ศิลปะที่เริ่มจากการออกเดินทางข้างในตัวเอง
นิทรรศการนี้ไม่ได้ชวนคุณมาดูภาพสวย ๆ อย่างเดียว แต่ชวนให้เดินทางย้อนเข้าไปข้างในตัวเอง สำรวจทั้งความคิดและความรู้สึกที่ยังค้างคาอยู่ในใจ ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ที่ ไม่ยึดติดกับแบบร่างใด ๆ ให้จินตนาการได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ
มันคือการอนุญาตให้ตัวเองหลุดจากกรอบเดิม ๆ แล้วลองปล่อยให้ความคิดพาเราไปในสภาวะต่าง ๆ โดยไม่ต้องรีบหาคำตอบ ว่าทุกอย่างต้องหมายถึงอะไร

“MONTE’S MYTH” เมื่อความคิดไม่มีแบบร่าง แต่เต็มไปด้วยเรื่องราว
Trendy Gallery เปิดพื้นที่ให้กับ “MONTE’S MYTH” นิทรรศการศิลปะของศิลปิน MONTEMITH ที่เหมือนพาคนดูเข้าไปอยู่ในดินแดนระหว่างโลกในใจและโลกภายนอก
สำหรับเขา สิ่งที่เห็นภายนอกอาจจะเหมือนกันในสายตาใครหลายคน แต่สิ่งที่แปลออกมาจากสายตา ความเชื่อ และประสบการณ์ของแต่ละคน กลับแตกต่างกันสุดขั้ว
โลกเดียวกัน แต่ไม่เคยมีใครตีความเหมือนกันจริง ๆ
ภาพเดียวกัน แต่เรื่องราวในหัวแต่ละคนไม่เคยซ้ำกันเลย
และเมื่อเขาเริ่มยอมรับว่า “ความต่าง” คือธรรมชาติของมนุษย์ ความอยากเข้าใจตัวเองจึงยิ่งชัดขึ้น

นิทรรศการนี้จึงกลายเป็นการเดินทางภายในครั้งใหญ่ ที่เริ่มจากการสำรวจสิ่งที่เกาะกุมอยู่ในใจ แล้วค่อย ๆ แปรรูปออกมาเป็นงานศิลปะที่ปราศจากร่างคร่าว ๆ ล่วงหน้า ให้สัญชาตญาณและความรู้สึกในช่วงขณะนั้นเป็นคนกำหนดทิศทาง
เมื่อการเดินทางจบลง สิ่งที่เหลืออยู่บนผืนงานแต่ละชิ้น จึงไม่ใช่แค่ภาพวาด แต่มันคือ “บันทึกตอนหนึ่งของชีวิต” ที่ถูกส่งกลับออกมาสู่โลกภายนอกอีกครั้ง
รู้จัก Montemith ศิลปินที่จับตำนานไทยมารีมิกซ์ให้ร่วมสมัย

เบื้องหลังนิทรรศการนี้คือ Montemith หรือ เต้ สมิธ ภิรมย์สังข์ ศิลปินสายสตรีตอาร์ตที่หยิบความเป็นไทยมาเล่าใหม่ในแบบที่ทั้งดิบ เท่ และมีเสน่ห์เฉพาะตัว
ในวงการศิลปะไทย ยังมีไม่กี่คนที่กล้าดึงเอาศิลปวัฒนธรรมไทย รวมถึงเรื่องเล่าพื้นบ้าน มาผสมกับแนวสตรีตแล้วตีความออกมาในภาษาภาพร่วมสมัย หนึ่งในนั้นก็คือเขาคนนี้
แรงบันดาลใจหลักของเขาเต็มไปด้วย
ตำนานและเรื่องเล่าแบบไทย ๆ
ผีและสิ่งลี้ลับ
สัตว์ประหลาดและโลกหลังความตาย
ภาพจำของ “นรกภูมิ” ที่ถูกตีความใหม่
ทั้งหมดถูกเล่าผ่านเส้นสายที่ดูฉวัดเฉวียน คมกริบ และอัดแน่นด้วยพลัง เหมือนภาพที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
จุดเริ่มจากลายรดน้ำ สู่งานสตรีตอาร์ตที่มีจิตวิญญาณไทย
ต้นทางของตัวตนทางศิลปะของ Montemith ย้อนกลับไปถึงช่วงเรียนศิลปะ ตอนที่เขาทำวิทยานิพนธ์ เขาหยิบเอา ศิลปะลายรดน้ำ ซึ่งเป็นงานประณีตศิลป์โบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย มาผสมเข้ากับเรื่องราวของนรกภูมิ แล้วใส่ทั้งหมดลงไปบนแผ่นสเก็ตช์บอร์ด
เบื้องหลังไอเดียนี้คือความเชื่อแบบตรงไปตรงมาแต่ทรงพลังว่า
ศิลปวัฒนธรรมไทยเจ๋งมาก และน่าเสียดายถ้าเราจะเมินมันในฐานะคนสร้างงานศิลปะ
เขาเลยอยากเอา “ของดีของบ้านตัวเอง” มาย่อยใหม่ให้คนรุ่นปัจจุบันเข้าถึงได้ง่ายและใกล้ตัวขึ้น
ถ้าคนดูหลงรักงานของเขา
เขาอยากให้ตามรอยกลับไปเจอต้นทางที่เป็นงานศิลปะดั้งเดิม
มันจึงไม่ใช่แค่การสร้างงานเท่ ๆ แต่ยังเป็นเหมือนอีกหนึ่งช่องทางในการ ส่งต่อและเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ให้เดินทางไปไกลขึ้น ผ่านภาษาศิลปะที่ร่วมสมัยกว่าเดิม
“MONTE’S MYTH” ในฐานะบันทึกการเดินทางของจิตใจ

นิทรรศการนี้จึงไม่ได้มีแค่ภาพที่ชวนมอง แต่มันคือพื้นที่ให้คนดูได้ลองเงียบ แล้วตั้งคำถามกับตัวเองไปพร้อมกับงานตรงหน้า
โลกที่เราเห็น อาจไม่เหมือนโลกที่เรารู้สึก
เรื่องราวในภาพ อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่เกิดขึ้นในหัวเรา
และศิลปะ อาจไม่ต้องมีคำอธิบายที่ “ถูกต้องที่สุด” เสมอไป
“MONTE’S MYTH” คือพื้นที่ทดลองทั้งของศิลปินและของคนดู ที่เปิดโอกาสให้ความคิดได้เดินทางอย่างไร้แบบร่าง เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยบางอย่างที่เราอาจเข้าใจมันในแบบของตัวเองเท่านั้น

