รับแอปรับแอป

เขียนแอปด้วย AI แบบไม่ต้องโค้ดเยอะ: ทำไม Microsoft Power Platform ถึงมาแรงขนาดนี้

กิตติคุณ รัตนโชติ01-29

เปิดโลกการทำงานยุคใหม่ด้วย Power Platform + AI

ในยุคที่ทุกองค์กรต้องวิ่งแข่งกับเวลา ทั้งเรื่องประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และนวัตกรรมที่ต้องส่งผลจริง ไม่ใช่แค่สไลด์สวย ๆ Microsoft Power Platform กลายเป็นแพลตฟอร์มตัวเด่นที่ช่วยให้ทั้งคนทำงานทั่วไปและนักพัฒนาสามารถสร้างแอปและโซลูชันอัจฉริยะได้แบบไม่ต้องโค้ดเยอะ

ที่สำคัญ ในปี 2025 Microsoft ยังได้รับการจัดอันดับโดย Gartner ให้เป็นผู้นำใน Magic Quadrant™ สำหรับแพลตฟอร์ม Low-Code ระดับองค์กรต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ซึ่งตอกย้ำว่า Low-Code + AI ไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นเครื่องมือหลักขององค์กรจริง ๆ

ทำไม Power Platform ถึงโดดเด่นกว่าคู่แข่ง?

1. AI ที่ใช้ได้จริงในงาน ไม่ใช่แค่คำโฆษณา

การเอา AI มาใส่ในงานไม่ควรจบแค่เดโมบนเวที แต่ต้องช่วยประหยัดเวลาหน้างานจริง ๆ ซึ่ง Power Platform ทำให้เห็นภาพนี้แบบชัด ๆ

ในปี 2025 เพียงปีเดียว มีการสร้าง Agent หรือผู้ช่วยอัจฉริยะบน Power Platform มากกว่า 3 ล้านตัว เพื่อนำไปใช้ในงานจริงในองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก โดยให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เช่น

  • การป้อนข้อมูลเร็วขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับวิธีทำงานแบบเดิม

  • การสร้างแอปสำเร็จมากขึ้นถึง 60% เมื่อใช้ Microsoft Copilot เข้ามาช่วย

พูดง่าย ๆ คือจากเดิมที่ต้องนั่งเขียนสเปก เขียนโค้ด แก้บั๊กนานหลายวัน ตอนนี้สามารถใช้ AI ช่วยร่างแอป ช่วยคิดฟอร์ม ช่วยเขียน Logic และให้เรามาปรับแต่งต่อได้ทันที

2. แพลตฟอร์มระดับองค์กรที่บริหารง่าย ปลอดภัย และขยายได้

เบื้องหลังของ Power Platform คือโครงสร้างพื้นฐานของ Microsoft Azure ซึ่งทำให้ฝ่ายไอทีและส่วนกลางสามารถ

  • ควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลได้จากศูนย์กลาง

  • กำหนดมาตรฐานการใช้งานและการเข้าถึงได้ชัดเจน

  • ขยายการใช้งานไปยังหลายประเทศ หลายสาขาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง compliance และกฎระเบียบ

สำหรับองค์กรที่เริ่มมี Citizen Developer เพิ่มขึ้น การมีแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการได้ดีคือหัวใจสำคัญ เพราะช่วยให้เปิดโอกาสให้ทุกคนสร้างโซลูชันได้ โดยที่ยังคุมความเสี่ยงด้านไอทีและข้อมูลได้อยู่หมัด

3. ใช้ได้ทุกสายงาน ตั้งแต่มือใหม่จนถึงโปรแกรมเมอร์มืออาชีพ

หนึ่งในจุดแข็งของ Power Platform คือการออกแบบมาให้ ทุกบทบาท ใช้งานได้จริง ไม่จำกัดเฉพาะคนสายไอทีเท่านั้น

ไม่ว่าคุณจะเป็น:

  • พนักงานทั่วไปที่ไม่เคยเขียนโค้ด

  • นักพัฒนาแนว Low-Code / No-Code

  • โปรแกรมเมอร์สายโปรที่เขียนโค้ดเต็มรูปแบบ

ก็สามารถเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะกับงานของตัวเองได้ เช่น

  • Plans: ช่วยวางแผน ออกแบบ และจัดโครงสร้างโซลูชันให้เป็นระบบ เหมาะกับคนที่เริ่มจากไอเดียและกระบวนการทำงาน

  • Generative Pages: ป้อนข้อมูลไอเดีย แล้วให้ AI สร้างหน้าแอปให้อัตโนมัติ ช่วยลดเวลาตั้งต้นจากชั่วโมงเหลือแค่ไม่กี่นาที

แนวคิดหลักคือ “ทุกคนสร้างโซลูชันได้” ไม่ว่าคุณจะอยู่ระดับไหนในองค์กร แค่เข้าใจกระบวนการงานที่ทำอยู่ ก็เริ่มเปลี่ยนมันให้ฉลาดขึ้นด้วย AI ได้เลย

