เปิดลุค “Old Money” ด้วยเทรนช์โค้ทตัวเดียว
ถ้าอยากได้ลุคเศรษฐีวัยเกษียณที่ดูผู้ดี เก๋า และแพงแบบไม่ต้องพยายามมาก เทรนช์โค้ทคือชิ้นเด็ดที่ผู้ชายทุกคนควรมีอย่างน้อยหนึ่งตัว
เคล็ดลับอยู่ที่ ทรง เนื้อผ้า รายละเอียด และการแมตช์ ไม่ใช่แค่แบรนด์บนป้ายเท่านั้น
เช็กลิสต์ลุค Old Money ด้วยเทรนช์โค้ท
เลือกเทรนช์โค้ททรงกระดุมสองแถว (Double-breasted) แบบดั้งเดิม ความยาวระดับเข่า
เนื้อผ้า กาบาร์ดีนฝ้าย 100% จะได้ฟีลคลาสสิก ทน และกันน้ำ ดูแพงโดยไม่ต้องพูด
สีที่ไม่มีวันพลาด: สีน้ำตาลอูฐ/คาเมล, กากี, สีหิน, กรมท่า, ดำ
ดีเทลสำคัญต้องมี: แขนแร็กแลน, บ่ามีอินทรธนู, แผ่นปิดปืน/กันพายุ, เข็มขัดห่วง D, ซับในลายตาราง
ใส่ไปงานทางการ: แมตช์กับสูทโทนคลาสสิก เช่น คาเมลกับกรมท่า หรือกากีกับสีถ่าน
ใส่ไปทำงาน: เล่นลุคโทนเดียว เช่น เทาโค้ทกับสูทเทา หรือโค้ทกรมท่ากับกางเกงกรมท่า ดูเรียบแต่เฉียบ
วันชิลล์: โค้ทกรมท่ากับยีนส์น้ำเงิน + สนีกเกอร์ขาว หรือโค้ทสีแทนกับยีนส์เข้ม + เชลซีบู๊ต
อยากได้ของมีเรื่องเล่า: มองหา Burberry วินเทจก่อนปี 1999 หรือ Aquascutum คุณภาพมรดกของจริง
จำไว้เลย: เทรนช์โค้ทที่ดีคือเสื้อตัวเดียวที่ทำให้ทุกลุคดูมีฐานะขึ้นทันที
จุดที่ต้องโฟกัส: เทรนช์โค้ทแท้ ๆ หน้าตาเป็นยังไง
โครงสร้างของเทรนช์โค้ทคลาสสิก
ทุกวันนี้มีเสื้อโค้ทมากมายที่เรียกตัวเองว่าเทรนช์โค้ท แต่ของแท้จะมี DNA ชัดเจน ทั้งรูปทรง รายละเอียด และเนื้อผ้า
ไม่ว่าจะยาวระดับเข่าหรือสั้นกว่าหน่อย จุดร่วมสำคัญคือ ดีเทลฟังก์ชันที่ออกแบบมาจากสนามรบจริง ไม่ใช่แค่เพื่อแฟชั่น
ผ้า: หัวใจของความคลาสสิก
ผ้าดั้งเดิมที่ถือว่า “ใช่ที่สุด” สำหรับเทรนช์โค้ทแบบคลาสสิก คือ ผ้ากาบาร์ดีนฝ้าย 100% ที่ Thomas Burberry คิดค้น
ทอแน่น น้ำหนักเบา ทน ลม-ฝนได้ดี ทั้งเส้นด้ายและผ้าผ่านการเคลือบกันน้ำ
เคยมียุคที่ใช้หนังทำเทรนช์โค้ทบ่อย แต่ควรหลีกเลี่ยงเพราะภาพจำด้านมืดในประวัติศาสตร์และลุคตัวร้ายในหนัง
ผ้าเทคโนโลยีอย่าง Gore-Tex หรือ Event แม้จะกันฝนได้แต่จะเสียความสง่างามแบบคลาสสิก
แขนแร็กแลน: เคลื่อนไหวลื่น ๆ แบบผู้ดี
แขนแร็กแลนเกิดขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 จุดประสงค์คือให้ ขยับตัวง่าย ใส่ทับหลายเลเยอร์ได้สบาย ไม่รั้งหัวไหล่เหมือนทรงสูท
