รับแอปรับแอป

สายเที่ยวพรีเมียมต้องรู้! เจาะลึกสิทธิประโยชน์ใหม่ Visa Infinite ที่ทำให้ทุกทริปคุ้มขึ้นแบบรู้สึกได้

กัญญารัตน์ อินทร์01-31

อัปเกรดประสบการณ์สายพรีเมียมยุคใหม่

โลกของนักเดินทางและสายไลฟ์สไตล์พรีเมียมกำลังเปลี่ยนไป จากการสะสมของหรู ๆ แค่ภายนอก สู่การให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์ที่มีความหมายและตอบโจทย์ชีวิตจริง

ในเอเชียแปซิฟิก กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNWIs) กำลังเติบโตอย่างแรง และมองหาความหรูหราที่มากกว่าการชอปแบรนด์เนม แต่มุ่งไปที่การเดินทาง การพักผ่อน และบริการที่ “ทำให้ชีวิตง่ายและสบายขึ้น” อย่างแท้จริง

ในกลุ่มนี้มีถึง 65% ของ HNWI ในเอเชียแปซิฟิก และเกือบ 90% ของ Gen Z ที่เข้าร่วมการสำรวจของวีซ่า เลือกใช้บัตร Visa Infinite หรือบัตรระดับพรีเมียมในระดับเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับ

  • 36%: เลือกบัตรที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการส่วนตัว

  • 27%: เลือกจากสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ

  • 24%: เลือกจากความคุ้มค่าเรื่องเครดิตเงินคืน

ภาพรวมชัดเจนมาก: บัตรที่ดีสำหรับสายพรีเมียมวันนี้ ต้องให้ทั้งความสะดวก คุ้มค่า และช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิต

พฤติกรรมการใช้จ่ายของสายพรีเมียมในไทย

ในประเทศไทย กลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงเริ่มใช้จ่ายอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น เน้นบาลานซ์ระหว่าง “ของที่จำเป็น” กับ “ไลฟ์สไตล์ที่อยากเติมเต็ม”

ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านวีซ่าบ่งบอกได้ชัดเจนว่า มูลค่าการใช้จ่ายของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เมื่อเทียบช่วงสามเดือนแรกของปี 2567 กับ 2568

  • มกราคม: ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 10.2%

  • กุมภาพันธ์: เพิ่มขึ้น 13.4%

  • มีนาคม: พุ่งขึ้นถึง 17.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน

แปลว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่ใช้จ่ายเยอะ แต่ใช้จ่ายอย่างมีแผน และเลือกจ่ายในสิ่งที่ตอบโจทย์ชีวิตระยะยาวมากขึ้น

ใช้จ่ายในประเทศ: สะดวกก่อน หรูทีหลัง

สำหรับการใช้จ่ายภายในประเทศ กลุ่มพรีเมียมยังให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันเป็นหลัก หมวดใช้จ่ายยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่

  • การเดินทาง

  • อาหารและของใช้จำเป็นประจำวัน

  • อาหารจานด่วน

  • การทานอาหารที่ร้าน

  • ค่าน้ำมันรถ

แต่เมื่อเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ กลุ่มนี้จะขยับไปลงทุนในสิ่งที่ให้ความคุ้มค่าและความมั่นคงในระยะยาว เช่น

  • ประกันภัย

  • บริการวิชาชีพ

  • การศึกษา

  • การเดินทางในรูปแบบที่มีคุณภาพมากขึ้น

ใช้จ่ายต่างประเทศ: เน้นประสบการณ์ล้วน ๆ

พอออกนอกประเทศเมื่อไร โฟกัสของสายพรีเมียมจะเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์ที่จดจำได้ เป็นหลัก

จุดหมายปลายทางยอดฮิตของกลุ่มนี้ ได้แก่

  • ญี่ปุ่น

  • ฮ่องกง

  • เกาหลีใต้

  • ฝรั่งเศส

หมวดใช้จ่ายหลักในต่างประเทศคือ

  • การรับประทานอาหารที่ร้าน (ครองแชมป์อันดับ 1)

