ขนรักแร้เยอะ กลิ่นตัวแรง ไม่กล้าใส่เสื้อแขนกุด ทำไงดี?
ขนรักแร้ไม่ใช่แค่เรื่องรูปลักษณ์ แต่ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ กลิ่นอับ กลิ่นไม่พึงประสงค์ และกลิ่นตัวแรง ตามมาได้ โดยเฉพาะถ้าทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง
หลายคนเลือก โกน ถอน แว็กซ์ จนรักแร้ดำ เป็นตุ่มหนังไก่ แถมยังเกิดขนคุดวนลูปไม่รู้จบ ยิ่งทำยิ่งพังผิว แต่ถ้าเข้าใจสาเหตุและเลือกวิธีจัดการให้ถูกตั้งแต่แรก ปัญหาเหล่านี้ก็เคลียร์ได้แบบยาว ๆ
ในบทความนี้เราจะพามาไล่ตั้งแต่สาเหตุที่ทำให้ขนขึ้นเยอะ วิธีการกำจัดขนแบบต่าง ๆ ไปจนถึงการใช้ Diode Laser ในการกำจัดขนรักแร้แบบจริงจัง ทั้งเรื่องหลักการ ข้อควรระวัง และผลลัพธ์หลังทำ
ทำไมขนถึงดก? ก่อนกำจัดต้องรู้ต้นเหตุ
ก่อนจะจัดการขนรักแร้ให้จบ ควรรู้ก่อนว่าทำไมเส้นขนถึงเยอะและดกกว่าปกติ เพราะบางทีไม่ใช่แค่เรื่องความงาม แต่เกี่ยวกับฮอร์โมนและสุขภาพด้วย
1. ฮอร์โมนเพศและความผิดปกติของระบบภายใน
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะ ฮอร์โมนเพศชาย (androgen) ที่มากผิดปกติ เป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้
ขนขึ้นดก หนา และแข็ง
เสียงทุ้มผิดปกติ
ภาวะนี้พบได้ใน
สตรีวัยทอง
ผู้ที่มีความผิดปกติของฮอร์โมนบางชนิด
หากขนดกแบบผิดธรรมชาติ ร่วมกับอาการอื่น ควรให้แพทย์ช่วยประเมินเพิ่มเติมจะปลอดภัยที่สุด
2. พันธุกรรม ครอบครัวขนดก ลูกก็มีสิทธิ์ขนแน่น
ถ้าพ่อแม่หรือสมาชิกในครอบครัวมี ขนดก หนา และดำ โอกาสที่ลูกจะมีลักษณะเส้นขนแบบเดียวกันก็สูงตามไปด้วย เพราะลักษณะเส้นขนถูกถ่ายทอดผ่านพันธุกรรมได้โดยตรง
3. เชื้อชาติและสายเลือด
เชื้อชาติบางกลุ่มมีโครงสร้างเส้นขนที่หนาและดกกว่าชาวเอเชีย เช่น บางสายพันธุ์ในโซนยุโรปหรืออเมริกา ทำให้ขนขึ้นเยอะและชัดเจนกว่า โดยไม่ได้เกี่ยวกับสุขภาพ แต่เกี่ยวกับพันธุกรรมและเชื้อชาติเป็นหลัก
4. ยาบางชนิดที่กระตุ้นให้ขนดก
มียาหลายกลุ่มที่ส่งผลต่อระดับฮอร์โมนหรือการทำงานของเซลล์ในร่างกาย จนทำให้ ขนหนาและดกขึ้น ได้ เช่น
ยากลุ่ม Danazol
Anabolic steroid
Corticosteroid
ยาคุมกำเนิดบางประเภท
ก่อนเริ่มยากลุ่มเหล่านี้ ควร ปรึกษาแพทย์ ทุกครั้ง โดยเฉพาะคนที่กังวลเรื่องขนดกหรือฮอร์โมนอยู่แล้ว
อยากกำจัดขนรักแร้ มีวิธีไหนบ้าง?