ปลายแขนควรมีสายรัดให้ปรับให้แน่นกันลมและฝนเล็ดเข้า เป็นดีเทลเล็ก ๆ แต่สำคัญมากเวลาเจออากาศโหด ๆ
กระดุมสองแถว: ภูมิฐานแบบนายทหาร
เทรนช์โค้ทจากเส้นสายกองทัพจะเป็น ทรงกระดุมสองแถว 10 เม็ด เป็นหลัก
ทุกวันนี้มีทั้ง 6 เม็ด 8 เม็ด หรือดีไซน์ประยุกต์ แต่ถ้าพูดถึงความคลาสสิกแท้ ๆ ภาพในหัวจะเป็น DB เต็ม ๆ หน้าอกเสมอ
อินทรธนู: จากบ่าไหล่นายทหารสู่ดีเทลแฟชั่น
อินทรธนูบนบ่าเดิมไม่ใช่แค่ไว้บอกยศ แต่ใช้สำหรับ
เกี่ยวหน้ากากกันแก๊ส
เก็บถุงมือ
แขวนหวีด
วันนี้มันกลายเป็น ซิกเนเจอร์ดีไซน์ ที่ช่วยให้เสื้อดูมีมิติและมีกลิ่นอายยูนิฟอร์ม
แผ่นปิดปืน / Storm Flap: ดีเทลที่เกิดจากสนามรบจริง
แผ่นปะปืนมีสองหน้าที่ในตัวเดียว
ช่วยรับแรงถีบของปืนไรเฟิล
กันน้ำฝนจากไหล่ไม่ให้ไหลเข้าตัว
ด้านหลังมักมีแอกลึกช่วยให้น้ำไหลออกได้ดีขึ้น จุดนี้คือเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้บ่อยนักในเสื้อผ้าประเภทอื่น
การปิดคอ: เกราะกันลมแบบ紳士
ใต้ปกคอที่ใหญ่กว่าปกธรรมดาเล็กน้อย จะมี ตะขอและห่วง ให้ปิดคอแน่น ๆ
บางรุ่นซ่อนระบบสายรัดและหัวเข็มขัดไว้ใต้คอ เรียกว่าตัวล็อกคอ ช่วยให้คุณป้องกันลมแรงได้อย่างเนียน ๆ แบบไม่เสียทรง
เข็มขัดห่วง D: จากแขวนระเบิดสู่สร้างเอว
เดิมทีห่วง D บนเข็มขัดใช้แขวนอุปกรณ์ทหารอย่างระเบิดมือหรือดาบ
ทุกวันนี้มันกลายเป็นดีเทลที่คอยย้ำเตือนรากทางทหาร และเข็มขัดเองก็สำคัญมากในการ สร้างสัดส่วนช่วงเอวให้ดูเท่ขึ้น
หัวเข็มขัดหนังจะช่วยปกป้องเนื้อผ้าไม่ให้สึกจากการเสียดสีกับโลหะในระยะยาว
ด้านหลังจีบแบบ “เวดจ์”: เดินสบาย ไม่อึดอัด
ด้านหลังเทรนช์โค้ทที่ดีควรมีช่องระบายผ่าหลังแบบจีบกล่องหรือทรงลิ่ม เพื่อให้
เคลื่อนไหวสะดวก
กันลมและฝนขณะเดิน
โค้ทที่มีช่องผ่าทรงดีจะช่วยให้เดิน หยิบของ นั่ง ลุก ได้ไม่ติดขัด
กระเป๋าพายุ: ฟังก์ชันที่คนเดินทางจะรัก
กระเป๋ามักออกแบบให้เอียงเล็กน้อย ป้องกันฝนไหลเข้า และที่สำคัญคือ ควรทะลุถึงด้านในได้
ข้อดีคือ คุณสามารถติดกระดุมโค้ทไว้ แต่ยังล้วงหยิบกระเป๋าสตางค์หรือพาสปอร์ตจากเสื้อชั้นในได้สะดวกมาก
ซับในลายเช็ค: ซิกเนเจอร์ที่โผล่มาทีรู้เลยว่า “ตัวแพง”
เทรนช์โค้ทคลาสสิกมักมาพร้อมซับในลายตาราง
บางรุ่นมีซับในขนสัตว์แบบถอดได้ ติดกระดุมเข้า-ออกได้ ทำให้ตัวเดียวใช้ได้ตั้งแต่หน้าฝนถึงหน้าหนาว
