เปิดโลกการทำงานยุคใหม่ด้วย Power Platform + AI
ในยุคที่ทุกองค์กรต้องวิ่งแข่งกับเวลา ทั้งเรื่องประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และนวัตกรรมที่ต้องส่งผลจริง ไม่ใช่แค่สไลด์สวย ๆ Microsoft Power Platform กลายเป็นแพลตฟอร์มตัวเด่นที่ช่วยให้ทั้งคนทำงานทั่วไปและนักพัฒนาสามารถสร้างแอปและโซลูชันอัจฉริยะได้แบบไม่ต้องโค้ดเยอะ
ที่สำคัญ ในปี 2025 Microsoft ยังได้รับการจัดอันดับโดย Gartner ให้เป็นผู้นำใน Magic Quadrant™ สำหรับแพลตฟอร์ม Low-Code ระดับองค์กรต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ซึ่งตอกย้ำว่า Low-Code + AI ไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นเครื่องมือหลักขององค์กรจริง ๆ
ทำไม Power Platform ถึงโดดเด่นกว่าคู่แข่ง?
1. AI ที่ใช้ได้จริงในงาน ไม่ใช่แค่คำโฆษณา
การเอา AI มาใส่ในงานไม่ควรจบแค่เดโมบนเวที แต่ต้องช่วยประหยัดเวลาหน้างานจริง ๆ ซึ่ง Power Platform ทำให้เห็นภาพนี้แบบชัด ๆ
ในปี 2025 เพียงปีเดียว มีการสร้าง Agent หรือผู้ช่วยอัจฉริยะบน Power Platform มากกว่า 3 ล้านตัว เพื่อนำไปใช้ในงานจริงในองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก โดยให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เช่น
การป้อนข้อมูลเร็วขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับวิธีทำงานแบบเดิม
การสร้างแอปสำเร็จมากขึ้นถึง 60% เมื่อใช้ Microsoft Copilot เข้ามาช่วย
พูดง่าย ๆ คือจากเดิมที่ต้องนั่งเขียนสเปก เขียนโค้ด แก้บั๊กนานหลายวัน ตอนนี้สามารถใช้ AI ช่วยร่างแอป ช่วยคิดฟอร์ม ช่วยเขียน Logic และให้เรามาปรับแต่งต่อได้ทันที
2. แพลตฟอร์มระดับองค์กรที่บริหารง่าย ปลอดภัย และขยายได้
เบื้องหลังของ Power Platform คือโครงสร้างพื้นฐานของ Microsoft Azure ซึ่งทำให้ฝ่ายไอทีและส่วนกลางสามารถ
ควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลได้จากศูนย์กลาง
กำหนดมาตรฐานการใช้งานและการเข้าถึงได้ชัดเจน
ขยายการใช้งานไปยังหลายประเทศ หลายสาขาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง compliance และกฎระเบียบ
สำหรับองค์กรที่เริ่มมี Citizen Developer เพิ่มขึ้น การมีแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการได้ดีคือหัวใจสำคัญ เพราะช่วยให้เปิดโอกาสให้ทุกคนสร้างโซลูชันได้ โดยที่ยังคุมความเสี่ยงด้านไอทีและข้อมูลได้อยู่หมัด
3. ใช้ได้ทุกสายงาน ตั้งแต่มือใหม่จนถึงโปรแกรมเมอร์มืออาชีพ
หนึ่งในจุดแข็งของ Power Platform คือการออกแบบมาให้ ทุกบทบาท ใช้งานได้จริง ไม่จำกัดเฉพาะคนสายไอทีเท่านั้น
ไม่ว่าคุณจะเป็น:
พนักงานทั่วไปที่ไม่เคยเขียนโค้ด
นักพัฒนาแนว Low-Code / No-Code
โปรแกรมเมอร์สายโปรที่เขียนโค้ดเต็มรูปแบบ
ก็สามารถเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะกับงานของตัวเองได้ เช่น
Plans: ช่วยวางแผน ออกแบบ และจัดโครงสร้างโซลูชันให้เป็นระบบ เหมาะกับคนที่เริ่มจากไอเดียและกระบวนการทำงาน
Generative Pages: ป้อนข้อมูลไอเดีย แล้วให้ AI สร้างหน้าแอปให้อัตโนมัติ ช่วยลดเวลาตั้งต้นจากชั่วโมงเหลือแค่ไม่กี่นาที
แนวคิดหลักคือ “ทุกคนสร้างโซลูชันได้” ไม่ว่าคุณจะอยู่ระดับไหนในองค์กร แค่เข้าใจกระบวนการงานที่ทำอยู่ ก็เริ่มเปลี่ยนมันให้ฉลาดขึ้นด้วย AI ได้เลย
เคสจริงจากองค์กรใหญ่ทั่วโลก
การนำ Power Platform ไปใช้ไม่ได้มีแค่ในสไลด์ขายของ แต่มีเคสจริงที่องค์กรระดับโลกเอาไปใช้แล้วเห็นผลชัดเจน เช่น
