รับแอปรับแอป

จะไปเรียนต่ออเมริกา? รวมทุกขั้นตอนขอวีซ่า F-1 แบบเข้าใจง่ายตั้งแต่เอกสารยันสัมภาษณ์

อนุชา วัฒนกุล01-31

เตรียมตัวไปเรียนต่ออเมริกา เริ่มจากวีซ่าให้เป๊ะก่อน

ตัดสินใจแล้วว่าขอบินไปเรียนต่ออเมริกา ชีวิตดูเหมือนจะใกล้ฝันแล้ว แต่ด่านโหดที่ทุกคนต้องเจอเหมือนกันคือ วีซ่านักเรียนสหรัฐฯ ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดยิบย่อย อ่านกฎทีไรเหมือนต้องพกยาดมไว้ข้างตัวตลอดเวลา

เพื่อไม่ให้ปวดหัวเกินเหตุ มารวบรวมทุกอย่างให้เป็นระบบเดียว อ่านจบแล้วจะเห็นภาพตั้งแต่ประเภทวีซ่า เอกสารถึงสัมภาษณ์ ว่าจริง ๆ ต้องทำอะไรบ้าง

วีซ่านักเรียนอเมริกามีกี่แบบ? F-1, M-1, J-1 เลือกให้ถูกตั้งแต่แรก

วีซ่านักเรียนของอเมริกา คือวีซ่าสำหรับคนที่ต้องการเข้าไปเรียนในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็น

  • คอร์สภาษาแบบระยะสั้น

  • ระดับมัธยม

  • ระดับมหาวิทยาลัย

สถาบันที่เราไปเรียน ต้องได้รับการรับรองจาก Student and Exchange Visitor Program (SEVP) ที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อนเท่านั้นถึงจะใช้ขอวีซ่าได้

ประเภทหลักของวีซ่านักเรียนอเมริกา

  • ภาพรวม

    • วีซ่านักเรียนใช้กับผู้ที่ไปศึกษาในสหรัฐฯ ทุกระดับ แต่ต้องเรียนในสถาบันที่อยู่ในระบบ SEVP

  • วีซ่า F-1 (Student Visa)

    • เป็นประเภทที่คนส่วนใหญ่ใช้

    • สำหรับนักเรียน/นักศึกษาที่เข้าเรียนใน
      • มหาวิทยาลัย

      • โรงเรียน

      • สถาบันภาษา

    • คอร์สต้องมีเวลาเรียนมากกว่า 18 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือเป็นหลักสูตรเต็มเวลา (full-time)

  • วีซ่า M-1 (Vocational / Technical)

    • สำหรับคนที่เรียนหลักสูตรสายอาชีพแบบเต็มเวลา

    • เน้นด้านวิชาชีพหรือสายปฏิบัติการ ที่ไม่ใช่หลักสูตรวิชาการทั่วไป

  • วีซ่า J-1 (Exchange Visitor)

    • สำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน เช่น
      • นักเรียนแลกเปลี่ยน

      • นักวิจัย

      • ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมโครงการด้านการศึกษา วัฒนธรรม หรือฝึกงานในอเมริกา

สรุปง่าย ๆ: ถ้าไปเรียนหลักสูตรเต็มเวลาในมหาวิทยาลัย โรงเรียน หรือสถาบันภาษาในอเมริกา โอกาสสูงมากว่าคุณจะใช้ วีซ่า F-1

ควรเริ่มขอวีซ่านักเรียนอเมริกาเมื่อไหร่?

การยื่นขอวีซ่า F-1 ทำได้ ไม่เกิน 120 วันล่วงหน้าก่อนวันเปิดภาคเรียน (ก่อนคอร์สเริ่มจริง)

แต่ถึงจะยื่นได้ 120 วันล่วงหน้า ก็อย่าลืมเผื่อเวลา

  • เตรียมเอกสาร

  • กรอกฟอร์ม

  • นัดสัมภาษณ์

  • รอผลพิจารณา

ใครจะไปเรียนเทอมไหน แนะนำให้ไล่ตารางตัวเองให้ดีตั้งแต่ตอนสมัครเรียนเลย

ก่อนยื่นวีซ่า F-1 ต้องเช็กอะไรให้ครบบ้าง?