ส่วนผสมซับในมักเป็นขนสัตว์ + ขนอูฐ หรือผสมแคชเมียร์เพื่อเพิ่มสัมผัสและความหรู
สี: โทนไหนใช้ได้นานสุด
สีพื้นฐาน: คาเมล/น้ำตาลอ่อน และกรมท่า คือสองสีอมตะ
สีคลาสสิกอื่น ๆ: สีทราย สีหิน กรมท่า ดำ
สีอ่อนจะเลอะง่ายกว่า ใครเดินทางบ่อยหรือใช้งานหนักเลือกสีเข้มจะสบายใจกว่า
ถ้าอยากตัวเดียวรอดทุกทริป สีเข้มคือคำตอบ
ทรงและฟิต: พอดีตัวแบบผู้ดี ไม่ใช่โอเวอร์ไซส์แบบแฟชั่นวูบเดียว
เทรนช์โค้ทคลาสสิกออกแบบมาให้ หลวมพอใส่ทับสูทหรือสเวตเตอร์ได้ ไม่ใช่ฟิตจนตึง
ไปลองโค้ทให้เอาสูทหรือแจ็กเก็ตที่คุณใส่ประจำไปลองด้วย จะได้เช็กได้ทั้งแบบมีเลเยอร์และไม่มี
ถ้าคิดจะใช้ซับในถอดได้ ต้องตัดสินใจตั้งแต่ตอนซื้อ เพราะเพิ่มทีหลังจะยุ่งยากมาก
แขนเสื้อควรยาวถึงโคนนิ้วหัวแม่มือ เวลาเคลื่อนไหวแล้วแขนเสื้อด้านในไม่โผล่
ความยาวไม่มีสูตรตายตัว ตั้งแต่เหนือเข่าถึงกลางน่องมีให้เห็นในประวัติศาสตร์ แต่ถ้าต้องเลือกตัวเดียวให้คุ้มสุด ระดับเข่าคือจุดกลางที่ใช้ได้ทุกวัน
แก้ไซซ์ได้แค่ไหน
เสื้อจากราวมักสามารถแก้ให้เล็กลงได้ 1–2 ไซซ์ แต่ขยายใหญ่ขึ้นมักทำไม่ได้
อย่าให้ช่างปรับเยอะเกินไปจนสัดส่วนกระดุม เข็มขัด กระเป๋า ดูผิดที่ผิดทาง เพราะจะทำให้ดูแปลกแบบไม่ตั้งใจ
กระดุมแถวเดียว vs สองแถว
ถ้าเน้นสายคลาสสิกและฟีลทหารดั้งเดิม: เลือก กระดุมสองแถว
DB จะให้ความอบอุ่นมากกว่าเพราะมีเนื้อผ้าซ้อนด้านหน้า และช่วยพรางหน้าอก/เอวให้ดูสมส่วนขึ้น
ถ้าห่วงว่าจะดูเทอะทะหรือรูปร่างจะใหญ่ไป เลือกแบบ กระดุมแถวเดียว จะเบาสบายกว่า
เทรนช์แถวเดียวเหมาะกับอากาศกลาง ๆ ช่วงใบไม้ผลิ/ใบไม้ร่วง และลุคที่ต้องการกึ่งโค้ทกันฝน กึ่งโอเวอร์โค้ทเบา ๆ
เลือกเทรนช์โค้ทตามโอกาส
1. ลุคทางการ: ใส่ไปงานแล้วดูรวยแบบไม่ต้องพูดเยอะ
เทรนช์โค้ทสามารถทำให้สูทธรรมดาดูมีคลาสขึ้นได้ทันทีถ้าเลือกให้ถูก
หลักง่าย ๆ
สีคาเมล/น้ำตาลอ่อน: ใช้ได้กับสูทแทบทุกสี ดูคลาสสิกและเป็นมิตร
สีกรมท่า ดำ หรือถ่าน: ให้ฟีลขรึม สุขุม ดูดราม่านิด ๆ
เทรนช์โค้ทสีดำหรือกรมท่ากับสูทสีเทา = ลุคมืดเท่ ๆ แบบตัวละครในซีรีส์ย้อนยุค
ทริก: สำหรับงานทางการ เลือกสีคลาสสิกเรียบ ๆ จะเข้ากับชุดง่าย และทำให้คุณดูเรียบร้อยมีภูมิฐานกว่าเทรนดี้
2. สายธุรกิจ: ไปออฟฟิศให้ดูมีตำแหน่งสูงกว่าสลิปเงินเดือน