  • ค่าอาหารและของใช้ประจำวัน

  • การชอปปิง

  • อาหารจานด่วน

ที่น่าสนใจคือ หมวดความบันเทิงติดอันดับที่ 10 ซึ่งสะท้อนว่าเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ คนกลุ่มนี้ไม่ได้แค่กิน–ชอป–นอน แต่ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ เช่น

  • จองบัตรคอนเสิร์ตแบบเอ็กซ์คลูซีฟล่วงหน้า

  • ดูละครเวทีระดับโลก

  • เข้าร่วมงานไลฟ์หรืออีเวนต์พิเศษต่าง ๆ

ทุกอย่างล้วนเป็น “โมเมนต์” ที่ทำให้ทริปหนึ่งทริปมีความหมายมากกว่าการเช็กอิน

วางแผนการเงินก็เป๊ะไม่แพ้สายเที่ยว

แม้จะใช้จ่ายกับประสบการณ์และความสุขมากขึ้น แต่กลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงก็ไม่ได้ใช้เงินแบบไร้เบรก พวกเขายังให้ความสำคัญกับความคุ้มครองและความมั่นคงอย่างจริงจัง

สำหรับค่าใช้จ่ายในต่างประเทศ หมวดที่มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  • ประกันภัย

  • การดูแลสุขภาพ

  • ยานยนต์

  • เสื้อผ้าและเครื่องประดับ

  • การเช่ายานพาหนะ

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า พวกเขาเลือกใช้จ่ายกับสิ่งที่ให้ทั้งคุณภาพและความอุ่นใจทุกครั้งที่เดินทาง

Visa Infinite: อัปเกรดทริปให้พรีเมียมขึ้นแบบรู้สึกได้

Visa Infinite ถูกออกแบบมาเพื่อสายเที่ยวและสายไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ตั้งแต่ก้าวแรกของการเดินทางไปจนถึงวันกลับบ้าน

ดีลที่พักระดับหรู ทริปไหนก็ไม่ใช่ทริปธรรมดา

สิทธิประโยชน์ด้านที่พักที่น่าสนใจของบัตร Visa Infinite มีทั้งส่วนลดและเอกสิทธิ์พิเศษ เช่น

  • ส่วนลด 30% สำหรับการจองที่พักผ่าน Agoda

  • ส่วนลด 20% สำหรับโรงแรมในเครือ IHG และ Accor ครอบคลุมทั้งที่พักแบบส่วนตัวและโรงแรมลักซ์ชัวรี่

  • สิทธิ์เข้าพักในโรงแรมระดับท็อปกว่า 1,000 แห่งทั่วโลก ผ่าน Visa Luxury Hotel Collection

  • รับสถานะสมาชิก Titanium จาก GHA Discovery โดยอัตโนมัติ

ทั้งหมดนี้ช่วยปลดล็อกประสบการณ์ใหม่ ตั้งแต่โฮมสเตย์บรรยากาศอบอุ่นไปจนถึงบูทีคโฮเทลหรูระดับหกดาวทั่วโลก

สายสนามบิน–เลานจ์–ชอปปลอดภาษี ต้องไม่พลาด

สำหรับคนที่ใช้สนามบินเป็นบ้านหลังที่สอง บัตร Visa Infinite ช่วยให้ทุกทริป “ลื่นและหรู” ขึ้นได้อีกขั้น

  • รับส่วนลด 20% ที่ร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ร่วมรายการในสนามบินหลัก 7 แห่ง ใน 5 เมืองสำคัญ ได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ กรุงเทพฯ เพิร์ธ เมลเบิร์น ซิดนีย์ และอินชอน

  • ในยุโรป สามารถเข้าใช้บริการ Global Blue VIP Lounge ในเมืองยอดฮิตอย่าง ปารีส มิลาน บาร์เซโลนา มาดริด และมาร์เบญา

  • รับสิทธิ์ Fast-Track Access ที่สนามบินมิลาน มัลเปนซา และโรม ฟิวมิชิโน ช่วยย่นเวลาในการเดินทางผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ในสนามบิน

