อัปเกรดประสบการณ์สายพรีเมียมยุคใหม่
โลกของนักเดินทางและสายไลฟ์สไตล์พรีเมียมกำลังเปลี่ยนไป จากการสะสมของหรู ๆ แค่ภายนอก สู่การให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์ที่มีความหมายและตอบโจทย์ชีวิตจริง
ในเอเชียแปซิฟิก กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNWIs) กำลังเติบโตอย่างแรง และมองหาความหรูหราที่มากกว่าการชอปแบรนด์เนม แต่มุ่งไปที่การเดินทาง การพักผ่อน และบริการที่ “ทำให้ชีวิตง่ายและสบายขึ้น” อย่างแท้จริง
ในกลุ่มนี้มีถึง 65% ของ HNWI ในเอเชียแปซิฟิก และเกือบ 90% ของ Gen Z ที่เข้าร่วมการสำรวจของวีซ่า เลือกใช้บัตร Visa Infinite หรือบัตรระดับพรีเมียมในระดับเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับ
36%: เลือกบัตรที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการส่วนตัว
27%: เลือกจากสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ
24%: เลือกจากความคุ้มค่าเรื่องเครดิตเงินคืน
ภาพรวมชัดเจนมาก: บัตรที่ดีสำหรับสายพรีเมียมวันนี้ ต้องให้ทั้งความสะดวก คุ้มค่า และช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิต
พฤติกรรมการใช้จ่ายของสายพรีเมียมในไทย
ในประเทศไทย กลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงเริ่มใช้จ่ายอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น เน้นบาลานซ์ระหว่าง “ของที่จำเป็น” กับ “ไลฟ์สไตล์ที่อยากเติมเต็ม”
ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านวีซ่าบ่งบอกได้ชัดเจนว่า มูลค่าการใช้จ่ายของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เมื่อเทียบช่วงสามเดือนแรกของปี 2567 กับ 2568
มกราคม: ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 10.2%
กุมภาพันธ์: เพิ่มขึ้น 13.4%
มีนาคม: พุ่งขึ้นถึง 17.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แปลว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่ใช้จ่ายเยอะ แต่ใช้จ่ายอย่างมีแผน และเลือกจ่ายในสิ่งที่ตอบโจทย์ชีวิตระยะยาวมากขึ้น
ใช้จ่ายในประเทศ: สะดวกก่อน หรูทีหลัง
สำหรับการใช้จ่ายภายในประเทศ กลุ่มพรีเมียมยังให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันเป็นหลัก หมวดใช้จ่ายยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่
การเดินทาง
อาหารและของใช้จำเป็นประจำวัน
อาหารจานด่วน
การทานอาหารที่ร้าน
ค่าน้ำมันรถ
แต่เมื่อเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ กลุ่มนี้จะขยับไปลงทุนในสิ่งที่ให้ความคุ้มค่าและความมั่นคงในระยะยาว เช่น
ประกันภัย
บริการวิชาชีพ
การศึกษา
การเดินทางในรูปแบบที่มีคุณภาพมากขึ้น
ใช้จ่ายต่างประเทศ: เน้นประสบการณ์ล้วน ๆ
พอออกนอกประเทศเมื่อไร โฟกัสของสายพรีเมียมจะเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์ที่จดจำได้ เป็นหลัก
จุดหมายปลายทางยอดฮิตของกลุ่มนี้ ได้แก่
ญี่ปุ่น
ฮ่องกง
เกาหลีใต้
ฝรั่งเศส
หมวดใช้จ่ายหลักในต่างประเทศคือ
การรับประทานอาหารที่ร้าน (ครองแชมป์อันดับ 1)
ค่าอาหารและของใช้ประจำวัน
การชอปปิง
อาหารจานด่วน
ที่น่าสนใจคือ หมวดความบันเทิงติดอันดับที่ 10 ซึ่งสะท้อนว่าเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ คนกลุ่มนี้ไม่ได้แค่กิน–ชอป–นอน แต่ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ เช่น
จองบัตรคอนเสิร์ตแบบเอ็กซ์คลูซีฟล่วงหน้า
ดูละครเวทีระดับโลก
เข้าร่วมงานไลฟ์หรืออีเวนต์พิเศษต่าง ๆ
ทุกอย่างล้วนเป็น “โมเมนต์” ที่ทำให้ทริปหนึ่งทริปมีความหมายมากกว่าการเช็กอิน
วางแผนการเงินก็เป๊ะไม่แพ้สายเที่ยว
แม้จะใช้จ่ายกับประสบการณ์และความสุขมากขึ้น แต่กลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงก็ไม่ได้ใช้เงินแบบไร้เบรก พวกเขายังให้ความสำคัญกับความคุ้มครองและความมั่นคงอย่างจริงจัง
สำหรับค่าใช้จ่ายในต่างประเทศ หมวดที่มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
ประกันภัย
การดูแลสุขภาพ
ยานยนต์
เสื้อผ้าและเครื่องประดับ
การเช่ายานพาหนะ
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า พวกเขาเลือกใช้จ่ายกับสิ่งที่ให้ทั้งคุณภาพและความอุ่นใจทุกครั้งที่เดินทาง
Visa Infinite: อัปเกรดทริปให้พรีเมียมขึ้นแบบรู้สึกได้
Visa Infinite ถูกออกแบบมาเพื่อสายเที่ยวและสายไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ตั้งแต่ก้าวแรกของการเดินทางไปจนถึงวันกลับบ้าน