ไม่ว่าคุณจะใส่สูทเต็มยศหรือ Business Casual เทรนช์โค้ทที่ดีจะช่วยให้ลุคทำงานดูเป็นมืออาชีพขึ้นทันที
สายสูทเต็มชุด: ลองเล่น ลุคโมโนโครม เช่น โค้ทสีเทากับสูทเทา แล้วใช้รองเท้าและกระเป๋าหนังเป็นตัวเพิ่มมิติ
ถ้าเบื่อขาว-ดำ: เล่นโทนใกล้เคียง เช่น โค้ทเทาเข้มกับสูทกรมท่า หรือโค้ทสีคาเมลกับสูทน้ำตาล
ตัวอย่างคอมโบเท่ ๆ
โค้ทกรมท่า + เชิ้ตฟ้าอ่อน + กางเกงเทา + รองเท้าชูกก้าสีน้ำตาล
โค้ทคาเมล + กางเกงกรมท่า + เชิ้ตขาว + เนกไทเบอร์กันดี + บู๊ตหนังสีเลือดหมู
โค้ทกรมท่าทับเชิ้ตขาว + กางเกงดำ + เข็มขัดหนังดำ
3. ลุคลำลอง: แต่งสบายแต่ยังดูมีรสนิยม
เทรนช์โค้ทคืออาวุธลับเวลาอยาก อัปเกรดเสื้อยืด + ยีนส์ให้ดูแพงขึ้นทันที
ไอเดียสนุก ๆ
โค้ทกรมท่า + ยีนส์ + เสื้อยืดขาว + สนีกเกอร์ขาว
โค้ทสีแทน + คาร์ดิแกนสีน้ำตาลบนเสื้อยืดขาว + ชิโน่ + บู๊ตหนังสีน้ำตาล
โค้ทสีเบอร์กันดี + เชิ้ตปลดกระดุมเล็กน้อย + ยีนส์เข้มหรือชิโน่กรมท่า + บู๊ตบรอกสีดำ
โค้ทสีเทา + สเวตเตอร์หรือฮู้ดสีดำ + ยีนส์ดำ + สนีกเกอร์ขาว
เพื่อให้แมตช์ง่าย ชุดด้านในใช้สีพื้นคลาสสิก อย่างดำ ขาว เทา กรมท่า จะเข้ากับโค้ททุกสี โดยเฉพาะถ้าคุณเลือกโค้ทสีจัด ๆ
หน้าหนาวเพิ่มหมวกไหมพรม ผ้าพันคอ แต่ควรใส่ไว้ ด้านในโค้ท เพื่อให้ทรงดูสะอาดและไม่พองเกินไป
4. ลุคออกเดท: ดึงเสน่ห์แบบพระเอกฟิล์มเก่า
เทรนช์โค้ทให้ฟีลหนังคลาสสิกทันที ไม่ว่าจะไปดูหนัง ร้านอาหารอบอุ่น หรือเลานจ์หรู
ชุดที่น่าลอง
โค้ทคาเมล + เชิ้ตฟ้าอ่อน + ยีนส์เข้ม + ชูกก้าหรือเชลซีบู๊ต
โค้ทกรมท่า + คอเต่าสีดำ + ยีนส์ดำ + เชลซีบู๊ตดำ
โค้ทกรมท่า + สเวตเตอร์เทาทับเชิ้ตขาว (ผูกไทได้ตามโอกาส) + ยีนส์เข้ม + บู๊ตหนัง
จะเล่นทางไหนก็ได้ทั้ง แต่งให้ดูเนี้ยบขึ้น หรือ ลดความเป็นทางการลง แล้วแต่สถานที่เดท
เลือกเทรนช์โค้ทตามสีให้ถูกจริต
เทรนช์โค้ทสีกรมท่า
เหมาะมากกับฤดูใบไม้ร่วง–หนาว ให้ความรู้สึกลึก สุภาพ และภูมิฐาน
ใส่กับสูทกรมท่า = โทนเดียวสุดเนี้ยบ
ใส่กับสูทเทา = สมดุลและทันสมัย
ลุคลำลอง: โค้ทกรมท่ากับยีนส์ + เชิ้ตขาว หรือสเวตเตอร์ในวันที่อากาศเย็น
สีที่เข้ากับกรมท่าได้ดี
ขาว
เขียวเข้ม / เขียวมะกอก
น้ำตาล / เบจ / คาเมล
เทา
ฟ้าอ่อน
และใช่ กรมท่ากับดำใส่ด้วยกันได้ เพิ่มเทาเข้าไปอีกนิด ทั้งลุคจะดูสมดุลมาก
เทรนช์โค้ทสีเทา
สีเทาเป็นโทนกลางที่ใส่ได้ทุกฤดูกาล
