รับแอปรับแอป

ออเดอร์สหรัฐฯฟื้นแรง–ดีล M&A จ่อปิดเกม ITC ลุ้นโตแซงอุตสาหกรรมขนมสัตว์เลี้ยง

ธนพล ศรีสวัสดิ์01-29

ภาพรวม ITC: ออเดอร์เริ่มติดเครื่องอีกครั้ง

ITC กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังข้อมูลล่าสุดจากการเข้าเยี่ยมชมโรงงานมหาชัยของโบรกเกอร์ระบุว่า ออเดอร์จากสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หนุนโมเมนตัมธุรกิจอาหารและขนมสัตว์เลี้ยงให้ดูสดใสขึ้นในครึ่งปีหลัง

โรงงานมหาชัยเป็นฐานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่สำคัญของ ITC มีกำลังการผลิตรวมราว 122,845 ตันต่อปี และยังมีช่องว่างให้เร่งการใช้กำลังการผลิตได้ต่อเนื่อง เพราะตอนนี้ใช้จริงเพียงราว 75% ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ แบบ 2 กะต่อวัน

โครงสร้างสินค้า: ขนมสัตว์เลี้ยงกำลังมาแรง

พอร์ตสินค้าของ ITC ในช่วงครึ่งแรกปี 2568 แบ่งสัดส่วนยอดขายออกเป็น

  • อาหารแมว: 70%

  • อาหารสุนัข: 17%

  • ขนมสัตว์เลี้ยง: 13%

แม้ขนมสัตว์เลี้ยงจะมีสัดส่วนยังไม่สูงเท่าอาหารหลัก แต่ถือเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง เพราะเป็นเซ็กเมนต์ที่เล่นกับพฤติกรรม “ตามใจสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในบ้าน” ได้อย่างชัดเจน และมักมีมาร์จิ้นดีกว่าสินค้าพื้นฐานหลายตัว

ด้านตลาดส่งออก แบ่งเป้าหมายหลักชัดเจนดังนี้

  • สหรัฐฯ: 58% ของยอดส่งออก

  • ยุโรป: 13%

  • เอเชีย + โอเชียเนีย: 29%

สหรัฐฯจึงเป็นตลาดหัวใจหลัก ของการเติบโต ITC ทั้งในมิติอาหารสัตว์เลี้ยงและขนมสัตว์เลี้ยงโดยตรง

แรงงานไม่สะดุด ธุรกิจเดินหน้าได้ต่อเนื่อง

หนึ่งในความเสี่ยงที่หลายโรงงานกังวล คือปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าว แต่สำหรับโรงงานมหาชัยของ ITC สถานการณ์นี้แทบไม่ใช่ปัญหา

โรงงานใช้แรงงานกัมพูชาเพียง 11 คนเท่านั้น ทำให้แทบไม่ได้รับผลกระทบจากกระแสแรงงานทยอยกลับประเทศต้นทาง สายการผลิตยังเดินหน้าได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องหยุดหรือชะลอจากปัจจัยด้านแรงงาน

ข้อได้เปรียบตรงนี้ทำให้ ITC สามารถตอบรับออเดอร์ที่ฟื้นตัวได้ทันเวลา ไม่เสียโอกาสเพราะติดคอขวดการผลิต

Tariff เคลียร์ชัด ออเดอร์ครึ่งปีหลังเริ่มแรง

การฟื้นตัวของการผลิตในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 มาจาก 2 แรงผลักหลัก ๆ คือ

  • ปัจจัยฤดูกาล หนุนให้ดีมานด์สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงกลับมาคึกคัก

  • ความชัดเจนของโครงสร้าง Tariff (ภาษีนำเข้า) ของไทย ทำให้ลูกค้าต่างประเทศกล้าส่งคำสั่งซื้อมากขึ้น

แม้อัตราภาษีถูกปรับขึ้นเป็น 19% แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งประเทศอื่นแล้วไม่ได้ต่างกันมากนัก อีกทั้งยังอยู่ในระดับที่ลูกค้ารับได้ จึงทำให้คำสั่งซื้อเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

นอกจากนั้น ในช่วงครึ่งแรกปี 2568 ITC ยังได้

  • ลูกค้าใหม่เพิ่ม 26 ราย

  • ออกสินค้าใหม่มูลค่ารวมกว่า 1,635 ล้านบาท

ทั้งสองปัจจัยช่วยขยายฐานรายได้ และเพิ่มโอกาสผลักดันสินค้าใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มขนมสัตว์เลี้ยงที่มีโอกาสสร้างมาร์จิ้นได้ดี

ทำไมไทยยังได้เปรียบเวียดนาม–จีน–ผู้ผลิตสหรัฐ

ผู้บริหาร ITC มองว่าไทยยังมี จุดแข็งชัดเจน เมื่อเทียบกับคู่แข่งทั้งเวียดนาม จีน รวมถึงผู้ประกอบการในสหรัฐเอง

