เริ่มทริปโอกินาว่าให้ปังตั้งแต่ก้าวแรก
อยากหนีความวุ่นวายไปหาเสียงคลื่นกับลมทะเลใสๆ โอกินาว่าคือคำตอบที่โคตรใช่ ทั้งชายหาดสวยระดับโปสการ์ด วัฒนธรรมเก่าแก่แบบริวกิวแท้ๆ ไปจนถึงอาหารพื้นเมืองที่กินแล้วต้องอยากเบิ้ลจานสอง
ลองมาดูด้วยกันว่าถ้าอยากเที่ยวโอกินาว่าให้คุ้มทุกวัน ต้องห้ามพลาดอะไรบ้าง
ชิลทะเลเกาะหลัก: นอนฟังคลื่น เล่นน้ำให้สุด
เกาะหลักของโอกินาว่าเต็มไปด้วยชายหาดที่แค่ยืนมองก็หายเหนื่อย โดยเฉพาะ หาด Tinu บนเกาะ Kouri ที่น้ำทะเลสีฟ้ามรกตตัดกับทรายขาวแบบไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์
ไม่ไกลกันบริเวณ แหลม Manzamo ก็เป็นอีกจุดที่วิวอลังมาก ผืนน้ำกว้างสุดสายตา บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการมานั่งพักใจ ปล่อยเวลาให้เดินช้าลงสักหน่อย
สำหรับสายแอคทีฟ โอกินาว่าไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะสามารถจัดเต็มทั้ง ดำน้ำตื้น ดูปะการังและฝูงปลา ไปจนถึง พายเรือ SUP (Stand-Up Paddleboarding) ลอยตัวบนผิวน้ำ รับลมทะเลไปแบบชิลๆ

ดำดิ่งสู่ประวัติศาสตร์ที่ปราสาทชูริ และโลกใต้ทะเลที่ชูราอุมิ
โอกินาว่าไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่ยังเป็นดินแดนที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวจากอดีต โดยเฉพาะที่ ปราสาทชูริ อดีตศูนย์กลางของอาณาจักรริวกิว
ที่นี่คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศของวัฒนธรรมเก่าแก่ ผ่านสถาปัตยกรรม สีสัน และเรื่องเล่าจากยุครุ่งเรืองของริวกิว ทำให้เห็นอีกมุมหนึ่งของโอกินาว่าที่มากกว่าคำว่า “เกาะเที่ยวทะเล”
จากบนบกลองเปลี่ยนบรรยากาศไปสู่โลกใต้น้ำที่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ จุดเด่นคือ ตู้ปลาขนาดยักษ์ที่มีฉลามวาฬแหวกว่ายอยู่ตรงหน้า ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะต้องตาไม่กะพริบกับบรรดาสัตว์ทะเลที่ว่ายไปมาแบบใกล้ชิด
หนีคนไปเกาะไกล: อิชิงากิ – มิยาโกะ เสน่ห์คนละสไตล์
ถ้าอยากสัมผัสโอกินาว่าในมุมที่เงียบสงบและโลคอลขึ้นอีกระดับ ต้องลองขยับออกจากเกาะหลักไปยังเกาะรอบนอกที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
บน เกาะอิชิงากิ กิจกรรมยอดฮิตคือการล่องเรือท้องกระจกชมอ่าวคาบิระ น้ำใสจนเหมือนมองทะลุได้ และยังเห็นโลกใต้ทะเลแบบไม่ต้องเปียกตัว เหมาะมากสำหรับคนที่อยากชมวิวชิลๆ
ส่วน เกาะมิยาโกะ ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดที่สวยสะกด เช่น หาด Yonaha Maehama ที่ทั้งทรายขาวเนียน น้ำทะเลสีฟ้าใสแบบไล่เฉด ถ่ายรูปมุมไหนก็รอด
แต่ละเกาะมีทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ใครมีเวลา แนะนำให้แบ่งสักวันสองวันไปสัมผัสบรรยากาศเกาะไกล รับรองฟีลต่างจากเกาะหลักแบบรู้สึกได้ทันที
สายกินห้ามพลาด: รวมเมนูโอกินาว่าที่ต้องโดน
มาถึงโอกินาว่าแล้ว ถ้าไม่จัดอาหารพื้นเมืองคือพลาดหนัก เพราะนี่คือหนึ่งในไฮไลต์ของทริปเลยก็ว่าได้
เมนูที่ต้องลองให้ได้คือ โอกินาว่าโซบะ เส้นนุ่ม ซุปหอม กลมกล่อมในแบบฉบับท้องถิ่น กินง่ายและเหมาะกับทุกมื้อ
ยังมีเมนูยอดนิยมที่หลายคนตกหลุมรัก เช่น
ทาโก้ไรซ์ ข้าวหน้าเนื้อสไตล์เม็กซิกันผสมความเป็นญี่ปุ่น
โกยะจัมปุรุ ผัดมะระสไตล์โอกินาว่า รสชาติขมกำลังดีแต่กินแล้วติดใจ
ซาตะอันดากิ หรือโดนัทโอกินาว่า แป้งกรอบนอกนุ่มใน เป็นของกินเล่นที่เหมาะจะพกเดินกินระหว่างเที่ยว
ลองเดินเล่นตามตลาดท้องถิ่นหรือร้านอิซากายะ จะได้สัมผัสทั้งรสชาติอาหารและบรรยากาศท้องถิ่นแท้ๆ ไปพร้อมกัน
เมื่อไหร่คือช่วงที่ใช่สำหรับไปโอกินาว่า
โอกินาว่าเป็นจุดหมายที่ไปได้แทบทั้งปี แต่ถ้าอยากได้ฟีลอากาศดี สบายตัวเป็นพิเศษ ช่วงที่น่าเล็งไว้คือ
ระหว่าง เดือนเมษายนถึงมิถุนายน อากาศสดชื่น กำลังพอดี ยังไม่ร้อนจัด
ช่วง ตุลาคมถึงพฤศจิกายน ลมเย็นลง คนไม่เยอะเท่าหน้าร้อน เดินเที่ยวสบาย
ฤดูร้อนเหมาะสุดๆ สำหรับคนที่อยากเล่นน้ำและกีฬาทางทะเลแบบจัดเต็ม ส่วนฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงจะให้บรรยากาศชิลๆ เงียบสงบ เหมาะกับคนที่ชอบความไม่วุ่นวาย
ถ้าไปหน้าหนาว ก็ยังมีอีกหนึ่งประสบการณ์สุดพิเศษคือการ ชมปลาวาฬ ที่หลายคนยกให้เป็นโมเมนต์ประทับใจของทริป
สรุป: ทำไมโอกินาว่าต้องอยู่ในลิสต์ทริปต่อไปของคุณ
โอกินาว่าเป็นปลายทางที่รวมทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทั้ง ธรรมชาติทะเลสวยสะกดตา มรดกทางวัฒนธรรมที่มีเรื่องราว และอาหารพื้นเมืองที่อร่อยไม่ซ้ำที่ไหน
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายชิลริมทะเล สายเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หรือสายกินตัวจริง โอกินาว่าก็ตอบโจทย์ได้ครบในทริปเดียว
เพิ่มโอกินาว่าไว้ในลิสต์การเดินทางครั้งหน้า แล้วเตรียมตัวเก็บความทรงจำดีๆ กลับมาพร้อมรูปในกล้องที่เต็มทุกความจุได้เลย