เทาอ่อน: ดีมากกับสูทสีเบจหรือฟ้าอ่อนในฤดูใบไม้ผลิ
เทาเข้ม/ถ่าน: ใส่ทับสูทดำหรือกรมท่าได้แบบเนียน ๆ หรือจะเล่นลุคโมโนโครมเทาทั้งชุดก็ได้
คอมโบลำลอง
โค้ทเทา + ยีนส์ + เสื้อยืดตัวโปรด = ลุคสุดสัปดาห์ที่ดูมีสไตล์
กับชิโน่: เทรนช์โค้ทสีเทาเข้ากับสีเบจ กรมท่า ดำ กากี ได้หมด
สีเสื้อด้านในที่เหมาะกับโค้ทเทา
ขาว
ดำ
เบอร์กันดี
เขียวมะกอก
น้ำเงิน
มัสตาร์ด
เบจ
ถ้าชอบลายตาราง โค้ทสีเทาคือฐานที่ดีมากสำหรับกางเกงลายเช็คหรือลายกริด
เทรนช์โค้ทสีน้ำตาลอูฐ / คาเมล
คาเมล/เบจคือสีโปรไฟล์หลักของเทรนช์โค้ทคลาสสิก
เหมาะกับฤดูใบไม้ร่วงและใบไม้ผลิ เพราะเข้ากับโทนธรรมชาติรอบตัวได้ดี
ใช้ทับสูทเกือบทุกสีสวย โดยเฉพาะสูทโทนอ่อนหรือสูทลายตาราง
โทนที่เข้ากับคาเมลได้ดี
กรมท่า
สีสนิม
มัสตาร์ด
น้ำตาลเข้ม
ตัวอย่าง
สเวตเตอร์สีสนิมหรือมัสตาร์ด + ชิโน่กรมท่าเข้ม + โค้ทคาเมล = ลุคผู้ชายสายอบอุ่นสุดลงตัว
คาเมลยังใช้เป็น “สีกลาง” ได้ทั้งปี แมตช์กับขาว ดำ เทา กรมท่า ได้หมดแบบไม่เคยขัดกัน
เทรนช์โค้ทสีดำ
ดำคือสีที่ปลอดภัยและทรงพลังที่สุด ใส่ได้กับทั้งลุคทางการและลำลอง
จะเล่นลุคดำทั้งตัวให้มืดนิ่ง ๆ ก็ได้ หรือแตกด้วยเสื้อขาว/เบจข้างใน
ไอเดีย
โค้ทดำทับชุดโทนอ่อนอย่างขาวหรือเบจ แล้วใส่กางเกงลายตารางหรือสีตัดเพื่อสร้างมิติ
เสื้อยืด/เชิ้ต/สเวตเตอร์ เลือกตามระดับความเป็นทางการที่ต้องการจากชิลล์ไปจนถึงจริงจัง
เลือกแบรนด์และแนวการซื้อเทรนช์โค้ท
พร้อมใส่จากร้าน (Ready-to-Wear)
แบรนด์สายคลาสสิกอย่าง Burberry, Aquascutum, Mackintosh ยังรักษา DNA เทรนช์ดั้งเดิมไว้ได้ดี
ราคาอาจสูงกว่าแบรนด์ออนไลน์ทั่วไป แต่คุณจ่ายให้กับทั้งประวัติศาสตร์ ดีไซน์ และรายละเอียด
เทรนช์โค้ทวินเทจ
Old Burberry หรือ Aquascutum วินเทจคือของแท้ที่มักทนและอยู่กับคุณได้อีกหลายปี
การหาไซซ์และสภาพดีต้องใช้เวลาและความอดทน แต่ถ้าเจอ “ตัวใช่” จะกลายเป็นเสื้อคู่ชีพของคุณได้เลย
เทรนช์โค้ทสั่งตัด (Bespoke)
ถ้าช่างตัดเสื้อของคุณหา
ผ้ากาบาร์ดีนดี ๆ
ผ้าขนสัตว์สำหรับซับใน
แพตเทิร์นเทรนช์ที่ถูกต้อง
ได้ครบ เทรนช์โค้ทสั่งตัดอาจกลายเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าแบรนด์ไฮเอนด์บางเจ้า และได้ฟิตที่ลงตัวกับสรีระคุณจริง ๆ
ไกด์สายลึก: เล่น Burberry วินเทจให้เป็น
