ดราม่าหลังร้านเหล้า กลางลานจอดรถพระราม 2
กลางสาย ๆ วันหนึ่งที่ สน.ท่าข้าม เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามคดีเหตุฆ่ากันในลานจอดรถหน้าโรงเหล้าแสงจันทร์ พระราม 2
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือ นายกิตติธัช เพิ่มวรัญญู การ์ดประจำร้านบาร์โฮสฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายปวัล สโณวรรณ์ อายุ 43 ปี มีอาชีพขับรถโม่ปูน
ทั้งคู่ไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าต่อกัน เพราะก่อนเกิดเหตุเพิ่งมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง
จุดชนวน: ทะเลาะกันเรื่อง “พระเก๊”
ต้นเรื่องไม่ได้มาจากหญิงสวยหรือเมาเหล้า แต่มาจาก พระเครื่อง ที่ทั้ง 3 คนชอบสะสมและเล่นกันเป็นงานอดิเรก
ในวงสนทนามี
นายกิตติธัช ผู้ตาย (การ์ดบาร์โฮส)
นายวิทยาธร พันสาย อายุ 30 ปี เด็กเสิร์ฟโรงเหล้าแสงจันทร์
นายปวัล ผู้ก่อเหตุ
ทั้งหมดมานั่งที่ร้านอาหารตามสั่งติดลานจอดรถหน้าโรงเหล้า หลังเลิกเที่ยว ก่อนที่เรื่องจะบานปลายเพราะคำทักเรื่องพระว่า “เหรียญปลอม”
นายปวัล ทักนายวิทยาธรว่า เหรียญพ่อไปล่ วัดกำแพง ที่คล้องคออยู่นั้นเป็นของปลอม ทำให้เกิดการโต้เถียงดุเดือดต่อเนื่อง เรื่องพระเก๊พระแท้ทวีความตึงเครียดจนกลายเป็นความไม่พอใจสะสม
หลังจากถกเถียงกัน ทั้งสองฝ่ายก็แยกย้ายกันไปเหมือนทุกอย่างจะจบลงเพียงแค่นั้น
วนกลับมาปะทะรอบสอง กลายเป็นฉากระทึก
ประมาณ 15 นาทีต่อมา เรื่องกลับไม่จบง่าย ๆ เมื่อ นายกิตติธัช ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ลีด สีขาว ทะเบียน 8 ขส 2733 กรุงเทพมหานคร มาที่ลานจอดรถหน้าโรงเหล้าอีกครั้ง
จังหวะเดียวกันนั้น นายปวัล กำลังจะขับรถกระบะอีซูซุ ดีแม็ก ไฮแลนเดอร์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 1 ฒฌ 8255 กรุงเทพมหานคร ออกจากร้านเพื่อกลับที่พัก
ทั้งสองจึงเผชิญหน้ากันอีกครั้งกลางลานจอดรถ และการโต้เถียงก็ปะทุขึ้นอีกรอบ คราวนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่จบลงด้วยเสียงดังสนั่นคล้ายปืน 2–3 นัด
ผลคือ นายกิตติธัช เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่นายปวัลขับรถกระบะหนีออกจากจุดเกิดเหตุทันที
หลักฐานในที่เกิดเหตุ และการมอบตัว
หลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจเข้าตรวจสอบบริเวณลานจอดรถ และพบ
ปืนไทยประดิษฐ์ ตกอยู่ใกล้ร่างผู้ตาย
ต่อมา นายปวัล สโณวรรณ์ ขับรถกระบะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนที่ สน.ท่าข้าม เพื่อมอบตัว โดยอยู่ในสภาพบาดเจ็บ
ตำรวจตรวจสอบพบว่าเขา
ถูกกระสุนเฉี่ยวที่ขาขวา
มีบาดแผลถูกมีดที่หน้าท้อง
นำ มีดพับยาวประมาณ 10 นิ้ว ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ มามอบให้ตำรวจด้วย
คำให้การผู้ต้องหา: ยิงมาก่อน แทงไปป้องกันตัว
จากการสอบสวน นายปวัลให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง แต่ยืนยันว่าเป็นการป้องกันตัว
เขาอ้างว่า
ผู้ตายเป็นฝ่ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ตนก่อน กระสุนเฉี่ยวโดนขาขวา
จากนั้นตนจึงเข้าปล้ำ และใช้อาวุธมีดแทงและฟันเพื่อป้องกันตัวเอง
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยรอผลการสอบสวนเพิ่มเติมและพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อคลี่คลายรายละเอียดเบื้องลึกของเหตุการณ์นี้
บทเรียนจากดราม่าหน้าบาร์
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า
การดื่มเที่ยวแล้วอารมณ์คุมไม่อยู่ บวกกับความเชื่อเรื่องพระเครื่อง สามารถลุกลามจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมได้ง่าย
ความขัดแย้งเล็ก ๆ อย่างการโดนหาว่า “พระเก๊” ถ้าเอาอารมณ์นำเหตุผล ก็อาจลงเอยด้วยเลือดและชีวิต
สำหรับสายเที่ยวบาร์ สายโรงเหล้า ทั้งหลาย เรื่องนี้คือสัญญาณเตือนว่า บรรยากาศสนุก ๆ เปลี่ยนเป็นฉากฆ่ากันได้ในไม่กี่นาที
เมาได้ เที่ยวได้ แซวกันได้ แต่ต้องไม่เอาชีวิตเข้าแลก และไม่ปล่อยให้อาวุธเข้ามาอยู่ในวงสนุกเด็ดขาด