ใครที่ไม่ชอบต่อคิวยาว ๆ ในสนามบิน สิทธิ์แนว Fast-Track แบบนี้คือของจำเป็น ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย

เอกสิทธิ์สายไลฟ์สไตล์: ชอปเพลินขึ้นแบบไม่รู้สึกผิด

นอกจากสายเดินทางแล้ว บัตรใบนี้ยังตอบโจทย์สายชอปและสายไลฟ์สไตล์ด้วยสิทธิพิเศษที่ช่วยให้ทุกการจับจ่ายรู้สึกพรีเมียมขึ้น

  • ส่วนลด 10% ที่ Lotte Duty Free

  • สิทธิ์เป็นสมาชิก Harrods Gold Tier โดยไม่มีค่าธรรมเนียม พร้อมส่วนลด 10% สำหรับการรับประทานอาหารในเครือ Harrods

  • ผู้ถือบัตรสามารถอัปเกรดหรือจัดการสิทธิ์ต่าง ๆ ผ่านบริการ Visa Concierge ได้โดยตรง

ผลลัพธ์คือทุกทริปต่างประเทศกลายเป็นทั้งทริปพักผ่อน ทริปกินดี และทริปชอปแบบคุ้มค่ากว่าเดิมในคราวเดียว

ประกัน การคุ้มครอง และความสบายใจระหว่างทาง

หนึ่งในจุดแข็งของบัตร Visa Signature และ Visa Infinite คือการให้ความคุ้มครองด้านประกันภัยที่ครอบคลุม ซึ่งกลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ของการเดินทางแบบพรีเมียม

สิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครองที่น่าสนใจ มีดังนี้

  • ประกันการเดินทางฟรี สูงสุด 2 ล้านบาท

  • ใบรับรองนี้สามารถใช้ประกอบการยื่นขอ วีซ่าเชงเก้น ได้

  • สินค้าที่ชำระด้วยบัตรวีซ่าระหว่างการเดินทาง จะได้รับความคุ้มครองสูงสุด 150,000 บาทต่อรายการ และสูงสุด 400,000 บาทต่อครั้ง ในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือการโจรกรรมนอกประเทศ

สำหรับสายชอปออนไลน์ ยังมีความคุ้มครองพิเศษเพิ่มอีก

  • eCommerce purchase protection คุ้มครองสูงสุดปีละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในกรณีไม่ได้รับสินค้า หรือสินค้าเสียหาย

  • ขยายระยะเวลารับประกันสินค้าออกไปได้สูงสุด 1 ปี สำหรับสินค้าที่เข้าเกณฑ์

  • ครอบคลุมทั้งสินค้าและของขวัญจากการสั่งซื้อออนไลน์ที่ชำระด้วยบัตรวีซ่า

พูดง่าย ๆ คือ ใช้บัตรเดียว ได้ทั้งทริปดี สบายใจ และมีเกราะคุ้มกันเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝัน

สรุป: ถ้าคุณรักการเดินทางและไลฟ์สไตล์พรีเมียม บัตรไม่ใช่แค่เครื่องมือจ่ายเงินอีกต่อไป

ภาพของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงวันนี้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า

  • ใช้เงินกับประสบการณ์มากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย

  • ให้ความสำคัญกับความคุ้มครองและคุณภาพชีวิตระยะยาว

  • เลือกบัตรที่ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์ ความสะดวก และความอุ่นใจ

ในบริบทนี้ Visa Infinite ไม่ได้เป็นแค่บัตรเครดิตระดับพรีเมียม แต่กลายเป็น “ตัวช่วยออกแบบประสบการณ์ชีวิต” สำหรับคนที่อยากให้ทุกการเดินทางและทุกวันธรรมดามีความหมายมากขึ้น

สำหรับใครที่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการเดินทางต่างประเทศ การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ และการใช้จ่ายแบบมีแผน การเลือกบัตรที่ให้สิทธิประโยชน์รอบด้าน คือหนึ่งในตัวแปรที่ทำให้ทุกทริปต่างจากเดิมแบบชัดเจน