เทรนช์โค้ทของ Burberry ไม่ใช่แค่โค้ท แต่เป็น สัญลักษณ์ ของรสนิยมและยุคสมัย
รุ่นไหนน่าเล่นมากที่สุด
ก่อนปี 1999 แบรนด์ใช้ชื่อ Burberrys’ และผลิตในอังกฤษ เน้นคุณภาพและฟังก์ชัน
หลังปี 1999 เปลี่ยนเป็น Burberry ธรรมดา กลายเป็นแบรนด์แฟชั่นพรีเมียมมากขึ้น เน้นภาพลักษณ์มากกว่าการใช้งานแบบทหารเดิม
นักสะสมจำนวนมากจึงให้ค่ารุ่นก่อนปี 1999 สูงกว่า เพราะได้ทั้งเรื่องราวและการตัดเย็บแบบยุคเก่า
อ่านป้าย: Burberrys’ vs Burberry
รุ่นวินเทจที่คนตามหาคือป้าย “Burberrys’” มีตัว s และอะพอสทรอฟีด้านหลัง
ฟอนต์ส่วนใหญ่เป็นสีขาวบนป้ายสีน้ำเงินกรมท่าหรือน้ำเงินเข้ม
ป้ายอื่นของ Burberry ที่ต้องรู้
แบรนด์ยังมีไลน์อื่นที่ออกแบบเจาะตลาดบางประเทศ เช่น
Burberry Black Label
Burberry Blue Label
สองไลน์นี้เน้นตลาดญี่ปุ่น บางส่วนผลิตในญี่ปุ่น บางส่วนในจีน คุณภาพและภาพรวมมักไม่ใช่ตัวเลือกหลักของสายเก็บเทรนช์คุณภาพสูง
อีกไลน์ที่น่าสนใจคือ Prorsum ซึ่งเป็นสายดีไซน์ล้ำ หน้าตาทันสมัยขึ้น แต่ห่างไกลจากเทรนช์ทหารคลาสสิกที่ทำให้ Burberry ดังดั้งเดิม
เช็กของแท้-ปลอมแบบเนียน ๆ
เทรนช์โค้ท Burberry ปลอมมีเยอะ แต่ส่วนใหญ่หลุดตรงงานและวัสดุ
เช็กลิสต์สำหรับรุ่นก่อนปี 1999
งานเย็บ: ตะเข็บเรียบ เนี้ยบ ห่วงเข็มขัดเสริมเย็บเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ของปลอมมักเย็บหยาบและไม่เก็บงานดี
ลาย Nova Check: ซับในต้องมีโทนเบจ ขาว ดำ แดง เข้ากันเป๊ะ ลายผิด สีเพี้ยน หรือลายไม่ต่อกัน = สงสัยไว้ก่อน
ป้ายด้านใน: รุ่นแท้ก่อน 1999 จะมีป้ายสีขาวในกระเป๋าด้านซ้าย มีช่องใส่ชื่อและหมายเลขสั่งซื้อ ไซซ์อยู่ในช่องชื่อ และมีป้ายไซซ์ซ่อนใต้ป้ายสีน้ำเงินกรมท่า
ผ้ากาบาร์ดีนคุณภาพ: ใช้ผ้าฝ้าย 100% หรือผสมฝ้าย-โพลีเอสเตอร์ที่แข็งแรง ผ้าบาง เบา และ ดูไม่น่าไว้ใจ = มีสิทธิ์ไม่ใช่ของแท้
ประวัติสั้น ๆ ที่ทำให้เทรนช์โค้ทดูมีเรื่องเล่า
เทรนช์โค้ทเดินทางมาจากสนามรบในศตวรรษที่ 19 สู่ถนนแฟชั่นในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
จากเสื้อกันฝนยางสู่โค้ทไอคอนิก
จุดเริ่มจากเสื้อโค้ทกันฝนสมัยใช้แก๊สจากถ่านหินในสกอตแลนด์ เมื่อ James Syme พบว่าทาร์จากถ่านหินละลายยางได้
