อมูลเก่าที่ยังไม่อัปเดต
สรุปเนื้อหาผิดความหมายจากต้นฉบับ
เพราะฉะนั้น อย่าเชื่อทุกอย่างแบบไม่ตรวจสอบ โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญที่ต้องเอาไปใช้จริง ควรเช็กซ้ำจากหลายแหล่ง หรือเช็กกับเอกสาร/เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือต้นทางก่อนลงมือทำ
5. ข้อมูลที่ AI แสดงอาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด
เบื้องหลัง AI คือชุดข้อมูลที่ถูกนำมาเทรน ซึ่งมักจะมี “เส้นตาย” ด้านเวลา เช่น เทรนข้อมูลถึงแค่ปี 2024 เท่านั้น
ผลก็คือ:
ข่าวล่าสุดอาจไม่อัปเดต
ข้อมูลกฎหมาย เงื่อนไขบริการ หรือราคาต่าง ๆ อาจเปลี่ยนไปแล้ว
คำตอบบางอย่างอาจถูกสังเคราะห์ขึ้นจากข้อมูลเก่า ๆ จนบิดเบือนความจริง
หลายครั้ง AI อาจตอบอะไรบางอย่างขึ้นมาเพียงเพื่อให้มีคำตอบ แต่ความจริงอาจไม่ตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันก็ได้
6. ทำความเข้าใจกับคำว่า “Hallucination” ของ AI
เวลา AI สร้างคำตอบขึ้นมาเอง ทั้งที่ข้อมูลไม่ครบ ไม่ถูกต้อง หรือไม่มีอยู่จริง มักเรียกอาการนี้ว่า “Hallucination” หรืออาการหลอนของ AI
ตัวอย่างเช่น
แต่งข้อมูลอ้างอิงขึ้นมาเอง
บอกชื่อแหล่งที่มาที่ไม่มีอยู่จริง
สร้างข้อเท็จจริงปลอม แต่เล่าอย่างมั่นใจเหมือนเป็นเรื่องจริง
ตรงนี้คือเหตุผลสำคัญที่เราควร ใช้วิจารณญาณ ทุกครั้งก่อนจะเชื่อหรือเอาข้อมูลจาก AI ไปใช้ต่อ
อย่าปล่อยให้ AI ทำให้เรา “เลิกคิดเอง”
อีกด้านหนึ่งที่อันตรายไม่แพ้เรื่องข้อมูล คือการที่เราเริ่มพึ่ง AI จนแทบไม่อยากคิดอะไรเองอีกต่อไป
ให้ AI คิดแทนทุกอย่าง เสี่ยงทำให้เราคิดไม่เป็น
ทุกวันนี้แค่พิมพ์คำถามไม่กี่บรรทัด เราก็ได้คำตอบยาว ๆ จาก AI แล้ว ซึ่งก็สะดวกมากก็จริง แต่ถ้าเราใช้มันในทุกเรื่อง ตั้งแต่
เขียนงานทุกชิ้นให้หมด
คิดไอเดียแทบทุกอย่าง
แก้ปัญหาแทบทุกแบบด้วยการถาม AI อย่างเดียว
สุดท้ายเราจะไม่ได้ฝึก คิด วิเคราะห์ แก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง เลย และจะเริ่มเคยชินกับการรอให้ AI ตัดสินใจแทน
ทางที่ดี ให้ AI เป็น “ผู้ช่วย” ไม่ใช่ “เจ้าของสมอง” ของเรา
ใช้ AI เพื่อช่วยต่อยอดไอเดีย ไม่ใช่ลอกทุกอย่าง
ใช้ช่วยตรวจสอบ ช่วยสรุป หรือช่วยร่าง แต่เรายังเป็นคน “คิดและเลือก” เองเสมอ
สรุป: ใช้ AI ให้เป็น ก็ปลอดภัยและมีประโยชน์
การใช้ AI ไม่ใช่เรื่องผิด และจริง ๆ แล้วเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมาก ถ้าเราใช้ให้ถูกวิธี
สิ่งสำคัญคือควรระวังเป็นพิเศษใน 2 เรื่องนี้
ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว: อย่าป้อนข้อมูลเกินจำเป็น และอย่าให้สิทธิ์เข้าถึงทุกอย่างโดยไม่คิด
การใช้ในชีวิตประจำวัน: อย่าปล่อยให้ AI เป็นผู้ตัดสินใจทุกเรื่อง และอย่าเชื่อข้อมูลทั้งหมดโดยไม่ตรวจสอบ
สุดท้ายแล้ว AI ควรเป็นแค่ผู้ช่วย ไม่ใช่ตัวแทนในการคิด ใช้ให้เป็น เราจะได้ทั้งความสะดวก และยังรักษาความปลอดภัยกับสกิลการคิดของตัวเองเอาไว้ครบถ้วน