การกำจัดขนรักแร้แบ่งได้คร่าว ๆ เป็นสองกลุ่ม คือ แบบชั่วคราว ที่ต้องทำซ้ำเรื่อย ๆ และ แบบถาวร ที่ช่วยลดการเกิดขนระยะยาว
การกำจัดขนแบบชั่วคราว
1. การถอน
การถอนเป็นวิธีที่ทำเองได้ง่าย ใช้แหนบดึงเส้นขนออกจากรากทีละเส้น ถือเป็นการกำจัดขนจากโคนขนแบบชั่วคราว ขนสามารถขึ้นใหม่ได้เหมือนเดิม
ข้อดีคือ
เจ็บไม่มาก (แต่ก็แอบจี๊ด)
ขนไม่โผล่กลับมาเร็วเท่าโกน
แต่อีกด้านหนึ่งก็มีข้อเสียที่ต้องระวัง
ผิวบวมแดง ระคายเคือง
เสี่ยงอักเสบ เป็นตุ่ม หรือเกิดแผลเล็ก ๆ
ไม่ควรถอนถี่เกินไป เพราะผิวหนังบริเวณรักแร้อาจถูกทำร้ายสะสม จนกลายเป็นผิวหมองคล้ำและเป็นตุ่มหนังไก่ได้
2. การโกน
การโกนเป็นวิธียอดฮิต เพราะ
ทำง่าย สะดวก
ใช้เวลาไม่นาน
ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ
ใช้มีดโกนหรือเครื่องโกนไฟฟ้าตัดเส้นขนตามแนวขน แต่เป็นการตัดเฉพาะส่วนที่โผล่เหนือผิวหนังเท่านั้น ทำให้
ขนขึ้นใหม่เร็วมาก
ขนที่งอกใหม่จะ แข็ง หนา และสั้น จนสัมผัสแล้วสาก
เสี่ยงเกิด ขนคุด เพราะขนแข็งดันผิวไม่พ้น
ถ้าโกนไม่ระวัง ยังอาจ
โดนใบมีดบาดผิว
ผิวระคายเคืองง่าย
รูขุมขนอักเสบเป็นตุ่มแดงได้
3. ครีมกำจัดขน
ครีมกำจัดขนทำงานโดยใช้สารเคมีเข้าไปละลายโครงสร้างของเส้นขน เพียงปาดครีมบนผิวบริเวณที่ต้องการ ทิ้งไว้สักครู่แล้วเช็ดออก ขนก็จะหลุดตามออกมาด้วย
ข้อดีคือ
ไม่รู้สึกเจ็บ
หลังเช็ดออกจะรู้สึกว่าผิวเรียบเนียนขึ้น
ผิวดูสว่างขึ้นเล็กน้อยทันที
แต่ข้อเสียคือ
ครีมทำงานแค่บนผิว ไม่ได้ลงไปถึงรากขน
ขนกลับมาขึ้นใหม่เร็วเหมือนเดิม
ไม่เหมาะกับ ผิวแพ้ง่าย เพราะมีสารเคมีหลายชนิดที่อาจทำให้ผิวแสบ แดง หรือระคายเคืองได้
4. การใช้ยา
ยากำจัดขนมีหลักการคล้ายกับครีมกำจัดขน แต่จะใช้สารออกฤทธิ์บางชนิดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขนแม้จะหลุดออกได้ดี แต่ก็ยังสามารถงอกใหม่ได้ ไม่ใช่วิธีถาวรเช่นกัน
การใช้ยากลุ่มนี้ต้อง
ปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนเสมอ
ระวังในผู้ที่ผิวแพ้ง่าย เพราะอาจระคายเคืองหรือแพ้ตัวยาได้
5. การใช้ขี้ผึ้ง (แว็กซ์)
การแว็กซ์ขนด้วยขี้ผึ้งเป็นวิธีดั้งเดิม ใช้กันมานานมาก วิธีคือ
ทาขี้ผึ้งลงบนผิว
รอเซ็ตตัวแล้วดึงออกพร้อมเส้นขน
วิธีนี้ดึงขนออกจากโคน ทำให้ขนขึ้นใหม่ช้ากว่าโกน แต่ก็มีข้อเสียสำคัญคือ
ผิวเสี่ยงระคายเคืองมาก
ผิวถูกทำร้ายซ้ำ ๆ จนบางและแห้ง
จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเหมือนในอดีต โดยเฉพาะบริเวณรักแร้ที่ผิวบอบบางเป็นพิเศษ
การกำจัดขนแบบถาวร: เมื่ออยากจบปัญหาให้ขาด
เลเซอร์กำจัดขน
การเลเซอร์กำจัดขนกำลังเป็น วิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะตอบโจทย์ทั้งเรื่องความเนียนและระยะยาว
