ชวนสัมผัสศิลป์ไทยผ่านรอยปั้นร่วมสมัย
นิทรรศการศิลปนิพนธ์ “ศิลป์ไทยในรอยปั้น” ของวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ คือเวทีที่นำศิลปะโบราณกลับมามีชีวิตใหม่ ผ่านสายตาและจินตนาการของศิลปินรุ่นเยาว์สายประติมากรรมไทย
ผลงานทั้งหมดเกิดจากการศึกษา องค์ความรู้ทางโบราณคดี ศิลปะ และประวัติศาสตร์ อย่างลึกซึ้ง แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นประติมากรรมร่วมสมัยที่ยังคงรากเหง้าศิลปวัฒนธรรมไทยไว้อย่างงดงาม
นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์
จากโบราณวัตถุสู่แรงบันดาลใจร่วมสมัย
หัวใจของนิทรรศการครั้งนี้คือการ “สนทนา” กับโบราณวัตถุสำคัญของชาติ ที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร แล้วแปลงความเข้าใจเหล่านั้นเป็นผลงานใหม่ที่จับต้องได้
ศิลปินรุ่นใหม่จึงไม่ได้เพียงลอกเลียนรูปทรงเก่า หากแต่ อ่านอดีตอย่างจริงจัง แล้วตีความด้วยภาษาศิลปะของปัจจุบัน

เศียรพระพุทธรูปอยุธยา: การต่อเติมร่างให้ประวัติศาสตร์
หนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญคือ เศียรพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ สมัยอยุธยา ที่ค้นพบบริเวณพระวิหาร วัดศรีสรรเพชญ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โบราณวัตถุชิ้นนี้เคยถูกตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็น
เศียรของพระศรีสรรเพชญ์องค์สำคัญ ที่ถูกไฟไหม้และถูกเผาลอกทองคำออกในคราวกรุงศรีอยุธยาแตก
หรืออาจเป็นเศียรพระพุทธรูปปาลิไลยกะ ที่เคยประดิษฐานในพระวิหารด้านทิศใต้
นักศึกษาได้นำหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ มาวิเคราะห์อย่างละเอียด ทั้งสัดส่วน รูปแบบองค์ประกอบ และข้อมูลเชิงประจักษ์อื่น ๆ เพื่อ จำลององค์พระพุทธรูปให้ครบทั้งเศียรและพระวรกาย
พวกเขาต้องคำนวณขนาดอย่างมีเหตุผล พร้อมนำข้อสันนิษฐานต่าง ๆ มา “ประกอบร่าง” ในเชิงรูปธรรม กลายเป็นงานประติมากรรมที่พยายามเชื่อมช่องว่างระหว่างหลักฐานที่เหลืออยู่กับจินตนาการบนฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร: อ่านท่าทางเพื่อเข้าใจจักรวาลความเชื่อ
อีกหนึ่งชิ้นงานต้นธารแรงบันดาลใจคือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริด ศิลปะศรีวิชัย ที่ค้นพบในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
นักศึกษาเริ่มต้นจากการอ่าน รูปแบบศิลปะและท่าทาง อย่างละเอียด ตั้งแต่พระพักตร์ที่โน้มต่ำลงอย่างอ่อนโยน ไปจนถึงพระอังสาขวาที่เชิดขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะนำไปสู่ข้อสันนิษฐานใหม่ที่น่าสนใจ
พวกเขาตีความว่า พระโพธิสัตว์องค์นี้น่าจะประทับในท่า มหาราชลีลาสนะ โดย
ประทับบนแท่นสิงห์ ตามแบบ สิงหาสนโลเกศวร
วางพระหัตถ์ขวาไว้บนฐานบัว
องค์ประกอบเหล่านี้เชื่อมโยงไปถึงศิลปะแบบอินเดียสมัยปาละ (พุทธศตวรรษที่ 13–17) ที่ส่งอิทธิพลต่อศิลปะศรีวิชัยในดินแดนสุวรรณภูมิอย่างลึกซึ้ง
งานประติมากรรมที่สร้างขึ้นจึงไม่ใช่แค่ “จำลองรูปทรง” หากแต่เป็นการ ต่อเรื่องราวทางศรัทธาและคติความเชื่อ ให้กลับมามีมิติและน้ำหนักอีกครั้ง

พระพุทธรูปทรงเครื่องต้น และปฐมเทศนา: เมื่อเทคนิคโบราณพบการตีความใหม่
ในนิทรรศการยังมีผลงานจำลอง พระพุทธรูปทรงเครื่องต้น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระมหาจักรพรรดิ สะท้อนแนวคิดเรื่องอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์
ความพิเศษอยู่ที่การใช้ เทคนิคดุนลายแบบโบราณ ในการขึ้นรูปโลหะ ซึ่งต้องอาศัยทั้งความชำนาญและความละเอียดประณีตในทุกจังหวะการเคาะและดันให้โลหะรับรูปทรงตามที่ต้องการ
อีกหนึ่งผลงานคือการจำลอง พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา โดยอ้างอิงจากแบบฐานธรรมจักรวัดไทร จังหวัดนครปฐม ซึ่งจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์
งานชิ้นนี้เน้นการตีความ รูปแบบศิลปกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะท้องถิ่นกับคติพระพุทธศาสนา ทำให้ภาพเหตุการณ์สำคัญในพระพุทธประวัติ ถูกเล่าใหม่ในมิติที่ทั้งคุ้นเคยและสดใหม่ไปพร้อมกัน

นิทรรศการที่ทำให้ “อดีต” กลายเป็นสิ่งมีชีวิต
นิทรรศการ “ศิลป์ไทยในรอยปั้น” ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่โชว์ผลงานศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาเท่านั้น แต่คือพื้นที่จัดแสดง ผลลัพธ์ของการเรียนรู้ วิจัย และการตีความเชิงลึก ต่อมรดกศิลปกรรมไทย
ผ่านกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ศิลปินรุ่นใหม่เหล่านี้กำลังช่วยกันตอบคำถามสำคัญว่า
ศิลปะโบราณจะยังมีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบันได้อย่างไร
เราจะเชื่อมต่อกับอดีตโดยไม่ทำให้ตัวตนของปัจจุบันเลือนหายไปได้หรือไม่
คำตอบของพวกเขาปรากฏอยู่ในทุกเส้นโค้ง ทุกผิวสัมผัส และทุกรอยเคาะที่ฝากไว้บนผลงานประติมากรรมร่วมสมัย
นิทรรศการนี้คือบทพิสูจน์ว่า ศิลปะโบราณไม่ได้ถูกเก็บไว้แค่ในตู้จัดแสดง แต่ยังเต้นอยู่ในหัวใจของคนรุ่นใหม่อย่างมีชีวิตชีวา
หากคุณรักศิลปะไทย นี่คือโอกาสที่ไม่ควรพลาด
ใครที่หลงใหลใน
ศิลปะและความงามของประติมากรรมไทย
เรื่องเล่าจากหน้าประวัติศาสตร์
เสน่ห์ของวัฒนธรรมเก่าที่ถูกเล่าด้วยสายตาใหม่
นิทรรศการนี้คือพื้นที่ให้คุณได้ สัมผัสความงามของอดีตที่ถูกปลุกชีวิตใหม่ ผ่านฝีมือและพลังสร้างสรรค์ของศิลปินไทยรุ่นใหม่
ร่วมเดินชมผลงานอย่างใกล้ชิด ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร แล้วปล่อยให้รอยปั้นเหล่านี้ค่อย ๆ เล่าเรื่องอดีตให้คุณฟังด้วยตัวเอง