จุดเด่นหลัก ๆ ได้แก่

  • โครงสร้างสินค้าแตกต่าง ไม่ใช่แค่แข่งที่ราคา แต่แข่งที่ “ความเฉพาะตัว”

  • ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ จากการทำ วิจัยและพัฒนาสินค้า (R&D) อย่างต่อเนื่อง

  • การออกแบบสูตรและฟอร์แมตสินค้าให้ตรงกับความต้องการลูกค้าแต่ละราย

ด้วยเหตุนี้ สินค้าของไทย โดยเฉพาะจาก ITC จึงมักถูกเลือกเมื่อลูกค้าต้องการสินค้าแบบเฉพาะเจาะจง หรือสายขนมสัตว์เลี้ยงแนวพรีเมียมที่ต้องการความแตกต่าง

ตลาดสหรัฐฯ: ตัวแปรหลักของการเติบโตระยะยาว

ผู้บริหารย้ำภาพรวมว่า ตลาดสหรัฐยังเป็นเสาหลักสำคัญต่อการเติบโตของ ITC เพราะ

  • มูลค่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐคิดเป็นมากกว่า 40% ของตลาดโลก

  • อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกยังมีโอกาสเติบโตเฉลี่ยราว +3.5% ต่อปี ในช่วงปี 2025-2030

ด้วยพฤติกรรมเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มองสัตว์เป็นสมาชิกครอบครัว ทำให้การใช้จ่ายด้านอาหารและขนมสัตว์เลี้ยงยังมีแนวโน้มขยายตัวสูง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าพรีเมียมและขนมฟังก์ชันแนล

สัญญาณออเดอร์ครึ่งปีหลัง: ฟื้นตามตัวเลขส่งออก

จากการเยี่ยมชมโรงงานครั้งล่าสุด มีการสะท้อนภาพรวมว่า คำสั่งซื้อในครึ่งปีหลังเริ่มฟื้นตัวชัดเจน และทิศทางสอดคล้องกับตัวเลขส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยในเดือนกรกฎาคม ที่

  • โต +9% เมื่อเทียบกับปีก่อน (y-y)

  • โต +12% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน (m-m)

จึงมีมุมมองว่า ITC มีโอกาสเติบโต เร็วกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม ทั้งจากฐานลูกค้าเดิมที่ฟื้นการสั่งซื้อ และลูกค้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในช่วงครึ่งปีแรก

ดีล M&A ใกล้จบ หนุนการเติบโตระยะยาว

นอกจากออเดอร์ที่เริ่มกลับมา ผู้บริหารยังส่งสัญญาณเชิงบวกเรื่องการทำดีล ควบรวมกิจการหรือเข้าซื้อกิจการ (M&A) ที่มีความคืบหน้ามากขึ้น และเข้าใกล้จุดสรุปดีลเต็มที

การทำ M&A ครั้งนี้ถูกคาดหวังว่าจะ

  • ขยายฐานลูกค้าและตลาดใหม่

  • เพิ่มไลน์สินค้า โดยเฉพาะสินค้าเพิ่มมูลค่าและขนมสัตว์เลี้ยง

  • เสริมศักยภาพการผลิตและการพัฒนาสินค้าในอนาคต

เมื่อประกอบเข้ากับคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่กลุ่มค้าปลีกในสหรัฐ ที่เตรียมรองรับการขยายตัวของตลาดในระยะยาว ภาพรวมการดำเนินงานในครึ่งปีหลังจึงถูกคาดว่า จะกลับเข้าสู่โหมดเติบโตอีกครั้ง

สรุปมุมมอง: ITC กำลังเข้าสู่รอบฟื้นตัวใหม่

จากข้อมูลทั้งหมด ภาพของ ITC ตอนนี้คือ

  • กำลังการผลิตยังเหลือพื้นที่ให้ขยาย รองรับออเดอร์ที่ฟื้นตัว

  • ไม่ติดปัญหาแรงงาน ทำให้เดินเครื่องผลิตได้เต็มที่

  • Tariff ชัดเจน ลูกค้ากลับมาสั่งซื้อได้อย่างมั่นใจ

  • ตลาดสหรัฐซึ่งเป็นตลาดหลักยังเติบโตต่อเนื่อง และมีขนาดใหญ่ระดับเกิน 40% ของตลาดโลก

  • ดีล M&A ใกล้จบ มีโอกาสต่อยอดการเติบโตในระยะยาว

ทั้งหมดนี้ทำให้ ITC ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่จะ เติบโตได้ดีกว่าอุตสาหกรรมอาหารและขนมสัตว์เลี้ยงโดยรวม โดยเฉพาะเมื่อออเดอร์สหรัฐกลับมาติดเครื่องเต็มกำลัง พร้อมดีล M&A ที่จ่อเข้ามาเสริมพลังในลูปถัดไป