เลเซอร์จะปล่อยพลังงานแสงเข้าไปจับกับเม็ดสีของเส้นขน แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนส่งต่อไปยังรากขนใต้ชั้นผิว ทำให้รากขนค่อย ๆ อ่อนแอและถูกทำลายลง
ข้อดีของเลเซอร์ขนรักแร้คือ
ขนขึ้นช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
เส้นขนที่งอกใหม่อ่อนลง บางลง
เมื่อทำต่อเนื่องหลายครั้ง ขนลดลงในระดับ กึ่งถาวรถึงถาวร
ใช้เวลาไม่นานในแต่ละครั้ง
ชนิดของเลเซอร์กำจัดขนมีหลายแบบ เช่น YAG laser และอื่น ๆ ซึ่งจะต่างกันที่ความยาวคลื่นและกลไกการลงลึกของพลังงานใต้ผิว
เคสตัวอย่าง: จากเหงื่อเยอะ กลิ่นตัวแรง สู่รักแร้เนียนและแห้งขึ้น
มีเคสผู้รับบริการรายหนึ่งที่ต้องเจอกับปัญหา
ขนรักแร้ขึ้นเยอะกว่าปกติมาก
เหงื่อออกง่าย โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน
กลิ่นตัวแรงจนหมดความมั่นใจ
ปัญหาเหล่านี้กระทบกับชีวิตประจำวันเต็ม ๆ ทั้งเรื่องการแต่งตัวและการทำงานที่ต้องพบปะผู้คนตลอดเวลา จนต้องเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีแก้แบบจริงจัง
แพทย์จึงวางแผนรักษาแบบ ผสมผสาน คือ
เลเซอร์กำจัดขนรักแร้
ร่วมกับการฉีดโบท็อกลดการทำงานของต่อมเหงื่อ
แนวทางนี้ช่วยได้ทั้ง
ลดปริมาณขน
ลดเหงื่อ
ลดกลิ่นกายไม่พึงประสงค์
หลังทำต่อเนื่อง ผู้รับบริการรู้สึกว่า ใช้ชีวิตง่ายขึ้นมาก กล้าเข้าใกล้คนอื่นมากกว่าเดิม ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นหรือวงเหงื่อบนเสื้ออีกต่อไป
แพทย์ประเมินยังไง? เลือกพลังงานเลเซอร์ให้เหมาะกับเส้นขน
ก่อนเริ่มเลเซอร์ แพทย์จะประเมินหลายปัจจัย โดยเฉพาะ สีและความหนาของเส้นขน เพื่อเลือกระดับพลังงานและชนิดเลเซอร์ให้เหมาะสมที่สุด
วิเคราะห์จากสีของเส้นขน
เส้นขนสีเข้ม
ในช่วงแรกของการรักษา มักใช้เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นราว 1064 นาโนเมตร พลังงานจะลงไปทำลายเม็ดสีใต้ผิว แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความร้อนที่รากขน สามารถผ่านเม็ดสีเข้มของเส้นขนไปทำลายโคนขนได้ดีเส้นขนสีอ่อน
เมื่อรักษาไประยะหนึ่ง สีของเส้นขนจะอ่อนลง แพทย์จะปรับแผนเป็นเพิ่มพลังงานของเครื่องเลเซอร์ให้สูงขึ้น
เลือกเทคนิคที่เหมาะกับขนสีอ่อนมากขึ้น
โดยทั่วไปต้องทำเลเซอร์ต่อเนื่อง ประมาณ 10 ครั้งขึ้นไป เพื่อให้รากขนค่อย ๆ อ่อนแรงและถูกทำลายลงอย่างต่อเนื่อง
วิเคราะห์จากความหนาของเส้นขน
เส้นขนที่ หนาและแข็ง จะนำพลังงานความร้อนจากเลเซอร์ลงไปถึงรากขนได้ดี ทำให้การกำจัดมีประสิทธิภาพ
ระหว่างทำ แพทย์จะตั้งค่าพลังงานและระยะเวลาการปล่อยเลเซอร์ให้เหมาะสม เพื่อ ไม่ให้ผิวด้านบนถูกทำลาย ไม่ไหม้ ไม่เบิร์น
โดยเฉพาะการใช้ Diode Laser ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดขนโดยเฉพาะ จะปล่อยพลังงานลงสู่รากขนในระดับที่ควบคุมได้ ทำให้เป็นการกำจัดขนแบบ เน้นผลระยะยาว ได้ดี