ก่อนจะไปถึงขั้นกรอกฟอร์ม ขอวีซ่าอย่างจริงจัง ต้องให้แน่ใจก่อนว่าเราเข้าเงื่อนไขพื้นฐานเหล่านี้

  • ได้รับการตอบรับจากสถาบันในอเมริกาเรียบร้อยแล้ว

    • มีจดหมายตอบรับ (offer) หรือเอกสารยืนยันการรับเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัย/สถาบัน

  • สถาบันต้องอยู่ในระบบ SEVP

    • หมายความว่าที่เรียนของเราผ่านการรับรองจากรัฐบาลสหรัฐฯ แล้ว

  • หลักสูตรต้องเป็นแบบเต็มเวลา (Full-time)

    • เรียนเล่น ๆ แบบแวะเข้าแวะออกไม่ได้ ต้องเป็นคอร์สจริงจัง

  • ได้รับแบบฟอร์ม I-20 จากสถาบันแล้ว

    • หลังจากตอบรับ offer สถาบันจะส่งเอกสาร I-20 มาให้

    • ใน I-20 จะระบุรายละเอียดค่าเรียนและใช้ประกอบการขอวีซ่า

    • เอกสารนี้สำคัญมาก ต้องเก็บให้ดี

  • ใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับที่สื่อสารได้

    • เพราะตอนไปสัมภาษณ์วีซ่าอาจต้องตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษ

  • มีเงินทุนสนับสนุนเพียงพอ

    • ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่ และค่าใช้จ่ายระหว่างเรียน

    • ต้องมี หลักฐานการเงิน รองรับ (เดี๋ยวจะอธิบายเพิ่มด้านล่าง)

จำให้ขึ้นใจ: หลังจากได้รับสิทธิ์เข้าเรียน เราจะได้ แบบฟอร์ม I-20 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขอวีซ่านักเรียนอเมริกา หากไม่มีเอกสารนี้คือไปต่อไม่ได้เลย

ขั้นตอนขอวีซ่า F-1 แบบ Step-by-Step

1. รวบรวมเอกสารเบื้องต้น

  • เก็บ ฟอร์ม I-20 จากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันให้ดี

  • จ่าย ค่าธรรมเนียม I-901 SEVIS จำนวน 350 ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ผ่านระบบออนไลน์

    • SEVIS (Student and Exchange Visitor Information System) คือระบบที่ใช้จัดการข้อมูลนักเรียนต่างชาติ

    • นักเรียนต่างชาติทุกคนต้องจ่ายค่าธรรมเนียมนี้

2. กรอกฟอร์ม DS-160 และชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า

  • กรอก แบบฟอร์ม DS-160 (Nonimmigrant Visa Application) ออนไลน์สำหรับการขอวีซ่าประเภทชั่วคราว

  • ต้อง อัปโหลดรูปถ่ายไฟล์ .jpg ที่ตรงตามมาตรฐานที่กำหนด

  • ชำระ ค่าธรรมเนียมวีซ่า 160 ดอลลาร์สหรัฐ

  • เก็บหลักฐาน/ใบเสร็จการชำระเงินไว้ใช้ในวันสัมภาษณ์

3. จองวันสัมภาษณ์วีซ่า

  • เข้าระบบเพื่อนัดวันและเวลาสัมภาษณ์กับสถานทูต/สถานกงสุลสหรัฐฯ ที่รับผิดชอบพื้นที่ของเรา

4. ไปสัมภาษณ์วีซ่าตามนัด

  • แนะนำให้ไปถึงสถานทูต/สถานกงสุล ก่อนเวลานัด 30–45 นาที

  • เอกสารทุกอย่างต้องเตรียมให้ครบและจัดเป็นชุด ๆ หยิบง่าย ไม่วุ่นวาย

เอกสารที่ต้องใช้ขอวีซ่านักเรียนอเมริกา

เอกสารหลักที่ต้องมี

  1. ฟอร์ม DS-160 (กรอกออนไลน์ แล้วปริ๊นใบยืนยัน)

  2. รูปถ่าย

    • อัปโหลดตอนกรอกฟอร์ม DS-160

    • เตรียมรูปถ่ายขนาด 2x2 นิ้วเพิ่ม 1 ใบเผื่อใช้

  3. หนังสือเดินทาง (Passport)