Charles Macintosh นำไอเดียไปต่อยอด ทำเสื้อกันฝนโดยวางชั้นยางไว้ระหว่างผ้า สร้างเสื้อกันฝนกันน้ำยุคแรก ๆ แม้จะมีกลิ่นและแข็งตัวตามอากาศจนหลุดความนิยมไปพักใหญ่
ต่อมาเกิดโค้ทกันฝนที่เบา ใส่ได้จริงมากขึ้น และชื่อ Macintosh กลายเป็นคำเรียกเสื้อกันฝนทั้งกลุ่มในภายหลัง
Aquascutum: โล่กันฝนของนายทหารอังกฤษ
John Emary พัฒนาเสื้อกันฝนที่เรียกว่า Aquascutum (aqua = น้ำ, scutum = โล่)
ถูกใช้ในสงครามใหญ่หลายครั้งตั้งแต่ไครเมีย ไปจนถึงสงครามกลางเมืองอเมริกาและสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น
หนึ่งในเทรนช์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกคือของพลโท Gerald Goodlake ที่ยังถูกเก็บรักษาเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์
Burberry และผ้ากาบาร์ดีน
ปี 1856 Thomas Burberry เปิดร้านเสื้อผ้าชั้นนอก และสังเกตเสื้อผ้าชาวนาที่เบา อบอุ่น ระบายอากาศดี และกันละอองน้ำได้เพราะเมื่อเปียกผ้าจะหดตัว
เขาพัฒนาผ้าจากฝ้ายอียิปต์ทอแน่น เคลือบกันน้ำก่อนและหลังทอ และตั้งชื่อว่า gabardine
ข้อดี: เบา ไม่เหม็น ทนและกันน้ำ ผ้านี้ถูกใช้โดยนักสำรวจและในสงครามหลายครั้ง กลายเป็นมาตรฐานของเทรนช์โค้ทในเวลาต่อมา
ลอร์ดคิทเชนเนอร์และเทรนช์โค้ทในสงคราม
ลอร์ดคิทเชนเนอร์เป็นหนึ่งในภาพจำของเทรนช์โค้ทยุคแรก โดยเฉพาะรุ่น Tielocken ที่ปิดด้วยสายคาดและหัวเข็มขัดแทนกระดุม
การที่เขาสวมเทรนช์โค้ทในสถานการณ์จริงยิ่งตอกย้ำภาพจำว่าเสื้อตัวนี้คือเครื่องแบบของผู้นำและนายทหารระดับสูง
จากสนามเพลาะสู่ฮอลลีวูด
หลังสงคราม เทรนช์โค้ทถูกผลิตออกมามากและส่วนหนึ่งถูกแจกให้ประชาชน จึงแพร่หลายสู่ชีวิตประจำวัน
เจ้าหน้าที่ที่ปลดประจำการยังใส่อยู่นอกสนามรบ เพราะเสื้อมีความทนและผ้ามีคุณภาพในยุคที่ผ้ายังหาไม่ง่าย
ฮอลลีวูดรับช่วงต่อ นำเทรนช์โค้ทไปใส่บนตัวพระเอกในหนังคลาสสิกมากมาย ทำให้เสื้อชิ้นนี้กลายเป็น สัญลักษณ์ของผู้ชายลึกลับ มีเสน่ห์ และผ่านอะไรมามาก
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง แม้รูปแบบการรบจะเปลี่ยน และเสื้อสนามสั้น ๆ จะสำคัญกว่า แต่ในชีวิตจริงของคนทั่วไป เทรนช์โค้ทยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นไอเท็มพื้นฐานของตู้เสื้อผ้าผู้ชายทั่วโลก
สรุป Q&A: ทุกคำถามเรื่องเทรนช์โค้ทที่ผู้ชายมักสงสัย
Classic Trench Coat คืออะไร?