เคสจริงจากองค์กรใหญ่ทั่วโลก

การนำ Power Platform ไปใช้ไม่ได้มีแค่ในสไลด์ขายของ แต่มีเคสจริงที่องค์กรระดับโลกเอาไปใช้แล้วเห็นผลชัดเจน เช่น

  • Deutsche Bahn Group: เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนเข้ามาสร้างแอปของตัวเองบน Power Platform แทนที่จะรอทีมไอทีเพียงฝ่ายเดียว

  • Pacific Gas & Electric: สร้างโซลูชันบนแพลตฟอร์มนี้มากกว่า 300 รายการ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 75 ล้านดอลลาร์ต่อปี

  • Cineplex: ลดเวลาทำงานลงได้กว่า 30,000 ชั่วโมง และประหยัดเงินมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลา 2 ปี

  • Rabobank: ใช้งานโซลูชันบน Power Platform มากกว่า 2,500 ตัว ในกว่า 38 ประเทศทั่วโลก

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า Low-Code + AI ไม่ได้เป็นแค่ของเล่นทดลอง แต่เป็น เครื่องมือระดับยุทธศาสตร์ ที่ช่วยประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณในระดับมหาศาล

ความมั่นใจระดับองค์กร: ปลอดภัย ควบคุมได้ ไม่หลุดกรอบ

สำหรับองค์กรใหญ่ ๆ เรื่อง ความปลอดภัย การกำกับดูแล และการควบคุม AI คือประเด็นสำคัญไม่แพ้ความสามารถของแพลตฟอร์มเอง ซึ่ง Power Platform ก็ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ด้านนี้โดยเฉพาะ

แพลตฟอร์มนี้มาพร้อมกับความสามารถสำคัญ เช่น

  • ระบบบริหารจัดการวงจรชีวิตแอป (Application Lifecycle Management) ช่วยให้การพัฒนา ทดสอบ และปล่อยขึ้นระบบจริงเป็นขั้นตอนชัดเจน

  • ฟีเจอร์ด้าน Governance ที่ทำให้กำหนดสิทธิ์ กำกับการใช้งาน และตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้

  • การควบคุมการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบผ่าน Copilot Studio เพื่อให้มั่นใจว่า AI ที่ถูกนำไปใช้สอดคล้องกับนโยบายองค์กรและมาตรฐานด้านจริยธรรม

สรุปคือ ไม่ใช่แค่ทำให้คนสร้างแอปได้ง่ายขึ้น แต่ยังทำให้ฝ่ายไอทีไม่ต้องปวดหัวกับการดูแลในระยะยาว

พลังของคอมมูนิตี้สาย Power Platform

นอกจากตัวแพลตฟอร์มแล้ว สิ่งที่ทำให้ Power Platform เติบโตอย่างรวดเร็วคือ ชุมชนผู้ใช้งาน ที่แชร์ทั้งไอเดีย โซลูชัน และเทคนิคกันอย่างต่อเนื่อง ผ่านงานอีเวนต์ เวิร์กช็อป และกิจกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก

  • งานคอนเฟอเรนซ์และอีเวนต์ต่าง ๆ ช่วยให้คนทำงานจริงได้มาเล่าประสบการณ์ตรง

  • ผู้ใช้ใหม่สามารถเรียนรู้จากโซลูชันที่มีอยู่แล้ว ปรับใช้กับบริบทของตัวเองได้เร็วขึ้น

สำหรับสาย “เขียนโค้ดด้วย AI” หรือคนที่อยากยกระดับงานโดยไม่ต้องกลายเป็นโปรแกรมเมอร์เต็มตัว การอยู่ในคอมมูนิตี้แบบนี้ช่วยให้คุณ พัฒนาเร็วขึ้นหลายเท่า ทั้งจากความรู้และคอนเนกชัน

สรุป: จากคนทำงานธรรมดา สู่ผู้สร้างนวัตกรรมด้วย AI + Low-Code

Microsoft Power Platform ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสร้างแอปอีกหนึ่งตัวในตลาด แต่เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อให้ ทุกคนมีโอกาสสร้างนวัตกรรมได้ด้วยตัวเอง

  • คุณอาจเริ่มจากการเปลี่ยนงาน Excel ที่ทำทุกวันให้กลายเป็นแอปอัจฉริยะ

  • ใช้ AI ช่วยสร้างฟอร์ม สรุปข้อมูล หรือจัดการเวิร์กโฟลว์ให้อัตโนมัติ

  • ปล่อยให้ Power Platform ช่วยยกภาระงานซ้ำ ๆ แล้วเอาเวลาที่เหลือไปโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น

ถ้าคุณกำลังสนใจโลกของ AI + Low-Code นี่คือช่วงเวลาที่ดีสุดในการเริ่มต้นลองจับ Power Platform เพราะยิ่งเริ่มเร็ว คุณยิ่งได้เปรียบในการเปลี่ยนวิธีทำงานของตัวเองและของทั้งทีม

ถึงเวลาเลิกรอทีมไอที แล้วลุกขึ้นมาเป็นคนออกแบบเครื่องมือทำงานของตัวเอง ด้วย AI ที่อยู่ปลายนิ้วคุณเอง