ดีลที่พักระดับหรู ทริปไหนก็ไม่ใช่ทริปธรรมดา
สิทธิประโยชน์ด้านที่พักที่น่าสนใจของบัตร Visa Infinite มีทั้งส่วนลดและเอกสิทธิ์พิเศษ เช่น
ส่วนลด 30% สำหรับการจองที่พักผ่าน Agoda
ส่วนลด 20% สำหรับโรงแรมในเครือ IHG และ Accor ครอบคลุมทั้งที่พักแบบส่วนตัวและโรงแรมลักซ์ชัวรี่
สิทธิ์เข้าพักในโรงแรมระดับท็อปกว่า 1,000 แห่งทั่วโลก ผ่าน Visa Luxury Hotel Collection
รับสถานะสมาชิก Titanium จาก GHA Discovery โดยอัตโนมัติ
ทั้งหมดนี้ช่วยปลดล็อกประสบการณ์ใหม่ ตั้งแต่โฮมสเตย์บรรยากาศอบอุ่นไปจนถึงบูทีคโฮเทลหรูระดับหกดาวทั่วโลก
สายสนามบิน–เลานจ์–ชอปปลอดภาษี ต้องไม่พลาด
สำหรับคนที่ใช้สนามบินเป็นบ้านหลังที่สอง บัตร Visa Infinite ช่วยให้ทุกทริป “ลื่นและหรู” ขึ้นได้อีกขั้น
รับส่วนลด 20% ที่ร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ร่วมรายการในสนามบินหลัก 7 แห่ง ใน 5 เมืองสำคัญ ได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ กรุงเทพฯ เพิร์ธ เมลเบิร์น ซิดนีย์ และอินชอน
ในยุโรป สามารถเข้าใช้บริการ Global Blue VIP Lounge ในเมืองยอดฮิตอย่าง ปารีส มิลาน บาร์เซโลนา มาดริด และมาร์เบญา
รับสิทธิ์ Fast-Track Access ที่สนามบินมิลาน มัลเปนซา และโรม ฟิวมิชิโน ช่วยย่นเวลาในการเดินทางผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ในสนามบิน
ใครที่ไม่ชอบต่อคิวยาว ๆ ในสนามบิน สิทธิ์แนว Fast-Track แบบนี้คือของจำเป็น ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย
เอกสิทธิ์สายไลฟ์สไตล์: ชอปเพลินขึ้นแบบไม่รู้สึกผิด
นอกจากสายเดินทางแล้ว บัตรใบนี้ยังตอบโจทย์สายชอปและสายไลฟ์สไตล์ด้วยสิทธิพิเศษที่ช่วยให้ทุกการจับจ่ายรู้สึกพรีเมียมขึ้น
ส่วนลด 10% ที่ Lotte Duty Free
สิทธิ์เป็นสมาชิก Harrods Gold Tier โดยไม่มีค่าธรรมเนียม พร้อมส่วนลด 10% สำหรับการรับประทานอาหารในเครือ Harrods
ผู้ถือบัตรสามารถอัปเกรดหรือจัดการสิทธิ์ต่าง ๆ ผ่านบริการ Visa Concierge ได้โดยตรง
ผลลัพธ์คือทุกทริปต่างประเทศกลายเป็นทั้งทริปพักผ่อน ทริปกินดี และทริปชอปแบบคุ้มค่ากว่าเดิมในคราวเดียว
ประกัน การคุ้มครอง และความสบายใจระหว่างทาง
หนึ่งในจุดแข็งของบัตร Visa Signature และ Visa Infinite คือการให้ความคุ้มครองด้านประกันภัยที่ครอบคลุม ซึ่งกลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ของการเดินทางแบบพรีเมียม
สิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครองที่น่าสนใจ มีดังนี้
ประกันการเดินทางฟรี สูงสุด 2 ล้านบาท
ใบรับรองนี้สามารถใช้ประกอบการยื่นขอ วีซ่าเชงเก้น ได้
สินค้าที่ชำระด้วยบัตรวีซ่าระหว่างการเดินทาง จะได้รับความคุ้มครองสูงสุด 150,000 บาทต่อรายการ และสูงสุด 400,000 บาทต่อครั้ง ในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือการโจรกรรมนอกประเทศ
สำหรับสายชอปออนไลน์ ยังมีความคุ้มครองพิเศษเพิ่มอีก
eCommerce purchase protection คุ้มครองสูงสุดปีละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในกรณีไม่ได้รับสินค้า หรือสินค้าเสียหาย
ขยายระยะเวลารับประกันสินค้าออกไปได้สูงสุด 1 ปี สำหรับสินค้าที่เข้าเกณฑ์
ครอบคลุมทั้งสินค้าและของขวัญจากการสั่งซื้อออนไลน์ที่ชำระด้วยบัตรวีซ่า
พูดง่าย ๆ คือ ใช้บัตรเดียว ได้ทั้งทริปดี สบายใจ และมีเกราะคุ้มกันเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝัน
สรุป: ถ้าคุณรักการเดินทางและไลฟ์สไตล์พรีเมียม บัตรไม่ใช่แค่เครื่องมือจ่ายเงินอีกต่อไป
ภาพของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงวันนี้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า
ใช้เงินกับประสบการณ์มากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย
ให้ความสำคัญกับความคุ้มครองและคุณภาพชีวิตระยะยาว
เลือกบัตรที่ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์ ความสะดวก และความอุ่นใจ
ในบริบทนี้ Visa Infinite ไม่ได้เป็นแค่บัตรเครดิตระดับพรีเมียม แต่กลายเป็น “ตัวช่วยออกแบบประสบการณ์ชีวิต” สำหรับคนที่อยากให้ทุกการเดินทางและทุกวันธรรมดามีความหมายมากขึ้น
สำหรับใครที่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการเดินทางต่างประเทศ การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ และการใช้จ่ายแบบมีแผน การเลือกบัตรที่ให้สิทธิประโยชน์รอบด้าน คือหนึ่งในตัวแปรที่ทำให้ทุกทริปต่างจากเดิมแบบชัดเจน