    • ต้องยังไม่หมดอายุ

    • ควรเหลืออายุการใช้งานมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป

  4. สำเนาทะเบียนบ้าน

  5. ฟอร์ม I-20 ตัวจริง

    • ต้องเป็นเอกสารที่ออกโดยสถาบันการศึกษาในอเมริกา และลงนามเรียบร้อย

  6. ใบเสร็จชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า 160 ดอลลาร์สหรัฐ

เอกสารด้านการเรียน และการเงิน

  1. ใบ Transcript ภาษาอังกฤษ

    • สถิติผลการเรียนที่ผ่านมา

  2. ใบรับรองการจบการศึกษา ภาษาอังกฤษ

  3. ผลสอบภาษา/วิชาการตามที่สถาบันกำหนด เช่น

    • TOEFL

    • SAT

    • GRE

    • GMAT

    • หรือข้อสอบอื่นที่สถาบันระบุ

  4. หลักฐานทางการเงิน แสดงให้เห็นว่าเรามีเงินพอจะอยู่และเรียนที่อเมริกาได้ เช่น

    • สมุดบัญชีธนาคารตัวจริง

    • ใบรับรองยอดเงินจากธนาคาร

    • เอกสารภาษีของผู้สนับสนุน (ถ้ามีรายได้ประจำ)

    • ใบอนุญาตประกอบธุรกิจและเอกสารเสียภาษี (ถ้าเป็นเจ้าของกิจการ)

  5. เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)

ทริก: ทุกอย่างที่เป็นภาษาไทย หากจำเป็นใช้ประกอบการพิจารณา ควรมีคำแปลภาษาอังกฤษที่ถูกต้องและชัดเจน

ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ถึงจะขอวีซ่าได้?

คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่เราเลือก เพราะค่าใช้จ่ายแต่ละที่ไม่เท่ากัน

หลักการคือ ต้องแสดงให้เห็นว่าเรามีเงินพอสำหรับ

  • ค่าเล่าเรียนทั้งหมดหรืออย่างน้อยหนึ่งปีการศึกษา

  • ค่าที่พักและค่าครองชีพ

  • ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนและการใช้ชีวิตในอเมริกา

ตัวอย่างเช่น ถ้าไปเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ แห่งหนึ่ง อาจกำหนดว่าค่าน่าอยู่และค่าใช้จ่ายรวมต่อปีอยู่ราว ๆ หลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมักจะระบุชัดในเอกสารของมหาวิทยาลัย

สิ่งที่สำคัญมาก

  • ต้องแสดง bank statement ย้อนหลัง 6 เดือน

  • เงินจำนวนที่ต้องใช้ควรอยู่ในบัญชี ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

  • การโอนเงินก้อนใหญ่เข้าบัญชีก่อนยื่นไม่นาน อาจทำให้เจ้าหน้าที่ตั้งคำถามได้

วีซ่านักเรียน F-1 ทำงานในอเมริกาได้ไหม?

นักเรียนต่างชาติที่ถือวีซ่า F-1 สามารถทำงานได้ แต่มีเงื่อนไขชัดเจน

  • ต้องเป็น งานภายในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาเขต (On-campus)

    • และเป็นตำแหน่งงานที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

  • ทำงานได้ ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดเทอม

ในบางกรณี เมื่อเรียนไปสักระยะและเข้าเงื่อนไข ก็อาจมีโอกาสทำงานนอกมหาวิทยาลัยภายใต้โปรแกรมฝึกงาน เช่น CPT หรือ OPT แต่ต้องดูเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละคนอีกที

สัมภาษณ์วีซ่าไม่ผ่าน เพราะอะไร? แล้วควรทำอย่างไรต่อดี

สาเหตุที่วีซ่าไม่ผ่านมีได้หลายแบบ และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกงสุลเป็นหลัก แต่แนวทางพื้นฐานมีดังนี้

  • กรอกข้อมูลต้องตรงกับความเป็นจริง

  • เอกสารที่ยื่นควรชัดเจน ไม่ย้อนแย้ง

  • วันสัมภาษณ์ให้ตอบคำถามอย่างจริงใจ และไม่พูดวกวน

ถ้าโดนปฏิเสธแล้ว

  • ไม่สามารถอุทธรณ์ (Appeal) ได้

  • แต่สามารถ ยื่นขอใหม่ได้ หลังจากถูกปฏิเสธแล้วอย่างน้อย 3 วัน

อย่างไรก็ตาม แทนที่จะรีบยื่นใหม่ทันที แนะนำให้

  • อ่านเหตุผลการปฏิเสธอย่างละเอียด

  • ปรับปรุงโปรไฟล์และเอกสารของเราให้ชัดเจนขึ้น

  • แก้จุดอ่อนให้เรียบร้อยก่อนค่อยยื่นซ้ำ จะมีโอกาสมากกว่า

วีซ่านักเรียนอเมริกามีอายุได้กี่ปี?