นอกจากนี้ยังสามารถใช้โปรแกรมเสริมที่ช่วยให้
ผิวรักแร้ ขาวกระจ่างใสขึ้น
ลดลักษณะตุ่มหนังไก่
หลังรักษาไปประมาณ 2 สัปดาห์ ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือ
กลิ่นเหงื่อและกลิ่นกายลดลงอย่างมาก
เหงื่อออกน้อยลง รู้สึกเหมือนได้เริ่มต้นการใช้ชีวิตใหม่
เรื่องของขนแม้ต้องใช้เวลาและทำหลายครั้ง แต่จะเห็นว่า
เส้นขนค่อย ๆ บางลง
พื้นที่รักแร้แทบไม่มีขนขึ้น มีแค่เส้นอ่อน ๆ เล็กน้อย
จากเดิมที่เคยถอน โกน จนรักแร้ดำและเป็นตุ่ม ตอนนี้ไม่ต้องยุ่งกับมีดโกนหรือแหนบอีกแล้ว ผิวรักแร้กลับมา เรียบ เนียน และดูสว่างขึ้น อย่างชัดเจน
ข้อควรปฏิบัติหลังเลเซอร์รักแร้ Diode Laser
เพื่อให้ผลลัพธ์ดีและผิวปลอดภัย หลังทำเลเซอร์ควรดูแลตัวเองตามนี้
งดกำจัดขนวิธีอื่น
หลีกเลี่ยงการโกน ถอน หรือใช้วิธีอื่น ๆ หลังรักษา โดยเฉพาะช่วงประมาณ 1 สัปดาห์แรก หากมีขนขึ้นใหม่ให้รอแพทย์ประเมินก่อนอาบน้ำได้ตามปกติ แต่เลี่ยงน้ำอุ่นจัดและการสครับผิว
เพราะอาจทำให้ผิวแห้ง แสบ หรือระคายเคืองมากขึ้นในบริเวณที่เพิ่งทำเลเซอร์ถ้ามีอาการบวมแดง
สามารถประคบเย็นบริเวณที่ยิงเลเซอร์ได้ อาการเหล่านี้มักเป็นชั่วคราวและไม่อันตรายทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้น
เลือกใช้ตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อช่วยปลอบประโลมผิวและลดการระคายเคืองดื่มน้ำให้เพียงพอ
ผิวที่ได้รับความชุ่มชื้นจากภายในจะฟื้นตัวได้ดีขึ้นทำเลเซอร์อย่างสม่ำเสมอ
เข้ารับบริการ Diode Laser ตามรอบที่แพทย์นัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การทำลายรากขนมีประสิทธิภาพสูงสุด
สรุป: ทำไม Diode Laser ถึงตอบโจทย์การกำจัดขนรักแร้
วิธีกำจัดขนมีหลายแบบ ตั้งแต่ถอน โกน แว็กซ์ ไปจนถึงครีมหรือยา แต่ถ้าต้องการทั้ง ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ระยะยาว การเลเซอร์รักแร้ด้วย Diode Laser ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
เพราะ Diode Laser ช่วยให้
พลังงานเลเซอร์ลงลึกถึง รากขน
ขนขึ้นใหม่ช้าลงและบางลงเรื่อย ๆ
ลดโอกาสการเกิด ขนคุดและตุ่มหนังไก่
ผิวรักแร้ดู เรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น
ระหว่างทำเจ็บน้อยกว่าวิธีดั้งเดิมอย่างการแว็กซ์
สำหรับใครที่มีปัญหา
ขนรักแร้ดกดำ
กลิ่นตัวแรง
เหงื่อออกเยอะจนหมดความมั่นใจ
การทำเลเซอร์รักแร้ด้วย Diode Laser ประมาณ 5–8 ครั้งขึ้นไป จะช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน และสามารถลดเส้นขนได้ในระยะยาวแบบจริงจัง
รักแร้เนียน เหงื่อลด กลิ่นกายดีขึ้น ความมั่นใจกลับมาเต็มร้อยได้ไม่ยาก แค่เลือกวิธีที่ถูกกับผิวและทำอย่างต่อเนื่องเท่านั้นเอง