เทรนช์โค้ทแบบคลาสสิกคือทรงกระดุมสองแถว ทำจากผ้ากาบาร์ดีนกันน้ำ ความยาวราวเข่า มีดีเทลครบทั้งฝาปิดปืน อินทรธนู เข็มขัดห่วง D และซับในลายตาราง
แบบไหนเหมาะกับผู้ชายที่สุด?
ถ้าคุณชอบสายคลาสสิก รุ่นที่นักสะสมให้ค่ามากที่สุดคือ Burberry ก่อนปี 1999 แต่ถ้าไม่ยึดติดแบรนด์ Aquascutum, Mackintosh และแบรนด์วินเทจคุณภาพดีก็เป็นตัวเลือกที่เยี่ยมเช่นกัน
ผู้ชายควรใส่เทรนช์โค้ทเมื่อไหร่?
เทรนช์โค้ทคือเสื้อนอกสำหรับคนที่ชอบสไตล์คลาสสิกแบบ Old-school และถือว่าใส่ได้แทบทุกฤดู โดยเฉพาะช่วงฝน ลม แดดอ่อน ๆ หรือหน้าหนาวไม่โหดเกินไป
ควรใส่อะไรใต้เทรนช์โค้ท?
ตั้งแต่เดิมมันถูกออกแบบมาให้ใส่ทับเครื่องแบบทหารหนา ๆ วันนี้คุณจึงใส่ได้ตั้งแต่
สูทเต็มชุด
เสื้อเชิ้ต + สเวตเตอร์
เสื้อยืดพื้น ๆ + ยีนส์ + สนีกเกอร์
ควรฟิตหรือหลวมแค่ไหน?
ฟิตที่ดี: หลวมพอจะใส่ทับสูท แต่ไม่โอเวอร์ไซส์จนกลืนตัว
ไม่ควรแนบเนื้อแบบสกินนี่จนขยับแขนแล้วตึง
จุดประสงค์ของเทรนช์โค้ทคืออะไร?
เดิมคือเกราะกันลมฝนและอากาศเลวร้ายในสนามเพลาะของทหาร ปัจจุบันคืองานผสมระหว่าง ฟังก์ชันกันอากาศ และ ความเท่แบบไร้กาลเวลา
ใช้เป็นโค้ทหน้าหนาวได้ไหม?
ได้ โดยเฉพาะรุ่นที่มีซับในขนสัตว์แบบถอดได้ เพิ่มเลเยอร์ความอบอุ่นให้รับมืออากาศหนาวได้สบายขึ้น
สีไหนเหมาะกับเทรนช์โค้ทที่สุด?
ดั้งเดิม: กากี/ทราย/คาเมล
เดินทางบ่อย: เทา กรมท่า หรือดำ เพราะเลอะยากและแมตช์ง่าย
ใส่กับทุกสไตล์ได้ไหม?
เกือบทุกสไตล์ ยกเว้น
ลุคฤดูร้อนจัด ๆ เสื้อผ้าบางมาก เทรนช์โค้ทจะดูเกินความจำเป็น
งานที่เป็นทางการสุด ๆ เช่น Black tie หรือ White tie ที่ต้องใช้โอเวอร์โค้ทสายพิธีการมากกว่า
ถ้าคุณอยากได้เสื้อตัวเดียวที่เล่าเรื่องรสนิยม อายุ และประสบการณ์ของคุณแบบไม่ต้องพูด เทรนช์โค้ทที่เลือกดีสักตัวคือคำตอบ
เลือกเนื้อผ้าให้ถูก ทรงให้ใช่ สีให้เข้ากับชีวิตประจำวัน แล้วปล่อยให้มันทำหน้าที่ส่งสัญญาณว่า “คนนี้ไม่ธรรมดา” แทนคุณทุกครั้งที่เดินผ่านใครสักคนบนถนน