ระยะเวลาที่ได้รับในวีซ่า F-1 หรือ M-1 ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของคอร์สที่เราเรียน และดุลยพินิจของกงสุล

แต่โดยทั่วไปแล้ว จะไม่เกิน 5 ปี

ถึงแม้ว่าวีซ่าในเล่มจะหมดอายุ แต่ถ้าเราอยู่ในสถานะนักเรียนอย่างถูกต้องตาม I-20 บางกรณีก็ยังอยู่ต่อได้ตามกฎของสถานะนักเรียน (แต่ถ้าออกนอกประเทศแล้วต้องกลับเข้ามาใหม่ อาจต้องขอวีซ่าใหม่)

อัพเดตการขอวีซ่านักเรียนอเมริกา: ยุคคัดกรองโหด โซเชียลต้องโปร่งใส

ช่วงหลัง ๆ การขอวีซ่านักเรียนอเมริกามีการคัดกรองเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในประเด็นความมั่นคงของชาติ และแนวคิดทางการเมืองหรือสังคมของผู้สมัคร

มาตรการที่มีผลกระทบต่อผู้ขอวีซ่านักเรียน เช่น

  • เคยมีช่วงเวลาที่ชะลอหรือระงับการนัดสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนชั่วคราว ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง

  • มีช่วงที่มีคำสั่งให้จำกัดหรือระงับวีซ่าบางประเภทของนักเรียนจากสถาบันเฉพาะ ก่อนจะถูกศาลสั่งระงับคำสั่งดังกล่าว

  • ต่อมามีการกลับมาพิจารณาวีซ่านักเรียนอีกครั้ง แต่เพิ่มเงื่อนไขด้าน โซเชียลมีเดีย

เรื่องโซเชียลมีเดียที่ต้องระวัง

ผู้สมัครวีซ่า F, M, J ถูกคาดหวังว่า

  • จะต้องเปิดบัญชีโซเชียลมีเดียหลัก ๆ แบบ สาธารณะ (Public) เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบเนื้อหาได้

  • หากยังตั้งค่าเป็น Private หรือดูเหมือนปกปิดข้อมูล อาจเพิ่มโอกาสถูกตั้งคำถาม หรือแม้แต่ถูกปัดตกได้

เนื้อหาที่กงสุลอาจใช้พิจารณา เช่น

  • ข้อความที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง

  • เนื้อหาที่ขัดกับหลักการหรือสถาบันหลักของสหรัฐฯ

ผลที่ตามมา:

  • ระยะเวลาพิจารณาวีซ่า นานขึ้น เพราะมีการตรวจคัดกรองมากกว่าเดิม

  • ผู้สมัครควร วางแผนขอวีซ่าให้เร็วขึ้น เพื่อให้ทันกำหนดการเปิดภาคเรียน

สรุป: อยากบินไปเรียนอเมริกา วีซ่าต้องพร้อม แผนต้องชัด

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะเห็นภาพแล้วว่าการขอวีซ่านักเรียนอเมริกา โดยเฉพาะ F-1 ไม่ได้ยากเกินไป แต่ต้อง

  • เตรียมเอกสารให้ครบ

  • วางแผนเวลาล่วงหน้า

  • มีหลักฐานการเงินชัดเจน

  • ดูแลโปรไฟล์และโซเชียลให้โปร่งใส

วีซ่าไม่ใช่ด่านที่น่ากลัว ถ้าเราเตรียมตัวมาดี แผนการเรียนชัดเจน เอกสารถูกต้อง เงินพร้อม และตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา โอกาสผ่านก็สูงขึ้นแบบรู้สึกได้เลย

ใครที่กำลังเล็งไปเรียนต่ออเมริกา ลองไล่เช็คทีละข้อจากบทความนี้ให้ครบ แล้วลงมือเริ่มขั้นตอนแรกตั้งแต่วันนี้ จะได้ไม่ต้องลุ้นแบบหัวใจเต้นแรงตอนใกล้เปิดเทอม