Deutsche Bahn Group: เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนเข้ามาสร้างแอปของตัวเองบน Power Platform แทนที่จะรอทีมไอทีเพียงฝ่ายเดียว
Pacific Gas & Electric: สร้างโซลูชันบนแพลตฟอร์มนี้มากกว่า 300 รายการ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 75 ล้านดอลลาร์ต่อปี
Cineplex: ลดเวลาทำงานลงได้กว่า 30,000 ชั่วโมง และประหยัดเงินมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลา 2 ปี
Rabobank: ใช้งานโซลูชันบน Power Platform มากกว่า 2,500 ตัว ในกว่า 38 ประเทศทั่วโลก
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า Low-Code + AI ไม่ได้เป็นแค่ของเล่นทดลอง แต่เป็น เครื่องมือระดับยุทธศาสตร์ ที่ช่วยประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณในระดับมหาศาล
ความมั่นใจระดับองค์กร: ปลอดภัย ควบคุมได้ ไม่หลุดกรอบ
สำหรับองค์กรใหญ่ ๆ เรื่อง ความปลอดภัย การกำกับดูแล และการควบคุม AI คือประเด็นสำคัญไม่แพ้ความสามารถของแพลตฟอร์มเอง ซึ่ง Power Platform ก็ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ด้านนี้โดยเฉพาะ
แพลตฟอร์มนี้มาพร้อมกับความสามารถสำคัญ เช่น
ระบบบริหารจัดการวงจรชีวิตแอป (Application Lifecycle Management) ช่วยให้การพัฒนา ทดสอบ และปล่อยขึ้นระบบจริงเป็นขั้นตอนชัดเจน
ฟีเจอร์ด้าน Governance ที่ทำให้กำหนดสิทธิ์ กำกับการใช้งาน และตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้
การควบคุมการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบผ่าน Copilot Studio เพื่อให้มั่นใจว่า AI ที่ถูกนำไปใช้สอดคล้องกับนโยบายองค์กรและมาตรฐานด้านจริยธรรม
สรุปคือ ไม่ใช่แค่ทำให้คนสร้างแอปได้ง่ายขึ้น แต่ยังทำให้ฝ่ายไอทีไม่ต้องปวดหัวกับการดูแลในระยะยาว
พลังของคอมมูนิตี้สาย Power Platform
นอกจากตัวแพลตฟอร์มแล้ว สิ่งที่ทำให้ Power Platform เติบโตอย่างรวดเร็วคือ ชุมชนผู้ใช้งาน ที่แชร์ทั้งไอเดีย โซลูชัน และเทคนิคกันอย่างต่อเนื่อง ผ่านงานอีเวนต์ เวิร์กช็อป และกิจกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก
งานคอนเฟอเรนซ์และอีเวนต์ต่าง ๆ ช่วยให้คนทำงานจริงได้มาเล่าประสบการณ์ตรง
ผู้ใช้ใหม่สามารถเรียนรู้จากโซลูชันที่มีอยู่แล้ว ปรับใช้กับบริบทของตัวเองได้เร็วขึ้น
สำหรับสาย “เขียนโค้ดด้วย AI” หรือคนที่อยากยกระดับงานโดยไม่ต้องกลายเป็นโปรแกรมเมอร์เต็มตัว การอยู่ในคอมมูนิตี้แบบนี้ช่วยให้คุณ พัฒนาเร็วขึ้นหลายเท่า ทั้งจากความรู้และคอนเนกชัน
สรุป: จากคนทำงานธรรมดา สู่ผู้สร้างนวัตกรรมด้วย AI + Low-Code
Microsoft Power Platform ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสร้างแอปอีกหนึ่งตัวในตลาด แต่เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อให้ ทุกคนมีโอกาสสร้างนวัตกรรมได้ด้วยตัวเอง
คุณอาจเริ่มจากการเปลี่ยนงาน Excel ที่ทำทุกวันให้กลายเป็นแอปอัจฉริยะ
ใช้ AI ช่วยสร้างฟอร์ม สรุปข้อมูล หรือจัดการเวิร์กโฟลว์ให้อัตโนมัติ
ปล่อยให้ Power Platform ช่วยยกภาระงานซ้ำ ๆ แล้วเอาเวลาที่เหลือไปโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น
ถ้าคุณกำลังสนใจโลกของ AI + Low-Code นี่คือช่วงเวลาที่ดีสุดในการเริ่มต้นลองจับ Power Platform เพราะยิ่งเริ่มเร็ว คุณยิ่งได้เปรียบในการเปลี่ยนวิธีทำงานของตัวเองและของทั้งทีม
ถึงเวลาเลิกรอทีมไอที แล้วลุกขึ้นมาเป็นคนออกแบบเครื่องมือทำงานของตัวเอง ด้วย AI ที่อยู่ปลายนิ้วคุณเอง

